ตอนที่ 5 “ความรักไม่ได้..หมุนรอบตัวเรา”

0
  ทันทีที่ผมเปิดประตูห้องของผมเข้าไปก็พบว่าตอนนี้ในห้องที่ควรจะมีเพียงแค่ผมคนเดียวได้มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญเพิ่มมาอีกหนึ่งคนกับอีกหนึ่งผู้ติดตาม ผมถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะเดินไปวางกระเป๋าที่โต๊ะแล้วยกมือไหว้   “หวัดดีครับ...พ่อ” ผมลังเลในตอนท้ายว่าผมควรจะเรียกคนตรงหน้านี้ว่าพ่อดีมั้ย พ่อที่นานๆจะลงมาหาผมกับแม่สักครั้ง จนแม่ผมตรอมใจตายเพราะไม่ได้รับการเหลียวแลจากคนที่ตัวเองรัก และเป็นคนที่ทำให้ผมถูกตราหน้าว่า... ไอ้ลูกเมียน้อย “เจอกับน้องแล้วใช่ไหม...เจ้าซัน” “ฮึ” ผมยิ้มเยาะให้กับตัวเอง ถ้าไม่ใช่เพราะลูกสุดที่รักของพ่อ วันนี้ท่านคงไม่มาเหยียบที่คอนโดของผมหรอก ผมคิดในใจ “เจอแล้ว” ผมตอบไปแบบไม่ใส่ใจก่อนจะเดินไปรินน้ำใส่แก้ว โดยไม่คิดจะเผื่อแผ่แขกสองคนนี้แม้แต่น้อย ในเมื่อไม่เคยคิดจะสนใจผมแล้วทำไมผมต้องสนใจเขาด้วยล่ะ จริงมั้ย “พ่อฝากเราดูแลน้องด้วยล่ะ แล้วนี่เป็นไงบ้างเรา สบายดีไหม”  เพิ่งจะคิดได้หรืออย่างไรว่าควรถามผมบ้างว่าอยู่อย่างไรหลังจากไม่มีแม่แล้ว  “พ่อเคยสนใจผมกับแม่ด้วยหรือไง ไม่ใช่เพราะพ่อหรือที่ทำให้แม่ผมต้องตรอมใจตาย แล้วผมต้องอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้” ผมย้อนถามพ่อไป “เจ้าซัน”  ผมเห็นพ่อกำมือแน่น คงอยากจะเข้ามาตบผมมากล่ะสิ ใช่ว่าไม่เคย..แต่ครั้งนี้ผมไม่เหมือนครั้งก่อน ผมควบคุมปากของผมได้ ผมไม่เถียงให้โดนพ่อตบหรอก....ส่วนไอ้ลูกชายคนโปรดของท่านนั้นมดไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม สองมาตรฐานแบบนี้จะให้ผมพูดดีได้ยังไง “เพราะแกเป็นแบบนี้ไงฉันถึงไม่อยากพูดกับแก อวดดี เหมือนแม่ของแกไม่มีผิด” พ่อวางมือที่กำไว้ บนโต๊ะที่อยู่หน้าท่านอย่างแรง “พ่ออย่ามาว่าแม่ของผมนะ ถ้าจะว่าก็ว่าแค่ผม อย่าเอาแม่ของผมมาเกี่ยวด้วย แม่สอนผมมาดี แต่ผมต่างหากไม่มีพ่อคอยสอนผมเลยเป็นอย่างนี้ไง” สีหน้าพ่อยิ่งโกรธขึ้นอีกเมื่อผมพูดต่อว่าไม่มีพ่อคอยสอนผม...ผมเลยไม่ดีอย่างที่เห็น “ฉันกลับล่ะ ส่วนเงินเดือนนี้ฉันโอนเข้าบัญชีแกให้แล้ว ถ้าไม่พอก็บอก...ไปฮอน” พูดกับผมจบท่านก็หันไปเรียกคนขับรถที่ติดตามท่านมาด้วย...

ตอนที่ 3 “สมองสั่งการ…แบบนั้น”

0
ฮือ...ฮือ...ฮือ... “ใครร้องไห้น่ะ ออกมาเดี๋ยวนี้นะ” ผมตะโกนไปพร้อมกับเดินตามหาเสียงร้องไห้ไปพร้อมกันด้วย แต่แปลกจังทำไมผมถึงสัมผัสได้ว่ามีหยดน้ำไหลออกจากบริเวณหางตาตัวเอง ไม่รอช้าผมจึงลองยกมือข้างหนึ่งขึ้นแตะบริเวณหางตา ก็พบว่ามีน้ำตาทั้งสองข้างกำลังไหลยู่ที่ใบหน้าผมจริงๆ “นี่ผมร้องไห้อย่างนั้นหรือ ร้องทำไม ทำไมผมถึงได้ร้องไห้” “แล้วความอบอุ่นนี้คืออะไรกัน ทำไมรู้สึกดีจัง”  ผมไม่รู้เลยว่าสัมผัสอบอุ่นที่ผมได้รับในตอนนี้นั้นเกิดจากการที่ใครบางคนกำลังลูบศีรษะของผม พร้อมกับพูดปลอบอยู่ชิดริมใบหู ข้างๆใบหน้า จบคำพูดปลอบเบาๆ ความรู้สึกนี้มันทำให้ผมสงบลงและหยุดตามหาเสียง แล้วเสียงร้องไห้ที่ผมได้ยินก็ค่อยๆเงียบหายไป ผมเดินหลงอยู่ในหมอกควันโดยไม่รู้ว่าตัวเองนั้นอยู่ที่ไหน ผมพยายามเดินหาทางออก แต่จู่ๆผมก็หมือนเห็นภาพซ้อนบางอย่างขึ้นมาในหัวของผม                    ภาพที่ผมเห็นนั้นเป็นภาพของชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังถือช่อดอกกุหลาบสีขาวไว้แนบอก ท่าทางดูมีความสุขจนผมอดที่จะยิ้มตามไม่ได้ แต่แล้วภาพนั้นก็หายไปพร้อมกับที่ผมรู้สึกเจ็บบริเวณหน้าอกด้านซ้ายจนต้องยกมือขึ้นกุมไว้ หวังเพียงแค่บรรเทาอาการเจ็บปวดให้ทุเลาลง แต่อาการเจ็บที่หัวใจของผมก็ไม่ลดน้อยลงเลย             ...

ตอนที่ 2 “ผมคือของดีในมอ…ครับ”

0
  เด็กผู้ชาย 2 คนกำลังใช้นิ้วทำท่าเป็นสัญลักษณ์อะไรบางอย่าง นั่งเล่นกันที่สนามหญ้า เพื่อนของฝุ่น “ถ้าวอนไม่มีฝุ่นวอนคงแย่เนอะ” เด็กน้อยนามว่าวอนพูดพร้อมกับนั่งพิงหลังของฝุ่นไปด้วยอย่างอ้อนๆ โป๊ก!! “คิดมากเรื่องอะไรอีกล่ะวอน ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่นี่เราก็สนิทกับวอนที่สุดอยู่แล้ว” ฝุ่นปรับมือจากท่าที่เห็น หันมาแจกมะเหงกให้วอนไปทีก่อนจะพูด “เรากลัวอ่ะฝุ่น ถ้าวันหนึ่งเราต้องแยกกันเราจะทำยังไงวะ” วอนพูดพร้อมกับก้มหน้าลงด้วยแววตาละห้อย “ก็ถ้าเราต้องแยกจากกัน...ก็แสดงว่าไม่ฉันก็แกคงถูกผู้ใหญ่ใจดีมารับไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมแล้วไง ได้ออกจากที่นี่แกไม่ดีใจหรอกหรือ” ฝุ่นว่าพร้อมกับจับที่หัววอนแล้วโยกหัวของเพื่อนตนเองไปเบาๆ “ครอบครัวที่ไม่มีฝุ่นจะเป็นยังไงน๊า...”  วอนบ่นเบาๆ ในลำคอ พร้อมเปลี่ยนท่าหันมามองหน้าฝุ่น เรื่องที่พวกเขาทั้งคู่คุยกันวันนั้นใครจะไปคิดว่ามันจะเกิดขึ้นมาจริง ๆ เมื่อวันหนึ่งมีครอบครัวใจดีครอบครัวหนึ่งมารับตัววอนไปดูแลเป็นลูกบุญธรรม และเขาต้องไปไกลถึงประเทศอังกฤษ และวันที่วอนต้องเดินทางไปพร้อมกับครอบครัวใหม่นั้น ทุกอย่างมันไวมาก เขาต้องไปโดยไม่ทันได้ล่ำลาฝุ่นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขาเลย ( เพราะวันนั้นฝุ่นต้องไปเป็นตัวแทนเข้าค่าย รณรงค์เด็กคุณธรรมที่กรุงเทพฯ ) สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า จ.นครสวรรค์  ปี 2555 2 ปีผ่านไป หลังจากวอนจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า วันนั้นเป็นวันสำคัญของทั้งฝุ่นและวอน คือวันคล้ายวันเกิด...

ตอนที่ 1 “มันวูบไป”

0
  การสนทนาของหนุ่มที่สูงวัย และหนุ่มน้อยหน้าตี๋ชื่อว่าโนบิ “คุณหนูจะอยู่ที่หอนี้จริงๆหรือครับ” “ใช่ครับ” “ทำไมคุณหนูไม่อยู่ที่คอนโดที่คุณพ่อซื้อให้ล่ะครับ หลังจากลุงโยชิพ่อบ้านประจำตัวของผมที่มาคุมการขนย้ายข้าวของเข้าหอใหม่ของผมเสร็จ ลุงโยชิก็หันมาถามผมเพื่อความแน่ใจ เมื่อเห็นสภาพของหอขนาดกลางเก่ากลางใหม่ และสภาพห้องที่ไม่เล็กไม่ใหญ่แต่เมื่อเทียบกับห้องที่คอนโดของผมแล้วห้องนี้ก็ยังถือเล็กกว่าอยู่ดี “คอนโดที่พ่อซื้อให้มันอยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยผมขี้เกียจขับรถ อยู่หอนี้ใกล้มหาวิทยาลัยดี อีกอย่างปีหนึ่งกิจกรรมเยอะจะตาย ไหนจะเรียนพื้นฐาน ไหนจะรับน้อง ไหนจะกิจกรรมอื่นๆอีกตั้งมากมาย ผมบ่นเพราะหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาผมลองไปอยู่คอนโดที่พ่อจัดการให้แล้วมันเป็นอย่างที่ผมพูดจริงๆ ให้ผมขับรถไปกลับระหว่างมหาวิทยาลัยกับคอนโดไม่ไหวหรอกครับ ยิ่งขับแบบไม่รู้ทาง มีหวังตื่นเช้า กลับดึก ไม่ได้พักผ่อนกันพอดี” ผมตอบลุงโยชิไปซะยาว “ก็ผมบอกว่าจะให้คนมาคอยขับรถรับส่งให้คุณหนู คุณหนูก็ไม่ยอม” “โธ่...ลุงโยชินี่ผมเข้าปีหนึ่งแล้วนะครับ ขืนยังมีคนคอยขับรถรับส่งให้เหมือนเมื่อก่อนผมอายเขาตายเลย” ผมให้เหตุผลแบบเลี่ยงการไปอยู่คอนโดเหมือนคำถามแรก ..................................................................................... สวัสดีครับผมโนบิลูกชายคนเล็กของตระกูล ณัชภาสินธ์ ตระกูลที่ติดหนึ่งในสิบของเศรษฐีระดับต้นๆของจังหวัดนครสวรรค์  จบม.ปลาย แล้วก็สอบติดคณะนิเทศที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เหตุผลที่ผมอยากจะสอบติดมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯนะหรอ มันอาจจะดูแปลกๆ แต่ผมขอบอกตรงๆตามภาษาเด็กผู้ชายคนนึงที่อยากจะออกจากกรอบของครอบครัวที่รักผมแบบไข่ในหินนั่นเอง ถ้าขืนผมยังคงอยู่ในบ้านต่อไปผมคงได้กลายเป็นลูกแหง่ เป็นคุณหนูที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างที่ใครๆเขาชอบว่าผมกันแน่ๆ ดังนั้นผมจึงตัดสินใจสอบเข้าคณะนิเทศที่มหาวิทยาลัยนี้ และขอที่บ้านมาอยู่หอแม้พ่อกับแม่ผมจะให้ผมย้ายมาอยู่คอนโดที่ท่านซื้อไว้ให้ก็ตาม อย่างที่ผมอ้างว่าคอนโดที่ว่านั้นไกลจากมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งอ้อนคุณพ่อผมอีกนิดหน่อยโดยให้ท่านช่วยพูดกับคุณแม่ผม จนในที่สุดผมก็ได้มาอยู่หอพักแถวมหาวิทยาลัยอย่างที่เห็นนี้แหละครับ แต่ก็ไม่วายส่งลุงโยชิพ่อบ้านประจำตัวของผมให้มาตรวจดูความเรียบร้อยเหมือนอย่างที่เห็น...

บทนำ

0
ขอบคุณ...เวลาที่พาหัวใจเราให้มาเจอกัน ขอบคุณ....คำว่ากันและกัน ที่ทำให้รู้ว่า อยากจะมีชีวิตอยู่เพื่อใคร คำขอบคุณจากเสียงของหัวใจ...ที่เฝ้ารอใครสักคนกลับคืนมา 14 : 02 : 2020 ณ ร้านขายดอกไม้แห่งหนึ่ง เนื่องจากวันนี้เป็นวันแห่งความรักทำให้ลูกค้าในร้านมีจำนวนมากเป็นพิเศษ พนักงานในร้านต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานในการจัดดอกไม้ตามความต้องการของลูกค้ากันอย่างขะมักเขม้น และต่างก็มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ ถึงแม้วันนี้ทุกคนจะต้องทำงานกันตั้งแต่เช้าจนค่ำแต่พนักงานทุกคนในร้านก็ไม่มีใครบ่นเหนื่อยเพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มของลูกค้าพวกเขาก็มีกำลังใจในการจัดดอกไม้ให้ตามสั่งอย่างเต็มใจ กรุ๊งกริ้ง!! กรุ๊งกริ๊ง!! เสียงกระดิ่งหน้าประตูร้านดังขึ้นบ่งบอกถึงการมาเยือนของลูกค้ารายล่าสุดที่ค่อยๆก้าวเข้ามาในร้านด้วยใบหน้านิ่งๆแต่ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ได้ยิ้มแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความน่ารักของชายหนุ่มคนนี้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย “สวัสดีค่ะร้านดอกไม้แห่งรักยินดีต้อนรับค่ะต้องการสั่งดอกไม้อะไรคะ”พนักงานในร้านคนหนึ่งกล่าวทักทายลูกค้ารายล่าสุดที่อยู่ตรงหน้า “สวัสดีครับ ผมขอสั่งดอกไม้หน่อยครับ” ลูกค้าหนุ่มกล่าวพร้อมกับยิ้มน้อย ๆให้กับพนักงานสาวคนนั้น เพียงแค่ลูกค้าหนุ่มยิ้มพนักงานในร้านที่พบเห็นต่างก็ลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า รอยยิ้มของลูกค้าคนนี้ช่างทำให้โลกนี้สว่างสดใสขึ้นมาจริงๆ หลังจากลูกค้าหนุ่มบอกความต้องการของตนเองเป็นที่เรียบร้อย พนักงานคนนั้นก็รีบเข้าไปดำเนินการจัดดอกไม้ตามความต้องการของลูกค้า ไม่นานช่อดอกไม้ที่ลูกค้าหนุ่มสั่งไว้ก็ถูกนำมาให้กับเจ้าตัว “ดอกไม้ได้แล้วค่ะ”  พนักงานหญิงคนนั้นกล่าวพร้อมกับยื่นช่อดอกไม้ที่เป็นดอกกุหลาบสีขาวจำนวนเก้าสิบเก้าดอกที่ถูกจัดช่อดอกไม้อย่างสวยงามจนพนักงานหญิงคนนั้นอดที่จะเอ่ยกับลูกค้าหนุ่มไม่ได้ “หนูละอิจฉาแฟนของคุณลูกค้ามากเลยนะคะที่ได้รับดอกกุหลาบสีขาวเก้าสิบเก้าดอกจากคุณลูกค้าเพราะความหมายของดอกกุหลาบสีขาวเก้าสิบเก้าคือ” “กุหลาบสีขาวหมายถึง ฉันจะรักเธอโดยไม่มีเงื่อนไข รักแท้ที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ เป็นสัญลักษณ์ของรักแท้” “จำนวน 99 ดอก หมายถึง ฉันจะรักเธอไปจนวันตาย” ชายหนุ่มได้รับดอกไม้ พร้อมค่อยๆ ยิ้มกับคำตอบที่พนง.อธิบายอย่างจริงใจ เพราะความหมายที่น้องพนง.บอกครบถ้วน โดยไม่มีอะไรผิดไปจากความตั้งใจ...และผมก็เชื่อว่าคนของหัวใจผมเค้าจะรับรู้ได้เช่นกัน  เสียงเพลงดังขึ้น... โลกนี้ไม่มีความหมาย เเค่มีเพียงเธอข้างกายทุกวัน ฟังเสียงหัวใจของฉัน ทุกเสี้ยวนาทีนั้นมีเพื่อเธอ ผิดที่เวลา ที่เหลืออยู่ อยากกอดเธอไว้ให้นานกว่านี้ ไม่อยากหลับตา สักนาที...