ตอนที่ 14 “แค่กระสุนแรก..ก็เจ็บแล้วมั้ยครับพ่อ”

0
“กลับบ้านเดี๋ยวนี้เรามีเรื่องต้องคุยกัน...โนบิ” ทันทีที่พ่อพูดประโยคนี้จบพ่อก็เดินออกไปจากร้านทันทีโดยไม่คิดจะหันหลังกลับมามองผมแม้แต่น้อยซึ่งท่านไม่สนใจว่าผมจะเดินตามไปหรือไม่  ผมยืนตัวชาอยู่ตรงนั้นโดยที่ไม่รู้ว่าตอนนี้ผมควรจะทำอะไรต่อไป จนพี่ฮอนเดินเข้ามาแตะที่ไหล่ของผมเบาๆจนผมได้สติเงยหน้าขึ้นไปมองพี่ฮอน ทำนบน้ำตาของผมก็มาจากไหนไม่รู้จนพี่ฮอนต้องดึงผมเข้าไปกอดปลอบ “พี่ฮอน” ผมเรียกพี่ฮอนพร้อมกับเข้าไปซุกอยู่ที่อกอย่างหาที่พึ่ง “รีบตามคุณท่านไปก่อนเถอะครับ ก่อนที่คุณท่านจะโกรธไปมากกว่านี้” พี่ฮอนว่าพร้อมกับประคองผมให้เดินตามออกมาจากร้านเหล้าโดยที่ผมไม่ทันได้ร่ำลาพี่ซันกับพี่เจเดนเลยแม้แต่น้อย   ทันทีที่พี่เจเดนเห็นว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับผม พี่เจเดนก็เตรียมที่จะวิ่งเข้ามายังจุดที่เกิดเรื่องกับโนบิแต่กับถูกพี่ซันดึงตัวไว้ “จับผมไว้ทำไมวะพี่ซัน น้องโนบิกำลังเกิดเรื่องอยู่พี่ไม่เห็นหรือไง” พี่เจเดนว่าหลังจากที่ถูกพี่ซันดึงมือไว้จนต้องกลับลงไปนั่งที่โซฟาตามเดิม “ไม่มีเรื่องอะไรหรอกน่า ปล่อยให้พ่อกับลูกรักเค้าเคลียร์กันเอง แต่วันนี้นายทำดีมากรู้ตัวไหม” พี่ซันพูด “ผมทำไรวะ” เจเดนถามไปเพราะไม่รู้ว่าตนเองได้ทำอะไรถูกใจพี่ซันกันแน่ “ช่างเถอะ กินเหล้าต่อไปคืนนี้ฉันเลี้ยงเอง แล้วเดี๋ยวฉันมีทิปให้แกพิเศษไอ้น้องรัก ” ซันพูดพร้อมกับลอบยิ้มในหน้าโดยที่แดนไม่ทันเห็น อาจเป็นเพราะตนเองกำลังเมาได้ที่ ทำให้สติที่มีเริ่มน้อยลง เมื่อถูกซันคะยั้นคะยอให้ดื่มต่อ เจเดนก็ดื่มต่อจนลืมเรื่องที่ตนคิดจะไปช่วยโนบิเสียสนิท โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองนั้นได้ถูกซันใช้เป็นเครื่องมือเพื่อทำเรื่องบางอย่างในคืนนี้แล้วนั้นเอง ตลอดทางพ่อของผมไม่ยอมพูดหรือมองหน้าผมเลยแม้แต่น้อย ผมจึงทำได้เพียงนั่งร้องไห้อยู่เงียบๆเคียงข้างพ่อของผมอยู่ที่เบาะด้านหลังรถโดยมีพี่ฮอนทำหน้าที่เป็นคนขับรถเหมือนเคย และทันทีที่ถึงคอนโด พ่อผมก็เปิดประตูก้าวออกจากรถโดยที่ไม่รอให้พี่ฮอนเป็นคนเดินมาเปิดประตูให้ พี่ฮอนจึงต้องเปลี่ยนมาเปิดประตูให้ผมแทน หลังก้าวลงจากรถผมก็เดินตามหลังพ่อของผมขึ้นไปยังห้องด้วยท่าทีหงอยๆ ในใจก็คิดไปต่าง ๆ นานาว่าจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้อย่างไรดี แล้วพ่อผมจะเชื่อไหมว่าเรื่องที่ผมทำไปก่อนหน้านี้นั้นเป็นเพราะอะไร จนกระทั่งพวกเราทั้งสามคนก้าวเข้ามาในห้อง “นั่ง...เรามีเรื่องต้องคุยกัน”...

ตอนที่ 13 “บางอย่าง…ก็ยากจะอธิบาย”

0
Rrrr…Rrrr เสียงโทรศัพท์ดังแบบนี้อยู่นานแล้วตั้งแต่ที่มหาวิทยาลัย ซึ่งแท็ปก็เลือกที่จะไม่รับ แต่ปลายสายก็ยังคงตื้อไม่หยุดจน จนแท็ปมาถึงห้อง พอนึกถึงคนที่เคยมาดูแลตอนที่ไม่สบาย และพอใส่เสื้อตัวที่มีคนป้อนข้าว ก็อดสงสารคนโทรมาไม่ได้ ทำให้ใจอ่อน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดไปหาคนที่โทรมาเป็น ร้อย ๆ สาย   “ไงตัวแสบพี่โทรหาเราเป็นจะร้อยสายแล้วมั้ง ทำไมถึงไม่รับ แล้วไอ้คนชื่อเมฆอะไรนั้นเป็นใครบอกพี่มาเดี๋ยวนี้นะ” ทันทีที่ผมรับโทรศัพท์ปลายสายก็เปิดประเด็นเข้าเรื่องมาเป็นชุดทันที “ผมเรียนอยู่จะรับโทรศัพท์พี่ได้ยังไงครับพี่ภัทร” ผมเลือกที่จะตอบคำถามนี้ก่อน   แล้วคนชื่อเมฆอะไรนั้นเป็นใครทำไมถึงเห็นมารับมาส่งเราแล้วจะมาเรียนทำไมถึงไม่โทรบอกพี่จะได้ไปรับมาส่งที่มหาลัย] พี่ภัทรยิงคำถามมาเป็นชุดตามเคย “ผมก็บอกพี่แล้วไงครับว่าพี่เมฆเป็นรุ่นพี่ที่คณะผม” ผมหงุดหงิดใส่เหมือนที่พี่ภัทรกำลังหงุดหงิดใส่ผม “แล้วอีกอย่างผมมาเรียนเองได้ไม่ต้องให้พี่ภัทรต้องลำบากหรอกครับ” “พี่ไปรับเรามาส่งมหาลัยได้...ไม่ได้ลำบาก แล้วที่บอกว่าบอกพี่แล้วว่าไอ้คนชื่อเมฆเป็นใครยังไม่บอกนะ บอกตอนไหนว่าเป็นรุ่นพี่” ภัทรขึ้นเสียงดังใส่เล็กน้อย “แล้วพี่จะมารับผมในฐานะอะไรล่ะครับ ถ้าพี่คิดจะรับผิดชอบผมเพราะเรื่องคืนนั้น ไม่จำเป็นหรอกพี่ ผมรู้ว่าพี่ทำไปเพราะความเมา และคนที่พี่คิดว่ามีอะไรด้วยในคืนนั้นก็คือไอ้โนบิไม่ใช่ผม”  ผมพูดไปด้วยความน้อยใจเมื่อนึกถึงเรื่องคืนนั้นที่ผมกับพี่ภัทรเรามีอะไรกัน แต่คนที่พี่ภัทรคางเรียกชื่อตอนที่เรามีอะไรกันในคืนนั้นคือชื่อของโนบิเพื่อนสนิทของผม ไม่ใช่ผม ทำไมพอมาคิดถึงตรงนี้แล้วผมรู้สึกเจ็บหัวใจจิ๊ด ๆ จนแทบอยากจะร้องไห้ แต่ผมก็ต้องพยายามเก็บอารมณ์โกรธไว้ในอกที่มันเต้นไม่ปกติเวลาคุยกับพี่ภัทร ก่อนจะพูดกับพี่ภัทรต่อ “พี่ภัทรโทรหาผมมีเรื่องอะไรอีกไหมครับ” ผมถามกลับไปเมื่อหลังจากผมพูดประโยคก่อนหน้านี้จบพี่ภัทรก็เอาแต่เงียบ “เราทานอะไรหรือยัง...

ตอนที่ 12 “ภาวะแทรกซ้อนในหัวใจ”

0
“โนบิ...โนบิ”   “ใครเรียกผมครับ” ผมเดินตามหาเสียงเรียกชื่อของผมในท่ามกลางสายหมอกที่หนาจนผมแทบมองทางไม่เห็น “โนบิ...โนบิ” “นายเป็นใคร อยู่ไหนนะ ออกมาสิครับ” ผมพยายามร้องเรียกและเดินตามหาเสียงที่เอาแต่เรียกชื่อของผมโดยที่ผมไม่รู้ว่าเสียงที่ผมได้ยินนี้คือเสียงของใคร แล้วเค้ารู้จักชื่อของผมได้อย่างไร “ฉันอยู่นี่” เสียงปริศนาดังตอบออกมาพร้อมกับที่ผมก็เดินตามหาเสียงที่ยังคงเรียกชื่อของผมไม่หยุดไปพร้อมกันด้วย “ไหนครับ ทำไมผมมองไม่เห็นคุณ” ผมพูดโต้ตอบกับเสียงปริศนาทั้ง ๆที่ยังมองไม่เห็นตัว “ฉันอยู่นี่...อยู่ไหน...เราอยู่นี่ไง อยู่ในตัวของนายไง” แล้วใบหน้าปริศนาก็พุ่งมาจากทิศใดก็ไม่อาจทราบได้ พุ่งเข้ามาตรงหน้าของผมจนผมตกใจ “ย๊ากกกกกกกกก” ผมร้องตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง ตุ๊บ กึก กึก กึก  ก่อนที่ร่างของผมจะกลิ้งตกจากเตียงลงมา พร้อมกับสติของผมค่อยๆกลับเข้าที่เข้าทาง “ฝันไปหรือนี่...ทำไมน่ากลัวจัง” ผมรำพึงกับตัวเองในใจเมื่อพบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่ความฝัน แต่มันช่างเป็นฝันที่เหมือนกับความจริงมากทีเดียว “คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมช่วงนี้ผมถึงฝันเห็นคุณบ่อยจัง” ผมรำพึงกับตัวเองพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ พึมพำกับตัวเองแล้วพูดว่า อย่ามาหลอกมาหลอนผมเลย ผีบ้านผีเรือนที่อยู่ที่ห้องนี้ได้โปรด....อยากได้อะไรเดียวผมทำบุญไปให้ อย่ามาหลอกผมเลย สาธุ สาธุ สาธุ พูดจบ ผมก็เอามือแตะที่บริเวณหน้าอกด้านซ้ายของตัวเองที่ตอนนี้หัวใจของผมมันกำลังเต้นแรงราวกับคนเพิ่งวิ่งสี่คูณร้อยมาอย่างไงอย่างงั้น ใช่แล้วครับนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมฝันถึงชายปริศนาที่ปรากฏตัวในความฝันของผม แต่ทุกครั้งที่ผมฝันประโยคสุดท้ายที่เสียงปริศนานี้จะพูดออกมาคือคำว่า  “ฉันอยู่นี่...อยู่ในตัวของนายไง” ก่อนที่ร่างของเสียงปริศนาจะปรากฏตัวออกมา แต่ผมก็ตกใจตื่นก่อนที่จะได้เห็นใบหน้าของเสียงปริศนานี้ชัดๆเสียที เช้าวันรุ่งขึ้น...

ตอนที่ 11 “ถ้าย้อนเวลาได้…ผมจะทำ”

0
หลังจากผมหลับไปโดยมีน้องแท็ปอยู่ในอ้อมกอดแล้วนั้น แต่เมื่อผมรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งกับไม่พบร่างของน้องที่ควรจะนอนหลับอยู่ข้างๆ และทันทีที่ผมรู้สึกตัวว่าอะไรเป็นอะไรผมก็รีบก้าวลงจากเตียงด้วยร่างที่เปลือยเปล่า ก่อนจะเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวขึ้นมาพันเอวแบบลวกๆ แล้วเดินตามหาเจ้าตัวแสบแท็ปไปทั่วบ้าน ก่อนจะพบว่าตอนนี้ในบ้านไม่มีแม้แต่เงาของแท็ปอยู่ ผมรีบวิ่งขึ้นไปที่ห้องนอนเพื่อรีบอาบน้ำแต่งตัว หวังว่าอย่างน้อยน้องน่าจะไปที่ร้านของผมเหมือนทุกทีเพื่อทานอาหารไม่มื้อเช้าก็มื้อเย็นเหมือนเช่นที่น้องทำแบบนี้ทุกวัน แต่ผมรอแล้วรออีกก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของน้องว่าจะปรากฏตัวที่ร้านอาหารของผม  “ไปไหนของเค้านะไอ้ตัวแสบ” ผมบ่นกับตัวเองอย่างหงุดหงิด จนพนักงานในร้านคนอื่นๆไม่มีใครกล้าเข้าหาผมแม้แต่คนเดียว “ดาวๆพี่ภัทรวันนี้เป็นไรวะ ฉันเห็นพี่แกหงุดหงิดงุ่นง่านมาตั้งแต่บ่ายแล้ว แล้วนี่ไปนั่งเงียบๆ คิดอะไรหลังร้านก็ไม่รู้ น่ากลัวอ่ะไม่เคยเห็นพี่ภัทรเป็นแบบนี้ ต้องมีอะไรแน่เลย ” พนักงานในร้านคนหนึ่งเข้าไปกระซิบถามพนักงานร้านของผมอีกคนที่ชื่อดาว “เราก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนเข้ามาก็ยังดูอารมณ์ดีๆอยู่นะ แต่ตอนนี้ไม่รู้เป็นไร เอาแต่มองไปที่หน้าประตูทางเข้าร้าน แล้วก็เดินไปเดินมาแถมยังทำหน้าตาราวกับจะไปฆ่าใครเสียอย่างนั้นแหละ” พนักงานในร้านที่ชื่อดาวออกความเห็น “พี่ฝุ่นมาโน้นแล้ว เดี๋ยวให้พี่ฝุ่นเข้าไปถามพี่ภัทรดีไหม” “ลองดู ดีเหมือนกันขืนพี่ภัทรยังเป็นแบบนี้อยู่นะ อาหารออกมาไม่อร่อยแน่” พนักงานที่ชื่อดาวสนับสนุนเพื่อน หลังจากตกลงกันได้แล้วดาวก็เป็นตัวแทนเพื่อนพนักงานเข้าไปบอกฝุ่นให้เข้าไปถามภัทรให้หน่อยว่าเป็นอะไร “พี่ฝุ่นค่ะ ดาวขอคุยด้วยหน่อยสิคะ” ดาวเลียบๆเคียงๆเข้าไปหาฝุ่น “มีอะไรให้พี่ช่วยหรือครับน้องดาว” ฝุ่นที่เพิ่งเอาของไปเก็บที่ห้องพนักงานด้านหลัง ก้าวออกมาพร้อมกับใส่ผ้ากันเปื้อนไปด้วยรับคำทันทีที่น้องพนักงานที่ชื่อดาวเข้ามาคุยด้วย “พี่ฝุ่นเข้าไปคุยกับพี่ภัทรให้พวกหนูหน่อยได้ไหมค่ะ พี่ภัทรวันนี้เป็นอะไรไม่รู้ทำหน้ายักษ์ตั้งแต่บ่ายจนลูกค้าไม่กล้าจะเข้าร้านกันแล้วค่ะ ดูซินั่งเหม่ออยู่ตรงนู้น ไม่รู้หงุดหงิดอะไร” ดาวรีบพูดเข้าเรื่องทันที “ได้...เดี๋ยวพี่ไปคุยให้นะ” หลังจากรับปากกับดาวแล้วฝุ่นก็เข้าไปหาภัทรซึ่งนั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ตรงที่นั่งโซนที่ภัทรใช้เป็นที่สำหรับติวหนังสือของตนทันที “มานั่งทำไรอยู่ตรงนี้ครับพี่ภัทร...วันนี้พี่ไม่มีติวหนังสือนี่ครับ”...

ตอนที่ 10 “คนที่ 101 กับคนที่ 1” (NC)

0
“ไม่ใช่ว่าจะมาตะโกนบอกชอบพี่ที่คณะตามคำท้าของไอ้ซันหรือไง” ทันทีที่พี่ฝุ่นพูดประโยคนี้จบผมก็เงยหน้ามองพี่ฝุ่นทันทีอย่างตกใจ แต่พี่ฝุ่นไวกว่าที่ยกมือขึ้นดันศีรษะของผมให้กลับไปซบอกพี่ฝุ่นตามเดิม ผมจึงทำได้เพียงคุยกับพี่ฝุ่นต่อด้วยท่านั้น “พี่ฝุ่นรู้เรื่องนี้ได้ไงครับ แต่ผมไม่ได้คิดจะทำจริง ๆนะครับ ผมไม่กล้าเอาความรู้สึกแบบนี้มาล้อเล่นกับพี่ฝุ่นหรอกครับ...คนบ้าเท่านั้นแหล่ะที่คิดจะทำ” ผมรีบแก้ตัวเป็นพัลวัน “วันก่อนเจอแท็ป. แท็ปเล่าให้พี่ฟังหมดแล้ว” ผมนึกถึงหน้าไอ้เพื่อนรัก เพื่อนชั่ว เพื่อนเลว ออกเลย มันใช่เรื่องมั้ยที่มันจะมาเล่าให้พี่ฝุ่นฟัง อยากจะตบกบาลซัก 2-3 ที  “คนบ้าเท่านั้นแหล่ะพี่ ที่ทำผมคนนึงไม่ได้บ้านะ มีแต่เสียกับเสีย” “ก็ไม่แปลกเลย ช่วงรับน้องเพื่อนๆพี่ก็สั่งให้รุ่นน้องทำอะไรบ้าๆ แบบนี้กันประจำ ถ้าเป็นแบบนั้นคนบ้าก็มีเป็น 100 รวมเราอีกคนกับเป็นคนที่ 101 มั้ง จนคนที่คณะที่ชินกันหมดแล้ว เราไม่ต้องกังวลหรอก พี่เจอคนมาตะโกนบอกรักบ่อย คนมันหล่อมาก อันนี้ก็ทำใจ ทุกคณะเค้าก็จะมีคนหล่อๆ ที่เป็นตัวแทนคณะแบบนี้แหล่ะ พี่ก็คนนึง..” ผมแอบเลือบตามองบน เห็นพี่ฝุ่นยิ้มไปพูดไป แบบอารมณ์ดี “ที่สำคัญพี่ฝุ่นจะเสียหายนะ...

ตอนที่ 9 “คนบ้าเท่านั้นแหล่ะ…ที่ทำ”

0
  คาบบ่าย “โนบิเพื่อนร๊ากกกก” เจ้าแท๊ปร้องเรียกผมทันทีที่เห็นผมกำลังเดินมาที่โต๊ะประจำของพวกเราที่อยู่ที่ด้านหน้าตึกของคณะ “เรียกเสียงสูงแบบนี้จะลอกการบ้านอีกละสิ” โนบิว่าขณะที่กำลังวางกระเป๋าแล้วเข้าไปนั่งที่ม้านั่ง “อันนี้ก็ใช่” ไอ้เพื่อนเด็กทุนรื้อกระเป๋าคว้าสมุดการบ้านเล่มสีฟ้าของผมไปทันทีก่อนจะพูดต่อ  “แต่อีกเรื่องที่สำคัญมากกว่านั้นคือเรื่องตามหาพี่รหัสโนบิหาเจอหรือยังมาช่วยเราหาหน่อยสิ” “เสียใจ...ก็ยังหาไม่เจอเหมือนกัน” โนบิตอบเล่นเอาไอ้แท็ปทำหน้าหงอยลงไปในทันที ก่อนจะหันไปหาเหยื่อรายใหม่ที่เพิ่งเข้ามานั่งอย่างยูโร   “ยูโรแกหาเจอแล้วงั้นแกมาช่วยฉันหาพี่รหัสหน่อยนานะ ชั้นไม่อยากขึ้นเชียร์ตอนปี2 กับน้องปี1 ชั้นอายน้องมัน” พูดพร้อมกับเข้าไปเขย่าแขนยูโรพร้อมกับออดอ้อน ซึ่งผมคิดไปไกลถึงบทลงโทษที่ไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ “ไหนมาดูสิ แกสองคนได้คำใบ้อะไรกัน บอกแม่มาลูกๆ ” เสียงคำรามเหมือนอยู่ศาลทรงเจ้า เจ้าแม่ยูโรช่างเป็นที่พึ่งของพวกเราได้จริง ๆ “สุดยอดเลยจ่ะแม่จ๋า” พอยูโรยอมช่วยเข้าหน่อยเรียกแม่เลยนะเจ้าแท็ป โนบิคิดอยู่คนเดียวในใจก่อนจะค้นหาคำใบ้ในกระเป๋าของตัวเอง “ของเราได้คำใบ้ว่า น้องของหล่อฟ้าประทาน” ผมบอกคำใบ้ของพี่รหัสตัวเองให้กับยูโร “ส่วนของฉันได้คำใบ้ว่า ได้คืบจะเอาศอกครับแม่” แท็ปบอกคำใบ้ของพี่รหัสตัวเองให้กับแม่ยูโร “โฮ...คำใบ้พี่รหัสของพวกนายแต่ละคน ฉันล่ะไม่แปลกใจเลยว่าทำไมจนถึงตอนนี้พวกนายถึงยังหากันไม่เจอ ยากขนาดนี้ใครจะไปหาได้ล่ะ พวกนายสองคนเตรียมตัวกอดคอกันโดนทำโทษกันไปเถอะฉันจนปัญญาจะช่วยพวกนายสองคนจริง ๆ” ยูโรว่าพร้อมกับทำท่ารู้สึกผิดไปพร้อมกันด้วย ขนาดยูโรยังช่วยไม่ได้เห็นทีผมกับแท็ปคงต้องกอดคอกันโดนรุ่นพี่ทำโทษจริง ๆ เสียแล้วล่ะครับ คิดแล้วก็เครียด ดีนะที่เรื่องการแสดงในวันงานประกวดดาวเดือนไม่มีปัญหาผมสามารถใช้เปียโนขึ้นแสดงได้...

ตอนที่ 8 “องครัก..นะครับผม”

0
ปรื้น...ปรื้น เครื่องยนต์ของรถมอเตอร์ไซค์ค่อยๆดังใกล้เข้ามา และทันทีที่ผมหันไปมองก็เป็นเวลาเดียวกับที่เจ้าของรถถอดหมวกกันน็อคออกพอดี และมันทำให้ผมถึงกับต้องเรียกชื่อของเจ้าของบิ๊กไบค์ที่อยู่ข้างหน้าทันที “พี่ฮอน” ผมเรียกชื่อพี่ฮอนตอนที่พี่ฮอนกำลังถอดหมวกกันน็อคพอดี “ไงครับคุณหนู” พร้อมทำท่าเท่ห์ใส่คุณหนูโนบิไปอีก “พี่ฮอนรถใครอะ...เท่ห์ระเบิดเลย” ผมถามพร้อมกับเข้าไปลูบคลำรถของพี่ฮอน “รถพี่เองครับ เห็นคุณหนูโนบิบอกไม่อยากให้ผมมารับมาส่งเพราะไม่อยากให้ใครมองว่าเป็นพวกคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แต่เป็นเจ้านี่แบบนี้คุณหนูก็คงจะไม่มีใครว่าแล้วใช่ไหมล่ะครับ” พี่ฮอนพูดพร้อมกับบิดคันเร่งเบาๆ  “ผมอยากลองขับเจ้านี่บ้างพี่ฮอนสอนผมขับหน่อยสิ” ผมพูดพร้อมเข้าไปเกาะแขนพี่ฮอนอย่างอ่อนๆ “ไม่ได้ครับ ตอนนี้ซ้อนท้ายพี่ก็พอส่วนหน้าที่ขับให้เป็นหน้าที่ของพี่เอง” พี่ฮอนพูดพร้อมกับยกมือขึ้นจับบนหัวของผมโยกเบาๆอย่างเอ็นดู เมื่อได้ยินดังนั้นผมทำได้เพียงยู่หน้าใส่พี่ฮอน “ถ้าอย่างนั้นวันนี้พี่ฮอนต้องพาผมซ้อนเจ้านี่ไปเที่ยวก่อนค่อยพาผมกลับหอ ผมจะได้นั่งเจ้านี่นาน ๆ หน่อย” ผมพูดพร้อมกับลูบคลำรถของพี่ฮอนอย่างหลงใหล “มันชื่อว่าสทอร์มครับ” พี่ฮอนบอกชื่อรถของตนเองให้ผมรู้ “ไปกันพี่ฮอนผมอยากซ้อนเจ้าสทอร์มแล้ว” ผมเร่ง “งั้นคุณหนูใส่หมวกก่อนครับ” ว่าแล้วพี่ฮอนก็นำหมวกกันน็อคมาสวมให้ผมพร้อมทั้งรัดสายรัดใต้คางให้อย่างเรียบร้อย โดยมีผมยืนนิ่งๆให้พี่ฮอนใส่หมวกกันน็อคให้ และภาพที่อยู่ต่อหน้าฮอนคือเจ้าชายที่ฮอนทะนุถนอม “บอกพี่มาได้เลยครับว่าอยากจะไปเที่ยวไหนเดี๋ยวองครักษ์จะพาเจ้าชายโนบิไปทุกที่ ที่อยากจะไปเลยครับ” พี่ฮอนพูดพร้อมทำท่าราวกับตนเองคือองครักษ์ จนโนบิต้องหัวเราะอย่างมีความสุขออกมา “งั้นเราก็ไปกันเลยยยย” โนบิว่าพร้อมกับปีนขึ้นไปนั่งประจำที่ซ้อนท้ายพี่ฮอน พี่ฮอนหันมามองความเรียบร้อยของผมอีกครั้งเมื่อเห็นว่าตอนนี้ผมนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว พี่ฮอนก็ปิดกระจกของหมวกกันน็อคลง ก่อนจะเริ่มขี่เจ้าสทอร์มออกไปจากบริเวณของหอประชุมทันที “ยะฮู่...” ผมยกมือขึ้นรับลมเย็นที่พัดมาปะทะใบหน้า โชคดีที่ตอนนี้ค่อนข้างดึกมากแล้ว รถจึงไม่เยอะมาก “คุณหนูนั่งดีๆครับ” พี่ฮอนหันมาบอกผมก่อนจะกลับไปขี่รถต่อ โนบิจึงต้องดึงมือของตัวเองที่ชูขึ้นสูงลงมาจับเอวของพี่ฮอนตามเดิม พี่ฮอนปล่อยมือข้างหนึ่งมาดึงมือของผมไว้เพื่อให้กอดเอวของตัวเองแน่นขึ้น และผมก็ทำตาม “เกาะแน่นๆครับคุณหนู”...

ตอนที่ 7 “คุณหนูโนบิของทุกคน”

0
  Rrrr….Rrrrrr “พี่ฮอนครับวันนี้ผมซ้อมประกวดดาวเดือนวันแรก อาจจะต้องกลับบ้านดึกวันนี้พี่ฮอนมารับผมกลับไปส่งที่หอหน่อยนะครับ” “ได้สิครับคุณหนู” รอยยิ้มของฮอนดีใจ และพร้อมเสมอกับคำขอต้นสาย แบบไม่ปฏิเสธ อาจเป็นพอรอคอยที่จะได้ยินคำแบบนี้ ตามประสาของนายน้อยกับคนขับรถ  “ขอบคุณนะครับคุณหนูโนบิที่รักษาสัญญา”  พี่ฮอนบอกกลับมาตามสายอีกครั้งขณะที่ผมกำลังคิดอะไรเพลินๆจนผมต้องรีบตอบรับคำของพี่ฮอนไปเบาๆ “ครับ...พี่ฮอน” เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรกที่ผมต้องอยู่ซ้อมประกวดดาวเดือนซึ่งอาจจะต้องกลับบ้านดึก ดังนั้นผมจึงต้องทำตามที่ให้สัญญากับพี่ฮอนไว้ว่าถ้าวันไหนผมต้องกลับบ้านดึก ผมต้องโทรให้พี่ฮอนมารับ หลังจากผมโทรบอกพี่ฮอนแล้ว ผมก็รีบเก็บข้าวของเพื่อเตรียมตัวไปซ้อมประกวดดาวเดือนทันที ส่วนยูโรกับไอ้แท็ปมันสองคนต้องไปเข้าประชุมเชียร์ของคณะ ทำให้ผมต้องเดินไปที่หอประชุมสำหรับใช้ฝึกซ้อมการประกวดดาวเดือนเพียงลำพัง แต่โชคดีที่หอประชุมไม่ได้อยู่ไกลจากคณะของผมเท่าไร ผมจึงตัดสินใจที่จะเดินไปแทนที่จะรอรถรางบริการภายในมหาวิทยาลัย ที่มีนักศึกษาใช้บริการเพียบ ผมหยิบหูฟังขึ้นมาสวมขณะที่กำลังเดินไปที่หอประชุมสำหรับฝึกซ้อมประกวดดาวเดือนของมหาวิทยาลัย เพลงที่ผมชอบฟังมักจะเป็นเพลงคลาสสิคเบาๆบีทไม่หนักมาก เพราะมันทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย อาจจะเป็นเพราะอาการโรคหัวใจของผมก่อนหน้านี้ที่ทำให้ผมต้องฟังเพลงที่ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ตื่นเต้นง่าย เพราะการฟังเพลงที่บีทหนักๆอาจมีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจของผมได้ ทำให้ทุกวันนี้ผมชอบฟังเพลงเบาๆสบายๆมากกว่าจะฟังเพลงร๊อคหนักๆนั้นเอง ปรี๊นนน....เสียงแตรรถดัง 1 ที  ดังขนาดว่าทุกคนตรงนั้นจะต้องหันมามอง และผมคนนึงที่ต้องหันไปมองขนาดใส่หูฟังอยู่ ระหว่างที่ผมกำลังดื่มด่ำกับเพลงขณะที่เดินไปที่หอประชุมอยู่นั้นเสียงแตรรถก็ดังขึ้นทางด้านหลังของผมก่อนที่รถคันดังกล่าวจะขับมาจอดเทียบข้างๆกับที่ผมยืนอยู่  “ขึ้นมา...อย่าต้องให้พูดซ้ำ” ประโยคคำสั่งที่ดังขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคย เป็นพี่ซันนั้นเองที่ขับรถเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทข้างๆผม แล้วบอกให้ผมรีบขึ้นมาบนรถเดี๋ยวนี้ อย่าชักช้าตามสไตล์รุ่นพี่บ้าพลัง มองหน้าซัน ด้วยความเกรงใจ และกลัวมีปัญหาถ้าไม่ขึ้นรถ “ครับๆ” เมื่อได้ยินดังนั้นผมก็รีบเดินอ้อมไปทางฝั่งข้างคนขับทันที...

ตอนที่ 6 “สืบกันไป สืบกันมา”

0
  “พี่สนใจน้องโนบิวะ แกช่วยพี่จีบน้องเขาหน่อยได้ไหมวะ”  “ครับผมจะช่วย” เพราะประโยคนี้ของผมที่รับปากพี่ภัทรไปเมื่อวันก่อนทำให้ตอนนี้ผมต้องมายืนโง่ๆอยู่ที่หน้าคณะของโนบิ โดยมีสายตาของคนในคณะนิเทศฯมองมาที่ผมกันเป็นจุดเดียว ผมว่ามองแบบไม่ปกติด้วย หรือทุกคนจะรู้ว่าผมกำลังจะมาจีบโนบิให้พี่ภัทร ฮืม..สมองผมคิดหลอนมากไปแล้วเนี่ยะ  แต่ทำไมมองกันแปลกๆวะ  “แล้วจะไปหาน้องมันที่ไหนวะ” ผมบ่นกับตัวเองเมื่อผมดันไม่รู้ว่าหลังเลิกเรียนพวกน้องๆจะพากันไปรวมตัวที่โต๊ะไหน เรียนห้องไหน อย่างวันก่อนเป็นเพราะน้องนัดสถานที่กับผมไว้ผมเลยไปหาโนบิได้ถูก หรือคงแถวที่เดิมที่ไอ้ตัวยุ่งมันเป็นลมนะ ระหว่างที่ผมกำลังงง (งอ งู ล้านตัว ) กับตัวเองอยู่เพราะไม่รู้ว่าจะไปทิศทางไหนดี ก็เป็นโชคดีของผมที่ดันหันไปเห็นน้องยูโรเข้าพอดี “หวัดดีครับ...น้องยูโร” ผมตะโกนเรียกน้องยูโรที่กำลังเดินเตรียมจะเข้าตึกคณะทันทีที่ผมหันไปเจอ เด็กผู้หญิงน่ารักๆ แต่แอบเปรี้ยว ปรี่วิ่งเข้ามาหาผมอย่างตั้งอกตั้งใจ   “กรี๊ดดดด...พี่ฝุ่นจริงๆด้วย มาหาโนบิหรือค่ะ มาค่ะเดี๋ยวยูโรจะพาไป น่ารักอ่ะ..มาหาเพื่อนยูโรด้วย เพื่อนชั้นนี่แน่นอนจริงๆ”  น้องทำท่ากรี๊ดราวกับดีใจเสียมากมายที่ได้เจอกับผม พร้อมกับรีบเข้ามากึ่งลากกึ่งจูงผมให้เดินตามน้องไปหาโนบิทั้งๆที่ผมยังไม่ทันบอกน้องสักคำว่าผมมาหาใคร มาทำอะไร แต่ก็ดีครับ ผมจะได้ไม่ต้องมายืนเป็นเป้าให้คนที่คณะน้องมองอย่างกับสงสัย และอมยิ้มแบบมีเลศนัย  “พี่ฝุ่นมาหาโนบิมีอะไรหรือเปล่าคะ หรือว่าเกี่ยวกับเรื่องในเพจนั่น” น้องยูโรถามผมเกี่ยวกับเพจอะไรสักอย่างจนผมต้องถามกลับไปเพราะผมแทบไม่มีเวลาเล่นโซเชียลอะไรเท่าไรเพราะแค่เรียนกับทำงานผมก็ไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้วล่ะครับ “เพจอะไรหรือครับน้องยูโร” “ก็เพจเผือกร้อนออนไลน์ไงคะที่ลงข่าววันที่พี่ฝุ่นให้โนบิเพื่อนของยูโรซ้อนจักรยานกลับหอวันก่อนนี้ไงคะ รู้ไหมว่าข่าวกระแสคู่จิ้นของพี่กับโนบิดังในหมู่สาววายกันมาก ทะลุไปมหาลัยอื่นเรียบร้อยแล้วค่ะ จนตอนนี้เริ่มจะตั้งเป็นกลุ่มแฟนคลับคู่จิ้นโนบิ-ฝุ่น...

ตอนที่ 4 “เรื่องดีๆ ทั้งนั้น”

0
  ก๊อก...ก๊อก  ก๊อก...ก๊อก                                                      “มึงไม่ได้เอากุญแจไปหรือวะไอ้แท็ป”  ผมที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ นุ่งผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียวไว้ที่เอวเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูผมที่เข้าใจว่าเป็นไอ้แท็ปจึงรีบเดินไปเปิดประตูทันที ในใจก็คิดว่าอุตส่าห์บอกให้มันเอากุญแจห้องผมไปด้วยแล้วแท้ๆ สงสัยมันจะลืม แต่ทันทีที่ผมเปิดประตูออกไปผมแทบจะงับประตูปิดแทบไม่ทัน เชี่ย!! “มาได้ไงวะเนี่ย” ปั้ง...ปัง...