ทางด้านของฝุ่น

หลังจากที่เขาได้ยินเสียงวิทยุสื่อสารของตำรวจด้านใน แจ้งขอกำลังสนับสนุนเพราะตามหาโนบิไม่พบ ด้วยความร้อนใจตอนที่ลุงเจมส์ไปรับโทรศัพท์จากสาวใช้ที่ชื่อฝน ฝุ่นได้จังหวะเลยแอบหนีออกมาเพื่อตามหาโนบิ

ฝุ่นเดินตามหาโนบิไปรอบ ๆ โกดังและพยายามเงี่ยหูฟังเสียงที่ดังอยู่โดยรอบ ในใจก็ภาวนาขอให้ตนเองสามารถตามหาโนบิได้พบโดยไม่อนาทรร้อนใจกับอาการเจ็บที่บริเวณหน้าอกด้านขวาตำแหน่งของหัวใจที่ถูกยิงก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย

“อย่าเป็นอะไรไปนะโนบิ วอนช่วยดูแลโนบิ ช่วยให้ฉันตามหาโนบิพบด้วยเถอะนะ” ฝุ่นได้แต่ภาวนาแบบนี้ไปตลอดทาง

ตึกตัก…ตึกตัก…

ยิ่งฝุ่นฝืนตัวเองมากเท่าไรหัวใจของฝุ่นก็ยิ่งเต้นแรงจนมันเจ็บและชาไปหมด แต่ฝุ่นก็ยังคงฝืนร่างกายของตนเองต่อไป

“อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปตอนนี้นะมึงไอ้ฝุ่น ขอให้ได้เจอโนบิก่อนเถอะนะ” ฝุ่นพูดกับตัวเองในใจ

ทางด้านของโนบิ

โนบิถูกจับตัวมาเรียกค่าไถ่ตอนนี้ลูกน้องของคนร้ายจับตัวของโนบิมาขังไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ แรก ๆ อากาศภายในตู้ก็เย็นเพียงธรรมดาแต่ตอนนี้โนบิเริ่มรู้สึกเหมือนอากาศภายในตู้เริ่มเย็นขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้ฟันของโนบิกระทบกันดังกึก ๆ และเพราะตอนนี้โนบิถูกมัดทั้งมือและเท้ารวมทั้งปากทำให้โนบิไม่สามารถตะโกนให้คนช่วยได้

โนบิค่อย ๆ คลานไปที่ประตูของตู้คอนเทนเนอร์เมื่อได้ยินเหมือนเสียงฝีเท้าของใครสักคนกำลังเดินมาที่นี่โนบิพยายามใช้เท้าที่ถูกมัดอยู่ถีบไปที่ประตูของตู้คอนเทนเนอร์เพื่อให้คนด้านนอกได้ยิน

ตึ้ง…ตึ้ง

เสียงโนบิใช้เท้าถีบไปที่ประตูของตู้คอนเทนเนอร์ดังพอจะทำให้คนด้านนอกได้ยิน ในใจโนบิก็ภาวนาขอให้มีใครสักคนด้านนอกได้ยินเสียงและพาผมออกไปจากความทรมานนี้เสียที ต่อให้เป็นคนร้ายพวกนั้นก็ยังดี ก่อนสติของโนบิค่อย ๆ หมดลงไปเรื่อย ๆ จากความเย็นที่อยู่ด้านใน

[โนบิ]

“อ้วยอ้วย (ช่วยด้วย)” โนบิพยายามร้องให้คนช่วยและดูเหมือนคำขอของผมจะเป็นจริงเมื่อประตูของตู้คอนเทนเนอร์ค่อย ๆ เปิดขึ้นเรื่อย ๆ ทีละนิด ๆ 

และทันทีที่ผมเห็นใบหน้าของคนที่เปิดประตูมาผมก็ร้องเรียกออกมาด้วยความดีใจเพราะคนที่มาช่วยผมก็คือ

“อี้ออน (พี่ฮอน)” โนบิร้องเรียกพี่ฮอนออกมาด้วยเสียงอู้อี้เพราะถูกมัดปากอยู่

[ฮอน]

“คุณหนูโนบิ” พี่ฮอนเข้ามาด้านในตู้คอนเทนเนอร์และพยายามจะช่วยแก้มัดให้ผม

ในช่วงที่พี่ฮอนกำลังช่วยแก้มัดให้ผมอยู่นั้นโดยไม่ทันระวังแขนของพี่ฮอนไปโดนปุ่มอัตโนมัติของตู้คอนเทนเนอร์เข้าทำให้ระบบปิดประตูของตู้คอนเทนเนอร์ทำงาน ทำให้เราสองคนติดอยู่ด้านในซึ่งตู้นี้เป็นระบบเปิดจากด้านนอกโดยที่เราสองคนไม่ทันรู้ตัว

[ฮอน]

“ไม่เป็นไรแล้วนะครับคุณหนูพี่ฮอนมาช่วยแล้ว” พี่ฮอนแกะผ้าปิดปากให้ผม ก่อนจะมาแก้มัดมือและเท้าให้ผม

“พี่ฮอนผมหนาว” ผมพูดด้วยเสียงสั่น ๆ 

“อดทนไว้นะครับคุณหนูผมมาช่วยแล้ว” พี่ฮอนถอดเสื้อสูทมาคลุมตัวของผมไว้เพื่อให้ความอบอุ่น

“เราออกไปจากที่นี่กันเถอะครับคุณหนู” พี่ฮอนประคองตัวของผมเตรียมที่จะออกจากตู้คอนเทนเนอร์นั้นแต่กลับพบว่าไม่สามารถเปิดประตูออกได้

“เกิดอะไรขึ้นครับพี่ฮอน” โนบิถามอยู่กับอกของพี่ฮอนเพราะถูกพี่ฮอนโอบกอดเอาไว้อยู่

“ประตูมันถูกล็อกครับไม่สามารถเปิดได้จากด้านใน” พี่ฮอนบอกพร้อมกับประคองผมลงนั่งภายในตู้

“เดี๋ยวพี่ติดต่อหาเจ้าอั๋นให้มาช่วยเรานะครับ” พี่ฮอนพูดพร้อมกับพยายามหาโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทแต่กับพบว่ามันไม่มี

“พี่ฮอนหาอะไรเหรอครับ” ผมถามพี่ฮอนเมื่อเห็นว่ากำลังหาอะไรอยู่

“พี่หาโทรศัพท์ไม่เจอครับ พี่จำได้ว่าใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อน่ะครับ” พี่ฮอนตอบทั้งที่ยังก้มหน้าหาโทรศัพท์ในเสื้อสูท ผมทำได้แค่นั่งหนาว และมองพี่ฮอนหาโทรศัพท์โดยไม่ได้พูดอะไร

“คงจะตกอยู่แถว ๆ ตู้คอนเทนเนอร์แน่ ๆ เลยครับตอนที่ผมพยายามจะเปิดตู้ออกตอนที่ได้ยินเสียงคุณหนูใช้เท้าเตะประตูตู้เมื่อครู่นี้” พี่ฮอนบอก

“แล้วแบบนี้เราจะทำอย่างไรกันดีครับ อากาศในตู้นี้ก็หนาวขึ้นเรื่อย ๆ จนผมจะไม่ไหวแล้ว” โนบิพยายามรวบรวมสติที่เหลืออยู่น้อยนิดพูดกับพี่ฮอนด้วยเสียงอันแผ่วเบา

ฮอน

เป็นความสะเพร่าของพี่ฮอนเองที่ดันทำโทรศัพท์หล่นระหว่างที่มาช่วยคุณหนูโนบิ แถมตอนนี้เจ้าตู้นี้ก็ยังล็อกไม่สามารถเปิดจากด้านในได้อีก อากาศที่หนาวขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้คุณหนูโนบิหมดสติไป 

“คุณหนู…คุณหนูโนบิ” ฮอนพยายามร้องเรียก

“คุณหนูทำใจดี ๆ ไว้นะครับ” ฮอนพยายามเขย่าตัวคุณหนู

เมื่อเห็นว่าคุณหนูหมดสติไปเพราะความหนาวผมจึงถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกเพื่อสวมให้กับคุณหนูโดยไม่สนใจว่าตัวเองจะต้องหนาวมากแค่ไหน ขอแค่ให้คุณหนูสุดที่รักของตนปลอดภัยก็เพียงพอ ในใจผมก็ภาวนาขอให้อั๋นตามมาทันและสังเกตเห็นโทรศัพท์ที่ผมทำตกไว้แล้วรู้ว่าฮอนกับคุณหนูถูกขังอยู่ในตู้ด้วยเถอะ

“อย่าเป็นอะไรไปนะครับคนดีของพี่ฮอน ผมยังไม่ได้บอกให้คุณหนูรู้เลยว่าผมรักคุณหนูมากแค่ไหน ตื่นมาฟังผมพูดก่อนเถอะนะคนดีของพี่ฮอน” ฮอนจูบขมับของคุณหนูโนบิแสดงถึงความในใจทั้งหมดที่ตนได้พูดออกไป จากใจผู้ชายที่เฝ้ารัก เฝ้าห่วง เท่าที่ชีวิตและลมหายใจของผู้ชายคนนี้จะทำได้

ทางด้านของฝุ่น

ฝุ่นพยายามออกตามหาจนได้ยินเสียงของโทรศัพท์ดังอยู่ไม่ไกล ฝุ่นเดินตามเสียงโทรศัพท์ที่ฝุ่นจำได้ว่าเป็นเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ของฮอน ฝุ่นเดินตามเสียงนั้นไปเรื่อย ๆ จนพบว่ามันตกอยู่ที่หน้าตู้คอนเทนเนอร์ตู้หนึ่งผมจึงเลือกรับโทรศัพท์ที่ดังไม่หยุดนั้นก่อน

Rrrr…Rrrr

[อั๋น]

[พี่ฮอนนี่พี่อยู่ไหนครับ ผมมาตามคำบอกของพวกคนร้ายแล้วแต่ผมยังหาตู้ที่ว่านั้นไม่เจอเลย] เป็นเสียงของพี่อั๋นนั่นเอง

“คุณอั๋นครับผมฝุ่นนะครับ ผมเจอโทรศัพท์นี้ตกอยู่หน้าตู้คอนเทนเนอร์ตู้หนึ่งแต่ผมไม่เห็นคุณฮอนเลยครับ” 

[คุณฝุ่นอยู่ที่ไหนครับ]

“เดี๋ยวผมโลเคชันไปให้นะครับ” หลังจากวางสายผมก็ใช้โทรศัพท์ของคุณฮอนส่งโลเคชันไปให้คุณอั๋น ก่อนจะสำรวจรอบ ๆ ตู้คอนเทนเนอร์นั้น

“มีใครอยู่ในนี้ไหมครับ…โนบิเราอยู่ในตู้นี้ไหม” ผมพยายามเคาะตู้คอนเทนเนอร์พร้อมกับพยายามเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวจากด้านใน

“คุณฝุ่นใช่ไหมครับ” เสียงแหบโหยของคุณฮอนตอบกลับมาจากด้านใน

“คุณฮอนหรือครับ” ฝุ่นพยายามถาม

“ช่วยคุณหนูด้วยครับ” แล้วเสียงของคุณฮอนก็เงียบหายไป

เมื่อได้ยินดังนั้นฝุ่นก็พยายามจะเปิดประตูของตู้คอนเทนเนอร์ และจากการพยายามออกแรงแผลจากการถูกยิงที่หน้าอกก็เปิดปริแตกจนเลือดค่อย ๆ ไหลซึมออกมาไม่หยุด แต่ผมไม่มีเวลาสนใจเลือดที่ไหลไม่หยุดอยู่นั้น ไหนจะอาการเจ็บและแน่นหน้าอกที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบหายใจไม่ออก

“คุณฝุ่น…ผมช่วยครับ” ในช่วงที่ผมเกือบจะหมดแรงคุณอั๋นกับทีมตำรวจก็ได้เข้ามาช่วยผมเปิดตู้คอนเทนเนอร์

ทันทีที่เปิดประตูได้ก็พบว่าตอนนี้ทั้งโนบิและคุณฮอนได้หมดสติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

(ภาพที่ทุกคนเห็นในตู้คอนเทนเนอร์ คือพี่ฮอนถอดเสื้อนอนกึ่งนั่งและกอดโนบิที่มีเสื้อคลุมของฮอนอยู่ ทั้งคู่หมดสติ และตัวซีดขาว)

“พี่ฮอน…คุณหนู” คุณอั๋นรีบเข้าไปดูอาการของคุณฮอนและโนบิ

“รีบโทรตามรถพยาบาลมาที่นี่ด่วนมีผู้ป่วยภาวะไฮเปอร์เทอร์เมีย (Hypothermia ภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ)” ตำรวจรีบประสานให้เจ้าหน้าที่ตามรถพยาบาลเพื่อมารับฮอนและโนบิที่อยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ที่มีอุณหภูมิติดลบกว่าสิบองศาทำให้ร่างกายเกิดภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ 

[ตำรวจ]

“รถพยาบาล กำลังจะมาถึงภายใน 5 นาทีครับ” คุณตำรวจแจ้งให้คนที่อยู่ตรงนั้นทราบ เพราะก่อนหน้าที่จับคนร้ายได้ ลุงเจมส์ได้ประสานว่าให้รีบมารับฝุ่น แต่ตอนนี้มีคนที่จะต้องใช้รถพยาบาลถึง 3 คนแล้ว 

ทางตำรวจจึงได้แจ้งให้อีกคันตามมาซึ่งไม่เกิน 5 นาทีนี้จะถึงที่เกิดเหตุแน่นอน

ฝุ่นคว้ามือของโนบิมาจับเอาไว้ก็พบว่าตอนนี้มือของโนบิข้างที่ไม่ได้ถูกคุณฮอนกอบกุมไว้นั้นเย็นมาก เย็นจนผมรู้สึกใจหาย เย็นจนผมรู้สึกกลัว กลัวว่าโนบิจะจากผมไป ไม่ช้ารถพยาบาลพร้อมกับเจ้าหน้าที่พยาบาลก็เข้ามาพาร่างที่หมดสติของคุณฮอนและโนบิไปขึ้นรถพยาบาล รวมถึงคนที่โดนยิง แต่ไม่สนใจว่าตนเองจะเป็นตายร้ายดีอะไรก็ตาม

มือของฝุ่นกับโนบิค่อย ๆ หลุดจากกันเมื่อเจ้าหน้าที่พาตัวของทั้งคู่ไป ฝุ่นถูกเจ้าหน้าที่ที่ประคองตามมาไม่ห่างก่อนจะรู้สึกเจ็บหัวใจเมื่อความเจ็บเกินขีดความสามารถที่ตัวเองจะทนได้อีกต่อไป ร่างของฝุ่นค่อย ๆ ล้มลงพร้อมกับสติของฝุ่นก็ค่อย ๆ ดับลงไปเรื่อย ๆ ฝุ่นหลับตาลงแต่ภาพที่เห็นไม่ใช่สีดำ แต่กลับเป็นสีขาว เหมือนทุกอย่างจบแล้วและเขาได้ช่วยคนที่เขารักออกมาจากที่ที่อันตรายที่สุด และถึงมือหมอแล้ว โดยภาพสุดท้ายที่ฝุ่นเห็นก็คือร่างของโนบิกับคุณฮอนถูกนำตัวขึ้นรถพยาบาลไปแล้ว

 “ขอบคุณวอนที่ช่วยให้โนบิปลอดภัย…โอ๊ย ขอบคุณนะวอน” ฝุ่นร้องออกมาด้วยความเจ็บบริเวณหน้าอกด้านซ้ายตรงที่ถูกยิง

[ลุงเจมส์]

“ฝุ่น…อย่าเป็นอะไรไปนะ…อดทนไว้” เป็นลุงเจมส์นั่นเองที่วิ่งตามและรับร่างของฝุ่นที่มีบุรุษพยาบาลประคองด้วยอาการไร้แรง ทำให้น้ำหนักทิ้งไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก ลุงเจมส์รับไว้ได้ทันก่อนที่ก่อนจะล้มหัวฟาดพื้น 

“ฝุ่น ทำใจดี ๆ ไว้นะฝุ่น” ทันทีที่ลุงเจมส์ตะโกนบอกคนอื่น ๆ ความชุลมุนก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้มีผู้บาดเจ็บสาหัสอีกหนึ่งรายที่น่าห่วงไม่แพ้สองคนนั้น โดยทั้งสามรายอาการรุนแรงโคม่าอาการเป็นตายเท่ากัน

และขณะที่รถพยาบาลมีอยู่เพียง 2 คัน เจ้าหน้าที่จึงนำคนบาดเจ็บอีกคนคือฝุ่นขึ้นที่รถพยาบาลคนที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ชื่อว่าโนบิ เจ้าหน้าที่จึงนำร่างของฝุ่นขึ้นไปบนรถนอนเคียงข้างกันกับโนบิ

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งพยายามทำให้ร่างกายของโนบิได้รับความอบอุ่น ส่วนเจ้าหน้าที่อีกคน และลุงเจมส์ที่คอยให้การช่วยเหลือในการปฐมพยาบาลให้กับฝุ่น ด้วยการห้ามเลือดจากบาดแผลที่ปริจากการพยายามเปิดตู้คอนเทนเนอร์ของฝุ่น 

[พยาบาล]

“แย่แล้วผู้ป่วยมีภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน” ขอเครื่องปั๊มหัวใจ 1 2 3 4  พยาบาลทำการปฐมพยาบาลหลังพบว่าฝุ่นมีอาการภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

เมื่อได้ยินดังนั้นลุงเจมส์ที่เป็นหมอโรคหัวใจจึงอาสาช่วยยื้อชีวิตของฝุ่นให้ การช่วยเหลือฝุ่นภายในรถพยาบาลดำเนินไปด้วยความเร่งรีบ และรัดกุม ไม่ช้ารถพยาบาลก็ได้เดินทางมาถึงที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด 

ร่างผู้ป่วยและผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสามคนถูกเข็นเข้าไปรักษาต่อในห้องฉุกเฉิน โนบิที่มีประวัติเปลี่ยนหัวใจมาก่อนมีแพทย์ประจำที่ดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจเข้ามาช่วยตรวจดูอาการจากภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติซึ่งอาจส่งผลต่อภาวะหัวใจของโนบิได้

ทางด้านของฝุ่นเนื่องจากเป็นช่วงดึกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจมีไม่เพียงพอทำให้ลุงเจมส์ขออาสาดูแลเคสของฝุ่นให้เนื่องจากตนเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านโรคหัวใจเช่นกัน

“ผู้ป่วยต้องทำการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจโดยด่วน ไม่เช่นนั้นเราอาจไม่สามารถยื้อชีวิตของผู้ป่วยรายนี้ได้” ลุงเจมส์หันมาแจ้งข่าวให้หมอเวรประจำโรงพยาบาลได้รับทราบถึงการรักษาอาการของฝุ่น

“แต่ตอนนี้ที่โรงพยาบาลของเราไม่มีหัวใจของผู้บริจาคเหลืออยู่เลย ถ้าหากขอรับบริจาคจากโรงพยาบาลใกล้เคียงอาจจะไม่ทันการณ์ได้นะครับ” หมอเวรประจำโรงพยาบาลที่เข้ามาร่วมในทีมรักษาเดียวกับลุงเจมส์พูดขึ้น

ทางด้านของซัน

“พี่ซันระวังค่ะ” ยูโรร้องเตือนเมื่อเห็นสัญญาณไฟแดงแต่ไม่ทันแล้วเมื่อรถของซันพุ่งฝ่าไฟแดงออกไปก่อนโดยที่ไม่สามารถหยุดรถได้ทัน

เอี๊ยดดดดดดดดดด

โครม

รถของซันประสานงากับรถอีกคันซึ่งก็คือรถของภัทรและแท็ปนั่นเอง ผู้บาดเจ็บทั้งสี่รายถูกนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดซึ่งก็คือโรงพยาบาลเดียวกับที่โนบิ ฝุ่น และฮอนถูกนำตัวไปรักษานั่นเอง ตอนอยู่ในรถพยาบาลยูโรนั่งมาในรถคันเดียวกับซัน

[ยูโร] จับมือซันและคอยส่งสัญญาณให้ซันรู้สึกตัวตลอดเวลา ไม่ให้ซันหลับไป เพราะกลัวการหลับ และจะไม่ตื่นมาของผู้ชายที่ตัวเองแอบชอบอยู่โดยไม่รู้ตัว

“พี่ซันพี่อย่าเป็นอะไรนะ ฉันยังไม่ได้ตอบคำถามของพี่เลย พี่จำได้ไหมวันนั้นที่พี่จับได้ว่าฉันสะกดรอยตามพี่ พี่ซันถามฉันว่าฉันรักพี่ใช่ไหม พี่ซันตื่นมาฟังฉันสิฉันกำลังจะบอกพี่อยู่นี่ไง ว่าฉันรักพี่ พี่ซันพี่ได้ยินไหมว่าฉันรักพี่ พี่ตื่นขึ้นมาซิ ตื่นมาฟังคำว่ารักจากยูโรก่อน” ยูโรร้องไห้กับร่างโชกเลือดของซันที่นอนอยู่บนเตียงโดยมีเจ้าหน้าที่บนรถฉุกเฉินกำลังพยายามช่วยปฐมพยาบาลเพื่อยื้อชีวิตซันก่อนถึงโรงพยาบาล

ไม่ช้ารถฉุกเฉินก็พาผู้บาดเจ็บส่งถึงโรงพยาบาลตอนที่รถเข็นของซันมาถึงเป็นช่วงเวลาที่พ่อของซันและโนบิมาถึงพอดี 

[เสียงรถพยาบาลดังมาแต่ไกล] 

“วันนี้เป็นวันอะไรเนี่ย มีแต่อุบัติเหตุ” เสียงพยาบาลพูดเสียงดังมาจากความโกลาหลเต็มห้องฉุกเฉิน

รถเข็นผู้ที่บาดเจ็บสาหัสเข้ามา พร้อมกับการเดินทางมาที่ห้องฉุกเฉินของพ่อโนบิ

พ่อโนบิ หยุดที่หน้าประตูทางเข้าฉุกเฉินเพื่อให้ คนบาดเจ็บเข้าไปก่อนแต่ภาพที่เห็นคือเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง วิ่งกึ่งเดินตามเปลที่เคลื่อนผู้บาดเจ็บคือชายหนุ่มที่ใส่ชุดเสื้อยีน ด้านในเป็นเสื้อสีขาวที่เต็มไปด้วยเลือดเต็มตัวไปหมด ภาพที่พ่อโนบิเห็นคือลูกชายคนโตที่นอนอยู่ในเปลนั้น 

 [พ่อของซัน]

“เจ้าซัน นั่นแกไปโดนอะไรมา” สีหน้าพ่อของซันตกใจแบบไม่คิดว่าจะมาเจอลูกตัวเองได้รับบาดเจ็บขนาดนี้ “ เจ้าซัน แกต้องไม่เป็นอะไรนะ” พ่อเข้ามาจับมือของซันด้วยอาการร้อนรนเมื่อเห็นภาพของลูกชายคนโตร่างกายเต็มไปด้วยเลือด

“ญาติคนเจ็บรอด้านนอกก่อนนะคะ” พยาบาลแจ้งให้พ่อ และเด็กสาวที่มาด้วยกันรออยู่ด้านนอกก่อนจะนำร่างของซันไปในห้องไอซียูซึ่งเป็นห้องที่อยู่ติดกับห้องของฝุ่นที่ลุงเจมส์กำลังพยายามยื้อชีวิตไว้อยู่

เป็นเพราะซันหักหลบเอาฝั่งของตนเองพุ่งเข้าประสานงานกับรถอีกคันทำให้ยูโรได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยและด้วยแรงปะทะทำให้ร่างของซันแทบจะแหลกไปเพราะแรงปะทะของรถข้างหน้าที่พุ่งมา ทำให้เป็นตายเท่ากันตอนที่ซันอยู่ในห้องไอซียูซันมีอาการมึนแต่พอจะรู้สึกตัวและฟังเสียงหมอ และพยาบาลพูดกันเพื่อช่วยชายที่อยู่ข้าง ๆ 

ลุงเจมส์  “ ฝุ่น..ฝุ่นทำใจดี ๆ ไว้นะ หมอจะทำให้เต็มที่ เชื่อมั่นในตัวลุงนะฝุ่น” 

“ชีพจรคนไข้หยุดแล้วค่ะคุณหมอ”  

“ปั๊มหัวใจ”  เสียงหมอพูดออกจากแมสที่ปิดหน้า แต่เป็นคำสั่งที่ทำให้ผู้ช่วยคุณหมอทุกคนเร่งรีบในการช่วยปั๊มหัวใจ

“คนไข้มีอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ตอนนี้มีวิธีเดียวที่จะช่วยได้ก็คือต้องมีหัวใจที่เหมาะสมมาเปลี่ยนได้ทันเวลา ตอนนี้เช็กล่าสุดไม่มีหัวใจที่ใครจะบริจาคได้เลยค่ะ”

ซันได้ยินทุกคำพูดแต่ไม่สามารถลืมตามาดูได้ว่า คนไข้ที่อยู่ข้าง ๆ นั้นเป็นใคร จนได้ยินคำว่าฝุ่น…เสียงก้องในสมองของซันก็ดังขึ้น ไอ้ฝุ่นมึง ไอ้เด็กกำพร้ามึงกล้ากับกูเหรอ…คนอย่างมึงไม่มีปัญญาหาเงินมาหรอก ถ้ามึงอยากจะช่วยแม่ของมึง ก็ต้องทำตามที่กูสั่ง เสียงประโยค ต่อประโยคดังขึ้นอัตโนมัติ ทำให้ซันต้องพยายามลืมตาปรือ ๆ มามองคนไข้ที่อยู่ข้าง ๆ เขาพยายามจนสามารถมองเห็นผู้ชายคนที่อยู่ข้าง ๆ 

 [ซัน] “ฝุ่น…” เสียงอยู่ในลำคอเมื่อเขาเห็นภาพคนข้าง ๆ  

“หมอครับ” ซันพยายามจะเรียกหมอ

“คนเจ็บต้องการอะไรครับ ผมไม่ไหวแล้วครับ” หมอเข้ามาถาม

“ผมต้องการเจอพ่อ” ซันพยายามขอร้องหมอเพื่อให้พ่อเข้ามาพบตนเพื่อที่ซันจะได้บอกเรื่องที่ตนตัดสินใจ

พยาบาลอีกคนที่อยู่ด้านข้างเข้ามารับคำสั่งจากหมอ เพื่อไปตามพ่อของคนบาดเจ็บสาหัส

[พ่อซัน]

“เจ้าซันแกต้องเข้มแข็งไว้นะ” พ่อมาถึงก็เข้ามาจับมือและกอดซันทันที

“พ่อครับน้องเป็นยังไงบ้างครับ” ประโยคของซันน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก

“ทำใจดี ๆ ไว้นะเจ้าซัน ไม่ต้องห่วงน้อง น้องปลอดภัยแล้ว” คนเป็นพ่อที่ไม่เคยเห็นพี่ชาย เป็นห่วงน้องชาย ถึงกับน้ำตาซึม แต่ไม่อาจจะร้องออกมาได้ ต้องทำเป็นเข้มแข็งให้ลูกที่นอนอยู่เห็น

“พ่อครับ ผมเจ็บไปทั้งตัวเลย พ่อกอดผมหน่อยได้มั้ยครับ” สิ่งที่ลูกชายคนโตและไม่เคยได้จากพ่อมาทั้งชีวิตพรั่งพรูออกมาจากหัวใจ 

พ่อของซันตอบลูกชายที่นอนอยู่ด้วยการโถมตัวเข้าไปกอดสุดตัว มือขวาที่มีแรงอยู่ของซันเอื้อมมากอดพ่อ มันเป็นการกอดครั้งแรกจากพ่อบังเกิดเกล้าที่เขาเฝ้าแต่แค้น เฝ้าแต่ยกความผิดที่เกิดขึ้นในชีวิตเขายกให้ชายที่ก้มกอดมาตลอด 

“พ่อรักผมมั้ยครับ..” คำถามที่เคยถามไปเมื่อตอนพูดคุยโทรศัพท์ครั้งสุดท้าย ถูกถามอีกครั้ง

“เจ้าซัน…” พ่อผมทนไม่ไหวกับการได้รับฟังคำถามนั้น อดกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ร้องไห้และตอบลูกไปว่า “พ่อรักแกมาก แกเป็นลูกชายคนโตที่พ่อดีใจมากที่ได้แกมาเป็นลูก วันที่แกเกิด เป็นวันที่พ่อจำได้ พ่อตื่นเต้น ที่จะได้เป็นพ่อคน พ่อบอกกับแม่แกว่าพ่อจะยอมเปลี่ยนตัวเองทุกอย่างทำหน้าที่พ่อให้ดี พ่อสัญญาว่าจะทำให้แกและแม่แกมีความสุขที่สุด พ่อรักแกเจ้าซัน….”

“ผมก็รักพ่อครับ..” ซันพูดจบพร้อมกับความเหนื่อยที่ตัวเองต้องรวบรวมพลังเจรจากับพ่อ

ทั้งพ่อ และซันกอดกัน ร้องไห้ทำให้ หมอและพยาบาลที่อยู่ตรงนั้น อดที่จะซาบซึ้งไปด้วยไม่ได้ 

เสียงเตียงข้าง ๆ มีหมอและพยาบาลดังขึ้นอีกครั้ง “คุณหมอคะ คนเจ็บชีพจรฟื้นมาอีกครั้งแล้วค่ะ”

“ปั๊มหัวใจ ….” เสียงหมอออกคำสั่งอีกครั้ง 

“ปั๊มหัวใจ….”

“ปั๊มหัวใจ….”

พอครั้งที่ 4 มีเสียงผู้ช่วยดังขึ้น “ชีพจรอ่อนลง เอายังไงดีคะคุณหมอเจมส์” “[ถ้าเราไม่ได้หัวใจมาทันเวลา 18.00 น. วันนี้ก็หมดหนทางแล้วล่ะ” 

เสียงของคุณหมอดังประมาณหนึ่งทำให้คนไข้ที่อยู่ห้องไอซียูที่อยู่ห่างประมาณ 3 เมตรได้ยินเบา ๆ แต่ชัดเจน

“พ่อผมไม่ไหวแล้ว…ผมจะบริจาคหัวใจให้ฝุ่น” ซันพูดออกมาอย่างตั้งใจแต่เสียงที่ออกมาทำให้คนข้าง ๆ ฟังได้ชัด ว่าเขาอยากจะมอบหัวใจให้คนข้าง ๆ เพราะรู้ตัวว่าตนไม่น่าที่จะทนพิษบาดแผลที่มันแสบไปทั้งเรือนร่างขณะนี้ มันไม่ไหวแล้ว 

 “แกพูดเรื่องอะไรเจ้าซัน” พ่อเมื่อได้ยินสิ่งที่ซันพูดก็ตะโกนออกมาอย่างรับไม่ได้กับสิ่งที่ซันบอก

“พ่อผมรู้ตัวเองดีว่าผมอาจจะไม่รอด ผมทำผิดกับน้องที่เป็นน้องแท้ ๆ ของผม จนทุกคนต้องมาเป็นแบบนี้ เพื่อเป็นการขอโทษที่ทำให้โนบิ และฝุ่นต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ และถ้าเทียบความรักที่ตนซึ่งเป็นพี่ชายแท้ ๆ นั้นตนยังไม่เคยทำอะไรให้น้องเลยแม้แต่ครั้งเดียว และครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ผมจะได้ทำอะไรเพื่อน้องสักครั้งเป็นครั้งแรกและเป็นครั้งสุดท้าย พ่อให้ผมทำเถอะนะครับ” ซันพยายามทั้งพูดอธิบาย และกะพริบตาที่พร้อมจะหลับขอทำในสิ่งที่ตนต้องการ  

“พ่อห้ามแกไม่ได้ใช่ไหมเจ้าซัน” พ่อถามด้วยน้ำตานองหน้าเมื่อรู้ว่าตนกำลังจะต้องสูญเสียลูกชายคนโตของตนไปตลอดกาล

“ฝากพ่อบอกยูโรด้วยว่าผมได้ยินแล้วที่เธอบอกว่ารักผมและผมก็รู้สึกดีกับยูโรเหมือนกัน ขอโทษที่ไม่ได้อยู่ดูแล และขอให้เธอได้เจอกับคนที่รัก และดูแลเธอได้ดีกว่าผม บอกยูโรว่าอย่าบอกให้โนบิรู้เรื่องที่ผมเป็นพี่ชายแท้ ๆ ให้น้องเข้าใจว่าเป็นลูกคนเดียวของพ่อตลอดไป น้องจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดหรือเสียใจที่มีพี่ชายแย่ ๆ แบบผม” 

ซันจับมือของพ่อก่อนจะบอกสิ่งที่ตนแทบไม่เคยได้ทำมาก่อนเลย

“พ่อผมรักพ่อนะครับ ขอโทษที่ผมไม่มีโอกาสทำอะไรดี ๆ ให้พ่อ ขอโทษที่ผมไม่ได้อยู่ตอบแทน ขอโทษที่ผมเป็นลูกที่แย่ ถ้าชาติหน้าผมขอเกิดเป็นลูกของพ่ออีกนะครับ ขอให้เราได้อยู่ด้วยกัน ผมรักพ่อนะครับ”

“พ่อก็รักแกเจ้าซัน” น้ำตาของผู้ชายที่เป็นพ่อ และลูกชาย เป็นการสั่งเสียและบอกลาซึ่งมันเหมือนทุกอย่างเร็วเกินไป

“ผมขอมอบหัวใจที่จะดับสิ้นนี้ ให้กับเพื่อนที่เป็นคนรักของน้องชายผม ที่ผมทำผิดกับน้องมาตลอด…ลาก่อนครับพ่อ”

เมื่อพ่อของซันไม่อาจห้ามความตั้งใจของซันลูกชายคนโตของตนได้ เขาจึงทำได้เพียงไปแจ้งข่าวให้กับลุงเจมส์ผู้ทำหน้าที่ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจให้กับฝุ่นในครั้งนี้ได้รับรู้ถึงการเสียสละหัวใจของซันให้กับฝุ่น ถึงแม้ลุงเจมส์จะไม่เห็นด้วยแต่เมื่อเป็นความยินดีและเต็มใจที่จะเสียสละตัวเองของซัน ลุงเจมส์จึงไม่อาจพูดหรือทำอะไรได้มากไปกว่าดำเนินการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจของฝุ่นและซันให้เรียบร้อยและดีที่สุด

การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจระหว่างซันและฝุ่นดำเนินไปด้วยการดูแลของลุงเจมส์และหมอเวรประจำโรงพยาบาล ลุงเจมส์ใช้วิธีการเปลี่ยนหัวใจเช่นเดียวกับที่ตนเคยทำให้กับวอนลูกชายบุญธรรมของตนเองตอนที่ทำการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจให้กับโนบิจนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีท่ามกลางความเสียใจของพ่อซันกับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของซันตลอดกาล

2 เดือนผ่านไป อาการของฝุ่นเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ 

หัวใจของฝุ่นเริ่มเป็นปกติอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่รู้ว่าด้วยความรักของพี่ชายที่มีต่อน้องชายหรือการดูแลและใส่ใจของคนข้างๆ ที่เฝ้าดูแลคนป่วยอย่างไม่ห่าง ก็ไม่รู้เหมือนกัน

ชายหนุ่มนั่งรถวีลแชร์ ถูกเข็นออกมาจากเส้นทางเชื่อมของตึกโรงพยาบาล เพื่อที่จะกลับห้องพัก ชายหนุ่มนั่งมองไปนอกหน้าต่าง ของตึกโรงพยาบาลสูงเสียดฟ้า 

ประตูห้องเปิดขึ้น ชายหนุ่มร่างเล็กถือดอกกุหลาบสีขาว เต็มมือช่อใหญ่เข้ามาแล้วพูดว่า “สุขสันต์วันเกิดครับผมแล้วก็ Happy Valentine Day นะครับคุณคนป่วยสุดหล่อ ยิ้มหน่อยได้มั้ยครับ วันนี้เราจะได้กลับบ้านแล้วน้า”

“ว่าไงไอ้ตัวยุ่ง มาแล้วเหรอ มาสายนะเรา” 

“โห..พี่ฝุ่นสายไป 5 นาทีเอง ต้องโทษคนนู้นแล้วล่ะ ไม่ยอมปลุกผม” โนบิหันไปโทษคนขับรถที่ปล่อยให้โนบินอนตื่นสาย มาหาคนป่วยช้า 

ฮอนยิ้มหน่อย แล้วบอกกลับไปว่า “คุณฝุ่นเชื่อเหรอครับว่าผมไม่ปลุกคุณหนู” 

“ผมเชื่อพี่ฮอนครับ” 

“อ้าวเป็นพวกเดียวกันเข้าแล้วสองคนนี้” “วันนี้เราจะได้กลับบ้านแล้วพี่ ดีใจมั้ย” โนบิเปลี่ยนเรื่องคุย แล้ววางดอกกุหลาบไว้ข้าง ๆ 

“ทำไมไม่เอาดอกไม้มาให้พี่ล่ะ ซื้อมาแล้วก็ต้องให้สิ” ฝุ่นถามเชิงสั่ง

โนบิมองหน้าฝุ่น แล้วบอกว่า “ผมไม่ได้ซื้อให้พี่สักหน่อย อย่ามั่วเดะพี่ วันนี้พี่ต้องซื้อให้ผมเหอะ…” ฝุ่นกวนกับ

โนบิ “เร็วพี่เปลี่ยนเสื้อผ้าเราต้องไปอีกหลายที่เลยน้า ..คนป่วย” โนบิยื่นถุงเสื้อผ้าให้กับฝุ่น

ฝุ่นทำหน้าอ้อน แล้วบอกว่า “เปลี่ยนให้ด้วย ไม่มีแรงอะ พี่ป่วยนะ”

“อื่ม…ไม่ได้ครับ เดี๋ยวคุณพ่อผมขึ้นมาเห็นมันไม่ดีนะพี่ พ่อดุนะ พี่ไหวเหรอ” คนตัวยุ่งกวนต่อ 

เมื่อมีคำว่าพ่อจะขึ้นมา ทุกอย่างจบการสนทนา เพราะถ้าผู้ใหญ่เห็นมันก็คงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ฝุ่นเลยรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ และออกเดินทางจากโรงพยาบาลเพื่อกลับบ้าน 

[บนรถคันใหญ่] 

พ่อโนบิ “เป็นไงบ้างลูก โอเคมั้ยวันแรกของการออกมาจากโรงพยาบาล”

ฝุ่น “ก็ดีครับคุณอา ผมว่าผมน่าจะเป็นปกติแล้ว” 

“เรียกอา ทำไมกันฝุ่น เรียกพ่อซิลูก ต่อไปเราจะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ”

ฝุ่นยิ้มแหย ๆ เขิน ๆ “ครับพ่อ” ตอบรับการที่ผู้ใหญ่บอกให้เรียกตนว่าพ่อ 

รถได้ขับมาถึงจุดหมายแรก 

ฮอน “เชิญคุณนายท่าน” และเชิญโนบิ และฝุ่น 

พ่อของโนบิเดินนำหน้าไป จนถึงสถานที่แห่งหนึ่ง มีเด็กสาว และชายหนุ่มอีกสองคนยืนอยู่ รวมถึงแม่ของโนบิที่ยืนอยู่ล้อมรอบ หลุมฝังศพของคนคนหนึ่ง เมื่อทุกคนเดินถึงก็ได้ทักทายกันอย่างเป็นกันเองและอบอุ่น ฝุ่นก็งงกับการที่ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ 

พ่อของโนบิ “นี่ไงเจ้าซัน เพื่อนของแกมาแล้ว…เขาหายแล้วนะ หายดีเป็นปกติ อย่างที่แกอยากให้เขาเป็น”

โนบิ “นี่ไงพี่ฝุ่น” ยื่นช่อดอกไม้สีขาวใหญ่ให้ฝุ่น “คนที่พี่ฝุ่นจะต้องเอาดอกไม้มาให้เขา เขารอพี่ฝุ่นมาตั้ง 2 เดือนนะ” 

ฝุ่น “เฮ้ยซัน …นายเป็นอะไรเนี่ย ซันเสียแล้วเหรอ” ทำให้งง เข้าไปใหญ่ว่า คนที่ล้อมรอบอยู่นี้เป็นอะไรกัน รู้จักกัน มีความสัมพันธ์อะไรกันถึงมารวมตัวกันที่นี่  ก็เลยถามโนบิว่า “นี่มันอะไรกัน พี่งงไปหมดแล้ว”

โนบิ “พี่ซันเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของผม วันนี้พี่ซันไม่อยู่แล้ว เขามองพวกเราอยู่บนนู้น.. แล้ววันนี้คุณพ่อ กับคุณแม่ก็จะมาบอกพี่ซันว่า คุณพ่อ คุณแม่จะมีลูกชายเพิ่มอีกคนก็คือพี่ฝุ่น เราเลยต้องมาบอกให้พี่ซันรู้ด้วยไงพี่” 

ยูโร มองไปที่หลุมฝังศพของซัน เมื่อโนบิพูดจบ น้ำตาของยูโรก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว “พี่ซันได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดแล้วนะ ตอนนี้ครอบครัวของพี่มีความสุขแล้ว พี่ก็สบายใจได้แล้วนะ” ยูโรพูดในใจคนเดียวด้วยสีหน้าเรียบ ๆ ไม่เหมือนยูโรคนเดิม 

ฝุ่นพอจะเข้าใจในสิ่งที่โนบิอธิบาย แต่ก็ยังเข้าใจไม่หมด แต่ทำตามที่โนบิสั่งให้เอาดอกไม้ช่อใหญ่ไปวางที่หลุมศพแล้วบอกกับซันว่า “ฉันเสียใจกับนายด้วยนะที่นายจากพวกเราไปเร็วกว่าที่ควรจะเป็น แต่นายไม่ต้องห่วงครอบครัวของนายนะ ต่อจากนี้ไปฉันจะดูแลครอบครัวของนายให้ดีที่สุด นายอยู่ข้างบน ก็หยุดซ่าได้แล้ว ถึงเราจะไม่ได้คุยดี ๆ กัน วันนี้ฉันได้มาอยู่เป็นพี่น้องกับนายแล้ว รับฉันเข้าไปอยู่ในครอบครัวนายด้วยนะ เพื่อน…” 

พ่อของโนบิ ที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เมื่อเห็นภาพฝุ่นวางดอกไม้ให้กับซัน ก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ “ซันลูกพ่อ พ่อภูมิใจที่มีลูกเป็นลูกของพ่อ การตัดสินใจของลูก ทำให้พ่อรู้ว่าความรักมันไม่มีรูปแบบ มันไม่มีเงื่อนไขจริง ๆ” 

ทุกคนเดินทางกลับจากหลุมฝังศพของซัน ความรักที่แสนอบอุ่นที่ซันแอบมองอยู่บนฟ้า มันทำให้ซันอดยิ้มไม่ได้กับภาพที่ทุกคนมีความสุข ยกเว้นแต่ยูโร หวังว่าเวลาจะรักษาให้ผู้หญิงร่าเริงคนนี้กลับมาร่าเริงได้เหมือนเก่า …..

[ยูโร] มันเป็นอย่างที่พี่ต้องการแล้วซินะพี่ซัน ยูโรเองก็ดีใจกับภาพที่กำลังมองลงมา มันเป็นภาพที่สวยงามมากใช่มั้ย พี่ซัน ส่วนยูโรคนนี้ขอเวลาสักพักนะพี่ ขอเวลาให้ผู้หญิงคนนี้รักษาหัวใจตัวเองให้ได้ก่อน มันคงยาก เพราะแค่เริ่มรู้สึกรักยูโรก็ต้องมาเสียพี่ไปแล้ว มันยังเจ็บอยู่เลยพี่ พี่ซันแม่งโคตรใจร้ายเลยอะ ทำกับยูโรได้ ฮึอ ๆ เสียงของหัวใจของสาววายมันร้องไห้แบบที่ไม่สามารถร้องออกมาได้อย่างที่ควรจะเป็น

อย่างที่บอกว่าคงต้องใช้เวลา แล้วเป็นกำลังใจให้ยูโรด้วยนะทุกคน….. ไอ้พี่ซันตัวร้ายจริง ๆ ขนาดไม่อยู่ยังทำให้ผู้หญิงอย่างยูโรต้องเสียใจแบบนี้อีก  T T ,มาเป็นกำลังใจให้สาววายคนนี้กันต่อนะทุกคน