ตอนที่ 22 “ผู้ชาย…ก็ร้องไห้เป็น”

0
ทางด้านของยูโรทันทีที่ตนเดินทางมาถึงที่โรงพยาบาลพร้อมกับภัทรและแท็ปตนก็เดินรั้งท้ายมาทางด้านหลัง ระหว่างที่เดินตามยูโรก็เหลือบไปเห็นซันกำลังเดินไปกับฮอนคนที่ตนจำได้ว่าเป็นคนขับรถของโนบิเพื่อนสนิท ด้วยความอยากรู้แกมสงสัยทำให้ยูโรแอบตามทั้งคู่ไปโดยบอกกับแท็ปและภัทรว่าตนจะไปเข้าห้องน้ำก่อน ยูโรเดินตามไปห่าง ๆ ไม่ให้ทั้งสองรู้ตัวจนเดินไปถึงเป้าหมายนั่นก็คือกำลังเดินไปหาใครสักคนหนึ่งที่ยืนหันหลังอยู่และทันทีที่ฮอนกับซันเดินไปถึง ชายคนนั้นก็หันมา และเมื่อชายคนนั้นหันมายูโรก็พบว่าคนผู้นั้นก็คือพ่อของโนบินั่นเอง เพียะ!! ( เสียงฝ่ามือปะทะไปที่ใบหน้าของซันแบบไม่ยั้งมือ ) ทันทีที่พ่อของโนบิหันมาเผชิญหน้ากับซันเขาก็ยกฝ่ามือขึ้นฟาดไปที่ปากครึ่งจมูกครึ่งของซันอย่างแรงจนหน้าของซันต้องหันไปตามทิศทางของฝ่ามือ “เจ้าซันพ่อไม่นึกเลยว่าแกจะเลวถึงขนาดทำร้ายน้องได้ขนาดนี้” หลังจากตบซันแล้วท่านก็พูดกับซันออกมาด้วยน้ำเสียงผิดหวัง “พ่อ” ซันเรียกพ่อออกมาอย่างหมดแรงแต่เขาก็ปากแข็งเกินกว่าจะอธิบายว่าตนไม่ได้ตั้งใจจะผลักน้องเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงอุบัติเหตุ “พ่อคิดว่าผมเลวขนาดนั้นจริง ๆ หรือ” ซันย้อนถาม “ฉันผิดหวังในตัวแกมากเจ้าซัน ฉันรู้ว่าแกเกลียดโนบิ แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขนาดทำร้ายน้องหนักขนาดนี้เลย” เพียงเท่านี้ซันก็รู้แล้วว่าพ่อคิดว่าตนตั้งใจทำร้ายโนบิจนเกือบถึงแก่ชีวิตจริง ๆ  “ถ้าแม่แกยังอยู่เขาก็คงเสียใจเช่นกัน” ท่านพูดต่อ “แม่มาเกี่ยวอะไรด้วย แม่ตายไปแล้วตายโดยที่พ่อไม่มีโอกาสมาดูใจท่านเป็นครั้งสุดท้ายด้วยซ้ำ แม่ตายไปเพราะพ่อ พ่อไม่มีสิทธิ์มาพูดถึงแม่ของผม” ซันตอบกลับด้วยน้ำตานองหน้าเมื่อนึกถึงวันที่แม่ของเขาเสียชีวิต “เจ้าซัน” ท่านเรียกชื่อของซันด้วยน้ำเสียงผิดหวังปนเสียใจก่อนที่ร่างของท่านจะเซถอยหลังราวหมดเรี่ยวแรง “คุณท่าน” ฮอนที่อยู่ใกล้ที่สุดรีบเข้ามาประคองผู้เป็นนายทันทีก่อนที่ซันจะเข้าถึงตัว ซันมองภาพที่ผู้เป็นพ่อเซโดยมีฮอนช่วยประคองโดยที่ตนไม่สามารถเข้าไปช่วยได้ด้วยกำแพงความห่างเหินที่ตนกับผู้เป็นพ่อมีให้ต่อกันจนซันไม่กล้าที่จะเข้าไปช่วยประคองแม้ในใจลึก ๆ ของตนจะเป็นห่วงผู้เป็นพ่อของตนมากแค่ไหน แต่ทิฐิในใจก็ทำให้ซันทำได้เพียงยืนนิ่งอยู่กับที่ “คุณท่านรีบเข้าไปเยี่ยมคุณโนบิกันก่อนเถอะครับ” ฮอนพยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อไม่ให้นายท่านของตนเครียดมากไปกว่านี้  “ฉันขอเตือนแกเลยนะว่าให้เลิกคิดที่จะทำร้ายน้องได้แล้ว ถ้าแกไม่อยากต้องมานั่งเสียใจภายหลัง” ก่อนไปพ่อของซันและโนบิก็ไม่วายย้ำด้วยน้ำเสียงที่หวังว่าซันจะหยุดทำร้ายโนบิ ตลอดเวลาที่ทั้งสามพูดคุยกันอยู่นั้นอยู่ในสายตาของยูโรตลอด และทำให้ยูโรได้รู้ความจริงว่าซันกับโนบิเป็นพี่น้องกัน มีพ่อคนเดียวกัน “ไหนโนบิบอกว่าเป็นลูกคนเดียวไงวะ” ยูโรรำพึงกับตัวเองด้วยความสงสัยในสิ่งที่ตนได้รู้ หลังจากที่ฮอนและพ่อของโนบิจากไปแล้ว ซันที่เคยยืนอย่างมั่นคงก่อนหน้านี้ก็ค่อย ๆ ทรุดร่างลงนั่งคุกเข่ากับพื้นอย่างหมดแรง พร้อมกับน้ำตาที่ค่อย ๆ...

ตอนที่ 7 “คุณหนูโนบิของทุกคน”

0
  Rrrr….Rrrrrr “พี่ฮอนครับวันนี้ผมซ้อมประกวดดาวเดือนวันแรก อาจจะต้องกลับบ้านดึกวันนี้พี่ฮอนมารับผมกลับไปส่งที่หอหน่อยนะครับ” “ได้สิครับคุณหนู” รอยยิ้มของฮอนดีใจ และพร้อมเสมอกับคำขอต้นสาย แบบไม่ปฏิเสธ อาจเป็นพอรอคอยที่จะได้ยินคำแบบนี้ ตามประสาของนายน้อยกับคนขับรถ  “ขอบคุณนะครับคุณหนูโนบิที่รักษาสัญญา”  พี่ฮอนบอกกลับมาตามสายอีกครั้งขณะที่ผมกำลังคิดอะไรเพลินๆจนผมต้องรีบตอบรับคำของพี่ฮอนไปเบาๆ “ครับ...พี่ฮอน” เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรกที่ผมต้องอยู่ซ้อมประกวดดาวเดือนซึ่งอาจจะต้องกลับบ้านดึก ดังนั้นผมจึงต้องทำตามที่ให้สัญญากับพี่ฮอนไว้ว่าถ้าวันไหนผมต้องกลับบ้านดึก ผมต้องโทรให้พี่ฮอนมารับ หลังจากผมโทรบอกพี่ฮอนแล้ว ผมก็รีบเก็บข้าวของเพื่อเตรียมตัวไปซ้อมประกวดดาวเดือนทันที ส่วนยูโรกับไอ้แท็ปมันสองคนต้องไปเข้าประชุมเชียร์ของคณะ ทำให้ผมต้องเดินไปที่หอประชุมสำหรับใช้ฝึกซ้อมการประกวดดาวเดือนเพียงลำพัง แต่โชคดีที่หอประชุมไม่ได้อยู่ไกลจากคณะของผมเท่าไร ผมจึงตัดสินใจที่จะเดินไปแทนที่จะรอรถรางบริการภายในมหาวิทยาลัย ที่มีนักศึกษาใช้บริการเพียบ ผมหยิบหูฟังขึ้นมาสวมขณะที่กำลังเดินไปที่หอประชุมสำหรับฝึกซ้อมประกวดดาวเดือนของมหาวิทยาลัย เพลงที่ผมชอบฟังมักจะเป็นเพลงคลาสสิคเบาๆบีทไม่หนักมาก เพราะมันทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย อาจจะเป็นเพราะอาการโรคหัวใจของผมก่อนหน้านี้ที่ทำให้ผมต้องฟังเพลงที่ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ตื่นเต้นง่าย เพราะการฟังเพลงที่บีทหนักๆอาจมีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจของผมได้ ทำให้ทุกวันนี้ผมชอบฟังเพลงเบาๆสบายๆมากกว่าจะฟังเพลงร๊อคหนักๆนั้นเอง ปรี๊นนน....เสียงแตรรถดัง 1 ที  ดังขนาดว่าทุกคนตรงนั้นจะต้องหันมามอง และผมคนนึงที่ต้องหันไปมองขนาดใส่หูฟังอยู่ ระหว่างที่ผมกำลังดื่มด่ำกับเพลงขณะที่เดินไปที่หอประชุมอยู่นั้นเสียงแตรรถก็ดังขึ้นทางด้านหลังของผมก่อนที่รถคันดังกล่าวจะขับมาจอดเทียบข้างๆกับที่ผมยืนอยู่  “ขึ้นมา...อย่าต้องให้พูดซ้ำ” ประโยคคำสั่งที่ดังขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคย เป็นพี่ซันนั้นเองที่ขับรถเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทข้างๆผม แล้วบอกให้ผมรีบขึ้นมาบนรถเดี๋ยวนี้ อย่าชักช้าตามสไตล์รุ่นพี่บ้าพลัง มองหน้าซัน ด้วยความเกรงใจ และกลัวมีปัญหาถ้าไม่ขึ้นรถ “ครับๆ” เมื่อได้ยินดังนั้นผมก็รีบเดินอ้อมไปทางฝั่งข้างคนขับทันที...

ตอนที่ 19 “ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว…”

0
เหตุการณ์ตอนเย็นก่อนงานปาร์ตี้จะเริ่ม  “นายจะให้ฉันร่วมมือกับนายยังไง” ก็อปปี้ถามเมื่อเธอตัดสินใจแล้วว่าจะร่วมมือกับซันเพื่อแย่งฝุ่นมาเป็นของตนตามคำยุยงของซัน “เธอไม่ต้องทำอะไรหรอก แค่ส่งโทรศัพท์ของเธอมาให้ฉันก็พอที่เหลือฉันจัดการเอง” ซันบอก “นายคิดจะทำอะไร แล้วทำไมต้องเอาโทรศัพท์ของฉันด้วย ของนายก็มี” ก็อปปี้ยังคงไม่ยอมเชื่อใจและไว้ใจซันง่ายๆ “ก็ตามใจถึงเธอไม่ช่วยฉันก็สามารถจัดการเรื่องนี้คนเดียวได้อยู่แล้ว แต่เธอเตรียมตัวเสียไอ้ฝุ่นไปได้เลย” ซันขู่จบ ก็ทำเป็นไม่สนใจ และเตรียมที่จะเดินจากไป แต่กลับถูกก็อปปี้ดึงข้อมือของซันรั้งเอาไว้ “เดี๋ยวสิ.” ก็อปปี้เรียกซันไว้พร้อมกับส่งโทรศัพท์ของตัวเองให้ “ อ่ะ...” “...” ซันยิ้มพร้อมกับรับโทรศัพท์จากมือของก๊อปปี้ “บอกรหัสเข้าเครื่องเธอมาด้วยสิ”  “วุ่นวายจริงนายเนี่ย” ก็อปปี้บ่นแต่ก็ยอมบอกรหัสให้กับซัน “ YPPOC Love F2020”  “เป็นเอามากนะเธอเนี่ยะ ขนาดรหัสยังเป็นชื่อไอ้ฝุ่น” ซันเห็นรหัสแล้วพูดออกมา แบบคนที่ฉลาดสามารถแปลรหัสที่ก็อปปี้บอกได้คือ Coppy Love Foon 2020 “เรื่องของฉันน่า”  ก็อปปี้เตรียมที่จะเดินกลับไปสมทบกับคนอื่น ๆ เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย เมื่อซันเห็นรหัส และแปลได้ก็ไม่ยากที่ซันจะจำรหัสของก็อปปี้ได้ขึ้นใจ “ฉันไปได้หรือยัง เสร็จเรื่องแล้วก็อย่าลืมเอาโทรศัพท์มาคืนฉันด้วยล่ะ” พูดจบก็อปปี้ก็เดินไปรวมพลกับคนอื่นๆทันที โดยไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มมีเลศนัย จ๊วบ...จ๊วบ...อะ...อืม ...

ตอนที่ 18 “ไปโดนตัวไหนมาครับ…คุณหนู”

0
“เอาเด็ก ๆไปเก็บกระเป๋ากันให้เรียบร้อยแล้วลงมาเจอกันที่ชายหาด เดี๋ยวทีมงานจะถ่ายคลิปโปรโมทที่นั่นเลยนะคะ” ทีมงานแจ้งให้น้อง ๆดาวเดือนนำกระเป๋าไปเก็บและมารวมตัวกันที่ชายหาด “โนบิแกนอนกับใครอะ เรานอนกับพี่ว่าน” คิมเดือนคณะเกษตรถามผมขึ้นในตอนหนึ่งที่รุ่นพี่กำลังแจกกุญแจห้องเพื่อนำกระเป๋าเสื้อผ้าไปเก็บ (พี่ว่านเป็นรุ่นพี่จับฉลากแล้วได้มาเป็น บัดดี้ดูแลน้อง)    “ไม่รู้เหมือนกันอะ” ผมตอบพร้อมกับชูกุญแจห้องให้คิมดู งานนี้ดวงล้วน ๆ ที่จะได้ใครมาเป็นพี่บัดดี้ (ใจผมขอว่าอย่าเป็นพี่บัดดี้ที่ผมไม่อยากได้เลย สาธุ)  “เอองั้นไว้เจอกันที่ชายหาดแล้วกัน” คิมพูดจบก็หยิบกระเป๋าไปห้องพักพร้อมกับว่านรุ่นพี่เดือนคณะแพทย์ปีที่แล้วทันที ผมรับกุญแจ และดูหมายเลขห้องก่อนจะหยิบกระเป๋าที่พี่ฮอนเตรียมไว้ให้ขึ้นแล้วเดินไปที่ห้องพักเช่นกัน เมื่อมาถึงที่ห้องพักผมก็วางกระเป๋าไว้ในตู้เสื้อผ้า ก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวเพื่อไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมลงไปถ่ายคลิปโปรโมทที่ชายหาดตามเวลานัด ผมอาบน้ำไปก็ฮัมเพลงไปอย่างอารมณ์ดี หลังจากอาบน้ำเสร็จผมก็นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมาจากห้องน้ำเพราะรออยู่สักพักก็ยังไม่เห็นเพื่อนร่วมห้องเข้ามาเสียทีผมก็เลยคิดว่าผมคงได้นอนคนเดียว แต่สิ่งที่ผมเห็นเมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกมาผมก็ต้องหลุดคำหยาบออกมาด้วยความตกใจ “เชี้ย!!!”   “เชี้ยเต็มหน้าพี่เลยนะเรา” พี่ฝุ่นคนที่ โนบิภาวนาว่าอย่าได้นอนห้องเดียวกันเลย อยู่ตรงเตียงนอน “พี่นอนห้องนี้เหรอพี่ฝุ่น” เป็นพี่ฝุ่นจริง ๆ หรือวะที่เป็นรูมเมทของผม “ทำไมเราจะไม่ให้พี่นอนด้วยหรือไง ห้องเราซื้อไว้หรอ” พี่ฝุ่นย้อนกลับมา ตกลงใครงอนใครกันแน่วะ...

ตอนที่ 9 “คนบ้าเท่านั้นแหล่ะ…ที่ทำ”

0
  คาบบ่าย “โนบิเพื่อนร๊ากกกก” เจ้าแท๊ปร้องเรียกผมทันทีที่เห็นผมกำลังเดินมาที่โต๊ะประจำของพวกเราที่อยู่ที่ด้านหน้าตึกของคณะ “เรียกเสียงสูงแบบนี้จะลอกการบ้านอีกละสิ” โนบิว่าขณะที่กำลังวางกระเป๋าแล้วเข้าไปนั่งที่ม้านั่ง “อันนี้ก็ใช่” ไอ้เพื่อนเด็กทุนรื้อกระเป๋าคว้าสมุดการบ้านเล่มสีฟ้าของผมไปทันทีก่อนจะพูดต่อ  “แต่อีกเรื่องที่สำคัญมากกว่านั้นคือเรื่องตามหาพี่รหัสโนบิหาเจอหรือยังมาช่วยเราหาหน่อยสิ” “เสียใจ...ก็ยังหาไม่เจอเหมือนกัน” โนบิตอบเล่นเอาไอ้แท็ปทำหน้าหงอยลงไปในทันที ก่อนจะหันไปหาเหยื่อรายใหม่ที่เพิ่งเข้ามานั่งอย่างยูโร   “ยูโรแกหาเจอแล้วงั้นแกมาช่วยฉันหาพี่รหัสหน่อยนานะ ชั้นไม่อยากขึ้นเชียร์ตอนปี2 กับน้องปี1 ชั้นอายน้องมัน” พูดพร้อมกับเข้าไปเขย่าแขนยูโรพร้อมกับออดอ้อน ซึ่งผมคิดไปไกลถึงบทลงโทษที่ไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ “ไหนมาดูสิ แกสองคนได้คำใบ้อะไรกัน บอกแม่มาลูกๆ ” เสียงคำรามเหมือนอยู่ศาลทรงเจ้า เจ้าแม่ยูโรช่างเป็นที่พึ่งของพวกเราได้จริง ๆ “สุดยอดเลยจ่ะแม่จ๋า” พอยูโรยอมช่วยเข้าหน่อยเรียกแม่เลยนะเจ้าแท็ป โนบิคิดอยู่คนเดียวในใจก่อนจะค้นหาคำใบ้ในกระเป๋าของตัวเอง “ของเราได้คำใบ้ว่า น้องของหล่อฟ้าประทาน” ผมบอกคำใบ้ของพี่รหัสตัวเองให้กับยูโร “ส่วนของฉันได้คำใบ้ว่า ได้คืบจะเอาศอกครับแม่” แท็ปบอกคำใบ้ของพี่รหัสตัวเองให้กับแม่ยูโร “โฮ...คำใบ้พี่รหัสของพวกนายแต่ละคน ฉันล่ะไม่แปลกใจเลยว่าทำไมจนถึงตอนนี้พวกนายถึงยังหากันไม่เจอ ยากขนาดนี้ใครจะไปหาได้ล่ะ พวกนายสองคนเตรียมตัวกอดคอกันโดนทำโทษกันไปเถอะฉันจนปัญญาจะช่วยพวกนายสองคนจริง ๆ” ยูโรว่าพร้อมกับทำท่ารู้สึกผิดไปพร้อมกันด้วย ขนาดยูโรยังช่วยไม่ได้เห็นทีผมกับแท็ปคงต้องกอดคอกันโดนรุ่นพี่ทำโทษจริง ๆ เสียแล้วล่ะครับ คิดแล้วก็เครียด ดีนะที่เรื่องการแสดงในวันงานประกวดดาวเดือนไม่มีปัญหาผมสามารถใช้เปียโนขึ้นแสดงได้...

ตอนที่ 21 “ทุกคนควรรู้จักหัวใจตัวเอง..”

0
  หลังจากผู้ป่วยถูกพาเข้าไปทำการรักษาที่ห้องไอซียูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หมอและพยาบาลต่างก็พากันเข้าไปเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยรายนี้กันอย่างแข็งขัน เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมงภายใต้ความร้อนใจของญาติผู้ป่วยที่นั่งรอด้วยความกระวนกระวาย และเป็นห่วงความปลอดภัยของผู้ป่วย เวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมงกว่าหมอเจ้าของไข้จะเปิดประตูห้องฉุกเฉินออกมาพร้อมกับรายงานการรักษาของผู้ป่วย “หมอครับแม่ผมเป็นอย่างไรบ้างครับ” ญาติของผู้ป่วยรีบเข้าไปถามอาการของคนไข้ทันทีที่เห็นหมอเจ้าของไข้ก้าวออกมาจากห้องพักฉุกเฉิน “หมอขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ คนไข้มีภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน หมอพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของผู้ป่วยเอาไว้ได้” ทันทีที่หมอบอกข่าวร้ายเสร็จหมอเจ้าของไข้ก็กลับเข้าไปในห้องฉุกเฉินอีกครั้ง หลังจากทราบข่าวของการจากไปอย่างไม่มีวันกลับเขาก็ค่อยๆทรุดร่างลงกับพื้นอย่างหมดแรง  ไม่มีอีกแล้วรอยยิ้มในทุก ๆ เช้า ที่คอยส่งให้ลูกชายสุดที่รักออกไปผจญกับโลกภายนอก ไม่มีอีกแล้วสายตาคู่ที่อบอุ่นของผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกที่เฝ้ามองการกลับมาของลูก ไม่มีอีกแล้วคำพูดหวานๆที่เต็มไปด้วยความนุ่มนวล และความมั่นใจในเวลาที่ต้องต่อสู้กับทุก ๆ เรื่อง “ลูกทำได้อยู่แล้ว ลูกของแม่เก่งเสมอ” ไม่มีอีกแล้วสองมือที่แสนอบอุ่นที่คอยประคองกอบกุมเวลาที่เค้าท้อแท้และร้องไห้ ไม่มีอีกแล้วตักนุ่มๆ อกอุ่นๆ ที่ปลอดภัยของผู้หญิงที่เรียกตัวเองว่าแม่ และจากนี้ไปจะไม่มีอีกแล้วกับคำว่า “ฝันดีนะคนดีของแม่” จากนางฟ้าในบ้านที่กล่อมลูกชายคนนี้ให้หลับฝันดีทุกคืน  “แม่” เสียงตะโกนออกมาจากภาพในฝัน ที่มักจะออกมาพร้อมน้ำตาของผู้ชายที่จิตใจเต็มไปด้วยรอยแค้น ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของลานจอดเข้ามาเคาะกระจกรถของซันเมื่อเห็นว่ารถของซันมาจอดที่ลาดจอดของโรงพยาบาลนานแล้วแต่ก็ไม่เห็นซันก้าวออกมาจากรถ จนท.จึงได้มาลองเคาะกระจกรถดูให้แน่ใจเผื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติขึ้นเขาจะได้ดำเนินการช่วยเหลือได้ทัน ซันค่อยๆลืมตารับแสงอย่างช้า ๆ ลดกระจกรถลงก่อนจะพูดกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนนั้น “ไม่เป็นไรครับ ผมคิดอะไรนิดหน่อยจนเผลอหลับไปนะครับ” “อ้อ...ครับ” หลังจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วจึงได้ขอตัวกลับไป “นี่เราฝันร้ายถึงเหตุการณ์วันนั้นอีกแล้วเหรอ” ซันคิดกับตัวเองในใจ ตั้งแต่เมื่อสายๆ...

ตอนที่ 17 “ง้อ..เท่านั้นที่ครองโลก”

0
“คุณหนูอย่าเพิ่งนอนครับไปอาบน้ำก่อนเร็ว ผมเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้แล้ว” ฮอนพยายามดึงตัวของโนบิให้ลุกจากที่นอนเพื่อไปอาบน้ำ หลังจากที่ฮอนพาโนบิไปทานอาหารที่ร้านริมน้ำที่ฮอนเคยพาโนบิไปก่อนหน้านี้ คุณหนูของฮอนเข้าสู่ภาวะหนังท้องตึงหนังตาหย่อนตามเคย แต่รอบนี้ฮอนไม่ยอมตามใจง่ายๆเพราะวันนี้ทั้งวัน ทั้งคู่ช่วยกันเก็บ และขนย้ายข้าวของมาจนเหงื่อเต็มตัว และถ้าไม่อาบน้ำคนดีของฮอนก็คงจะนอนไม่สบายเป็นแน่ คราวนี้ฮอนจึงทั้งดึงทั้งลากโนบิไปที่ห้องน้ำได้สำเร็จ “ถอดเสื้อผ้าก่อนครับ คนดีของพี่ฮอน” พร้อมยื่นผ้าเช็ดตัวส่งคุณหนูถึงอ่างอาบน้ำ “อาบก่อนครับจะได้สบายตัว หลับจะได้ฝันดี เชื่อพี่ฮอนนะครับ” องครักษ์ฮอนทำภาระกิจสำเร็จ เมื่อโนบิเข้าไปอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ฮอนก็ออกมาจัดกระเป๋าเสื้อผ้า รวมถึงเครื่องใช้สำหรับการไปเก็บตัวดาวเดือนที่ต่างจังหวัดในวันเสาร์และอาทิตย์นี้ แต่ในระหว่างที่ฮอนกำลังจัดกระเป๋าให้โนบิอยู่นั้น ฝุ่นก็ได้โทรศัพท์เข้ามาหาโนบิ Rrrr….Rrrrr เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้น ฮอนที่กำลังพับเสื้อทั้งตัวนอกตัวในใส่ลงไปในกระเป๋าเป้เดินทางของโนบิให้อยู่นั้น จึงเดินไปหยิบโทรศัพท์ของโนบิที่วางไว้บนโต๊ะหัวเตียงขึ้นมาดู ทันทีที่ฮอนเห็นว่าเป็นใครกันที่โทรมาฮอนจึงกดรับทันที Rrrr…Rrrr ทันทีที่ปลายสายเห็นว่ามีการกดรับก็พูดเข้าเรื่อง “ผมไม่ใช่คุณหนูโนบิ” ฮอนตอบปลายสายกลับไป “ต่อไปคุณไม่ต้องติดต่อ หรือเข้ามายุ่งวุ่นวายกับคุณหนูของผมอีก หลังจากนี้ผมจะเป็นคนคอยดูแลคุณหนูเอง ถ้าคุณไม่อยากให้คุณหนูต้องเดือดร้อนก็อยู่ให้ห่างจากคุณหนูโนบิซะ” ฮอนพูดบอกฝุ่นไปตามสาย ก่อนจะวางสายไปพร้อมกับลบเบอร์ติดต่อล่าสุดออกเพื่อไม่ให้โนบิรู้ว่าฝุ่นติดต่อมา ออกจากห้องน้ำมาด้วยผ้าขนหนูพันรอบตัว     “ตะกี้ใครโทรมาหรือครับ ผมเหมือนได้ยินเสียงโทรศัพท์” โนบิถามเมื่อออกมาจากห้องน้ำแล้วโดยนุ่งเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียว “โทรศัพท์ของพี่เองครับ...

ตอนที่ 12 “ภาวะแทรกซ้อนในหัวใจ”

0
“โนบิ...โนบิ”   “ใครเรียกผมครับ” ผมเดินตามหาเสียงเรียกชื่อของผมในท่ามกลางสายหมอกที่หนาจนผมแทบมองทางไม่เห็น “โนบิ...โนบิ” “นายเป็นใคร อยู่ไหนนะ ออกมาสิครับ” ผมพยายามร้องเรียกและเดินตามหาเสียงที่เอาแต่เรียกชื่อของผมโดยที่ผมไม่รู้ว่าเสียงที่ผมได้ยินนี้คือเสียงของใคร แล้วเค้ารู้จักชื่อของผมได้อย่างไร “ฉันอยู่นี่” เสียงปริศนาดังตอบออกมาพร้อมกับที่ผมก็เดินตามหาเสียงที่ยังคงเรียกชื่อของผมไม่หยุดไปพร้อมกันด้วย “ไหนครับ ทำไมผมมองไม่เห็นคุณ” ผมพูดโต้ตอบกับเสียงปริศนาทั้ง ๆที่ยังมองไม่เห็นตัว “ฉันอยู่นี่...อยู่ไหน...เราอยู่นี่ไง อยู่ในตัวของนายไง” แล้วใบหน้าปริศนาก็พุ่งมาจากทิศใดก็ไม่อาจทราบได้ พุ่งเข้ามาตรงหน้าของผมจนผมตกใจ “ย๊ากกกกกกกกก” ผมร้องตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง ตุ๊บ กึก กึก กึก  ก่อนที่ร่างของผมจะกลิ้งตกจากเตียงลงมา พร้อมกับสติของผมค่อยๆกลับเข้าที่เข้าทาง “ฝันไปหรือนี่...ทำไมน่ากลัวจัง” ผมรำพึงกับตัวเองในใจเมื่อพบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่ความฝัน แต่มันช่างเป็นฝันที่เหมือนกับความจริงมากทีเดียว “คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมช่วงนี้ผมถึงฝันเห็นคุณบ่อยจัง” ผมรำพึงกับตัวเองพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ พึมพำกับตัวเองแล้วพูดว่า อย่ามาหลอกมาหลอนผมเลย ผีบ้านผีเรือนที่อยู่ที่ห้องนี้ได้โปรด....อยากได้อะไรเดียวผมทำบุญไปให้ อย่ามาหลอกผมเลย สาธุ สาธุ สาธุ พูดจบ ผมก็เอามือแตะที่บริเวณหน้าอกด้านซ้ายของตัวเองที่ตอนนี้หัวใจของผมมันกำลังเต้นแรงราวกับคนเพิ่งวิ่งสี่คูณร้อยมาอย่างไงอย่างงั้น ใช่แล้วครับนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมฝันถึงชายปริศนาที่ปรากฏตัวในความฝันของผม แต่ทุกครั้งที่ผมฝันประโยคสุดท้ายที่เสียงปริศนานี้จะพูดออกมาคือคำว่า  “ฉันอยู่นี่...อยู่ในตัวของนายไง” ก่อนที่ร่างของเสียงปริศนาจะปรากฏตัวออกมา แต่ผมก็ตกใจตื่นก่อนที่จะได้เห็นใบหน้าของเสียงปริศนานี้ชัดๆเสียที เช้าวันรุ่งขึ้น...

ตอนที่ 11 “ถ้าย้อนเวลาได้…ผมจะทำ”

0
หลังจากผมหลับไปโดยมีน้องแท็ปอยู่ในอ้อมกอดแล้วนั้น แต่เมื่อผมรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งกับไม่พบร่างของน้องที่ควรจะนอนหลับอยู่ข้างๆ และทันทีที่ผมรู้สึกตัวว่าอะไรเป็นอะไรผมก็รีบก้าวลงจากเตียงด้วยร่างที่เปลือยเปล่า ก่อนจะเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวขึ้นมาพันเอวแบบลวกๆ แล้วเดินตามหาเจ้าตัวแสบแท็ปไปทั่วบ้าน ก่อนจะพบว่าตอนนี้ในบ้านไม่มีแม้แต่เงาของแท็ปอยู่ ผมรีบวิ่งขึ้นไปที่ห้องนอนเพื่อรีบอาบน้ำแต่งตัว หวังว่าอย่างน้อยน้องน่าจะไปที่ร้านของผมเหมือนทุกทีเพื่อทานอาหารไม่มื้อเช้าก็มื้อเย็นเหมือนเช่นที่น้องทำแบบนี้ทุกวัน แต่ผมรอแล้วรออีกก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของน้องว่าจะปรากฏตัวที่ร้านอาหารของผม  “ไปไหนของเค้านะไอ้ตัวแสบ” ผมบ่นกับตัวเองอย่างหงุดหงิด จนพนักงานในร้านคนอื่นๆไม่มีใครกล้าเข้าหาผมแม้แต่คนเดียว “ดาวๆพี่ภัทรวันนี้เป็นไรวะ ฉันเห็นพี่แกหงุดหงิดงุ่นง่านมาตั้งแต่บ่ายแล้ว แล้วนี่ไปนั่งเงียบๆ คิดอะไรหลังร้านก็ไม่รู้ น่ากลัวอ่ะไม่เคยเห็นพี่ภัทรเป็นแบบนี้ ต้องมีอะไรแน่เลย ” พนักงานในร้านคนหนึ่งเข้าไปกระซิบถามพนักงานร้านของผมอีกคนที่ชื่อดาว “เราก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนเข้ามาก็ยังดูอารมณ์ดีๆอยู่นะ แต่ตอนนี้ไม่รู้เป็นไร เอาแต่มองไปที่หน้าประตูทางเข้าร้าน แล้วก็เดินไปเดินมาแถมยังทำหน้าตาราวกับจะไปฆ่าใครเสียอย่างนั้นแหละ” พนักงานในร้านที่ชื่อดาวออกความเห็น “พี่ฝุ่นมาโน้นแล้ว เดี๋ยวให้พี่ฝุ่นเข้าไปถามพี่ภัทรดีไหม” “ลองดู ดีเหมือนกันขืนพี่ภัทรยังเป็นแบบนี้อยู่นะ อาหารออกมาไม่อร่อยแน่” พนักงานที่ชื่อดาวสนับสนุนเพื่อน หลังจากตกลงกันได้แล้วดาวก็เป็นตัวแทนเพื่อนพนักงานเข้าไปบอกฝุ่นให้เข้าไปถามภัทรให้หน่อยว่าเป็นอะไร “พี่ฝุ่นค่ะ ดาวขอคุยด้วยหน่อยสิคะ” ดาวเลียบๆเคียงๆเข้าไปหาฝุ่น “มีอะไรให้พี่ช่วยหรือครับน้องดาว” ฝุ่นที่เพิ่งเอาของไปเก็บที่ห้องพนักงานด้านหลัง ก้าวออกมาพร้อมกับใส่ผ้ากันเปื้อนไปด้วยรับคำทันทีที่น้องพนักงานที่ชื่อดาวเข้ามาคุยด้วย “พี่ฝุ่นเข้าไปคุยกับพี่ภัทรให้พวกหนูหน่อยได้ไหมค่ะ พี่ภัทรวันนี้เป็นอะไรไม่รู้ทำหน้ายักษ์ตั้งแต่บ่ายจนลูกค้าไม่กล้าจะเข้าร้านกันแล้วค่ะ ดูซินั่งเหม่ออยู่ตรงนู้น ไม่รู้หงุดหงิดอะไร” ดาวรีบพูดเข้าเรื่องทันที “ได้...เดี๋ยวพี่ไปคุยให้นะ” หลังจากรับปากกับดาวแล้วฝุ่นก็เข้าไปหาภัทรซึ่งนั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ตรงที่นั่งโซนที่ภัทรใช้เป็นที่สำหรับติวหนังสือของตนทันที “มานั่งทำไรอยู่ตรงนี้ครับพี่ภัทร...วันนี้พี่ไม่มีติวหนังสือนี่ครับ”...

ตอนที่ 13 “บางอย่าง…ก็ยากจะอธิบาย”

0
Rrrr…Rrrr เสียงโทรศัพท์ดังแบบนี้อยู่นานแล้วตั้งแต่ที่มหาวิทยาลัย ซึ่งแท็ปก็เลือกที่จะไม่รับ แต่ปลายสายก็ยังคงตื้อไม่หยุดจน จนแท็ปมาถึงห้อง พอนึกถึงคนที่เคยมาดูแลตอนที่ไม่สบาย และพอใส่เสื้อตัวที่มีคนป้อนข้าว ก็อดสงสารคนโทรมาไม่ได้ ทำให้ใจอ่อน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดไปหาคนที่โทรมาเป็น ร้อย ๆ สาย   “ไงตัวแสบพี่โทรหาเราเป็นจะร้อยสายแล้วมั้ง ทำไมถึงไม่รับ แล้วไอ้คนชื่อเมฆอะไรนั้นเป็นใครบอกพี่มาเดี๋ยวนี้นะ” ทันทีที่ผมรับโทรศัพท์ปลายสายก็เปิดประเด็นเข้าเรื่องมาเป็นชุดทันที “ผมเรียนอยู่จะรับโทรศัพท์พี่ได้ยังไงครับพี่ภัทร” ผมเลือกที่จะตอบคำถามนี้ก่อน   แล้วคนชื่อเมฆอะไรนั้นเป็นใครทำไมถึงเห็นมารับมาส่งเราแล้วจะมาเรียนทำไมถึงไม่โทรบอกพี่จะได้ไปรับมาส่งที่มหาลัย] พี่ภัทรยิงคำถามมาเป็นชุดตามเคย “ผมก็บอกพี่แล้วไงครับว่าพี่เมฆเป็นรุ่นพี่ที่คณะผม” ผมหงุดหงิดใส่เหมือนที่พี่ภัทรกำลังหงุดหงิดใส่ผม “แล้วอีกอย่างผมมาเรียนเองได้ไม่ต้องให้พี่ภัทรต้องลำบากหรอกครับ” “พี่ไปรับเรามาส่งมหาลัยได้...ไม่ได้ลำบาก แล้วที่บอกว่าบอกพี่แล้วว่าไอ้คนชื่อเมฆเป็นใครยังไม่บอกนะ บอกตอนไหนว่าเป็นรุ่นพี่” ภัทรขึ้นเสียงดังใส่เล็กน้อย “แล้วพี่จะมารับผมในฐานะอะไรล่ะครับ ถ้าพี่คิดจะรับผิดชอบผมเพราะเรื่องคืนนั้น ไม่จำเป็นหรอกพี่ ผมรู้ว่าพี่ทำไปเพราะความเมา และคนที่พี่คิดว่ามีอะไรด้วยในคืนนั้นก็คือไอ้โนบิไม่ใช่ผม”  ผมพูดไปด้วยความน้อยใจเมื่อนึกถึงเรื่องคืนนั้นที่ผมกับพี่ภัทรเรามีอะไรกัน แต่คนที่พี่ภัทรคางเรียกชื่อตอนที่เรามีอะไรกันในคืนนั้นคือชื่อของโนบิเพื่อนสนิทของผม ไม่ใช่ผม ทำไมพอมาคิดถึงตรงนี้แล้วผมรู้สึกเจ็บหัวใจจิ๊ด ๆ จนแทบอยากจะร้องไห้ แต่ผมก็ต้องพยายามเก็บอารมณ์โกรธไว้ในอกที่มันเต้นไม่ปกติเวลาคุยกับพี่ภัทร ก่อนจะพูดกับพี่ภัทรต่อ “พี่ภัทรโทรหาผมมีเรื่องอะไรอีกไหมครับ” ผมถามกลับไปเมื่อหลังจากผมพูดประโยคก่อนหน้านี้จบพี่ภัทรก็เอาแต่เงียบ “เราทานอะไรหรือยัง...