ที่บ้านของคนร้ายหลังที่โนบิกับฝุ่นเคยไปไถ่โฉนดที่ดินคืน

หลังจากที่ตำรวจได้รับการติดต่อจากกลุ่มของฮอนและฝุ่นที่ได้แจ้งถึงคนที่ถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ ตำรวจท้องที่จึงได้ส่งกำลังตำรวจพร้อมกับหมายค้นมาค้นยังบ้านที่ฝุ่นและโนบิมาทำเรื่องไถ่โฉนดคืนก่อนหน้านี้

เมื่อทีมของเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าค้นบ้านก็ไม่พบโนบิ

“ผมไม่รู้เรื่องนะครับคุณตำรวจผมก็แค่คนปล่อยเงินกู้แค่นั้นเอง” เจ้าของบ้านบอกเมื่อตำรวจบุกเข้าค้นบ้านและจับตัวเขาไว้

“แต่ลูกน้องของคุณจับตัวคุณโนบิไปเรื่องนี้คุณจะว่าอย่างไร” ตำรวจพูดกับเจ้าของบ้าน

“ไอ้หมึกเป็นคนที่ผมจ้างมาชั่วคราวเท่านั้นผมกับมันไม่ได้สนิทหรือรู้จักกันเป็นการส่วนตัว และมันก็เพิ่งมาทำงานให้ผมแค่เดือนเดียวเองครับคุณตำรวจ ผมไม่รู้เรื่องที่มันจับคนไปเรียกค่าไถ่แม้แต่น้อยเลยนะครับ”

“ถึงคุณไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจับคนไปเรียกค่าไถ่ของนายหมึก แต่การที่คุณปล่อยเงินกู้เถื่อน ปล่อยเงินกู้นอกระบบแบบนี้ก็มีความผิด ดังนั้นผมจำเป็นที่จะต้องเชิญคุณไปให้ปากคำด้วยครับ” ตำรวจเชิญเจ้าของบ้านไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ

จากการสอบปากคำของตำรวจทำให้ได้รู้ว่านายหมึกคนที่จับตัวของโนบิไปนั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเจ้าของบ้านนอกจากการที่เขาแค่จ้างให้มาทวงหนี้ให้ตนเพียงเท่านั้น และเพิ่งมาทำงานด้วยเพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงที่ซันติดต่อกับนายหมึกเพื่อให้วางแผนให้บ้านเด็กกำพร้ามาทำเรื่องกู้เงินจนเป็นที่มาของเงินกู้จำนวนมากจนฝุ่นต้องยอมร่วมมือกับซันเพื่อหาเงินมาคืน 

แต่เจ้าของบ้านก็ยังคงมีความผิดที่ปล่อยเงินกู้อย่างผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังคิดดอกเบี้ยในอัตราที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด และยังมีวิธีการทวงหนี้โหดอีกด้วยทำให้เจ้าของบ้านอย่างไรก็ยังคงมีความผิดในเรื่องนี้อยู่ดี แม้จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับการที่นายหมึกจับตัวของโนบิไปเรียกค่าไถ่ก็ตาม

ทางด้านของฮอนและฝุ่นเมื่อการบุกมาที่บ้านหลังนี้ไม่สามารถสืบหาเบาะแสของคนร้ายและโนบิต่างก็มานั่งปรึกษากันอยู่โดยมีตำรวจทีมที่รับหน้าที่ในคดีลักพาตัวของโนบิร่วมประชุมกันด้วย

“ตอนนี้ทำได้อย่างเดียวคือรอให้คนร้ายติดต่อมา แต่อย่างน้อยเราก็มั่นใจได้ว่าคุณโนบิจะยังคงปลอดภัยอยู่เพราะตราบใดที่พวกคนร้ายยังต้องใช้คุณโนบิเป็นตัวประกันเพื่อใช้เรียกค่าไถ่ในครั้งนี้อยู่” ตำรวจเจ้าของคดีให้ความเห็น

 “คุณฝุ่นผมว่าคุณฝุ่นไปโรงพยาบาลก่อนเถอะครับ อาการของคุณฝุ่นสาหัสมากเลยนะครับ” ลุงเจมส์พยายามเกลี้ยกล่อมให้ฝุ่นไปรักษาที่โรงพยาบาล เพราะจากการที่ตนเป็นหมอเพียงได้เห็นอาการของฝุ่นเขาก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่าอาการของฝุ่นนั้นแย่แค่ไหน แต่ฝุ่นก็ไม่ยอม

“ผมขอตามหาโนบิให้เจอก่อนเถอะนะครับคุณลุง ผมเป็นห่วงโนบิ” ฝุ่นยังคงไม่ยอมไปโรงพยาบาลเพราะอยากตามหาโนบิให้เจอก่อน

ทางด้านของซัน

ซันขับรถด้วยความเร็วสูงจนใกล้จะถึงจังหวัดนครสวรรค์อยู่แล้ว แต่ในระหว่างนั้นเขาก็ได้รับโทรศัพท์จากพ่อที่โทรเข้ามาหลังจากที่ได้รู้จากฮอนว่าคุณหนูโนบินั้นถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่

Rrrr…Rrrr

[พ่อ]

“เจ้าซันนี่พ่อเองนะ” พ่อของซันและโนบิพูดมาจากปลายสายด้วยน้ำเสียงร้อนรน

และเพราะซันกำลังขับรถอยู่เขาจึงต้องเปิดลำโพงเพื่อคุยโทรศัพท์ทำให้ยูโรที่นั่งมาด้วยในรถได้ยินทุกการสนทนาของซันและพ่อ แต่เพราะยูโรรู้เรื่องของตนแล้วซันจึงตัดสินใจรับโทรศัพท์โดยการเปิดลำโพงคุยในรถ

[ซัน]

“พ่อโทรหาผมทำไมครับ” แม้จะรู้อยู่แล้วแต่ซันก็ยังถาม

[โนบิถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ แกรู้เรื่องนี้หรือเปล่า] พ่อเลี่ยงที่จะใช้คำว่า ‘แกมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือเปล่า’ แต่ซันเข้าใจว่าพ่อของตนต้องการจะถามว่าอะไร

“พ่อไม่ต้องอ้อมค้อมหรอกครับ พ่อโทรมาเพราะต้องการจะถามผมมากกว่าว่าผมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่น้องถูกจับตัวไปหรือเปล่า” เป็นครั้งแรกที่พ่อได้ยินซันเรียกโนบิว่าน้องออกมาแต่เพราะความโกรธทำให้ท่านไม่ทันได้สังเกต

[แกมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริงๆใช่ไหม] เมื่อพ่อของซันได้ยินสิ่งที่เขาพูดจึงถามกลับมาอย่างมั่นใจว่าสิ่งที่ตนคิดนั้นคือเรื่องจริง

“พ่อมั่นใจอยู่แล้วว่าเรื่องนี้ผมมีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่แรก แต่ที่โทรมาเพราะต้องการความแน่ใจมากกว่าใช่ไหมครับ” ซันถามออกมาอย่างน้อยใจ ที่ไม่ว่าอย่างไรตนก็สำคัญน้อยกว่าโนบิเสมอ

[….] พ่อเงียบไปซันจึงพูดต่อ

“พ่อ…ผมรู้เรื่องที่โนบิเป็นลูกของแม่และเป็นน้องแท้ๆของผมแล้วนะครับ ทำไมพ่อกับแม่ต้องปิดเรื่องนี้ไม่ให้ผมรู้ด้วย” ซันถามถึงเรื่องที่ตนได้รู้มาก่อนหน้านี้แทนที่จะคุยเรื่องที่ตนสั่งคนร้ายให้จับตัวของโนบิไปเรียกค่าไถ่แทน

[แกรู้เรื่องนี้ได้ยังไงเจ้าซัน] พ่อถามกลับมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“ทำไมพ่อไม่บอกเรื่องนี้กับผม ถ้าพ่อบอกเรื่องนี้เร็วกว่านี้เรื่องทุกอย่างก็คงไม่เป็นเหมือนตอนนี้” ซันพูดออกมาอย่างยอมรับว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่โนบิถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่

[พ่อขอโทษ] พ่อถอนหายใจเมื่อตัดสินใจได้และยอมพูดความจริงออกมาในที่สุด

[เป็นเพราะโนบิเกิดมามีภาวะลิ้นหัวใจรั่วตั้งแต่เกิด แม่ของแกต้องการให้น้องแกได้รับการดูแลและรักษาอย่างดีที่สุด แม่ใหญ่แกจึงยื่นข้อเสนอให้แม่ของแกยอมยกโนบิให้เป็นลูกของแม่ใหญ่เพราะเธอไม่สามารถมีลูกได้แล้ว แลกกับการที่แม่ของแกจะไม่บอกใครว่าโนบิเป็นลูกแท้ๆแม้แต่ตัวแกเองเจ้าซัน ตอนนั้นแกก็ยังเด็กมากแกจึงจำไม่ได้ว่าแม่แกท้องและมีน้องอีกคน ดังนั้นแกจึงเข้าใจมาตลอดว่าโนบิเป็นลูกคนละแม่กับแก และที่สำคัญแม่แกก็เชื่อว่าการที่แม่ใหญ่เอาน้องไปเลี้ยงน่าจะดีกว่าเขาเองเลี้ยงเพราะตอนนั้นแม่แกเริ่มรู้ว่าตัวเองมีปัญหาในเรื่องของโรคหัวใจ เรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของพ่อเอง.. ] พ่อเล่าความจริงทั้งหมดให้ซันฟัง และยูโรที่นั่งอยู่ด้วยก็รับรู้เรื่องนี้ไปพร้อมๆกับซัน

ซันเงียบ…ฟังพ่ออย่างใจสั่นไปหมดกับเรื่องที่พ่อเล่า ทำให้ซันต้องร้องไห้ต่อหน้ายูโรอีกครั้งแบบไม่อาย  เมื่อพ่อพูดจบ ซันจึงพูดในโทรศัพท์ขึ้นมา

[ซัน]

“พ่อช่วยน้องด้วยนะ…ผมขอโทษ” ซันร้องไห้พร้อมกับพูดตอบพ่อของตนไป

“ผมไม่รู้ ผมเสียใจ ผมไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้ ผมผิดเอง พ่อต้องหาวิธีช่วยน้องนะครับ” ซันทำหน้าที่ของพี่ชายที่ดีโดยคนที่อยู่ข้างๆอย่างยูโรถึงกับน้ำตาไหลด้วย เพราะการที่เห็นคนที่อยู่ข้างๆร้องไห้ฟูมฟายสำนึกผิด มันเป็นภาพที่ทรมานจิตใจเธอแบบปฏิเสธไม่ได้ 

 “แกไม่ต้องห่วง พ่อกำลังเดินทางไปหาฮอน เราต้องช่วยน้องได้ แกตั้งสติ ขับรถดีๆแล้วทางนี้พ่อจัดการให้” พ่อพูดด้วยน้ำเสียงที่คนเป็นพ่อเป็นห่วงลูกทั้งคนโต และคนเล็ก

[ตอนนี้รอแค่ให้คนร้ายติดต่อมา ถ้าติดต่อพวกมันได้ต้องพยายามหลอกถามว่าพวกมันเอาตัวน้องไปไว้ที่ไหน ส่วนเรื่องที่แกมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้พ่อจะหาทางช่วยให้แกรอดจากคดีนี้เองไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าซัน] ประโยคท้ายพ่อพูดออกมาทำให้ซันรู้ว่าอย่างน้อยพ่อก็เป็นห่วงตนไม่แพ้โนบิเช่นกัน

“พ่อเคยรักผมบ้างไหมครับ” ไม่รู้อะไรดลใจให้ซันถามพ่อออกไปแบบนั้น 

หลังจากซันถามพ่อของตนออกไปยูโรก็ได้เอื้อมมือมาบีบมือของซันที่กำลังจับพวงมาลัยรถไว้อย่างให้กำลังใจ พร้อมกับรอฟังคำตอบจากพ่อของซัน

[รักสิ พ่อรักแกมากนะ แกเป็นลูกชายคนโตของตระกูล แต่เพราะแกแข็งแรงกว่าน้องพ่อจึงต้องดูแลน้องมากกว่าแก อีกอย่างการที่เราไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันเพราะแกต้องอยู่กับแม่ มันทำให้พ่อไม่สามารถดูแลแกได้ให้ความรักกับแกได้อย่างเต็มที่ จนแกสร้างกำแพงขึ้นมา กำแพงที่พ่อไม่สามารถก้าวข้ามผ่านไปถึงหัวใจของแกได้ พ่อขอโทษที่ทำให้แกต้องเป็นแบบนี้ ขอโทษที่ดูแลแกไม่ดี ขอโทษที่ทำให้แกถูกใครๆตราหน้าว่าเป็นลูกเมียน้อย แต่แกคือลูกชายที่ฉันรักและภาคภูมิใจเสมอนะซัน แกไม่เคยทำให้ฉันผิดหวังเลยทั้งเรื่องเรียน และเรื่องส่วนตัว แต่เพราะทิฐิในใจของแกทำให้แกทำเรื่องแบบนี้ขึ้นมา อภัยให้พ่อนะ ลูก…] พ่อพูดจบก็ร้องไห้ออกมาจนได้ยินเสียงร้องไห้ดังออกมาจากปลายสาย

“พ่อผมต่างหากที่ต้องขอโทษ ผมขอโทษที่ผมไม่เคยเข้าใจพ่อเลย ขอโทษที่ผมทำร้ายน้องครั้งแล้วครั้งเล่า ขอโทษที่ผมทำเรื่องเลวร้ายจนถึงขั้นจ้างให้คนจับตัวน้องไปเรียกค่าไถ่ ผมขอโทษครับพ่อ” ซันพูดไปก็ร้องไห้ไป

[เรามาช่วยกันตามหาน้องให้เจอด้วยกันนะ ครอบครัวเราจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา แกกับน้องจะได้ไม่ต้องแยกจากกันอีก เหตุผลที่พ่อยอมให้โนบิมาเรียนที่กรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งก็เพราะพ่ออยากให้แกกับน้องได้เจอกัน ได้มีเวลาอยู่ร่วมกัน เพื่อที่วันหนึ่งพ่อเป็นอะไรไปแกกับน้องจะได้ช่วยเหลือและพึ่งพากันได้] พ่อพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาให้ซันได้รับรู้

“ครับพ่อ ผมจะพยายามติดต่อพวกมันให้ได้แล้วถามหาที่อยู่ของน้องให้เร็วที่สุด เราต้องช่วยน้องออกมาจากพวกมันให้ได้ครับ ผมขอโทษที่เป็นต้นเหตุของทุกเรื่องนี้” ประโยคท้ายซันไม่วายกล่าวขอโทษพ่อที่เป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายนี้และเป็นต้นเหตุทำให้โนบิถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่

หลังจากวางสายจากพ่อพร้อมกับการปรับความเข้าใจกันของทั้งคู่แล้ว ซันก็พยายามต่อสายหาคนร้ายอีกครั้งโดยยูโรเป็นคนช่วยติดต่อให้ และดูเหมือนสวรรค์เป็นใจเพราะไม่นานซันก็สามารถติดต่อคนร้ายได้

Rrrr…Rrrr

[หวัดดีครับนาย ขอโทษทีครับแบตโทรศัพท์ผมหมดเพิ่งจะชาร์จเมื่อตะกี้นี้เอง] เป็นนายหมึกที่พูดตอบกลับมาตามสาย

“ดีมาก พวกแกทำงานได้ดีอย่างที่ฉันไว้ใจจริงๆแล้วตอนนี้พวกแกอยู่ที่ไหนฉันกำลังขับรถไปที่นครสวรรค์ฉันอยากไปเห็นด้วยตาของตนเอง ว่ามันทรมานแค่ไหน อย่าทำอะไรมันเด็ดขาด ถ้าฉันไม่สั่ง และอย่าให้มันรู้ว่าคนที่สั่งแกเป็นใคร รออยู่ที่นั่น อีกไม่ถึง 2 ชั่วโมงฉันจะไปเจอพวกแก” ซันเปลี่ยนใจเมื่อไม่สามารถยกเลิกภารกิจได้ ซันจึงต้องทำตัวเป็นพวกเดียวกับคนร้ายเพื่อหาทางสืบที่อยู่ที่พวกมันจับตัวโนบิไป

[นายกำลังเดินทางมาหรือครับ ดีเลย ตอนนี้ผมจับตัวไอ้หน้าอ่อนตัวเล็กที่ชื่อโนบิมาที่โกดังสินค้าแห่งหนึ่ง แถวริมน้ำสายใต้ เดี๋ยวผมส่งโลเคชันให้นายในโทรศัพท์ละกันครับ] 

แล้วคนร้ายก็บอกที่อยู่ของตนให้ซันฟัง ซึ่งที่อยู่ของคนร้ายอยู่ใกล้ๆกับจุดกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยา 

เมื่อซันได้รู้ที่อยู่ที่แน่นอนของคนร้ายแล้ว ซันก็พยายามหลอกล่อคนร้ายไม่ให้ทำร้ายโนบิ เพื่อที่พวกตนจะได้เดินทางไปช่วยได้ทันเวลา หลังจากวางสายไปเรียบร้อย ซันสั่งให้ยูโรโทรไปบอกฮอน เพราะคนที่ภักดีกับนายของเขารอการติดต่อของคนร้าย และคนที่เป็นนายอย่างซัน พอเสร็จเรียบร้อยยูโรจึงติดต่อหาแท็ปเพื่อแจ้งให้แท็ปกับภัทรรู้ว่าคนร้ายจับตัวของโนบิไปที่ไหน 

ส่วนภัทรเมื่อได้รู้ที่อยู่ของโนบิแล้วก็รีบติดต่อให้ฝุ่นรู้ทันที โดยที่ตอนนี้ภัทรไม่รู้ว่าฝุ่นอยู่กับฮอนนั่นเอง การร่วมมือกันของทั้งสามกลุ่มทำให้แผนการช่วยเหลือโนบิถูกดำเนินไปอย่างรัดกุมและแนบเนียน โดยกลุ่มของฝุ่นที่อยู่ใกล้ที่สุดรีบมุ่งหน้าไปยังจุดที่คนร้ายอยู่ทันที โดยมีทีมตำรวจเจ้าของคดีนำทีมบุกจับคนร้าย

[โกดังสินค้าที่พวกคนร้ายจับโนบิไปขังไว้]

“ลูกพี่คนที่จ้างให้ลูกพี่จับตัวไอ้หนุ่มนั้นมาเป็นใครหรือครับ” ลูกน้องคนหนึ่งของหมึกถามขึ้นพร้อมกับโซ้ยข้าวกินอย่างหิวโหย

“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน กูติดต่อผ่านทางโทรศัพท์เลยไม่รู้ว่าคนที่จ้างงานเป็นใคร แต่ใครจะสนล่ะขอแค่ให้มีค่าจ้างงามๆให้พวกเราก็พอแล้วไม่ใช่หรือไง เชี้ย..เป็นครั้งแรกของกูที่ออกจากคุกมา ก็ได้งานดี ราคาดีแม่งก็จะได้เงินตั้ง 10 ล้าน ทำ 10 ชาติกูก็ว่าไม่ได้” หมึกหัวหน้าคนร้ายบอก แล้วพวกมันก็หัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างมีความสุขเมื่อคิดถึงเงินก้อนโตที่กำลังจะได้จากการเรียกค่าไถ่ในครั้งนี้

“และไอ้เด็กที่เราจับตัวมามันเป็นใครวะ หน้าตามันหล่อนะเว้ย…นึกถึงตอนกูอยู่ในคุกเลย ถ้าเจอน่ารัก หล่อๆใสๆปากแดงๆแบบนี้ กูจับทำเมียไปแล้ว”

“จริงพี่หน้าตามันเหมือนพระเอกหนังเลย หล่อว่ะ อิจฉาคนพวกนี้แม่งไม่น่าเป็น ตุ๊ด แต๋วอะไรนี่เลย ถ้าเป็นผมนะพี่จะหลอกฟันสาวให้สบายใจเลย”

 คนที่ถูกจับอยู่ถูกมัดกับเก้าอี้ นั่งฟังแบบไม่สามารถโต้ตอบได้ เพราะถูกปิดทั้งตา ปิดทั้งปาก เหลือแค่หูที่ทำได้

ติ้ง..เสียงโทรศัพท์ ไลน์เข้ามา ไอ้คนร้ายที่เป็นลูกน้องเปิดดู พร้อมพูดว่า “ไอ้พวกเพื่อนลามกนี่มันจะส่งอะไรมาวะแม่งเอ้ย…เห็นแล้วมีอารมณ์ว่ะ ยิ่งอารมณ์เปลี่ยวๆอยู่ (หลังจากที่เปิดคลิปโป๊ ที่เพื่อนส่งมา) 

 “ไหนเอามาดูหน่อยซิ ไอ้กวง มึงนี่ลามกฉิบหาย” ปากพูดแล้วมือก็สาวเอาโทรศัพท์มาดู 

“เชี้ย…แม่ผู้หญิงแม่งเอ็กซ์สัดว่ะ แม่งเอ้ยเห็นแล้วมีอารมณ์ว่ะ อยากมีเหมือนในคลิปมาสังเวยความเสียวสักคนตอนนี้เลย”  ไอ้หมึกสบถออกมาด้วยความกระเหี้ยนกระหือรือ

“จริงพี่ ตอนนี้ก็มีแต่ไอ้หนุ่มเนี่ยพี่ก็จัดมันซะเลยซิ ฮ่าฮ่าฮ่า ” ลูกน้องชั่ว..พอกันตอบคนเป็นลูกพี่

ไอ้หมึก เดินไปดูหน้าคนที่ถูกจับใกล้ๆใช้มือจับพลิกไปมา แล้วเอาหน้าไปใกล้ลมหายใจของคนที่โดนจับ “มึงน่าจะเป็นผู้หญิงเนาะ ถ้าเป็นผู้หญิงกูจัดเลยตอนนี้” คนฟังที่ถูกมัดอยู่ สะบัดหน้าแรงออกจากมือไอ้หมึก พร้อมพูดไม่เป็นภาษาออกมาเพราะถูกปิดปาก “อย่าทำอะไรผมเลยพี่ ปล่อยผมไปเถอะพี่”

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง 

“นี่พวกแก..ยังอยู่ที่เดิมใช่ปะ” ต้นสายเจรจา

“ใช่ครับนาย ยังอยู่ที่ที่ผมส่งโลเคชันไป นายใกล้ถึงแล้วเหรอครับ”

“อืมใช่ อีกไม่ถึงชั่วโมง แล้วไอ้เด็กนั้นเป็นไง โอดโอยอะไรมั้ย”

“ไม่นะครับนาย …มันยังอยู่ดี ผมดูแลมันอย่างดีครับนาย นายสบายใจได้” เสียงคนปลายสายรับปาก

“ดีมาก …อย่าแตะต้องมัน..รอฉัน เดี๋ยวฉันไปทำเอง.. แล้วรอรับเงินก้อนโตได้เลย” ซันกำชับคนร้ายแบบไม่ให้มันรู้ตัว 

คนร้ายตาโต เมื่อเห็นว่าจะได้รับค่าจ้าง และยังมีเงินที่เรียกไปอีก 10 ล้านยิงนกครั้งเดียวได้เงินสองทางงานสบายแบบไม่ต้องใช้กำลังมันเป็นอะไรที่ถนัดกับโจรอย่างพวกมันอยู่แล้ว

“ไอ้ต่าย ไอ้เป็ก  เอาตัวมันไปไว้ข้างใน” คำสั่งจากนายที่ชื่อหมึก ศักดิ์สิทธิ์มากจนไอ้ตัวร้ายสองตัวรีบพาคนที่ถูกเรียกค่าไถ่ไปไว้ในอีกที่ที่ควรอยู่ 

“ครับลูกพี่” เสียงตอบรับและรีบปฏิบัติตามคำสั่ง

แต่หลังจากวางสายจากคนที่สั่ง ต้นสาย ก่อนที่ไอ้หมึกมันจะสั่งลูกน้องให้เอาตัวประกันไปเก็บไว้ที่ที่เหมาะสม

ไอ้หมึก เดินเข้ามาที่ตัวประกัน แล้วมันก็จับหน้าโนบิขึ้นมาใกล้กับจมูก หอมแก้มหนึ่งทีแล้วพูดกับคนที่โดนจับไว้ว่า “โชคดียังเป็นของแกนะ ไอ้หน้าหล่อ ฉันเกือบจะอดใจไม่ได้แล้ว แกอยากเป็นเมียฉันมั้ย ถ้าแกยอมฉันจะจัดการให้ แต่ถ้าไม่ยอมแกก็เตรียมตัวโดนนายฉันมาจัดการแกได้เลย ” ขอหอมแก้มแก ขัดอารมณ์ไปก่อนถ้าฉันได้เงินเป็นสิบๆล้าน ฉันจะหาผู้หญิงมาสังเวยฉันแทนแกกี่คนก็ได้

คนถูกจับรู้สึกโล่งอก และเฝ้าคิดว่าไอ้คนที่มันสั่งให้จับตัวเองมาจะเป็นใคร และสิ่งที่กลัวมากที่สุดก็คือคนที่วางแผนทั้งหมดนี้ จะเป็นไอ้พี่ซันหรือเปล่าที่เป็นตัวบงการเรื่องทั้งหมดนี้ 

พวกคนร้ายกระจายตัวอยู่ในโกดังเก็บสินค้านั้นโดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้พวกตนได้ถูกตำรวจล้อมไว้หมดแล้ว ตำรวจกระจายตัวโอบล้อมเพื่อจับคนร้าย โดยไม่ให้คนร้ายรู้ตัวเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับโนบิ

[อั๋น]

“พวกคุณฝุ่นกับคุณลุงเจมส์รออยู่ในรถก่อนเถอะครับเดี๋ยวผมกับพี่ฮอนจะเข้าไปช่วยคุณหนูเอง” อั๋นหันมาบอกฝุ่นกับลุงเจมส์

[ฝุ่น]

“แต่ผมเป็นห่วงโนบิ” ฝุ่นยังคงดึงดันที่จะเข้าไปด้วย

[ลุงเจมส์]

“แต่เธอบาดเจ็บอยู่นะฝุ่น การเข้าไปอาจทำให้เป็นภาระของพวกคุณตำรวจเอาได้นะ เธอรออยู่ที่นี่กับฉันดีกว่านะ” ลุงเจมส์พยายามเกลี้ยกล่อม ซันจึงยอมนั่งรออยู่ในรถกับลุงเจมส์ด้วยหัวใจที่ลุ้นระทึกจนฝุ่นรู้สึกเจ็บบริเวณหัวใจแต่เพราะไม่อยากให้ใครรู้เขาจึงต้องพยายามเก็บซ่อนความเจ็บไว้และทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ทางด้านของฮอน อั๋น ได้ตามตำรวจเข้าไปหาโนบิ และความโกลาหลด้านนอกของผู้ช่วยเหลือ เลยมีคนร้ายสังเกตเห็นสิ่งที่อยู่ด้านนอกโกดัง เลยรู้ว่าตอนนี้ตัวเองถูกล้อมรอบด้วยพ่อของพวกมัน นั้นก็คือคุณตำรวจนั่นเอง

[ ลูกน้องคนหนึ่งพูด ]

“ลูกพี่ตำรวจเต็มข้างนอกไปหมดเลย” ลูกน้องคนหนึ่งของหมึกเห็นทีมตำรวจที่กำลังแอบย่องเข้ามาล้อมจับพวกตน

“บัดซบเอ๊ย” หมึกสบถออกมาอย่างหัวเสียพร้อมกระชับปืนในมือให้แน่นขึ้น

“จะรอให้ตำรวจมาจับพวกมึงหรือไงล่ะ…หนีสิวะ” หมึกพูดพร้อมกับเตรียมหาทางหนีทีไล่

“แล้วไอ้หนุ่มนั้นล่ะ” ลูกน้องของหมึกถามถึงโนบิ

“ช่างแม่งเถอะ ตอนนี้เอาตัวเองให้รอดจากตำรวจก่อนเถอะ กูเพิ่งออกจากคุกมา มึงนึกว่าคนชั่วๆอยากเข้าไปหรือไง หรือมึงอยากเข้าไปไอ้ต่าย ไอ้เป็ก” หมึกหันมาบอกพร้อมกับวิ่งนำหน้าลูกน้องโดยที่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้พวกตนโดนตำรวจล้อมไว้หมดแล้วจนไม่มีทางให้หนีไปที่ไหนได้อีก

“เอาไงดีอะพี่ ผมทำอะไรไม่ถูกแล้วอะพี่ เราจะถูกจับมั้ย เราจะโดนตำรวจยิงมั้ย ถ้าเราถูกจับลูกเมียผมอะพี่” ไอ้กวงไล่ยาว และกลัวจนตัวสั่น 

เสียงโทรศัพท์จากซันดังขึ้น ไอ้หมึกหยิบขึ้นมาแล้วเห็นว่าเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นสายของคนที่กำลังเดินทางมาหาคนที่ตัวเองจับตัวมา ไอ้หมึกกำลังชุลมุนชุลเกกับการหาทางหนี เลยเลือกที่จะไม่รับสายคนที่โทรมา ทำให้คนที่โทรมากระวนกระวายใจไม่น้อยกับการขับรถที่จะให้ถึงเป้าหมาย

 “หยุดยกมือขึ้น” ทันทีที่หมึกและลูกน้องวิ่งหลบออกมาจากโกดังก็ถูกตำรวจที่ล้อมไว้สั่งให้หมอบลง 

หมึกที่เป็นโจรที่เพิ่งออกจากคุกมา แต่ก็ไม่ใช่โจรมืออาชีพขั้นจะเป็นหัวหน้าที่ดีได้ พูดง่ายๆว่าเป็นโจรกระจอกคนหนึ่ง เพราะงานนี้เขาไม่ถนัดกับการจับคนมาเรียกค่าไถ่ ปกติตนทำงานแค่ข่มขู่ ส่งยาบ้าง แล้วก็ทวงหนี้เถื่อนก็เท่านั้น งานนี้ถือเป็นงานใหญ่สุดในชีวิตก็งานจับคนเรียกค่าไถ่นี่แหละที่เรียกว่าเป็นงานชิ้นโบแดงของมันก็ได้ ก็เพราะเงินรางวัลอย่างงามทำให้หมึกรับทำงานนี้โดยไม่ได้วางแผนให้รอบคอบ เพราะคิดว่าแลกเงินแลกคนก็จบ แต่กลายเป็นว่าสุดท้ายพวกตนก็ถูกตำรวจจับในที่สุด

“ยกมือขึ้น วางอาวุธ แล้วหมอบลง ไม่งั้นแกโดนข้อหาหนักแน่”

พอได้ยินเสียง โจรกระจอกทั้งสามคน ก็ทำตามเพราะว่าไม่อยากโดนข้อหาหนัก 

ฮอน และ อั๋น รวมทั้งทีมตำรวจรวบตัวหมึกและพวกไว้ได้โดยละม่อม  หลังจากนั้นฮอนและอั๋นพร้อมกับทีมตำรวจที่เหลือบุกเข้าไปตรวจค้นภายในโกดังแต่กลับไม่พบตัวของโนบิ

“วอหนึ่ง เรียก วอสอง ขอกำลังเสริมในการค้นหาทีมหนึ่งตรวจค้นภายในโกดังไม่พบตัวของผู้เคราะห์ร้าย” ตำรวจที่บุกเข้าไปค้นหาโนบิภายในโกดังส่งข้อความมาขอกำลังสนับสนุนเมื่อค้นหาแล้วไม่พบโนบิ

[ฮอน]

“บอกมาว่าแกจับตัวโนบิไปไว้ที่ไหน” ฮอนพยายามคาดคั้นหมึกเพื่อให้บอกที่ซ่อนของโนบิให้

ในระหว่างที่ฮอน อั๋นและตำรวจบางส่วนกำลังเค้นเอาคำตอบจากพวกคนร้ายนั้น ทางด้านของฝุ่นที่ได้ยินตอนที่ตำรวจด้านในวอมาขอทีมสนับสนุน ฝุ่นจึงแอบลุงเจมส์ออกตามหาโนบิโดยที่ลุงเจมส์ไม่ทันรู้ตัว เพราะมัวแต่ยุ่งกับการรับโทรศัพท์จากแม่บ้านที่โทรมาตาม… กว่าจะรู้ตัวว่าฝุ่นแอบตามเข้าไปช่วยโนบิ 

ฝุ่นออกตามหาโนบิโดยอาศัยสัญชาตญาณ โดยในใจเขาก็ภาวนาให้วอนช่วยให้เขาหาโนบิพบ 

 [ฝุ่น]

“อย่าเป็นอะไรไปนะโนบิ วอนช่วยดูแลโนบิ ช่วยให้ฉันตามหาโนบิพบด้วยเถอะนะ” ฝุ่นออกตามหาโนบิไปก็ภาวนาไปด้วยทั้งๆที่ร่างกายของตัวเองไม่พร้อมเหมือนคนอื่น และอาการเจ็บหัวใจเริ่มมากขึ้นแต่เพราะอยากจะตามหาคนที่ตัวเองรักให้เจอ ความเจ็บแบบนี้ถือว่าเกือบขั้นสิบ แต่เขาทนเจ็บเพื่อจะพาร่างตัวเองไปหาโนบิให้ได้

[รถภัทร แท็ป] 

ทางด้านของภัทรกับแท็ปก็ขับรถใกล้จะถึงที่หมายแล้ว แต่ในช่วงที่รถของตนเป็นคันแรกที่กำลังติดไฟแดงอยู่นั้นได้มีรถคันหนึ่งวิ่งฝ่าไฟแดงพุ่งตรงเข้ามาชนกับรถของภัทรที่ออกตัวหลังจากไฟเขียวเข้าพอดี

“พี่ภัทรไฟเขียวแล้วครับรีบไปกันเถอะ”

“คร้าบตัวแสบ เร่งจนพี่เกร็งไปทั้งตัวแล้วเนี่ย” ภัทรหันมาแซวแท็ป

“มองทางด้วยสิครับพี่ภัทรขับเร็วแบบนี้อันตรายนะ” แท็ปยิ้มให้พร้อมกับดุคนรักของตนเอง ก่อนที่แท็ปจะมองเห็นรถคันที่ผ่าไฟแดงกำลังพุ่งตรงมาทางรถของพวกตน

“พี่แท็ประวังครับ” แท็ปร้องเตือนภัทร  [โครม…..]

[รถซัน ยูโร]

ทางด้านของซันกับยูโรที่ขับรถมาด้วยความเร็วสูงเพื่อไปให้ทันช่วยโนบิ หลังจากได้รู้ความจริงทั้งหมด ทำให้การเร่งฝีเท้ากดคันเร่งเป็นการเร่งแบบมิดไมล์ ด้วยถนนเส้นนั้นเป็นถนนโล่งด้วย เหมาะกับการเหยียบมิดไมล์จนลืมห่วงความปลอดภัยของตัวเอง และคนข้างๆ

“ขับช้าๆหน่อยดีไหมคะพี่ซัน” ยูโรพยายามเตือนเมื่อเห็นว่าซันขับรถเร็วมากกว่าปกติ

“พี่เป็นห่วงน้อง พี่อยากช่วยน้องด้วยตัวเอง ถ้าโนบิเป็นอะไรเพราะพี่ พี่จะไม่มีวันให้อภัยตัวเองเลย” ซันหันมาตอบยูโร

“แต่ตอนนี้พวกพี่ฝุ่นกับพี่ฮอนและตำรวจได้ไปช่วยโนบิแล้วนะคะ เราขับให้ช้าลงอีกนิดเถอะนะคะ ขับเร็วแบบนี้มันอันตรายนะ” ยูโรพยายามเตือนสติซัน

“พี่ซันระวังค่ะ”

เอี๊ยดดดดดดดดดด

โครม  รถทั้ง สองคันประสานงากันอย่างจัง ทำให้เกิดเป็นอุบัติเหตุครั้งใหญ่ 

 [โกดังที่โนบิถูกจับตัวไป] 

ที่อีกด้านหนึ่งโนบิถูกจับตัวไปขังไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ตู้หนึ่งโดยที่ไอ้โจรกระจอก ทำตามคำสั่งเจ้านายว่าให้ดูแลคนถูกจับมาให้ดี ก็เลยเอาไปไว้ในห้องที่เป็นห้องแอร์ หรือห้องเย็น และความไม่ฉลาดของไอ้โจรมันไปกดมั่วๆทำให้หลังจากที่ถูกขังไปประมาณ 5 นาที ความเย็นขนาด -10 องศาก็ได้เปิดทำงานโดยเปิดเพราะระบบอัตโนมัติ ที่ไอ้สองตัวนั่นกด และรู้แค่ว่าไอ้ตู้ที่มาขังตัวประกันมันเป็นตู้สำหรับเก็บของสดนั่นเอง

อากาศภายในตู้เริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆจาก – 10 ตอนนี้เป็น -15 แล้ว และมันจะต่ำลงเรื่อยๆโดยที่โนบิถูกจับมัดมือมัดเท้าไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อยู่นั้นหนาวเย็นขึ้น และทรมานขึ้นเรื่อยๆเหมือนตัวเองอยู่ในช่องฟรีซตู้เย็น 

โนบิจะเป็นอย่างไรต่อไป…..

อยู่ที่คุณจะเลือก 5 ตอนสุดท้ายจะเป็นแบบไหน เตรียมตัวให้พร้อม 14 กุมภาพันธ์ 2020 เรามาเลือก และมารู้พร้อมๆกัน