[ที่มหาวิทยาลัย]

[ยูโร]

“ได้ข้อมูลมาแล้วหรือคะพี่เมฆ” หลังจากที่เมื่อวานยูโรมาขอร้องให้พี่เมฆช่วยคุยกับพ่อเรื่องหาข้อมูลของพี่ซันกับโนบิเพื่อนสนิท แล้วเช้านี้พี่เมฆก็เรียกให้มาหาที่คณะพร้อมกับข่าวดี

[พี่เมฆ]

“ใช่แล้ว” พี่เมฆเอาซองเอกสารตีหัวของยูโรเบา ๆ อย่างมันเขี้ยวพร้อมกับส่งซองเอกสารให้

“ขอบคุณพี่เมฆมากนะคะ หล่อและใจดีช่วยน้อง ขอให้บุญกุศลครั้งนี้ทำให้ พี่เมฆมีแฟนสวย ๆ ฉลาด ๆ รักพี่เมฆสักสี่ถึงห้าคน” แล้วก็กล่าวขอบคุณพี่เมฆ

เมฆ ยิ้มรับคำขอบคุณจากสาวที่อยู่ตรงหน้า “พี่ไม่ได้เปิดดูข้อมูลในซองนี้นะ เพราะฉะนั้นสบายใจได้ว่าพี่ไม่รู้เห็นกับข้อมูลในซองนี้อย่างแน่นอน” พี่เมฆบอกกลับมาเพื่อให้ยูโรสบายใจว่าข้อมูลที่อยู่ในซองนี้ยังคงเป็นความลับอยู่

“ขอบคุณพี่เมฆอีกครั้งนะคะ” ยูโรกล่าวขอบคุณพี่เมฆอีกครั้ง หลังจากนั้นก็ขอตัวเพื่อมาดูข้อมูลในเอกสาร

ตอนนี้คนที่น่าอิจฉามากที่สุดก็คงไม่พ้นแท็ปผิดกับยูโร แม้เพื่อนๆ จะแยกย้ายแต่ยังต้องมาสืบความลับระดับโลก

เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดยาว แท็ปก็คงจะขลุกอยู่กับพี่ภัทรนั่นแหละ เห็นบอกว่าจะไปเที่ยวบ้านพี่ภัทรที่ชัยนาทด้วยกัน  ตอนนี้เพื่อนตัวดีอย่างแท็ปก็ได้มีหลัวเป็นตัวเป็นตนไปเรียบร้อยโรงเรียนพี่ภัทรไปและเห็นสองคนนี้ตีกันประจำไม่คิดว่าสุดท้ายจะมารักกันได้ (นี่มันนิยายวายกลายเป็นจริงชัด ๆ ) และนังแท็ปเพื่อนรักก็ได้ย้ายสำมะโนครัวไปอยู่บ้านพี่ภัทรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือแต่จดทะเบียนสมรสอย่างเดียว หุหุ 

ยูโรเร่งฝีเท้าหามุมที่ลับตาคนเพื่อเปิดเอกสารที่อยู่ในซองน้ำตาลที่ได้จากพี่เมฆออกดูช้า ๆ ด้วยหัวใจที่ลุ้นระทึกกับข้อมูลที่ได้มา ภายในซองเป็นเอกสารใบเกิดของพี่ซันกับโนบิ และเอกสารอย่างอื่นอีกหลายฉบับ ยูโรจึงตัดสินใจดูข้อมูลในใบเกิดของพี่ซันกับโนบิก่อน และทันทีที่ยูโรเห็นข้อมูลในซองเอกสารทั้งหมดยูโรก็ถึงกับนั่งไม่ติด

ยูโรออกตามหาพี่ซันเพื่อเอาข้อมูลในซองที่ไม่ลับของเมฆและยูโรนี้ให้พี่ซันดู เพราะเอกสารที่อยู่ในซองนี้มีความสำคัญกับพี่ซันและโนบิมาก ถ้าพี่ซันได้รู้ความจริงนี้ เหตุการณ์ต่าง ๆ อาจจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นก็เป็นได้

[ยูโร] 

“พี่เล็กน้อยคะ พี่เห็นพี่ซันไหมคะ” ฉันเข้าไปถามหาพี่ซันกับพี่เล็กน้อย

[เล็กน้อย]

“วันนี้ไม่มีเรียนนะพี่ไม่แน่ใจว่ามันจะมามหาวิทยาลัยหรือเปล่า” พี่เล็กน้อยทำท่าคิดนิดหนึ่ง

แต่เผอิญมีเพื่อนของพี่เล็กน้อยที่มาด้วยกันนึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อตะกี้เห็นพี่ซันแวะมาที่คณะแถว ๆ ห้องสโมสรนิสิต เมื่อได้ยินดังนั้นฉันจึงรีบไปที่นั่นทันที และโชคดีอีกเหมือนกันที่เมื่อไปถึงยูโรก็ได้เห็นหลังของพี่ซันไว ๆ ดูเหมือนพี่ซันกำลังคุยโทรศัพท์กับใครสักคนด้วยใบหน้าเคร่งเครียด 

ยูโรรีบตามพี่ซันไปเรื่อย ๆ และหาจังหวะเพื่อที่จะคุยกับพี่ซันเรื่องของข้อมูลที่ได้รู้มา จนเดินทันพี่ซันที่ด้านหลังหอประชุมที่เป็นมุมลับตาคน ยูโรมองพี่ซันด้วยความสงสัยว่าทำไมพี่ซันต้องหลบมาคุยโทรศัพท์ในที่ลับตาคนแบบนี้ด้วย ความอยากรู้ของยูโร ทำให้ตัดสินใจแอบฟังพี่ซันคุยโทรศัพท์อย่างตั้งใจ โดยเลือกที่ยังไม่เข้าไปหาพี่ซันในตอนนี้

 [ซัน]

“ว่าไง” พี่ซันพูดกับทางปลายสายด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

[ตอนนี้เป้าหมายอยู่ที่โบสถ์คริสต์แห่งหนึ่ง แต่ดูเหมือนการจัดการเป้าหมายจะไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะเป้าหมายไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่มีคนอยู่ด้วยหลายคนครับ]

[ซัน]

“รอให้พวกมันเผลอก่อนแล้วค่อยลงมือ” 

[ได้ครับ แต่ถ้ามีใครมาขวางผมขออนุญาตจัดการมันก็แล้วกัน]

[ซัน]

“ได้…ตามใจ อยากทำอะไรก็ทำไปแต่ทำทุกอย่างให้แนบเนียนอย่าให้เรื่องมาถึงฉันได้เป็นอันขาดเข้าใจไหม” ดูเหมือนเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ อย่างที่เขาคิดเสียแล้ว แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วเขาถอยไม่ได้แล้ว

หลังจากซันวางสาย ยูโรที่แอบฟังอยู่ไม่ห่างอดที่จะเข้ามาถามไม่ได้เมื่อตนกังวลใจว่าเรื่องที่ซันคิดจะทำนั้นอาจเกี่ยวข้องกับเพื่อนของตน และจากข้อมูลที่ตนได้รู้มา เธอจะให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นไม่ได้ เธอต้องรีบห้ามก่อนที่เรื่องทุกอย่างมันจะสายเกินไป

[ยูโร]

“พี่ซันคิดจะทำอะไรน่ะ” ยูโรเข้าไปถามทันทีที่ซันวางสาย จนคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าถึงกับตกใจ ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

[ซัน]

“ฉันทำอะไร ฉันก็แค่คุยโทรศัพท์” ซันพูดกับยูโรด้วยสรรพนามที่ห่างเหิน และพยายามสร้างกำแพงไม่ให้ยูโรสามารถเข้ามาได้

แต่ยูโรไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเพราะความปลอดภัยของเพื่อนตน และความจริงที่ตนได้รู้มาไม่อาจทนให้เธอนิ่งเฉยอยู่ได้

[ยูโร]

“ก่อนที่พี่จะทำอะไรลงไปพี่ควรดูนี่ก่อน” ยูโรพูดพร้อมกับชูซองเอกสารในมือของตนให้ซันดู

[ซัน]

“อะไร เธอคิดจะทำอะไรอีก เป็นสตอล์กเกอร์เหรอถึงได้คอยสะกดรอยตามฉันอยู่นั่นแหละ”

“ถ้าพี่ไม่อยากเสียใจภายหลังพี่ก็ดูนี่ซะ” ยูโรยื่นซองเอกสารมาตรงหน้าของซัน

คำนี้อีกแล้ว “ถ้าไม่อยากเสียใจทีหลัง” ทำไมใคร ๆ ถึงชอบใช้คำนี้กับฉันเสียจริง ซันคิดกับตัวเองในใจ

“ถ้าฉันยอมดูเอกสารในซองนี้เธอจะเลิกยุ่งวุ่นวายกับชีวิตของฉันไหม” ซันยื่นคำขาดเพื่อตัดปัญหาที่ยูโรเอาแต่ตามเขาไม่หยุด เพราะยิ่งนานวันเข้าซันกลับเป็นฝ่ายมองหาเสียเองเมื่อไม่เห็นหญิงสาวคอยเดินตามตนอีก

“ได้..ถ้าพี่ต้องการแบบนั้นฉันก็จะทำให้” ยูโรพูดออกมาอย่างตัดสินใจ ถ้าหากการรับปากของเธอจะทำให้ซันยอมดูข้อมูลในซองเอกสารนี้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

เมื่อได้ยินคำตอบที่น่าพ่อใจ แม้ลึก ๆ ซันไม่ได้อยากให้เป็นแบบนั้นก็ตาม ซันค่อย ๆ หยิบซองเอกสารที่อยู่ในมือของยูโรขึ้นมาแล้วค่อย ๆ หยิบเอกสารที่อยู่ในซองขึ้นมาดู และเมื่อได้เห็นว่าเอกสารใบแรกเป็นใบเกิดของตนซันก็รู้สึกโมโหจนต้องต่อว่ายูโรออกมา

“นี่นอกจากเธอจะสะกดรอยตามฉันแล้ว เธอยังให้คนตามสืบเรื่องของฉันอีกอย่างงั้นหรือ” ซันโวยวาย

 “อย่าเพิ่งว่าฉันเลยพี่ลองดูข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในซองนั้นก่อน หลังจากดูแล้วพี่จะต่อว่าฉันที่ยุ่งไม่เข้าเรื่องก็ตามใจ” ยูโรคะยั้นคะยอให้ซันดูเอกสารแผ่นอื่นต่อ

ซันที่ได้เห็นสายตาและสีหน้าจริงจังของยูโรซันจึงยอมดูเอกสารแผ่นอื่น และเมื่อซันได้ดูเรื่อย ๆ ซันก็ถึงกับเข่าอ่อนจนต้องหาที่นั่งที่อยู่ใกล้ที่สุด แล้วดูเอกสารที่อยู่ในมืออีกครั้ง ซันดูใบเกิดของตัวเองกับโนบิก่อนจะพบว่าในใบเกิดของโนบิระบุว่าโนบิคือลูกของพ่อซึ่งตนรู้อยู่แล้ว แต่ที่สร้างความประหลาดใจให้กับซันก็คือข้อมูลที่ระบุว่าซันกับโนบินอกจากจะมีพ่อคนเดียวกันแล้วพวกเขาทั้งสองคนยังมีแม่คนเดียวกันอีกด้วย

[ซัน]

“มันเป็นไปได้ยังไง” ซันถึงกับรำพึงออกมาเมื่อได้เห็นใบเกิดของโนบิ 

และยิ่งซันได้ดูเอกสารอีกใบซึ่งเป็นเอกสารที่ตนเข้าใจว่าเป็นแม่ของโนบิจริง ๆ และเป็นภรรยาหลวงของพ่อตนได้ทำเรื่องรับรองโนบิเป็นบุตรบุญธรรม เอกสารใบนี้ยิ่งตอกย้ำให้ซันมั่นใจว่าข้อมูลในใบเกิดไม่ใช่เรื่องผิดพลาด

แล้วทำไมทุกคนต้องปิดบังเรื่องนี้ไม่ให้เขากับโนบิรู้ด้วย แล้วทำไมแม่แท้ ๆ ของเขาถึงไม่เคยบอกเรื่องนี้ให้เขารู้ ทำไมต้องให้เขาเข้าใจว่าโนบิเป็นน้องชายคนละแม่มาตลอด ทำไมต้องปล่อยให้เขาเกลียดน้องแท้ ๆ ของตัวเองด้วย ซันคิดกับตัวเองในใจ ก่อนจะต่อสายหาใครบางคน

Rrrr…Rrrr

ซันโทรอยู่นานกว่าปลายสายจะรับโทรศัพท์

“ยกเลิกภารกิจ” ซันพูดเข้าเรื่องทันที

ซ่า…ซ่า (สัญญาณโทรศัพท์ของปลายสายไม่ค่อยดีนัก ทำให้ไม่ได้ยินประโยคที่ต้นสายพยายามบอก

[ฮะ…นายพูดว่าอะไรนะ ผมไม่ได้ยิน] อาจเป็นเพราะอยู่บนยอดหน้าผา เลยไม่มีสัญญาณชัดเจน

“ฉันบอกว่าให้ยกเลิกภารกิจ”

ตรูด….ตรูดดด

ซันยังพูดไม่ทันจบประโยคสัญญาณของปลายสายก็ถูกตัดไป และเมื่อติดต่อไปอีกครั้งก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก

“โธ่โว้ยยย” ซันสบถออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะตัดสินใจวิ่งกลับไปที่รถยนต์ของตัวเอง  ซันพยายามติดต่อแต่ก็ยังคงไม่สามารถติดต่อได้

“พี่ซันจะไปไหนคะ” ยูโรถามออกมาด้วยความตกใจเมื่ออยู่ ๆ ก็เห็นซันมีท่าทีรีบร้อน

“พี่จะไปห้ามพวกมัน ตอนนี้พี่ติดต่อพวกมันไม่ได้ พี่ต้องรีบไปช่วยน้อง” ซันเรียกแทนตัวเองว่าพี่กับยูโรโดยไม่รู้ตัวและเรียกโนบิว่าน้องอย่างยอมรับในข้อมูลที่ตนได้รู้มา

“ยูโรขอไปด้วยนะคะ” ยูโรขอตามไปด้วย

“….” ซันไม่ตอบแต่ก็ยอมคว้าข้อมือของยูโรให้วิ่งไปพร้อมกับตน

เมื่อขึ้นมาบนรถได้ซันก็รีบขับรถด้วยความเร็วที่สุดเพื่อไปนครสวรรค์

“พี่ซันสั่งพวกนั้นให้ทำอะไรคะ” ยูโรอดที่จะถามออกมาไม่ได้

“พี่สั่งให้พวกมันจับตัวโนบิไปเรียกค่าไถ่ และไม่รู้ว่าตอนนี้พวกมันจับตัวโนบิไปได้แล้วหรือยัง” และเหมือนซันจะนึกขึ้นได้จึงบอกให้ยูโรต่อสายหาฮอน

“ยูโรเธอเอาโทรศัพท์พี่ติดต่อหาฮอนให้พี่ที พี่คิดว่าตอนนี้ฮอนน่าจะอยู่กับโนบิ” ซันพูดพร้อมกับส่งโทรศัพท์ของตนให้ยูโร

เมื่อยูโรได้รับโทรศัพท์แล้วเธอก็รีบต่อสายหาฮอนทันที และทันทีที่ปลายสายกดรับยูโรยังไม่ทันได้พูดอะไรเธอก็ได้ยินเสียงปืนดังลอดออกมาจากปลายสายก่อนสัญญาณโทรศัพท์จะถูกตัดไป

“เป็นไงบ้างยูโร” ซันถามเมื่อไม่เห็นยูโรพูดอะไรกับปลายสาย

“ฉันยังไม่ทันพูดอะไรสายก็ถูกตัดไปเสียก่อน แต่ก่อนที่สายโทรศัพท์จะถูกตัดฉันได้ยินเสียงปืนค่ะ” 

เมื่อได้ยินยูโรพูดแบบนั้นซันก็ยิ่งร้อนใจเพราะต่อให้ตนขับรถได้เร็วแค่ไหนก็อาจไปไม่ทันห้ามพวกมันอยู่ดี 

“ตอนนี้แท็ปกับพี่ภัทรอยู่ที่อยุธยา ฉันจะลองติดต่อหาพวกเขาดูพวกเขาน่าจะไปถึงที่นครสวรรค์ได้ก่อนพวกเรา” 

เมื่อยูโรบอกกับซันจบเธอก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองต่อสายหาแท็ปทันที

Rrrr….Rrrr

[แท็ป]

[ว่าไงยูโร เหงาล่ะสิ] แท็ปพูดถามมาจากในสาย

[ยูโร]

“เกิดเรื่องแล้วไอ้แท็ป แกกับพี่ภัทรรีบขับรถไปช่วยโนบิที่นครสวรรค์ทีตอนนี้ทางนั้นเกิดเรื่องแล้ว ฉันติดต่อโนบิกับพี่ฮอนไม่ได้เลย ส่วนพี่ฝุ่นฉันก็ไม่มีเบอร์ แกช่วยให้พี่ภัทรติดต่อหาพี่ฝุ่นแล้วรีบตามไปช่วยโนบิทีนะ” 

[แท็ป]

“ได้ ๆ แล้วนี่แกรู้ได้ไงว่าเกิดเรื่องกับโนบิ” แท็ปอดถามไม่ได้

[ยูโร]

“อย่าเพิ่งถามอะไรเลย ตอนนี้รีบหาทางไปช่วยโนบิก่อนเถอะ” 

หลังจากนั้นแท็ปก็รีบวางสายและส่งข่าวบอกให้ภัทรรู้เรื่องทันที เมื่อภัทรรู้เรื่องจึงรีบติดต่อหาฝุ่นทันที

ทางด้านของฝุ่นและโนบิ

หลังจากที่ได้รู้ความจริงจากลุงเจมส์แล้ว พวกเขาก็ทำพิธีไหว้หลุมศพของวอน ก่อนจะเตรียมตัวเดินทางกลับ แต่เพราะโนบิยังคงไม่สบายใจเรื่องที่ตนยังคงสงสัยว่าการที่ตนรักฝุ่นนั้นเป็นเพราะหัวใจของวอนหรือเป็นเพราะตนรักฝุ่นจริง ๆ กันแน่ โนบิจึงขอคุยกับฝุ่นที่หน้าหลุมศพของวอน ทำให้ฮอน อั๋น ลุงเจมส์ออกมารอกันที่รถเพื่อปล่อยให้ทั้งสองได้คุยกันตามลำพัง โดยไม่รู้เลยว่าตนได้เปิดโอกาสให้คนร้ายลงมือจับตัวโนบิเรียกค่าไถ่ได้โดยง่าย

[โนบิ]

“พี่ฝุ่น ผมกลัว” โนบิพูดเข้าเรื่องทันที

[ฝุ่น]

“กลัวอะไร” ฝุ่นถามพร้อมกับจับมือของโนบิขึ้นมาบีบไว้อย่างให้กำลังใจ

“ผมกลัวว่าการที่ผมรู้สึกรักพี่ฝุ่นเป็นเพราะหัวใจของพี่วอนที่อยู่ในร่างของผม” โนบิสารภาพความรู้สึกที่อยู่ในใจออกมา

“ทำไมเราถึงคิดแบบนั้นล่ะ รู้ไหมพี่ไม่เคยสงสัยในความรู้สึกของตัวเองเลยนะว่าทำไมพี่ถึงได้รักเราได้ ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนพี่สร้างกำแพงมาปกป้องตัวเองตลอดเวลา ไม่เคยคิดจะรักใคร ไม่ยอมให้ใครเข้ามามีอิทธิพลกับหัวใจของตัวเอง เพราะพี่กลัว… กลัวว่าจะสูญเสียคนที่ตัวเองรักไปเหมือนที่ผ่านมาที่พี่ต้องสูญเสียวอนเพื่อนที่พี่รักมากที่สุดไป สูญเสียครอบครัวที่อุปการะพี่ไปทั้งหมดในวันคล้ายวันเกิดของตัวเอง และเพราะแบบนี้พี่ถึงเกลียดวันที่ 14 กุมภาพันธ์ทั้ง ๆ ที่มันเป็นวันเกิดของพี่ แต่เพราะมันเป็นวันที่ทำให้พี่ต้องสูญเสียคนที่พี่รักไปด้วย” ฝุ่นเล่าพร้อมกับมองสบตากับโนบิเพื่อถ่ายทอดทุกความรู้สึกในใจของตนให้อีกฝ่ายได้รับรู้

“แต่ตอนที่พี่ลงไปช่วยเราตอนที่เราตกน้ำตอนนั้นทำให้พี่รู้สึกกลัว กลัวที่จะสูญเสียเราไปโดยที่พี่ยังไม่ได้บอกหรือแสดงความรักให้เราได้รับรู้ และนับตั้งแต่วันนั้น วินาทีนั้น พี่จึงสัญญากับตัวเองว่าพี่จะต้องดูแล แสดงความรักให้เราได้รู้ ซึ่งพี่ไม่รู้หรอกว่าพี่จะได้รับความรักกลับคือมามั้ย แต่ขอแค่พี่ได้แสดงความรัก อย่างน้อยพี่ก็ได้ทำมันออกไป เพราะพี่ไม่รู้ว่าเราจะได้อยู่ด้วยกันอีกนานหรือเปล่า แค่พี่เห็นคนที่พี่รักมีความสุข พี่ก็มีความสุขแล้ว” ฝุ่นบอกความในใจจนหมด

แล้วโนบิล่ะคิดยังไงกับพี่ลองถามหัวใจตัวเองดี ๆ อีกครั้ง ถึงแม้มันจะเป็นหัวใจของวอน แต่ตอนนี้มันกำลังเต้นอยู่ในร่างของเรานะโนบิ ตอนนี้หัวใจดวงนี้มันคือของนายไม่ใช่ของวอนอีกต่อไปแล้ว อย่าสงสัยในความรักของเราสองคนอีกเลยนะ เพราะความรักที่เราสองคนมีให้กันมันคือเรื่องจริงพี่สัมผัสมันได้ แล้วโนบิล่ะสัมผัสความรักของเราสองคนได้ไหมว่ามันคือเรื่องจริง”

เมื่อได้ยินสิ่งที่ฝุ่นพูด โนบิรับรู้มันได้ทั้งหมด และคิดตามก่อนจะรับรู้ในความรู้สึกของตัวเองว่า ความรู้สึกรักที่ตนมีให้กับคนตรงหน้าเป็นเพราะเขาอยากจะรักไม่ใช่เพราะวอนอยากให้รัก ความรู้สึกนี้เขารับรู้และสัมผัสมันได้ หรือต่อให้เป็นเพราะหัวใจของวอนที่เต้นอยู่ในร่างเขาทำให้เขารู้สึกรักคนคนนี้แล้วอย่างไร ความรักที่ตนสัมผัสมันได้ด้วยหัวใจดวงนี้ต่างหากที่มันคือเรื่องจริง ไม่ว่าจะเพราะเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ตอนนี้ เวลานี้ คนที่ตนรักก็คือฝุ่น

[โนบิ]

“พี่ฝุ่น…ผมขอโทษ” โนบิโผเข้ากอดฝุ่น น้ำตาสองข้างไหลออกมา พร้อมกับพร่ำบอกขอโทษฝุ่นที่เผลอสงสัยในความรู้สึกและความรักที่ตนมีให้กับอีกฝ่าย

“ผมขอโทษที่สงสัยในความรักของเรา ผมไม่สนใจอีกแล้วว่าเพราะอะไรผมถึงรักพี่ เพราะตอนนี้เวลานี้คนที่ผมรักมีเพียงคนเดียวก็คือพี่…พี่ฝุ่น” ฝุ่นลูบหลังลูบไหล่ปลอบโนบิพร้อมกับยิ้มออกมา

ทางด้านของฮอนที่ยืนรออยู่กับอั๋น และลุงเจมส์อยู่นั้นโทรศัพท์ของตนก็ดังขึ้น และเมื่อดูที่หน้าจอโทรศัพท์ก็เห็นว่าเป็นเบอร์ของซันนั่นเอง ฮอนกดรับแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร

ปั้ง…

เสียงปืนดังมาจากที่หน้าหลุมฝังศพของวอน ฮอนจึงรีบวางสายแล้ววิ่งเข้าไปยังที่เกิดเหตุทันทีโดยไม่ทันได้คุยกับยูโรที่ใช้โทรศัพท์ของซันโทรหา

ส่วนโทรศัพท์ของโนบิก็อยู่ในกระเป๋าเป้ที่ฮอนเอาเก็บไว้ในรถทำให้ตอนที่ยูโรพยายามโทรหาโนบิจึงไม่สามารถติดต่อได้เช่นกัน

ฮอน อั๋น และลุงเจมส์วิ่งเข้าไปยังที่เกิดเหตุก็พบกับฝุ่นที่ถูกยิงที่หน้าอกจนไม่สามารถเดินต่อไปได้ ฮอนรีบเข้าไปประคองและสอบถามถึงโนบิทันทีเมื่อมาถึงแล้วไม่พบว่ามีโนบิอยู่กับฝุ่นด้วย

“คุณโนบิล่ะครับคุณฝุ่น” ฮอนถามด้วยอาการร้อนรน

“โนบิถูกพวกคนร้ายจับตัวไปครับ ก่อนไปมันฝากมาบอกว่าให้เตรียมเงินไว้ให้พวกมันสิบล้าน แล้วมันจะส่งสถานที่นัดพบมาให้” ฝุ่นเล่าให้ฮอนฟัง

“พวกมันเป็นใครคุณฝุ่นจำหน้าพวกมันได้ไหม”ฮอนถามย้ำ

“ผมจำได้หนึ่งในพวกมันคือคนที่ผมเห็นตอนเอาเงินไปไถ่โฉนดที่ดินของบ้านเด็กกำพร้าพร้อมกับโนบิเมื่อวานนี้” ฝุ่นเล่าให้ฮอนฟังเมื่อนึกขึ้นได้ว่าหนึ่งในกลุ่มคนร้ายเป็นคนที่มาเปิดประตูพาตนกับโนบิเข้าไปพบกับเจ้านายของมันเพื่อทำเรื่องไถ่โฉนดที่ดินของบ้านเด็กกำพร้านั่นเอง

[ฮอน]

“คุณฝุ่นพอจะพาผมไปที่นั่นได้ไหม อย่างน้อยเราอาจจะพอได้เบาะแสของคุณโนบิได้ แต่ก่อนอื่นผมจะพาคุณไปทำแผลก่อน” ฮอนห่วงโนบิ จนลืมไปว่าคนที่นอนอยู่ตรงหน้าได้รับบาดเจ็บสาหัส

[ฝุ่น]

“จำได้ครับ ผมจำทางไปที่นั่นได้” ฝุ่นทนเจ็บ เพื่อที่จะพาทุกคนไปที่นั่น เพื่อช่วยคนที่ตนรัก

[ลุงเจมส์]

“พลิกตัวฮอน ดูบาดแผลที่ถูกยิง แล้วพูดว่านี่เข้าขั้นสาหัสนะ เราต้องไปโรงพยาบาลก่อน”

[ฝุ่น] ฝืนพูดต่อ

“ผมไม่เป็นไรจริง ๆ ครับ ผมเป็นห่วงน้อง ให้ผมพาไปหาโนบิก่อนนะครับคุณลุง เราช่วยโนบิได้แล้วค่อยไปหาหมอ” ความดื้อของฝุ่นทำให้ทุกคนปฏิเสธไม่ได้

[ลุงเจมส์]

“โอเค งั้นเดี๋ยวลุงทำแผลให้ลุงพอมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลอยู่ในรถ เราจะได้รีบไปช่วยโนบิได้ทัน” ลุงเจมส์เสนอ ก่อนจะรีบวิ่งไปเอาอุปกรณ์ปฐมพยาบาลมาทำแผลให้ฝุ่น โชคดีที่กระสุนโดนหน้าอกขวาไม่ได้ฝังที่เป็นหัวใจ

หลังจากลุงเจมส์ทำแผลปฐมพยาบาลให้ฝุ่นเรียบร้อยแล้วพวกเขาก็เดินทางไปที่บ้านของกลุ่มคนร้ายทันที โดยฝุ่นนั่งรถไปกับลุงเจมส์เพื่อที่ลุงเจมส์จะได้ดูแลฝุ่นได้หากอาการบาดเจ็บกำเริบขึ้น ส่วนฮอนกับอั๋นนั่งรถไปด้วยกัน โดยรถของฮอนขับตามหลัง และรถของลุงเจมส์ขับนำหน้าไปที่จุดหมาย

[อั๋น]

“พี่ฮอนพวกเรามีแค่นี้ถ้าบุกไปหาพวกมันโดยพลการนอกจากจะช่วยคุณหนูไม่ได้แล้วเราอาจจะไม่รอดไปด้วยนะครับ” อั๋นเสนอความเห็นทำให้ฮอนได้คิด

งั้นเราต้องโทรไปแจ้งที่สถานีตำรวจขอให้พวกเขาช่วย และมาเสริมกำลังไปที่บ้านหลังนั้นก็แล้วกัน ระหว่างนี้เราก็แค่รอให้พวกมันติดต่อมา

“เราควรโทรไปบอกเรื่องนี้ให้คุณท่านรู้ก่อนไหมครับ” อั๋นถาม

“….” ฮอนไม่ตอบทำเพียงพยักหน้า เมื่ออั๋นเห็นดังนั้นก็รีบโทรไปรายงานให้คุณท่าน พ่อของโนบิและซันได้รู้เรื่องที่โนบิถูกจับเรียกค่าไถ่ทันที

หลังจากรายงานให้คุณท่านทราบเรื่องแล้วอั๋นก็เห็นว่าสายที่โทรหาฮอนก่อนหน้านี้เป็นเบอร์ของซันอั๋นจึงรีบบอกให้ฮอนรู้เรื่องทันที

“คุณหนูใหญ่โทรมาอย่างนั้นหรือ” ฮอนคิดอย่างนึกสงสัยที่ซันโทรหาตนก่อนจะให้อั๋นต่อสายกลับไปหาซันในทันที

“หวังว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณหนูโนบิจะไม่เกี่ยวข้องกับคุณนะ…คุณซัน” ฮอนคิดในใจ เพราะหลายเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นเพราะคุณหนูใหญ่ทำ แต่ถ้าเรื่องนี้เป็นแผนการชั่วร้ายของคุณซัน ครั้งนี้ฮอนจะไม่ยอมให้อภัยอีกเป็นแน่