ตอนที่ 1 “มันวูบไป”

0
  การสนทนาของหนุ่มที่สูงวัย และหนุ่มน้อยหน้าตี๋ชื่อว่าโนบิ “คุณหนูจะอยู่ที่หอนี้จริงๆหรือครับ” “ใช่ครับ” “ทำไมคุณหนูไม่อยู่ที่คอนโดที่คุณพ่อซื้อให้ล่ะครับ หลังจากลุงโยชิพ่อบ้านประจำตัวของผมที่มาคุมการขนย้ายข้าวของเข้าหอใหม่ของผมเสร็จ ลุงโยชิก็หันมาถามผมเพื่อความแน่ใจ เมื่อเห็นสภาพของหอขนาดกลางเก่ากลางใหม่ และสภาพห้องที่ไม่เล็กไม่ใหญ่แต่เมื่อเทียบกับห้องที่คอนโดของผมแล้วห้องนี้ก็ยังถือเล็กกว่าอยู่ดี “คอนโดที่พ่อซื้อให้มันอยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยผมขี้เกียจขับรถ อยู่หอนี้ใกล้มหาวิทยาลัยดี อีกอย่างปีหนึ่งกิจกรรมเยอะจะตาย ไหนจะเรียนพื้นฐาน ไหนจะรับน้อง ไหนจะกิจกรรมอื่นๆอีกตั้งมากมาย ผมบ่นเพราะหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาผมลองไปอยู่คอนโดที่พ่อจัดการให้แล้วมันเป็นอย่างที่ผมพูดจริงๆ ให้ผมขับรถไปกลับระหว่างมหาวิทยาลัยกับคอนโดไม่ไหวหรอกครับ ยิ่งขับแบบไม่รู้ทาง มีหวังตื่นเช้า กลับดึก ไม่ได้พักผ่อนกันพอดี” ผมตอบลุงโยชิไปซะยาว “ก็ผมบอกว่าจะให้คนมาคอยขับรถรับส่งให้คุณหนู คุณหนูก็ไม่ยอม” “โธ่...ลุงโยชินี่ผมเข้าปีหนึ่งแล้วนะครับ ขืนยังมีคนคอยขับรถรับส่งให้เหมือนเมื่อก่อนผมอายเขาตายเลย” ผมให้เหตุผลแบบเลี่ยงการไปอยู่คอนโดเหมือนคำถามแรก ..................................................................................... สวัสดีครับผมโนบิลูกชายคนเล็กของตระกูล ณัชภาสินธ์ ตระกูลที่ติดหนึ่งในสิบของเศรษฐีระดับต้นๆของจังหวัดนครสวรรค์  จบม.ปลาย แล้วก็สอบติดคณะนิเทศที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เหตุผลที่ผมอยากจะสอบติดมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯนะหรอ มันอาจจะดูแปลกๆ แต่ผมขอบอกตรงๆตามภาษาเด็กผู้ชายคนนึงที่อยากจะออกจากกรอบของครอบครัวที่รักผมแบบไข่ในหินนั่นเอง ถ้าขืนผมยังคงอยู่ในบ้านต่อไปผมคงได้กลายเป็นลูกแหง่ เป็นคุณหนูที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างที่ใครๆเขาชอบว่าผมกันแน่ๆ ดังนั้นผมจึงตัดสินใจสอบเข้าคณะนิเทศที่มหาวิทยาลัยนี้ และขอที่บ้านมาอยู่หอแม้พ่อกับแม่ผมจะให้ผมย้ายมาอยู่คอนโดที่ท่านซื้อไว้ให้ก็ตาม อย่างที่ผมอ้างว่าคอนโดที่ว่านั้นไกลจากมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งอ้อนคุณพ่อผมอีกนิดหน่อยโดยให้ท่านช่วยพูดกับคุณแม่ผม จนในที่สุดผมก็ได้มาอยู่หอพักแถวมหาวิทยาลัยอย่างที่เห็นนี้แหละครับ แต่ก็ไม่วายส่งลุงโยชิพ่อบ้านประจำตัวของผมให้มาตรวจดูความเรียบร้อยเหมือนอย่างที่เห็น...

บทนำ

0
ขอบคุณ...เวลาที่พาหัวใจเราให้มาเจอกัน ขอบคุณ....คำว่ากันและกัน ที่ทำให้รู้ว่า อยากจะมีชีวิตอยู่เพื่อใคร คำขอบคุณจากเสียงของหัวใจ...ที่เฝ้ารอใครสักคนกลับคืนมา 14 : 02 : 2020 ณ ร้านขายดอกไม้แห่งหนึ่ง เนื่องจากวันนี้เป็นวันแห่งความรักทำให้ลูกค้าในร้านมีจำนวนมากเป็นพิเศษ พนักงานในร้านต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานในการจัดดอกไม้ตามความต้องการของลูกค้ากันอย่างขะมักเขม้น และต่างก็มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ ถึงแม้วันนี้ทุกคนจะต้องทำงานกันตั้งแต่เช้าจนค่ำแต่พนักงานทุกคนในร้านก็ไม่มีใครบ่นเหนื่อยเพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มของลูกค้าพวกเขาก็มีกำลังใจในการจัดดอกไม้ให้ตามสั่งอย่างเต็มใจ กรุ๊งกริ้ง!! กรุ๊งกริ๊ง!! เสียงกระดิ่งหน้าประตูร้านดังขึ้นบ่งบอกถึงการมาเยือนของลูกค้ารายล่าสุดที่ค่อยๆก้าวเข้ามาในร้านด้วยใบหน้านิ่งๆแต่ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ได้ยิ้มแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความน่ารักของชายหนุ่มคนนี้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย “สวัสดีค่ะร้านดอกไม้แห่งรักยินดีต้อนรับค่ะต้องการสั่งดอกไม้อะไรคะ”พนักงานในร้านคนหนึ่งกล่าวทักทายลูกค้ารายล่าสุดที่อยู่ตรงหน้า “สวัสดีครับ ผมขอสั่งดอกไม้หน่อยครับ” ลูกค้าหนุ่มกล่าวพร้อมกับยิ้มน้อย ๆให้กับพนักงานสาวคนนั้น เพียงแค่ลูกค้าหนุ่มยิ้มพนักงานในร้านที่พบเห็นต่างก็ลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า รอยยิ้มของลูกค้าคนนี้ช่างทำให้โลกนี้สว่างสดใสขึ้นมาจริงๆ หลังจากลูกค้าหนุ่มบอกความต้องการของตนเองเป็นที่เรียบร้อย พนักงานคนนั้นก็รีบเข้าไปดำเนินการจัดดอกไม้ตามความต้องการของลูกค้า ไม่นานช่อดอกไม้ที่ลูกค้าหนุ่มสั่งไว้ก็ถูกนำมาให้กับเจ้าตัว “ดอกไม้ได้แล้วค่ะ”  พนักงานหญิงคนนั้นกล่าวพร้อมกับยื่นช่อดอกไม้ที่เป็นดอกกุหลาบสีขาวจำนวนเก้าสิบเก้าดอกที่ถูกจัดช่อดอกไม้อย่างสวยงามจนพนักงานหญิงคนนั้นอดที่จะเอ่ยกับลูกค้าหนุ่มไม่ได้ “หนูละอิจฉาแฟนของคุณลูกค้ามากเลยนะคะที่ได้รับดอกกุหลาบสีขาวเก้าสิบเก้าดอกจากคุณลูกค้าเพราะความหมายของดอกกุหลาบสีขาวเก้าสิบเก้าคือ” “กุหลาบสีขาวหมายถึง ฉันจะรักเธอโดยไม่มีเงื่อนไข รักแท้ที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ เป็นสัญลักษณ์ของรักแท้” “จำนวน 99 ดอก หมายถึง ฉันจะรักเธอไปจนวันตาย” ชายหนุ่มได้รับดอกไม้ พร้อมค่อยๆ ยิ้มกับคำตอบที่พนง.อธิบายอย่างจริงใจ เพราะความหมายที่น้องพนง.บอกครบถ้วน โดยไม่มีอะไรผิดไปจากความตั้งใจ...และผมก็เชื่อว่าคนของหัวใจผมเค้าจะรับรู้ได้เช่นกัน  เสียงเพลงดังขึ้น... โลกนี้ไม่มีความหมาย เเค่มีเพียงเธอข้างกายทุกวัน ฟังเสียงหัวใจของฉัน ทุกเสี้ยวนาทีนั้นมีเพื่อเธอ ผิดที่เวลา ที่เหลืออยู่ อยากกอดเธอไว้ให้นานกว่านี้ ไม่อยากหลับตา สักนาที...

ตอนที่ 2 “ผมคือของดีในมอ…ครับ”

0
  เด็กผู้ชาย 2 คนกำลังใช้นิ้วทำท่าเป็นสัญลักษณ์อะไรบางอย่าง นั่งเล่นกันที่สนามหญ้า เพื่อนของฝุ่น “ถ้าวอนไม่มีฝุ่นวอนคงแย่เนอะ” เด็กน้อยนามว่าวอนพูดพร้อมกับนั่งพิงหลังของฝุ่นไปด้วยอย่างอ้อนๆ โป๊ก!! “คิดมากเรื่องอะไรอีกล่ะวอน ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่นี่เราก็สนิทกับวอนที่สุดอยู่แล้ว” ฝุ่นปรับมือจากท่าที่เห็น หันมาแจกมะเหงกให้วอนไปทีก่อนจะพูด “เรากลัวอ่ะฝุ่น ถ้าวันหนึ่งเราต้องแยกกันเราจะทำยังไงวะ” วอนพูดพร้อมกับก้มหน้าลงด้วยแววตาละห้อย “ก็ถ้าเราต้องแยกจากกัน...ก็แสดงว่าไม่ฉันก็แกคงถูกผู้ใหญ่ใจดีมารับไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมแล้วไง ได้ออกจากที่นี่แกไม่ดีใจหรอกหรือ” ฝุ่นว่าพร้อมกับจับที่หัววอนแล้วโยกหัวของเพื่อนตนเองไปเบาๆ “ครอบครัวที่ไม่มีฝุ่นจะเป็นยังไงน๊า...”  วอนบ่นเบาๆ ในลำคอ พร้อมเปลี่ยนท่าหันมามองหน้าฝุ่น เรื่องที่พวกเขาทั้งคู่คุยกันวันนั้นใครจะไปคิดว่ามันจะเกิดขึ้นมาจริง ๆ เมื่อวันหนึ่งมีครอบครัวใจดีครอบครัวหนึ่งมารับตัววอนไปดูแลเป็นลูกบุญธรรม และเขาต้องไปไกลถึงประเทศอังกฤษ และวันที่วอนต้องเดินทางไปพร้อมกับครอบครัวใหม่นั้น ทุกอย่างมันไวมาก เขาต้องไปโดยไม่ทันได้ล่ำลาฝุ่นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขาเลย ( เพราะวันนั้นฝุ่นต้องไปเป็นตัวแทนเข้าค่าย รณรงค์เด็กคุณธรรมที่กรุงเทพฯ ) สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า จ.นครสวรรค์  ปี 2555 2 ปีผ่านไป หลังจากวอนจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า วันนั้นเป็นวันสำคัญของทั้งฝุ่นและวอน คือวันคล้ายวันเกิด...

ตอนที่ 29 “โลกทั้งโลกจะไม่มีความหมาย..อีกต่อไป”

0
ที่บ้านของคนร้ายหลังที่โนบิกับฝุ่นเคยไปไถ่โฉนดที่ดินคืน หลังจากที่ตำรวจได้รับการติดต่อจากกลุ่มของฮอนและฝุ่นที่ได้แจ้งถึงคนที่ถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ ตำรวจท้องที่จึงได้ส่งกำลังตำรวจพร้อมกับหมายค้นมาค้นยังบ้านที่ฝุ่นและโนบิมาทำเรื่องไถ่โฉนดคืนก่อนหน้านี้ เมื่อทีมของเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าค้นบ้านก็ไม่พบโนบิ “ผมไม่รู้เรื่องนะครับคุณตำรวจผมก็แค่คนปล่อยเงินกู้แค่นั้นเอง” เจ้าของบ้านบอกเมื่อตำรวจบุกเข้าค้นบ้านและจับตัวเขาไว้ “แต่ลูกน้องของคุณจับตัวคุณโนบิไปเรื่องนี้คุณจะว่าอย่างไร” ตำรวจพูดกับเจ้าของบ้าน “ไอ้หมึกเป็นคนที่ผมจ้างมาชั่วคราวเท่านั้นผมกับมันไม่ได้สนิทหรือรู้จักกันเป็นการส่วนตัว และมันก็เพิ่งมาทำงานให้ผมแค่เดือนเดียวเองครับคุณตำรวจ ผมไม่รู้เรื่องที่มันจับคนไปเรียกค่าไถ่แม้แต่น้อยเลยนะครับ” “ถึงคุณไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจับคนไปเรียกค่าไถ่ของนายหมึก แต่การที่คุณปล่อยเงินกู้เถื่อน ปล่อยเงินกู้นอกระบบแบบนี้ก็มีความผิด ดังนั้นผมจำเป็นที่จะต้องเชิญคุณไปให้ปากคำด้วยครับ” ตำรวจเชิญเจ้าของบ้านไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ จากการสอบปากคำของตำรวจทำให้ได้รู้ว่านายหมึกคนที่จับตัวของโนบิไปนั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเจ้าของบ้านนอกจากการที่เขาแค่จ้างให้มาทวงหนี้ให้ตนเพียงเท่านั้น และเพิ่งมาทำงานด้วยเพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงที่ซันติดต่อกับนายหมึกเพื่อให้วางแผนให้บ้านเด็กกำพร้ามาทำเรื่องกู้เงินจนเป็นที่มาของเงินกู้จำนวนมากจนฝุ่นต้องยอมร่วมมือกับซันเพื่อหาเงินมาคืน  แต่เจ้าของบ้านก็ยังคงมีความผิดที่ปล่อยเงินกู้อย่างผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังคิดดอกเบี้ยในอัตราที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด และยังมีวิธีการทวงหนี้โหดอีกด้วยทำให้เจ้าของบ้านอย่างไรก็ยังคงมีความผิดในเรื่องนี้อยู่ดี แม้จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับการที่นายหมึกจับตัวของโนบิไปเรียกค่าไถ่ก็ตาม ทางด้านของฮอนและฝุ่นเมื่อการบุกมาที่บ้านหลังนี้ไม่สามารถสืบหาเบาะแสของคนร้ายและโนบิต่างก็มานั่งปรึกษากันอยู่โดยมีตำรวจทีมที่รับหน้าที่ในคดีลักพาตัวของโนบิร่วมประชุมกันด้วย “ตอนนี้ทำได้อย่างเดียวคือรอให้คนร้ายติดต่อมา แต่อย่างน้อยเราก็มั่นใจได้ว่าคุณโนบิจะยังคงปลอดภัยอยู่เพราะตราบใดที่พวกคนร้ายยังต้องใช้คุณโนบิเป็นตัวประกันเพื่อใช้เรียกค่าไถ่ในครั้งนี้อยู่” ตำรวจเจ้าของคดีให้ความเห็น  “คุณฝุ่นผมว่าคุณฝุ่นไปโรงพยาบาลก่อนเถอะครับ อาการของคุณฝุ่นสาหัสมากเลยนะครับ” ลุงเจมส์พยายามเกลี้ยกล่อมให้ฝุ่นไปรักษาที่โรงพยาบาล เพราะจากการที่ตนเป็นหมอเพียงได้เห็นอาการของฝุ่นเขาก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่าอาการของฝุ่นนั้นแย่แค่ไหน แต่ฝุ่นก็ไม่ยอม “ผมขอตามหาโนบิให้เจอก่อนเถอะนะครับคุณลุง ผมเป็นห่วงโนบิ” ฝุ่นยังคงไม่ยอมไปโรงพยาบาลเพราะอยากตามหาโนบิให้เจอก่อน ทางด้านของซัน ซันขับรถด้วยความเร็วสูงจนใกล้จะถึงจังหวัดนครสวรรค์อยู่แล้ว แต่ในระหว่างนั้นเขาก็ได้รับโทรศัพท์จากพ่อที่โทรเข้ามาหลังจากที่ได้รู้จากฮอนว่าคุณหนูโนบินั้นถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ Rrrr…Rrrr “เจ้าซันนี่พ่อเองนะ” พ่อของซันและโนบิพูดมาจากปลายสายด้วยน้ำเสียงร้อนรน และเพราะซันกำลังขับรถอยู่เขาจึงต้องเปิดลำโพงเพื่อคุยโทรศัพท์ทำให้ยูโรที่นั่งมาด้วยในรถได้ยินทุกการสนทนาของซันและพ่อ แต่เพราะยูโรรู้เรื่องของตนแล้วซันจึงตัดสินใจรับโทรศัพท์โดยการเปิดลำโพงคุยในรถ “พ่อโทรหาผมทำไมครับ” แม้จะรู้อยู่แล้วแต่ซันก็ยังถาม พ่อเลี่ยงที่จะใช้คำว่า ‘แกมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือเปล่า’ แต่ซันเข้าใจว่าพ่อของตนต้องการจะถามว่าอะไร “พ่อไม่ต้องอ้อมค้อมหรอกครับ พ่อโทรมาเพราะต้องการจะถามผมมากกว่าว่าผมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่น้องถูกจับตัวไปหรือเปล่า” เป็นครั้งแรกที่พ่อได้ยินซันเรียกโนบิว่าน้องออกมาแต่เพราะความโกรธทำให้ท่านไม่ทันได้สังเกต เมื่อพ่อของซันได้ยินสิ่งที่เขาพูดจึงถามกลับมาอย่างมั่นใจว่าสิ่งที่ตนคิดนั้นคือเรื่องจริง “พ่อมั่นใจอยู่แล้วว่าเรื่องนี้ผมมีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่แรก แต่ที่โทรมาเพราะต้องการความแน่ใจมากกว่าใช่ไหมครับ”...

ตอนที่ 3 “สมองสั่งการ…แบบนั้น”

0
ฮือ...ฮือ...ฮือ... “ใครร้องไห้น่ะ ออกมาเดี๋ยวนี้นะ” ผมตะโกนไปพร้อมกับเดินตามหาเสียงร้องไห้ไปพร้อมกันด้วย แต่แปลกจังทำไมผมถึงสัมผัสได้ว่ามีหยดน้ำไหลออกจากบริเวณหางตาตัวเอง ไม่รอช้าผมจึงลองยกมือข้างหนึ่งขึ้นแตะบริเวณหางตา ก็พบว่ามีน้ำตาทั้งสองข้างกำลังไหลยู่ที่ใบหน้าผมจริงๆ “นี่ผมร้องไห้อย่างนั้นหรือ ร้องทำไม ทำไมผมถึงได้ร้องไห้” “แล้วความอบอุ่นนี้คืออะไรกัน ทำไมรู้สึกดีจัง”  ผมไม่รู้เลยว่าสัมผัสอบอุ่นที่ผมได้รับในตอนนี้นั้นเกิดจากการที่ใครบางคนกำลังลูบศีรษะของผม พร้อมกับพูดปลอบอยู่ชิดริมใบหู ข้างๆใบหน้า จบคำพูดปลอบเบาๆ ความรู้สึกนี้มันทำให้ผมสงบลงและหยุดตามหาเสียง แล้วเสียงร้องไห้ที่ผมได้ยินก็ค่อยๆเงียบหายไป ผมเดินหลงอยู่ในหมอกควันโดยไม่รู้ว่าตัวเองนั้นอยู่ที่ไหน ผมพยายามเดินหาทางออก แต่จู่ๆผมก็หมือนเห็นภาพซ้อนบางอย่างขึ้นมาในหัวของผม                    ภาพที่ผมเห็นนั้นเป็นภาพของชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังถือช่อดอกกุหลาบสีขาวไว้แนบอก ท่าทางดูมีความสุขจนผมอดที่จะยิ้มตามไม่ได้ แต่แล้วภาพนั้นก็หายไปพร้อมกับที่ผมรู้สึกเจ็บบริเวณหน้าอกด้านซ้ายจนต้องยกมือขึ้นกุมไว้ หวังเพียงแค่บรรเทาอาการเจ็บปวดให้ทุเลาลง แต่อาการเจ็บที่หัวใจของผมก็ไม่ลดน้อยลงเลย             ...

ตอนที่ 6 “สืบกันไป สืบกันมา”

0
  “พี่สนใจน้องโนบิวะ แกช่วยพี่จีบน้องเขาหน่อยได้ไหมวะ”  “ครับผมจะช่วย” เพราะประโยคนี้ของผมที่รับปากพี่ภัทรไปเมื่อวันก่อนทำให้ตอนนี้ผมต้องมายืนโง่ๆอยู่ที่หน้าคณะของโนบิ โดยมีสายตาของคนในคณะนิเทศฯมองมาที่ผมกันเป็นจุดเดียว ผมว่ามองแบบไม่ปกติด้วย หรือทุกคนจะรู้ว่าผมกำลังจะมาจีบโนบิให้พี่ภัทร ฮืม..สมองผมคิดหลอนมากไปแล้วเนี่ยะ  แต่ทำไมมองกันแปลกๆวะ  “แล้วจะไปหาน้องมันที่ไหนวะ” ผมบ่นกับตัวเองเมื่อผมดันไม่รู้ว่าหลังเลิกเรียนพวกน้องๆจะพากันไปรวมตัวที่โต๊ะไหน เรียนห้องไหน อย่างวันก่อนเป็นเพราะน้องนัดสถานที่กับผมไว้ผมเลยไปหาโนบิได้ถูก หรือคงแถวที่เดิมที่ไอ้ตัวยุ่งมันเป็นลมนะ ระหว่างที่ผมกำลังงง (งอ งู ล้านตัว ) กับตัวเองอยู่เพราะไม่รู้ว่าจะไปทิศทางไหนดี ก็เป็นโชคดีของผมที่ดันหันไปเห็นน้องยูโรเข้าพอดี “หวัดดีครับ...น้องยูโร” ผมตะโกนเรียกน้องยูโรที่กำลังเดินเตรียมจะเข้าตึกคณะทันทีที่ผมหันไปเจอ เด็กผู้หญิงน่ารักๆ แต่แอบเปรี้ยว ปรี่วิ่งเข้ามาหาผมอย่างตั้งอกตั้งใจ   “กรี๊ดดดด...พี่ฝุ่นจริงๆด้วย มาหาโนบิหรือค่ะ มาค่ะเดี๋ยวยูโรจะพาไป น่ารักอ่ะ..มาหาเพื่อนยูโรด้วย เพื่อนชั้นนี่แน่นอนจริงๆ”  น้องทำท่ากรี๊ดราวกับดีใจเสียมากมายที่ได้เจอกับผม พร้อมกับรีบเข้ามากึ่งลากกึ่งจูงผมให้เดินตามน้องไปหาโนบิทั้งๆที่ผมยังไม่ทันบอกน้องสักคำว่าผมมาหาใคร มาทำอะไร แต่ก็ดีครับ ผมจะได้ไม่ต้องมายืนเป็นเป้าให้คนที่คณะน้องมองอย่างกับสงสัย และอมยิ้มแบบมีเลศนัย  “พี่ฝุ่นมาหาโนบิมีอะไรหรือเปล่าคะ หรือว่าเกี่ยวกับเรื่องในเพจนั่น” น้องยูโรถามผมเกี่ยวกับเพจอะไรสักอย่างจนผมต้องถามกลับไปเพราะผมแทบไม่มีเวลาเล่นโซเชียลอะไรเท่าไรเพราะแค่เรียนกับทำงานผมก็ไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้วล่ะครับ “เพจอะไรหรือครับน้องยูโร” “ก็เพจเผือกร้อนออนไลน์ไงคะที่ลงข่าววันที่พี่ฝุ่นให้โนบิเพื่อนของยูโรซ้อนจักรยานกลับหอวันก่อนนี้ไงคะ รู้ไหมว่าข่าวกระแสคู่จิ้นของพี่กับโนบิดังในหมู่สาววายกันมาก ทะลุไปมหาลัยอื่นเรียบร้อยแล้วค่ะ จนตอนนี้เริ่มจะตั้งเป็นกลุ่มแฟนคลับคู่จิ้นโนบิ-ฝุ่น...

ตอนที่ 4 “เรื่องดีๆ ทั้งนั้น”

0
  ก๊อก...ก๊อก  ก๊อก...ก๊อก                                                      “มึงไม่ได้เอากุญแจไปหรือวะไอ้แท็ป”  ผมที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ นุ่งผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียวไว้ที่เอวเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูผมที่เข้าใจว่าเป็นไอ้แท็ปจึงรีบเดินไปเปิดประตูทันที ในใจก็คิดว่าอุตส่าห์บอกให้มันเอากุญแจห้องผมไปด้วยแล้วแท้ๆ สงสัยมันจะลืม แต่ทันทีที่ผมเปิดประตูออกไปผมแทบจะงับประตูปิดแทบไม่ทัน เชี่ย!! “มาได้ไงวะเนี่ย” ปั้ง...ปัง...

ตอนที่ 10 “คนที่ 101 กับคนที่ 1” (NC)

0
“ไม่ใช่ว่าจะมาตะโกนบอกชอบพี่ที่คณะตามคำท้าของไอ้ซันหรือไง” ทันทีที่พี่ฝุ่นพูดประโยคนี้จบผมก็เงยหน้ามองพี่ฝุ่นทันทีอย่างตกใจ แต่พี่ฝุ่นไวกว่าที่ยกมือขึ้นดันศีรษะของผมให้กลับไปซบอกพี่ฝุ่นตามเดิม ผมจึงทำได้เพียงคุยกับพี่ฝุ่นต่อด้วยท่านั้น “พี่ฝุ่นรู้เรื่องนี้ได้ไงครับ แต่ผมไม่ได้คิดจะทำจริง ๆนะครับ ผมไม่กล้าเอาความรู้สึกแบบนี้มาล้อเล่นกับพี่ฝุ่นหรอกครับ...คนบ้าเท่านั้นแหล่ะที่คิดจะทำ” ผมรีบแก้ตัวเป็นพัลวัน “วันก่อนเจอแท็ป. แท็ปเล่าให้พี่ฟังหมดแล้ว” ผมนึกถึงหน้าไอ้เพื่อนรัก เพื่อนชั่ว เพื่อนเลว ออกเลย มันใช่เรื่องมั้ยที่มันจะมาเล่าให้พี่ฝุ่นฟัง อยากจะตบกบาลซัก 2-3 ที  “คนบ้าเท่านั้นแหล่ะพี่ ที่ทำผมคนนึงไม่ได้บ้านะ มีแต่เสียกับเสีย” “ก็ไม่แปลกเลย ช่วงรับน้องเพื่อนๆพี่ก็สั่งให้รุ่นน้องทำอะไรบ้าๆ แบบนี้กันประจำ ถ้าเป็นแบบนั้นคนบ้าก็มีเป็น 100 รวมเราอีกคนกับเป็นคนที่ 101 มั้ง จนคนที่คณะที่ชินกันหมดแล้ว เราไม่ต้องกังวลหรอก พี่เจอคนมาตะโกนบอกรักบ่อย คนมันหล่อมาก อันนี้ก็ทำใจ ทุกคณะเค้าก็จะมีคนหล่อๆ ที่เป็นตัวแทนคณะแบบนี้แหล่ะ พี่ก็คนนึง..” ผมแอบเลือบตามองบน เห็นพี่ฝุ่นยิ้มไปพูดไป แบบอารมณ์ดี “ที่สำคัญพี่ฝุ่นจะเสียหายนะ...

ตอนที่ 24 “ขณะนี้ตำรวจได้ ล้อมจับหัวใจของคุณไว้หมดแล้ว”

0
Rrrr…Rrrr  คนที่อยู่ปลายสายรับทันที นั่งดื่มเบียร์ที่ระเบียงบ้าน แบบคนหมดหวัง เพราะคิดถึงคุณหนูแทบใจจะขาดแต่ทำอะไรไม่ได้ “มีอะไรอั๋น” ฮอนรีบรับโทรศัพท์ทันทีที่เห็นว่าคนที่โทรเข้ามาเป็นใครด้วยความเป็นห่วงใครอีกคนที่อั๋นรับหน้าที่คอยดูแลเขาแทนตน “พี่ฮอนคุณหนู  คุณหนูโนบิหายตัวไปผมพยายามติดต่อแล้วก็ติดต่อไม่ได้ ผมจะทำยังไงดีพี่ ผมกลัวโดนไล่ออก” อั๋นรีบพูดออกมาอย่างร้อนรนเมื่อเวลาใกล้จะเข้าสู่เช้าวันใหม่แล้วแต่คุณหนูของตนก็ยังไม่กลับมาที่คอนโดเสียที แถมเมื่อโทรหาก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกด้วย “ใจเย็นก่อนอั๋นไหนเล่าให้พี่ฟังสิว่าก่อนที่คุณหนูจะหายไปเกิดอะไรขึ้นบ้าง” คนเมาตั้งสติเล็กน้อยแล้วถามไปที่คนต้นสาย “ผมไปรับคุณหนูโนบิหลังเลิกเรียนแทนพี่ฮอน แต่ระหว่างทางกลับบ้านคุณหนูให้ผมขับรถพาไปที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง แล้วอยู่ ๆ คุณหนูก็วิ่งออกมาจากร้านให้ผมขับรถวนหาอยู่พักใหญ่จนกระทั่งคุณหนูพบคนคนนั้นที่หน้ามหาวิทยาลัยแล้วหลังจากนั้นคุณหนูก็หายไปพร้อมกับผู้ชายคนนั้นเลยครับพี่ฮอน” “อธิบายลักษณะท่าทางของผู้ชายคนนั้นให้ฉันฟังหน่อย ใช่คุณหนูใหญ่หรือเปล่า” “ไม่ใช่คุณหนูใหญ่ครับ” แล้วอั๋นก็เล่ารายละเอียดของลักษณะท่าทางของผู้ชายคนนั้นให้ฮอนฟัง คนที่ไปกับคุณหนูตัวจะใหญ่ ๆ หน่อยหน้าตาดี ๆ นิ่ง ๆ ขี่จักรยานกึ่งเก่ากึ่งใหม่ พอคุณหนูเห็นนายคนนั้นก็รีบ บอกให้ผมกลับบ้าน แล้วก็วิ่งไปหานายคนนั้นเลย แต่ดูนายคนนั้นก็ไม่มีพิษมีภัยอะไรนะพี่ ผมว่าเขาสนิทกันแปลก ๆ เหมือนเป็นแฟนกันด้วยซ้ำ นี่ถ้าคุณหนูเป็นเกย์ ผมว่าเขาต้องชอบกันแน่เพราะดูคุณหนูหน้าตาระรื่นแบบที่ผมไม่เคยเห็น แต่ไม่ต้องคิดมากนะพี่ผมว่าคุณหนูไม่เป็นหรอกเกย์เกออะไรนั่น ผมก็เพ้อเจ้อไปตามประสา “ แต่เอาไงต่อดีอะพี่ ผมเริ่มกลัวแล้วอะ ผมไม่อยากโดนพักงานเหมือนพี่นะพี่ฮอน...

ตอนที่ 8 “องครัก..นะครับผม”

0
ปรื้น...ปรื้น เครื่องยนต์ของรถมอเตอร์ไซค์ค่อยๆดังใกล้เข้ามา และทันทีที่ผมหันไปมองก็เป็นเวลาเดียวกับที่เจ้าของรถถอดหมวกกันน็อคออกพอดี และมันทำให้ผมถึงกับต้องเรียกชื่อของเจ้าของบิ๊กไบค์ที่อยู่ข้างหน้าทันที “พี่ฮอน” ผมเรียกชื่อพี่ฮอนตอนที่พี่ฮอนกำลังถอดหมวกกันน็อคพอดี “ไงครับคุณหนู” พร้อมทำท่าเท่ห์ใส่คุณหนูโนบิไปอีก “พี่ฮอนรถใครอะ...เท่ห์ระเบิดเลย” ผมถามพร้อมกับเข้าไปลูบคลำรถของพี่ฮอน “รถพี่เองครับ เห็นคุณหนูโนบิบอกไม่อยากให้ผมมารับมาส่งเพราะไม่อยากให้ใครมองว่าเป็นพวกคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แต่เป็นเจ้านี่แบบนี้คุณหนูก็คงจะไม่มีใครว่าแล้วใช่ไหมล่ะครับ” พี่ฮอนพูดพร้อมกับบิดคันเร่งเบาๆ  “ผมอยากลองขับเจ้านี่บ้างพี่ฮอนสอนผมขับหน่อยสิ” ผมพูดพร้อมเข้าไปเกาะแขนพี่ฮอนอย่างอ่อนๆ “ไม่ได้ครับ ตอนนี้ซ้อนท้ายพี่ก็พอส่วนหน้าที่ขับให้เป็นหน้าที่ของพี่เอง” พี่ฮอนพูดพร้อมกับยกมือขึ้นจับบนหัวของผมโยกเบาๆอย่างเอ็นดู เมื่อได้ยินดังนั้นผมทำได้เพียงยู่หน้าใส่พี่ฮอน “ถ้าอย่างนั้นวันนี้พี่ฮอนต้องพาผมซ้อนเจ้านี่ไปเที่ยวก่อนค่อยพาผมกลับหอ ผมจะได้นั่งเจ้านี่นาน ๆ หน่อย” ผมพูดพร้อมกับลูบคลำรถของพี่ฮอนอย่างหลงใหล “มันชื่อว่าสทอร์มครับ” พี่ฮอนบอกชื่อรถของตนเองให้ผมรู้ “ไปกันพี่ฮอนผมอยากซ้อนเจ้าสทอร์มแล้ว” ผมเร่ง “งั้นคุณหนูใส่หมวกก่อนครับ” ว่าแล้วพี่ฮอนก็นำหมวกกันน็อคมาสวมให้ผมพร้อมทั้งรัดสายรัดใต้คางให้อย่างเรียบร้อย โดยมีผมยืนนิ่งๆให้พี่ฮอนใส่หมวกกันน็อคให้ และภาพที่อยู่ต่อหน้าฮอนคือเจ้าชายที่ฮอนทะนุถนอม “บอกพี่มาได้เลยครับว่าอยากจะไปเที่ยวไหนเดี๋ยวองครักษ์จะพาเจ้าชายโนบิไปทุกที่ ที่อยากจะไปเลยครับ” พี่ฮอนพูดพร้อมทำท่าราวกับตนเองคือองครักษ์ จนโนบิต้องหัวเราะอย่างมีความสุขออกมา “งั้นเราก็ไปกันเลยยยย” โนบิว่าพร้อมกับปีนขึ้นไปนั่งประจำที่ซ้อนท้ายพี่ฮอน พี่ฮอนหันมามองความเรียบร้อยของผมอีกครั้งเมื่อเห็นว่าตอนนี้ผมนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว พี่ฮอนก็ปิดกระจกของหมวกกันน็อคลง ก่อนจะเริ่มขี่เจ้าสทอร์มออกไปจากบริเวณของหอประชุมทันที “ยะฮู่...” ผมยกมือขึ้นรับลมเย็นที่พัดมาปะทะใบหน้า โชคดีที่ตอนนี้ค่อนข้างดึกมากแล้ว รถจึงไม่เยอะมาก “คุณหนูนั่งดีๆครับ” พี่ฮอนหันมาบอกผมก่อนจะกลับไปขี่รถต่อ โนบิจึงต้องดึงมือของตัวเองที่ชูขึ้นสูงลงมาจับเอวของพี่ฮอนตามเดิม พี่ฮอนปล่อยมือข้างหนึ่งมาดึงมือของผมไว้เพื่อให้กอดเอวของตัวเองแน่นขึ้น และผมก็ทำตาม “เกาะแน่นๆครับคุณหนู”...