ดอกไม้ได้แล้วค่ะ

ผมรับช่อดอกไม้มาถือไว้ในมือพร้อมกับส่งยิ้มให้กับพนักงานร้านดอกไม้ไปพร้อมกันด้วย วันนี้เป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรักของใครหลายคน แต่สำหรับผมมันพิเศษกว่านั้นเพราะมันเป็นวันคล้ายวันเกิดของผมและใครอีกคนที่ผมกำลังจะไปหาด้วย

พูดถึงแล้วผมก็คิดถึงเพื่อนรักคนนี้มากเลยนะครับ เราไม่ได้เจอกันตั้งหลายปีเพราะผมต้องย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับครอบครัวใหม่ แต่ตอนนี้ครอบครัวใหม่ของผมได้ย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยแล้ว ทำให้ผมมีโอกาสได้กลับมาเจอกับเพื่อนที่รักของผมได้อีกครั้ง

ผมตั้งใจว่าวันนี้ผมจะสารภาพรักกับเจ้าของช่อดอกไม้ตัวจริงช่อนี้เร็ว ๆ อย่างที่ผมหวังไว้ คนที่ผมตั้งใจจะสารภาพความรู้สึกในใจของผมให้เขาได้รับรู้ว่าผมรักเขามากแค่ไหน ผมคิดกับตัวเองอย่างมีความสุข 

ผมโอบกอดช่อดอกไม้ไว้ในมือก่อนจะเดินไปที่สี่แยก ด้วยความมุ่งมั่นเพื่อจะไปขึ้นรถและจะเดินต่อไปยังสถานที่ที่ผมนัดกับคนผู้นี้ไว้ ผมไม่รู้ว่าเขาจะได้รับจดหมายที่ผมฝากไว้ให้หรือไม่ แต่ผมก็ยังเชื่อในความรักที่ผมมีต่อเขาว่าสักวันมันจะต้องได้รับรู้ความรู้สึกที่ผมมีต่อเขาอย่างแน่นอน

“ฝุ่นเรารักแกนะ”

“ระวัง!!”

“เอี๊ยดดดด”

โครม!!

กลีบดอกกุหลาบปลิวว่อนเต็มพื้นพร้อม ๆ กับร่างของชายหนุ่มที่ถือช่อดอกกุหลาบไว้ในมือค่อย ๆ ร่วงหล่นลงสู่พื้น ท่ามกลางกลีบของดอกกุหลาบทั้ง 99 ดอกนั้น จนสีของดอกกุหลาบขาวปนเปไปกับเลือดที่แดงฉาน จนดูไม่รู้ว่าสีแดงที่อยู่บนดอกกุหลาบนั้นเป็นสีเลือดหรือสีของดอกกุหลาบจริง ๆ 

“แย่แล้วมีคนโดนรถชน” หลังจากนั้นบรรดาไทยมุงต่างก็เข้ามามุงดูชายหนุ่มที่ถูกรถชน นอนอยู่ที่พื้นท่ามกลางกลีบของดอกกุหลาบด้วยลมหายใจรวยริน

“โทรเรียกรถพยาบาลด่วนเลย ใครมีเบอร์บ้าง” เสียงของไทยมุงต่างแย่งกันพูดจนดัง เซ็งแซ่ไปหมดจนแยกไม่ออกว่าเป็นเสียงใครเป็นเสียงของใคร

ไม่ช้ารถกู้ชีพฉุกเฉินก็มาถึง

วี้หวอ…วี้หวอ     

เสียงไซเรนของรถกู้ชีพดังระงมไปทั่วท้องถนน ก่อนการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บจะดำเนินจนเสร็จสิ้น

ในเวลาเดียวกันอีกด้านหนึ่งของตัวเมือง จ. นครสวรรค์ก็มีครอบครัวหนึ่งกำลังเดินทางมาหาญาติ และมาเที่ยวที่ตัวเมือง จ. นครสวรรค์ หลังจากทานอาหารกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้เป็นพ่อก็เตรียมที่จะพาภรรยาและบุตรชายไปไหว้พระกันต่อ แต่อยู่ ๆ ผู้เป็นลูกชายก็มีอาการเจ็บหน้าอกขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ

ซึ่งเด็กคนนั้นมีอาการของโรคลิ้นหัวใจรั่ว (Heart Valve Regurgitation) คือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของลิ้นหัวใจที่ทำให้ลิ้นหัวใจปิดไม่สนิท เป็นสาเหตุให้เลือดไหลย้อนกลับ หัวใจจึงต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดให้เพียงพอ โรคนี้อาจรักษาให้หายได้โดยใช้ยาและการผ่าตัดเพื่อซ่อมแซม รวมทั้งการใส่อุปกรณ์บางชนิดเพื่อช่วยให้หัวใจกลับมาทำงานได้ตามปกติ

แต่เพราะยังไม่มีหัวใจที่สามารถเข้ากันได้กับเขาทำให้การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เขาจึงต้องทนอยู่กับอาการเจ็บป่วยจากโรคลิ้นหัวใจรั่วอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก

[เสียงตกใจของคนเป็นแม่ดังขึ้น]

“โนบิเป็นอะไรไปลูก” ผู้เป็นแม่เข้ามาประคองพร้อมกับถามอาการของบุตรชายอย่างเป็นห่วง

“ผมหะ…หายใจ…มะ…ไม่ออกครับแม่” โนบิพูดด้วยเสียงขาด ๆ หาย ๆ จากอาการปวดที่บริเวณหน้าอก ลามไปที่แขนข้างซ้าย หรือที่หน้าท้อง ซึ่งเกิดขึ้นจากการไหลเวียนเลือดของหลอดเลือดหัวใจลดลง 

โนบิพูดจบก็หมดสติไปทันที พ่อและแม่ของโนบิจึงตัดสินใจพาโนบิไปยังโรงพยาบาลที่มีคุณหมอผู้เป็นเจ้าของไข้ นี่ถือว่าโชคดีมากที่วันนี้ครอบครัวของโนบิเดินทางมาที่ตัวเมืองนครสวรรค์พอดี 

ทั้งสองเหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ตอนที่รถเข็นของผู้บาดเจ็บจากการถูกรถชนถูกเข็นเข้ามาในห้องฉุกเฉินพร้อมกับรถเข็นของเด็กหนุ่มที่เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ฝ่ามือที่ตกลงข้างตัวของเจ้าของเตียงทั้งสองก็ได้สัมผัสโดนกันเข้าพอดี เหมือนกับกระแสไฟบางอย่างที่เชื่อมโยงพวกเขาทั้งคู่ให้ต้องมาเกี่ยวข้องกันในไม่ช้า

[พยาบาล]

“คุณหมอคะ เกิดอุบัติเหตุรถชนคน อาการสาหัสเป็นตายเท่ากันค่ะ” เสียงวุ่นวายมาจากหน้าห้องฉุกเฉิน ทันทีที่ผมเห็นใบหน้าของผู้บาดเจ็บจากการถูกรถชน เหมือนลมหายใจของผมถูกขโมยไป ผมรู้สึกชาไปทั้งร่างเมื่อคนที่ถูกรถชนก็คือวอนบุตรชายบุญธรรมที่ผมรักเหมือนลูกนั่นเอง

สุดท้ายลุงก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของวอนเอาไว้ได้ เพราะอุบัติเหตุครั้งนี้รุนแรงแบบสุดทางช่วยเหลือจริง ๆ แต่ในขณะเดียวกันผมยังมีอีกหนึ่งชีวิตที่จะพอมีโอกาสยื้อลมหายใจให้กลับมามีชีวิตเหมือนคนปกติได้ โดยหัวใจของผู้เสียชีวิตเป็นหัวใจที่สามารถเข้ากับร่างกายของคนที่หัวใจวายเฉียบพลันนั้นพอดี ลุงจึงทำอย่างสุดความสามารถที่จะทำให้หัวใจของลูกผม กลับมาชุบชีวิตโนบิให้ได้ 

ลุงออกไปบอกข่าวการเสียชีวิตของวอนกับภรรยาที่รออยู่ด้านหน้าอย่างมีความหวัง และบอกกับภรรยาให้รับรู้เรื่องที่ลุงจำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจของคนที่เป็นลูกชายให้กับคนไข้ภาวะหัวใจวายเฉียบพลันที่ชื่อโนบิด้วย เหมือนเป็นแผนการของคนบนฟ้าที่ตั้งใจทำให้คนหนึ่งต้องจากไป และอีกคนหนึ่งจะกลับมา

[แม่ของวอน]

“คุณคะ…วอนจากเราไปแล้วจริง ๆ หรือเป็นแค่ฝันร้ายคะคุณ ” ทันทีที่ทราบข่าวก็เอาแต่ร้องไห้ซบอยู่ที่อกคนเป็นสามี

[ลุงเจมส์]

“ทำใจเสียเถอะคุณ วอนเขาไปสบายแล้ว ถึงวอนจะจากเราไป แต่หัวใจของเขาสามารถช่วยอีกหนึ่งชีวิตไว้ได้ อย่างน้อยเราก็ยังได้เห็นวอนมีชีวิตอยู่ในตัวของเด็กคนนั้นอยู่ไง” ผมพยายามปลอบใจภรรยาของผม

และเมื่อได้รับการยินยอมจากภรรยาของผมการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจก็เริ่มต้นขึ้น มันไม่ง่ายเลยที่ผมต้องทำการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจของคนที่ผมรักให้กับคนอื่นด้วยตัวเอง แต่ในที่สุดการผ่าตัดก็สำเร็จไปได้ด้วยดี จากหลักฐานของเด็กที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าของผมในตอนนี้เวลานี้อย่างไรล่ะ

[ที่โบสถ์ ริมหน้าผา]

ผมนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์วันนั้นขณะพาฝุ่นและโนบิไปเยี่ยมหลุมศพของวอน ตอนที่เห็นหน้าของโนบิผมเพียงรู้สึกคลับคล้ายคลับคลา แต่เมื่อผมได้พิจารณาดูดี ๆ ตอนที่ได้มองโนบิใกล้ ๆ ผมถึงมั่นใจว่าโนบิก็คือเด็กผู้ชายคนที่ผมทำการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจของวอนให้เมื่อหลายปีก่อนนั่นเอง และเพราะเหตุนี้ผมถึงได้ขอกอดโนบิ เพราะความคิดถึงลูกชายตลอด และอยากรู้ด้วยว่าคนที่ได้หัวใจดวงใหม่ไปเขาจะเป็นอย่างไร

ตอนที่ผมได้กอดกับโนบิมันเหมือนผมได้กอดกับวอนลูกของผมอีกครั้ง ถึงแม้ผมจะรับเดลมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมแทนวอนแต่มันก็ไม่สามารถทดแทนกันได้ เพราะวอนกับเดลไม่ใช่คนคนเดียวกัน เดลทำให้บ้านไม่เงียบเหงาจนเกินไป ทำให้ภรรยาของผมคลายความคิดถึงวอนไปได้บ้าง แต่เดลก็ไม่อาจแทนที่วอนได้ร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่ดี

ระหว่างที่พวกเราสามคนกำลังคุยกันอยู่ที่หน้าหลุมฝังศพของวอนนั้น ก็ได้มีชายสองคนเดินเข้ามาหาพวกเราสามคน จนกระทั่งโนบิตะโกนเรียกทั้งสองคนผมถึงได้นึกออกว่าหนึ่งในสองคนที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาพวกเราก็คือ…ฮอนนั่นเอง

[โนบิ]

“พี่ฮอน…พี่อั๋น…มาได้ไงครับ” โนบิตะโกนเรียกทั้งสองคนที่กำลังเดินเข้ามาหาพวกตน

 [ฮอน]

“ผมตามสัญญาณโทรศัพท์ของคุณหนูโนบิมาครับ” เพราะตอนนี้โนบิได้เปิดโทรศัพท์แล้วนั่นเองทำให้ฮอนสามารถตามจากสัญญาณโทรศัพท์ของโนบิมาได้และรู้ว่าโนบิอยู่ที่ไหนพวกเขาทั้งสองคนจึงได้ตามมาได้ถูก

 “สวัสดีครับคุณหมอเจมส์” ฮอนยกมือเช็กแฮนด์กับลุงเจมส์เพื่อเป็นการทักทาย ท่ามกลางความประหลาดใจของฝุ่นและโนบิที่เห็นฮอนรู้จักและดูเหมือนจะรู้จักลุงเจมส์ของพวกตนดีเสียด้วย

เมื่อโนบิได้เห็นความสนิทสนมของฮอนกับลุงเจมส์ อยู่ ๆ โนบิก็ยกมือขึ้นแตะที่หน้าอกด้านซ้ายตรงบริเวณหัวใจ โนบินึกถึงเรื่องที่คุณลุงเจมส์เล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ขึ้นมา

[โนบิ]

“หรือว่า….” เหมือนโนบิจะนึกอะไรได้บางอย่าง

“ผมขอถามคุณลุงเจมส์สักเรื่องหนึ่งได้ไหมครับ” อยู่ ๆ โนบิก็พูดถามทะลุกลางปล้องขึ้นมา

[ลุงเจมส์]

“ได้สิ…เธอมีอะไรจะถามฉันอย่างนั้นหรือโนบิ” คุณลุงเจมส์พูดเหมือนเป็นการอนุญาตให้ผมสามารถถามได้

[โนบิ]

“คนที่คุณลุงผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจให้วันนั้น …คือผมใช่ไหมครับ” โนบิพยายามรวบรวมกำลังใจที่มีเพื่อถามในสิ่งที่ตนคิด

หลังจบคำถามของโนบิบรรยากาศในที่นั้นก็เข้าสู่ความเงียบในทันที ฝุ่นเงียบอย่างรอคอยคำตอบเช่นเดียวกับโนบิ ส่วนลุงเจมส์และฮอนเงียบเพราะสิ่งที่โนบิถามตนไม่แน่ใจว่าควรจะบอกให้โนบิหรือใคร ๆ รู้เรื่องนี้หรือไม่

ลุงเจมส์หันไปสบตากับฮอนเพื่อถามความเห็นว่าตนสมควรที่จะบอกความจริงให้โนบิรับรู้หรือไม่ ส่วนหนึ่งเพราะเป็นจรรยาบรรณของแพทย์ที่ไม่อาจบอกเรื่องนี้ได้ แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่แน่ใจว่าบอกไปแล้วจะส่งผลอย่างไรกับสองคนนี้ทั้งฝุ่นและโนบิ

[ฮอน]

“ใช่ครับหัวใจที่เต้นอยู่ที่หน้าอกด้านซ้ายของคุณหนูโนบิก็คือหัวใจของคุณวอนครับ” เมื่อลุงเจมส์ไม่สามารถบอกความจริงเรื่องนี้ได้ ฮอนจึงเป็นคนบอกเอง เพราะไม่เห็นหนทางที่จะปิดบังโนบิต่อไปได้อีก อย่างไรโนบิก็ต้องรู้เรื่องนี้เข้าสักวัน สู้ให้โนบิได้รู้จากปากของเขาเองจะดีกว่า เพราะแบบนี้ฮอนจึงตัดสินใจบอกความจริงให้โนบิได้รับรู้แทนหมอเจมส์

[โนบิ]

“สิ่งที่พี่ฮอนพูดเป็นความจริงไหมครับลุงเจมส์” โนบิมองตาลุงเจมส์ และพร้อมจะฟังคำตอบ

“….” คุณลุงเลือกที่จะพยักหน้าแทนการตอบรับหรือปฏิเสธ

และทันทีที่โนบิกับพี่ฝุ่นได้เห็นการพยักหน้าเพื่อเป็นการยอมรับของลุงเจมส์ โนบิกับพี่ฝุ่นต่างก็มองหน้ากันทันที เพราะเหตุนี้ผมถึงได้ฝันถึงใครคนหนึ่งตลอดเวลาตั้งแต่ที่โนบิได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ เพราะเหตุนี้ทุกครั้งที่โนบิได้เจอและสบตากับพี่ฝุ่นผมต้องรู้สึกเจ็บหัวใจทุกครั้งจนถึงกับเป็นลม ครั้งแรกที่โนบิเจอกับพี่ฝุ่น โนบิถึงรู้สึกเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ชักนำให้เขาทั้งสองได้มาเจอและรู้จักกัน

เป็นเพราะหัวใจดวงนี้ “หัวใจของพี่วอน หัวใจของคนที่รักพี่ฝุ่นจนหมดหัวใจ” แล้วความรู้สึกที่ผมมีต่อพี่ฝุ่นล่ะ ผมรักพี่ฝุ่นเพราะหัวใจดวงนี้อยากจะรัก หรือเพราะผมเองที่รักพี่ฝุ่น อยู่ ๆ ก็มีคำถามนี้เกิดขึ้นมาในหัวของผม เมื่อผมได้รู้จากลุงเจมส์ว่าพี่วอนนั้นรักพี่ฝุ่นมากแค่ไหน 

ทางด้านของฝุ่นนอกจากจะเสียใจที่ต้องสูญเสียเพื่อนสนิทในวัยเด็กของตนอย่างไม่มีวันกลับแล้ว เขาก็ยังรู้สึกเสียใจที่ไม่มีโอกาสได้บอกลาหรือเจอกับวอนเป็นครั้งสุดท้าย และยิ่งได้รู้ว่าหัวใจของวอนมันกำลังเต้นอยู่ในร่างของคนที่เขารักอย่างโนบิเขาทั้งรู้สึกตื่นเต้นและยินดีในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกของเขาในตอนนี้มันตีกันไปหมด แต่ฝุ่นไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้ในหัวของโนบิกำลังมีคำถามว่าจริง ๆ แล้วที่โนบิรู้สึกรักฝุ่นเป็นเพราะหัวใจของวอนนั้นรักฝุ่น หรือเป็นเพราะตัวของโนบิเองกันแน่ที่รักฝุ่นอย่างแท้จริง 

เพราะสำหรับฝุ่นคนที่ฝุ่นรักอย่างแท้จริง โดยไม่มีข้อแม้หรือเงื่อนไขใด ๆ คนที่มาทำลายกำแพงในหัวใจของเขาที่สร้างขึ้นมาปกป้องตนเองไม่ให้รักใครเพราะไม่อยากต้องเสียใจหากต้องสูญเสียใครไปอีกมีเพียงโนบิคนเดียวเท่านั้น คนที่เขาสามารถเสียสละได้แม้กระทั่งชีวิตของตัวเองตอนนี้เพื่อให้คนที่เขารักยังคงอยู่ข้าง ๆ กัน

ฝุ่น กับ โนบิ มองหน้าแล้วก็ต่างร้องไห้ในเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเค้าทั้งสองคน

[ที่มหาวิทยาลัย 2 วันก่อน ฝุ่นและโนบิเดินทางไปนครสวรรค์] 

[ยูโร] 

“นะพี่เมฆนะ ยูโรได้ยินมาว่าพ่อของพี่เมฆเป็นตำรวจสายสืบน่าจะสามารถหาข้อมูลหรือสืบประวัติของคนคนหนึ่งให้ยูโรได้ พี่เมฆช่วยยูโรหน่อยนะคะ” ยูโรเพื่อนของโนบิกำลังมาขอร้องแกมบังคับเมฆพี่รหัสของแท็ปให้ช่วยสืบเรื่องของโนบิกับซันว่าแท้จริงแล้วมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร

หลังจากที่ยูโรได้ถามเรื่องพี่น้องของโนบิแล้วโนบิบอกว่าตนไม่มีพี่น้องเป็นลูกชายเพียงคนเดียว ในขณะที่ก่อนหน้านี้ตนแอบไปได้ยินซันคุยกับพ่อของโนบิ และพี่ฮอนจนได้รู้ว่าซันนั้นเป็นลูกอีกคนหนึ่งของพ่อโนบิ แต่สิ่งที่ทำให้ยูโรอยากจะรู้ความจริงเรื่องนี้ นอกจากเป็นเพราะโนบิเป็นเพื่อนของตนแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งคือเธออยากรู้ความจริงว่าทำไมซันจะต้องจงเกลียดจงชังเพื่อนของตนขนาดคิดจะทำร้ายได้ขนาดนี้ด้วย

และถ้าตนได้รู้ความจริงเรื่องนี้อย่างน้อยตนจะได้หาวิธีป้องกันเพื่อนของตนไม่ให้ถูกพี่ซันทำร้ายได้อีก หรืออย่างน้อยเธออาจจะหาวิธีห้ามไม่ให้ไอ้พี่ซันทำร้ายเพื่อนของตนได้ แต่อีกเหตุผลก็เพราะยูโรไม่อยากเห็นซันต้องกลายเป็นคนร้ายหรือคนไม่ดีจนถูกคนในคณะรังเกียจแบบทุกวันนี้

ตั้งแต่ที่กลับมาจากกิจกรรมเก็บตัวดาวเดือน ทุกคนต่างเข้าใจว่าซันตั้งใจผลักโนบิตกน้ำ ไหนจะเรื่องที่โนบิโดนวางยาปลุกเซ็กซ์ที่ยังหาตัวคนร้ายไม่ได้อีก แต่จากเหตุการณ์ที่ทุกคนเข้าใจว่าที่โนบิตกทะเลเป็นเพราะถูกซันผลัก ทุกคนต่างก็ลงความเห็นไปด้วยว่าซันมีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะเป็นคนวางยาปลุกเซ็กซ์โนบิ และถ่ายคลิปออกมาเผยแพร่ เหตุเพราะต้องการทำลายชื่อเสียงของโนบิที่จะแย่งความสำคัญของตนที่เป็นเบอร์หนึ่งในคณะ ตามที่คนอื่นคิดกันไป

ส่วนหนึ่งที่ทุกคนเข้าใจว่าซันมีส่วนในเรื่องการวางยาปลุกเซ็กซ์โนบิ และก็มาจากก็อปปี้ที่กลัวว่าตนจะติดร่างแหเรื่องนี้ไปด้วย เธอจึงปล่อยข่าวว่าซันเป็นผู้บงการเรื่องนี้ เพื่อให้เบี่ยงเบนความสนใจจากตนไปที่ซันเต็ม ๆ นั่นเอง ประจวบเหมาะกับที่ทุกคนเห็นคลิปก่อนหน้านี้เข้าใจว่าซันตั้งใจผลักโนบิตกน้ำด้วย เมื่อมีคนปล่อยข่าวว่าซันเป็นคนวางยาปลุกเซ็กซ์โนบิ และถ่ายคลิปออกมาเผยแพร่เพื่อต้องการทำให้โนบิเสียชื่อเสียง ทุกคนจึงพร้อมใจกันเชื่อและบอยคอตซัน ทำให้ตอนนี้ทุกคนในคณะไม่มีใครคุยหรือสนใจซันเลย และร้ายไปกว่านั้นก็เริ่มจะกระจายถึงคณะอื่น ๆ ที่พอทราบเรื่องจากการพูด และการส่งต่อกันไป

ยูโรรับรู้และเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับซันด้วยจิตใจที่ไม่สงบ เธอรู้สึกเป็นห่วง และอยากจะเข้าไปพูดคุยหรืออยู่เป็นเพื่อนกับซัน แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซันยิ่งสร้างกำแพงมาปกป้องตัวเองมากขึ้นจนยูโรไม่กล้าที่จะข้ามกำแพงที่ซันสร้างขึ้นมาปกป้องตัวเองเพื่อเข้าไปหาซัน แม้เธอจะพยายามอยู่หลายครั้ง แต่เพราะยูโรคือเพื่อนของโนบิซันจึงไม่เปิดโอกาสให้ยูโรได้ก้าวข้ามกำแพงที่ตนสร้างขึ้นเพื่อไปหาตนได้อีก

ยูโรอ้อนขอร้องแกมบังคับเมฆอยู่นานสองนาน ในที่สุดเมฆก็ทนการรบเร้าของยูโรไม่ได้จึงใจอ่อนยอมช่วยยูโรสืบหาตามข้อสงสัยของผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า

เมฆจึงกดโทรศัพท์ไปขอร้องพ่อของตนให้ช่วยสืบเรื่องนี้ให้โดยเร็วที่สุด ทีแรกพ่อของเมฆก็ปฏิเสธเพราะผิดระเบียบของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แต่เมฆให้เหตุผลกับพ่อของตนว่าเรื่องนี้มีความสำคัญต่อความเป็นความตายของคนคนหนึ่ง พ่อของเมฆจึงยอมช่วย

[พี่เมฆ]

“พ่อพี่ยอมช่วยแล้ว พ่อพี่ขอเวลาหาข้อมูลก่อนถ้าได้ข้อมูลแล้วจะรีบให้คนนำข้อมูลมาให้”

[ยูโร]

“ขอบคุณมากเลยนะคะพี่เมฆ พี่เมฆนี่น่ารักที่สุดเลย” ยูโรเข้าไปกอดแขนของเมฆพร้อมกับอ้อน โดยไม่รู้เลยว่าตอนที่ตนเข้าไปออดอ้อนเมฆนั้น ซันได้ผ่านมาเห็นภาพนั้นเข้าพอดี

ซัน

“ผู้หญิงก็เหมือนกันหมดวันก่อนเดินสะกดรอยตามอีกคน วันนี้กลับมานั่งกอดกับผู้ชายอีกคน…หึ” ซันมองภาพนั้นพร้อมกับพูดกับตัวเองคนเดียว ก่อนจะเดินหนีไปจากภาพนั้น

[ห้องพักของซัน อีกวัน]

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หลายครั้ง

Rrrr…Rrrr

[พวกมันสามารถหาเงินมาใช้หนี้ได้ทันเวลาจะให้ผมทำอย่างไรต่อไปครับ] ปลายสายพูดเข้าเรื่องทันทีที่ซันรับโทรศัพท์ ซันนิ่งคิดอยู่สักครู่หนึ่งก่อนจะพูดตอบปลายสายกลับไป

“ปล่อยให้พวกมันเอาโฉนดคืนไปก่อน แล้วรอคำสั่งจากฉันค่อยลงมือ”

[ครับ] ปลายสายรับคำเบา ๆ ก่อนจะวางสายไป

“นี่มึงรักไอ้ฝุ่นจริง ๆ แล้วสินะถึงได้ยอมให้เงินตัวเองเพื่อช่วยมัน” ซันคิดกับตัวเองอย่างสมเพชโนบิที่ในที่สุดสิ่งที่ตนพยายามจะทำให้พ่อเข้าใจว่าลูกชายสุดที่รักของพ่ออย่างโนบินั้นชอบผู้ชาย แต่สุดท้ายโนบิก็ชอบฝุ่นขึ้นมาจริง ๆ

“รักกันให้พอก่อนนะ ก่อนที่จะไม่ได้รักกันอีกต่อไป” ซันพูดพร้อมกับกำมือเข้าหากันอย่างเคียดแค้นในตัวของโนบิ

ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องจนทุกคนเข้าใจว่าซันเป็นคนผลักโนบิตกน้ำ และซันโดนบอยคอตจากทุกคนในคณะ แถมยังโดนก็อปปี้ผู้หญิงหลายหน้าตลบหลังจนทุกคนยิ่งเชื่อว่าเขาตั้งใจทำร้ายโนบิ ซันก็ยิ่งรู้สึกโกรธแค้นและเกลียดโนบิมากขึ้นจนอยากจะฆ่าโนบิจริง ๆ เข้าแล้วละสิ

ในเมื่อไม่มีใครยอมพูดอะไร พ่อก็รักมันมากจนมองไม่เห็นหัวตัวเอง ไอ้สุนัขรับใช้ฮอนก็รักแสนรักคุณหนูของมัน เอาแต่ห้ามไม่ให้ซันทำร้ายโนบิกัน ถ้ารักมันกันมากก็จะทำร้ายโนบิให้ทุกคนดู อยากจะรู้นักว่าพ่อกับไอ้ฮอนยังจะเอาแต่อมพะนำเก็บเรื่องที่ซันยังไม่รู้ไว้อีกไหม ซันคิดกับตัวเองในใจ

ดังนั้นซันจึงติดต่อไปหาปลายสายใหม่ทันทีที่คิดชั่วจบ ซึ่งเป็นตอนที่ฝุ่นกับโนบิออกมาจากบ้านหลังนั้นเรียบร้อยแล้ว

Rrrr…Rrrr

[ซัน] 

“ฉันมีงานให้พวกแกทำ รับรองถ้าพวกแกทำสำเร็จพวกแกจะได้เงินตอบแทนอย่างงาม”

“แต่ตอนนี้สะกดรอยตามพวกมันไปทุกที่”

 [ได้เลยครับ] แค่ได้ยินว่าค่าตอบแทนเป็นเงินก้อนโตพวกเราก็พร้อมทำอยู่แล้ว “ว่าแต่เรื่องที่คุณจะให้พวกเราทำคืออะไร” ปลายสายเพียงแค่ได้ยินว่าตนจะได้ค่าตอบแทนเป็นเงินก้อนโตพวกเขาก็ตอบรับทันที

[ซัน]

“จับคนคนหนึ่งเรียกค่าไถ่” ซันสั่งงานปลายสายไปเมื่อคิดบางอย่างขึ้นมาได้

[งานง่าย ๆ แล้วคนที่จะให้พวกผมไปจับตัวมาเรียกค่าไถ่คือใครครับ]

[ซัน]

“หนึ่งในสองคนที่เพิ่งเอาเงินไปไถ่โฉนดที่ดินบ้านเด็กกำพร้ามาเมื่อครู่นี้ไง”

“คนคนนั้นมีชื่อว่า…โนบิ” ทันทีที่สั่งการ ก็บอกถึงลักษณะท่าทางของคนที่ต้องไปลักพาตัวมาเรียกค่าไถ่

หลังจากวางสาย คนกลุ่มนี้ก็ทำตามคำสั่งจากคนต้นสาย ซึ่งเป็นงานที่ง่ายสำหรับคนชั่ว ๆ อย่างพวกเขาอยู่แล้ว แถมยังมีเงินก้อนโตรออยู่ด้วย ถือเป็นงานสบาย รายได้ดีเลยทีเดียว

“ไปพวกเรามีงานง่าย ๆ เงินก้อนโต ๆ จากนายมาอีกแล้ว ตามฉันมา” 

“ครับหัวหน้า” เสียงตอบรับของลูกน้องสองคนที่อยู่ตรงนั้น