[จังหวัดนครสวรรค์]

บ้านเด็กกำพร้า 

ทำไมสถานที่แห่งนี้เราคุ้นจังนะ เมื่อโนบิชะโงกหน้าต่างไปดู เด็ก ๆ กำลังนั่งกินขนมที่โต๊ะหินอ่อน ภาพที่เห็นคือมีเด็กสองคนกำลังทำท่า ท่าฝุ่นกับโนบิ ทำบนรถไฟ

มันเหมือนเดจาวู แบบบอกไม่ถูก

หลังจากฝุ่นขับรถไปตามที่อยู่ที่แม่นกได้ให้ไว้ ก็แวะกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม

หลังจากที่กดเงินเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งสองก็เดินทางต่อไปยังบ้านของนายทุนตามคำบอกของแม่ที่ดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าทันที เมื่อมาถึงที่หมายก็พบกับบรรยากาศที่ไม่ค่อยน่าไว้ใจราวกับพวกเขาทั้งสองคนหลงอยู่ในดงของพวกมาเฟีย

[โนบิ]

“ใช่ที่นี่จริง ๆ หรือครับพี่ฝุ่น ทำไมมันถึงดูน่ากลัวจังแม่พี่กล้าเข้ามากู้ยืมเงินที่นี่ได้ยังไง” โนบิถามพร้อมกับเข้าไปเกาะอยู่ข้างหลังของฝุ่นเพื่อต้องการให้ฝุ่นเป็นเกราะกำบังตนเองจากอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกวินาที

[ฝุ่น]

“อยู่ใกล้พี่ไว้ เดี๋ยวเรารีบจ่ายเงินรับโฉนดคืนแล้วเรารีบกลับกันเลย”

[ยาม]

“มาพบใคร” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าประตูซักถามก่อนจะอนุญาตให้ทั้งคู่เข้าไปด้านในเมื่อรู้จุดประสงค์การมาของทั้งสองคน

“พวกผมเอาเงินมาใช้หนี้นะครับ” 

คนเป็นยาม ได้ปล่อยให้เข้าไปด้านใน เพื่อเจรจากับนายทุน แต่เข้าไปคนที่เราสองคนเจอ หน้าตาไม่เหมือนนายทุน แต่เหมือนลูกน้องเพราะ ราศีไม่น่าเป็นนายทุน

เมื่อรู้ว่า สองคนที่มาเยือนเป็นคนของบ้านเด็กกำพร้า เอาเงินมาคืนเท่านั้นแหละ….

Rrrr…Rrrr

[ลูกน้องยกหูโทรหานายที่อยู่เบื้องหลังอย่างเร่งรีบ ตามคำสั่งของนายจ้าง]

“พวกมันสามารถหาเงินมาใช้หนี้ได้ทันเวลาจะให้ผมทำอย่างไรต่อไปครับ”

[เสียงคนอยู่ปลายสาย]

“ปล่อยให้พวกมันเอาโฉนดคืนไปก่อน แล้วรอคำสั่งจากฉันค่อยลงมือ”

“ครับ”

หลังจากได้รับคำสั่งจากปลายสาย แล้วเขาก็ประสานไปยังเจ้านายอีกคนของตนทันที เพื่อแจ้งคำสั่งที่ตนได้รับมากับคนที่แสดงเป็นนายทุนซึ่งเตรียมรอรับคำสั่ง ทำให้เมื่อฝุ่นและโนบิเข้าไปด้านในการชำระหนี้ส่วนที่เหลือและการขอรับโฉนดที่ดินของบ้านเด็กกำพร้าคืนจึงไม่ยากอย่างที่คิด

[โนบิ]

“ทำไมดูง่ายจัง พวกมันยังคิดจะเล่นตุกติกอะไรอีกไหมพี่” โนบิไม่วายสงสัย

[ฝุ่น]

“อย่างน้อยเราก็ได้โฉนดที่ดินคืนมาแล้วรีบออกไปจากที่นี่กันก่อนเถอะ ที่นี่ไม่ค่อยน่าไว้ใจ” ฝุ่นจูงมือโนบิออกไปจากที่นี่ทันทีที่เสร็จธุระ

“มือเย็นจังนะเรา ท่าทางจะกลัวน่าดู ก็พี่บอกแล้วไงว่าไม่ต้องกลัว พี่ฝุ่นของโนบิอยู่ทั้งคน สอ-บอ-มอ (สบายมาก)”

[โนบิ]

“จ้า…เก่งจริง พี่ฝุ่นคนไม่กลัวอะไรเลย ทั้งหล่อ ทั้งเก่ง หาที่ไหนไม่ได้แล้วครับคนแบบนี้” โนบิทวนความเก่งให้คนข้าง ๆ ฟัง

“ใช่หาไม่ได้แล้ว ไม่มีขายที่ไหน และหาซื้อที่ไหนไม่ได้ มีคนเดียว มีใจเดียว มีคนรักแล้ว และตอนนี้มีแฟนอยู่แล้วไม่ขายใคร และหาซื้อที่ไหนก็ไม่ได้” ฝุ่นหวานใส่โนบิอีกหนึ่งดอก ในสถานที่แบบนี้นี่นะ แล้วก็อมยิ้ม 

“หืม เป็นอะไรมากปะ รักผมตรงไหน ตอนไหน ไหนบอกให้ผมชื่นใจหน่อยซิ”  โนบิเปิดคำถามหวาน ๆ เพื่อรอคำตอบกลับหวาน ๆ เช่นกัน (หวานมากหวานกลับไม่โกง) 

“ก็รักนะ แปดหมื่นไง คนอะไรใจดีให้ยืมเงินตั้งแปดหมื่น นี่คนหรือเทวดาครับเนี่ย เทวดาอะไรน่ารักเนาะ” ฝุ่นตอบแบบกวน ๆ และก็ตบด้วยคำหวานที่เริ่มเลี่ยน

“หยุดเถอะพี่…กลับบ้านกันผมจะอ้วกแล้ว รักที่ให้ยืมแปดหมื่น มันไม่ใช่ความรักปะวะ” งานเลี่ยนมาเต็มพร้อมกับความหัวเสีย โนบิตอบกลับ

“นั่นแน่ แพ้ท้องหรา เรายังไม่มีอะไรกันเลยนะ นี่แอบไปนอนกับใครมาปะเนี่ย บอกมาเดี๋ยวนี้เลย พี่จะไปฆ่ามัน”

“บ้าว่ะ…ไอ้พี่ฝุ่น”  คิดได้ไงวะ หน้าตาไม่น่าเป็นคนแบบนี้ นี่เราคิดผิดเปล่าวะที่มารักคนบ้าโนบิคิดในใจ

“ใช่พี่มันบ้า…แต่พี่ก็บ้ารักแต่โนบิน้า…ฮิ้วววววว” ใกล้ถึงปากทางรถจอด ก็เป็นไปตามแผนของฝุ่น คือพูดตลก กลบเกลื่อนความกลัว และบรรยากาศที่ไม่ดีเท่าไหร่

“เอิ่ม..สรุปวันนี้จะกลับมั้ยพี่ หรือจะนอนที่นี่ วันนี้อารมณ์ไหนเนี่ย อีเงินแปดหมื่นนี่ทำให้คนเปลี่ยนไปได้จริง ๆ เห่อ ๆ” โนบิย้อนคนที่กวนประสาทอยู่ตรงหน้า 

ทั้งสองคนกวนกันจบ ก็พากันเดินตรงมาที่รถ โดยปฏิบัติภารกิจสำเร็จแล้วเรียบร้อย จัดการชำระหนี้ครบถ้วน ฝุ่นก็ขับรถพาโนบิเพื่อกลับบ้านเด็กกำพร้า คงเป็นเพราะความเหนื่อยเพลียจากการไปหลายที่ และเดินทางมาเมื่อคืนทำให้ ไอ้ตัวยุ่ง (โนบิของไอ้พี่ฝุ่น ) เผลอหลับบนรถ ในช่วงสภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่นฝุ่นก็ขับรถผ่านสี่แยกแห่งหนึ่ง อยู่ ๆ โนบิก็รู้สึกเจ็บหัวใจขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่ใช่แค่เจ็บหัวใจแต่อยู่ ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว จนฝุ่นหันมาเห็นแล้วก็ร้องทักขึ้นว่า

[ฝุ่น]

“โนบิเป็นอะไรไป” ฝุ่นรีบเอารถเข้าจอดข้างทางทันที ก่อนจะยกสองมือขึ้นประคองใบหน้าของโนบิพร้อมกับเช็ดน้ำตาให้ 

โครม!!  ภาพในฝันของโนบิ

รถคันหนึ่งวิ่งชนชายหนุ่มอย่างจัง ในมือของชายหนุ่มคนนั้นมีดอกกุหลาบสีขาวช่อโต กลีบกุหลาบกระจายเต็มถนน

 “โอ๊ยยย ช่วยผมด้วย ใครก็ได้ช่วยผมที” เสียงโนบิร้องขอให้ใครก็ได้ช่วยชีวิตเขาตอนนั้น น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลออกมา ภาพในสมองของโนบิปรากฏขึ้นชัดเจน เหมือนจริง

 “ฝุ่น ฝุ่น ช่วยเราด้วย ฝุ่น ฝุ่น…”

ฝุ่นจอดรถข้างทางด้วยความตกใจ ฝุ่นยกฝ่ามือขึ้นเช็ดน้ำตาโนบิที่ไหลออกมาด้วยความเจ็บปวด ทำให้โนบิรู้สึกตัว และตื่นขึ้นมาจากภวังค์ กับเรื่องที่เคยเห็นคนในความฝันบ่อย ๆ แต่ครั้งนี้มันเหมือนจริงมาก” โนบิกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่น้ำตาก่อนหน้ามองสบตากับฝุ่น

[โนบิ]

“ผมเป็นอะไรไปครับ”โนบิถามออกมาด้วยความสงสัย

[ฝุ่น]

“พี่ควรเป็นฝ่ายถามเรามากกว่านะว่าเกิดอะไรขึ้นกับเราทำไมอยู่ ๆ เราถึงได้ร้องไห้ออกมา แล้วครั้งนี้เรียกให้คนช่วยด้วย”

“ผมไม่รู้ครับ เมื่อครู่ตอนที่เราผ่านสี่แยกที่อยู่หน้าร้านขายดอกไม้นั้นอยู่ ๆ ผมก็รู้สึกเจ็บหน้าอกจนแทบหายใจไม่ออก แต่น้ำตานี่ผมไม่รู้ตัวเลยว่าทำไมผมถึงได้ร้องไห้ออกมา” โนบิเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนให้ฝุ่นฟัง

“อยากไปหาหมอไหม” ฝุ่นถามด้วยความเป็นห่วง เกรงว่าอาการโรคหัวใจของฝุ่นจะกำเริบขึ้นมา

“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่เป็นไรแล้ว เรารีบไปบอกข่าวดีให้แม่พี่รู้กันดีกว่านะครับ” โนบิยืนยันเพื่อให้ฝุ่นสบายใจ

“ได้ ๆ ถ้ามีอะไรผิดปกติ เราต้องรีบบอกพี่ทันทีนะรู้ไหม” ฝุ่นไม่วายกำชับเพื่อให้แน่ใจว่าคนที่ตัวเองห่วงจะไม่เป็นอะไร

“ครับ”

เมื่อได้รับคำยืนยันจากโนบิแล้วฝุ่นจึงรีบขับรถพาโนบิกลับไปยังบ้านเด็กกำพร้าเพื่อที่โนบิจะได้พักผ่อน เป็นเพราะก่อนหน้านี้ทั้งคู่อาจพักผ่อนไม่เต็มที่ทำให้เกิดอาการขึ้น โนบิอาจจะแค่เพลียเหนื่อยจากการนอนไม่พอก็เป็นได้

ทั้งคู่ขับรถต่อไปจนมาถึงบ้านเด็กกำพร้า

[บ้านเด็กกำพร้า]

ฝุ่นค่อย ๆ ขับรถต่อมา พอถึงทางเข้าก็เลี้ยวเข้ามายังบ้านเด็กกำพร้า 

เป็นเพราะก่อนหน้านี้ตนนั่งรถรับจ้างพามาส่งที่หน้าบ้านเด็กกำพร้า ประจวบกับความวุ่นวายจากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้โนบิไม่ได้มีเวลาพิจารณาบ้านเด็กกำพร้าเท่าใดนัก แต่ตอนนี้เวลานี้ที่โนบินั่งอยู่ทางที่นั่งด้านหน้าข้างคนขับ ทำให้ทันทีที่รถของฝุ่นเลี้ยวเข้าตัวบ้านโนบิก็ค่อย ๆ เห็นสภาพบ้านของเด็กกำพร้าได้อย่างเต็มตา

ทันทีที่โนบิมองเห็นบ้านเด็กกำพร้าได้อย่างเต็มตา สิ่งที่โนบิได้เห็นกลับพบว่าภาพของบ้านเด็กกำพร้าเหมือนกับภาพที่ตนฝันถึงเมื่อคืนก่อนตอนที่ตนเดินทางมาโดยรถไฟนั่นเอง

[โนบิ]

“พี่ฝุ่นผมเคยเห็นบ้านเด็กกำพร้ามาก่อน” โนบิคว้ามือของฝุ่นที่จับอยู่ที่เกียร์ของรถไว้พร้อมกับบอกออกมาราวกับกำลังรำพึงกับตัวเอง

[ฝุ่น]

“ก็ต้องเคยเห็นสิเมื่อเช้าเราก็มาที่นี่แล้วครั้งหนึ่งไง” ฝุ่นหมายถึงเมื่อเช้าที่ตนเดินทางมาถึงที่บ้านเด็กกำพร้านี้แล้วครั้งหนึ่ง

[โนบิ]

“ไม่ใช่ครับ…ผมเคยฝันเห็นบ้านเด็กกำพร้าแห่งนี้มาก่อน แต่เพราะเมื่อเช้าเราวุ่น ๆ เรื่องใช้หนี้ผมจึงไม่ทันได้พิจารณาบ้านเด็กกำพร้านี้ให้ถี่ถ้วน” โนบิอธิบายให้ฝุ่นเข้าใจ

“เราไม่เคยมาที่นี่มาก่อนแล้วเราจะฝันถึงมันได้อย่างไร” ฝุ่นตั้งข้อสงสัย

[ฝุ่น]

“หรือว่า เดจาวูอะ เห็นภาพเหมือนเดิม หรือเคยเห็นมาแล้ว หรือคิดว่ามันเคยผ่านมาแล้ว” อะไรประมาณนั้น

[โนบิ]

“ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันพี่” โนบิตอบพร้อมกับหัวใจที่ค่อย ๆ เต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดระยะเวลาที่รถของฝุ่นค่อย ๆ ขับเข้าใกล้บ้านเด็กกำพร้ามากขึ้นเรื่อย ๆ 

“อะ…โอ๊ย” โนบิร้องออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นกุมหัวใจไว้

“โนบิไหวไหม” ฝุ่นรีบขับรถให้เร็วขึ้นจนรถมาจอดที่หน้าบ้านเด็กกำพร้า

โนบิเจ็บหน้าอกจนหมดสติไปฝุ่นรีบจอดรถก่อนจะรีบเปิดประตูก้าวออกมาจากรถแล้วรีบวิ่งอ้อมไปยังที่นั่งด้านข้างคนขับทันที และเมื่อฝุ่นเปิดประตูฝั่งที่นั่งของโนบิออก ร่างของโนบิที่สลบไสลอยู่ก็เซออกมาจากตัวรถ ดีที่ฝุ่นรับร่างของโนบิไว้ได้ทัน ก่อนที่ฝุ่นจะช้อนอุ้มร่างของโนบิขึ้นแนบอกแล้วพาเข้าไปในบ้านเด็กกำพร้าทันที

ฝุ่นพาร่างของโนบิเข้าไปด้านในพร้อมกับความตกใจของผู้ที่พบเห็น 

“พี่ฝุ่นครับ พี่โนบิเป็นอะไรพี่” เสียงเอะอะโวยวายของเด็ก ๆ ทำให้แม่ที่ดูแลวิ่งออกมาดู และทันทีที่เห็นภาพฝุ่นอุ้มโนบิไว้แนบอก แม่ก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ

[แม่]

“ว้าย…เกิดอะไรขึ้นลูก” แม่ร้องถามก่อนจะได้สติรีบนำทางให้ฝุ่นพาร่างของโนบิมาวางลงบนโซฟารับแขกทันที

“วางน้องลงตรงนี้ก่อนลูก” แม่ร้องบอกพร้อมกับสั่งให้เด็ก ๆ ที่โตแล้วไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาให้ตน

“เกิดอะไรขึ้นฝุ่นทำไมน้องถึงได้เป็นลมไปแบบนี้”

[ฝุ่น]

“ผมไม่ทราบเหมือนกันครับ อยู่ ๆ โนบิก็บ่นเจ็บหัวใจก่อนจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แล้วก็สลบไปเลยครับ”ฝุ่นเล่าให้แม่ฟัง

หลังจากได้ฟังแล้วเธอก็ยังคงแปลกใจที่อยู่ ๆ โนบิก็เป็นลมขึ้นมา ฝุ่นจึงอธิบายให้แม่ทราบเรื่องเพิ่มเติม

“คือโนบิเขาเป็นโรคหัวใจครับ และได้มีการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจมาเมื่อหลายปีก่อน”

“จะพาน้องไปโรงพยาบาลไหมลูก” แม่เสนอ

“ดีเหมือนกันครับ” ฝุ่นเตรียมจะพาโนบิไปที่โรงพยาบาล

แต่ฝุ่นก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อโนบิรู้สึกตัวขึ้นมา 

“ตอนนี้ผมอยู่ที่ไหนครับพี่ฝุ่น”  

“อยู่บ้านเด็กกำพร้า และเดี๋ยวพี่กำลังจะพาเราไปโรงพยาบาล” ฝุ่นพูดจบก็ทำท่าเหมือนจะอุ้มโนบิขึ้นรถ

“ผมไม่เป็นไรแล้วครับพี่ฝุ่น ไม่ต้องไปที่โรงพยาบาลก็ได้ครับ ไม่มีอาการนั้นแล้ว” โนบิร้องห้ามไว้

[แม่]

“งั้นพาน้องไปนอนพักที่ห้องพักก่อนดีไหมลูก” แม่ของเด็ก ๆ บอกเชิงแนะนำให้ไปห้องที่นอนสบายกว่าห้องนี้

ดังนั้นฝุ่นจึงอุ้มโนบิอีกครั้งแล้วพาไปนอนพักยังห้องรับรองของบ้านเด็กกำพร้า โดยที่ฝุ่นนั่งดูแลคนป่วยอยู่ไม่ห่างด้วยความเป็นห่วง จนโนบิหลับไปก็เดินออกมาหาแม่นกที่นั่งอยู่ห้องทำงาน

[แม่]

“น้องหลับแล้วหรือฝุ่น” แม่ของเด็ก ๆ ถามหลังจากฝุ่นออกมาจากห้องพักที่โนบินอนอยู่แล้ว

“ครับแม่”

“อ้อแม่เพิ่งนึกขึ้นได้ ฝุ่นจำวอนได้ไหมลูก” แม่ถาม

“จำได้สิครับ ผมไม่เคยลืมเพื่อนสนิทในวัยเด็กเพียงคนเดียวของผม” ฝุ่นตอบ

“เขากลับมาจากต่างประเทศแล้วนะ กลับมาอยู่กับครอบครัวแล้วเห็นบอกว่าอยู่แถว ๆ หน้าผาริมน้ำนะ อ้อเขาฝากที่อยู่กับจดหมายให้ฝุ่นไว้กับแม่ด้วย เดี๋ยวแม่ขอไปหาก่อนนะ ไม่รู้ยังอยู่หรือเปล่า ” พูดจบแม่ก็เข้าไปในห้องทำงานเพื่อค้นหาจดหมายและที่อยู่ที่วอนฝากไว้ให้กับฝุ่น

ฝุ่นเดินตามแม่เข้าไปช่วยหา ของที่วอนฝากไว้กับแม่

[ฝุ่น] 

“วอนกลับมาเมื่อไหร่ครับทำไมผมไม่รู้เลย” ฝุ่นถามพร้อมกับช่วยแม่หาที่อยู่ที่วอนทิ้งไว้ให้

“กลับมาเมื่อหลายปีก่อนแล้วล่ะ แม่ก็นึกว่าเราสองคนได้เจอกันแล้วเสียอีก จนครั้งก่อนที่แม่โทรหาฝุ่นถึงได้รู้ว่าฝุ่นกับวอนยังไม่ได้เจอกัน” แม่ตอบพร้อมกับหาของไปด้วย

“อ้อ…นี่ไงเจอแล้ว” กล่าวจบแม่ก็ชูซองจดหมายที่วอนฝากไว้ให้กับฝุ่น

ฝุ่นรับจดหมายและที่อยู่ของวอนที่อยู่ในมือของแม่ด้วยมือที่สั่นเทา ใจหนึ่งก็รู้สึกดีใจที่จะได้เจอเพื่อนเก่าในวัยเด็กของตนอีกครั้ง แต่อีกใจหนึ่งฝุ่นกลับรู้สึกกลัวอย่างไม่ทราบสาเหตุว่าเขากลัวอะไรทำไมถึงไม่กล้ารับซองจดหมายของวอนมาไว้ในมือ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องทำงานของแม่กับฝุ่น แต่อีกด้านหนึ่งภายในห้องพักรับรองที่โนบินอนหลับอยู่ โนบิก็มีอาการกระสับกระส่าย เหงื่อออกท่วมตัว โนบิยกมือกุมหน้าอกด้านซ้ายของตนบริเวณหัวใจโดยไม่รู้ตัว และทันทีที่ฝุ่นรับจดหมายนั้นมาไว้ในมือเรียบร้อยแล้ว อาการของโนบิที่นอนหลับอยู่อีกห้องหนึ่งก็ค่อย ๆ สงบลงจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติในที่สุด

ฝุ่นหยิบจดหมายที่ได้รับมาขึ้นดูก่อนจะค่อย ๆ เปิดซองจดหมาย ในซองจดหมายนั้นมีนามบัตรที่แจ้งที่อยู่ตรงตามที่แม่บอกว่าอยู่แถว ๆ หน้าผาริมน้ำ และยังมีกระดาษชิ้นเล็ก ๆ พับเป็น 2 ทบ ฝุ่นค่อย ๆ คลี่เปิดแผ่นกระดาษขึ้นได้เห็นข้อความ ฝุ่นใจสั่นมากขึ้นแบบบอกไม่ถูก พออ่านจบน้ำตาลูกผู้ชายก็ได้ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

[ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปี 2558 ] 

ถึงฝุ่นเพื่อนรัก วันนี้เรามาหาฝุ่นที่บ้านของเรานะ บ้านที่เราได้เจอกับฝุ่น บ้านที่ไม่ได้มีอะไรมากเหมือนบ้านอื่น ๆ แต่บ้านนี้มีเพื่อนที่เรารักมากที่สุด เป็นบ้านที่เรามีคนที่เรารักที่สุดอยู่นั่นก็คือฝุ่น 10 ปีที่เราอยู่ด้วยกันเราโคตรมีความสุข แต่ก็เอาเถอะถึงแม้ตอนนี้เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วก็ตาม แต่ฝุ่นไม่ต้องห่วงเรานะ เราดูแลตัวเองได้ เราทำตามที่ฝุ่นบอก ตามที่ฝุ่นสอนทุกอย่างเลย เราสบายดีมากครอบครัวใหม่ของเรารักเราเหมือนลูกแท้ ๆ เลย ถึงเขาจะรักเรายังไงเราก็ไม่เคยลืมว่าเราเป็นใครมาจากไหน 

เมื่อ 5 ปีก่อนในวันเกิดของเราสองคน วันที่เราจะไม่ได้เจอกันอีก เราเตรียมดอกกุหลาบไว้ให้ฝุ่นนะ เป็นกุหลาบสีขาวดอกหนึ่ง มันแพงมากเลยแต่เราเอาเงินเก็บของเราทั้งหมดที่มี 200 กว่าบาท เตรียมให้ฝุ่นเป็นของขวัญวันเกิดและวันแห่งความรัก เราวางไว้ในตู้เสื้อผ้า ไม่รู้ว่าฝุ่นจะได้รับมันหรือเปล่า ดอกกุหลาบสีขาวนั้นมันมีความหมายนะหมายถึง ฉันจะรักเธอโดยไม่มีเงื่อนไข รักแท้ที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน เหมือนที่เรารักฝุ่น และฝุ่นรักเรา ตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน เล่นด้วยกัน นอนด้วยกัน เรามีความสุขมากนะ เราไม่รู้จะบอกฝุ่นยังไงว่าเราดีใจที่ได้มีฝุ่นเป็นเพื่อน มีฝุ่นเป็นคนที่อยู่ข้าง ๆ ตลอด จนเราปฏิเสธหัวใจเราไม่ได้ว่า

 “เรารักฝุ่นมากนะ” 

(ในจดหมายมีคราบกลม ๆ วงอยู่เหมือนคราบน้ำตาของคนเขียนที่สารภาพความในใจทั้งหมดหยดอยู่ จากกระดาษที่เรียบแต่มีจุดนั้นที่มันนูนอย่างที่เห็น ปลายนิ้วของคนที่อ่านอยู่สัมผัสได้) 

 แต่ก็ช่างเถอะ วันนี้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 ในปีนี้เป็นวันเกิดของเราสองคน เราก็ขอให้เราสองคนมีความสุข ขอให้เราสองคนอยากได้อะไรก็ได้ ขอให้เราสองคนได้เจอกันอีกนะ ขอให้เราได้เจอกันอีก แล้วปีหน้าเราสัญญาว่าเราจะมีดอกไม้ช่อโต ๆ เอาสัก 99 ดอกไปเลยมาหาฝุ่น ปีหน้าเราจะกลับมาเจอกันนะฝุ่น ถ้าฝุ่นยังอยากเจอเพื่อนคนนี้อีก เราจะได้เจอกันเราสัญญา

หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะ รักนายนะฝุ่น (เพื่อนรัก)

                                                                                                                              วอน ปีติ รัตนบุญ

หลังจากอ่านจดหมายจบ ภาพในวัยเด็กตอนที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกันที่บ้านเด็กกำพร้ามันก็ชัดเหมือนจริงขึ้นมาในหัวของฝุ่นทันทีน้ำตาที่ไหลมันพาย้อนอดีตไปในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ปีที่ 2553 วันที่วอนต้องไปอยู่กับครอบครัวชาวอังกฤษโดยไม่ได้บอกลาสักคำ มีแต่ดอกกุหลาบสีขาวในตู้เสื้อผ้าของเราอยู่ วันนั้นฝุ่นนอนกอดดอกกุหลาบทั้งคืน เขาร้องไห้ทั้งดีใจกับเพื่อนที่ได้ครอบครัวใหม่ และเสียใจกับตัวเองที่ต้องอยู่คนเดียว และที่สำคัญการจากกันครั้งนั้นแม้แต่การบอกลาสักคำก็ไม่มีเกิดขึ้นระหว่างฝุ่นกับวอน ฝุ่นนั่งคิดได้สักพัก ก็เก็บพับจดหมาย และหยิบนามบัตรที่มีที่อยู่ขึ้นมา

ฝุ่นจึงคิดกับตัวเองในใจว่าก่อนตัวเองเดินทางกลับเขาจะลองไปออกตามหาวอนตามที่อยู่ที่ตนได้รับ อย่างน้อยเขาก็ขอให้ได้เจอกับวอนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเขาจะได้กลับบ้านที่กรุงเทพฯ 

ฝุ่นเข้าไปดูอาการของโนบิที่ห้องพักก็พบว่าตอนนี้ร่างบางกำลังนอนหลับด้วยลมหายใจที่สม่ำเสมอ

[ฝุ่น]

“ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าแกอยู่ใกล้ ๆ กับฉันนะวอน”

ฝุ่นคิดกับตัวเองในใจแต่มือก็ยังคงจับกุมมือของโนบิเอาไว้อยู่ หลังจากฝุ่นนั่งเฝ้าโนบิจนเผลอหลับไปข้างเตียงของโนบิ ไม่นานโนบิก็รู้สึกตัวขึ้นและพบกับใบหน้าของฝุ่นที่ฟุบหน้านอนหลับอยู่ข้างเตียง

“พี่ฝุ่นครับ…พี่ฝุ่น เช้าแล้วพี่ไปนอนดี ๆ” โนบิเขย่าตัวเพื่อปลุกฝุ่นให้รู้สึกตัว

“ตื่นแล้วเหรอเรา” ฝุ่นงัวเงียตื่นขึ้นมาก็ยกมือขึ้น แตะหน้าผากของโนบิเพื่อวัดไข้

“ดีขึ้นแล้วใช่ไหม” ฝุ่นถาม

“ดีขึ้นมากแล้วครับพี่ฝุ่น” โนบิตอบ

“เดี๋ยวเราจะต้องไปตามหาคนคนหนึ่งด้วยกันกับพี่เราเดินทางไหวไหม” ฝุ่นถาม

“ไหวสิ พี่ฝุ่นอยู่ไหนผมอยู่ได้หมด แต่แล้วเราจะไปตามหาใครกันหรือครับ” โนบิถาม

“เพื่อนเก่าในวันเด็กของพี่เอง”

“ชื่อวอน”

ทันทีที่โนบิได้ยินชื่อของวอน โนบิก็รู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ราวกับตนกำลังตื่นเต้นและรอคอยอะไรบางอย่างที่สำคัญกับชีวิตของตนมาก ๆ อย่างไรอย่างนั้น

“เราจะไปกันเลยไหมครับ เพราะเราไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะตามหาเพื่อนวัยเด็กของพี่ฝุ่นที่ชื่อวอนเจอ”  

“งั้นเราไปเตรียมตัวกัน” โนบิกระโดดลงจากเตียง ร่างบางชนกับหน้าอกของฝุ่นทันที และการฉวยโอกาสของพี่ชายก็เกิดขึ้น โดยการขโมยหอมแก้มน้องชายที่พลาดมาชนหน้าอก 1 ทีอย่างจัง นี่แน่ะรีบไปไหนไอ้ตัวยุ่งสุดน่ารัก หอมไป 1 ที “โอ้ย พี่ฝุ่น เดี๋ยวแม่เห็น ทำอะไรเนี่ย นิสัยว่ะ” หลีกเลยผมจะไปอาบน้ำ โนบิงอแง แล้วเดินไปคว้าผ้าขนหนูแล้วเดินไปยังห้องน้ำ

อาบน้ำเสร็จพร้อมเตรียมของเรียบร้อย

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เข้าไปบอกลาแม่เพื่อออกเดินทางตามหาวอนเพื่อนของฝุ่น

[แม่]

“ไปดีมาดีนะลูก ขอบคุณโนบิมากนะลูกที่ช่วยเหลือบ้านเด็กกำพร้าแห่งนี้ของพวกเรา” ประโยคท้ายแม่หันมากล่าวขอบคุณโนบิอีกครั้งที่ช่วยเหลือเรื่องเงินจนได้โฉนดที่ดินคืนมา

“ผมยินดีครับ” โนบิตอบ

“ฝุ่น เราเป็นพี่ต้องคอยดูแลน้องนะลูก อย่าแกล้งน้องแบบเมื่อเช้าอีก” แม่พูดยิ้ม ๆ 

ทำให้คนทั้งสองคนหน้าแดงแบบไปไม่เป็น 

“ก็น้องดื้อ ผมก็เลยลงโทษนะครับแม่ …” พูดแล้วหันไปมองหน้าคนดื้อ ซึ่งเมื่อเช้ายังไม่ได้ดื้ออะไรเลยสักนิด

ฝุ่นเดินไปกอดแม่นกอีกครั้งและบอกให้แม่ดูแลตัวเองดี ๆ ด้วย พร้อมกับกำชับน้อง ๆ เบิ้ม บีม และบูมว่าต้องดูแลแม่ ถ้ามีอะไรที่แม่ไม่ยอมบอกตน หรือแม่ดื้อตอนป่วยไม่ยอมไปหาหมอให้โทรบอกพี่เดี๋ยวพี่จัดการแม่ให้ เด็ก ๆ รับคำกับพี่ฝุ่น และสัญญาว่าจะไม่ทำให้แม่ต้องกลุ้มใจ  ทุกคนล่ำลากันสักพัก

หลังจากล่ำลากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งสองก็เรียกรถรับจ้างสีแดงประจำทาง ให้เข้ามารับที่บ้านเด็กกำพร้า ก่อนจะพาไปส่งตามที่อยู่ที่วอนให้ไว้ ตลอดเส้นทางทั้งสองนั่งรถไปที่บ้านวอนด้วยกัน โนบิรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก

[ฝุ่น]

“นี่ตกลงวอนเป็นเพื่อนพี่หรือเป็นเพื่อนเรากันแน่ ดูเราจะตื่นเต้นที่จะได้เจอกับวอนมากกว่าพี่เสียอีก” ฝุ่นไม่วายเอ่ยแซว

“ก็ต้องเพื่อนพี่ฝุ่นสิครับ พี่ฝุ่นก็… พี่ฝุ่นรักใคร ผมก็รักด้วยหมดแหละ” โนบิหันมาแหวกลับพี่ชายสุดที่รัก

“เพื่อนพี่ที่ชื่อวอนของพี่เป็นคนยังไงหรือครับ” โนบิอดที่จะถามถึงวอนเพื่อนของฝุ่นไม่ได้

“วอนเป็นเด็กกำพร้าเหมือนกับพี่นี่แหละ เป็นคนสะอาดสะอ้าน แต่ก็อ่อนแอ วอนเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของพี่มากเลยนะ แต่วอนโชคดีถูกพ่อแม่บุญธรรมมารับอุปการะแล้วพาวอนไปอยู่ด้วยกันที่อังกฤษ วันที่วอนไปพี่กับวอนยังไม่ทันได้มีโอกาสล่ำลากันด้วยซ้ำ จนอีกสองปีพี่ถูกพ่อแม่บุญธรรมรับไปเลี้ยงเราสองคนก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย ขนาดตอนนี้วอนกลับมาอยู่เมืองไทยแล้วพี่ยังไม่รู้ข่าวเลย”

“ดูพี่กับเพื่อนพี่ที่ชื่อวอนรักและสนิทกันมากเลยนะ” 

“ใช่ถ้าเราสองคนไม่ได้ถูกพ่อแม่บุญธรรมรับไปเลี้ยง พี่กับวอนก็คงจะโตอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้านี้ด้วยกัน” 

โนบินั่งฟังฝุ่นเล่าเรื่องของวอนอย่างตั้งใจโดยที่ตนรู้สึกเหมือนกำลังนั่งฟังเรื่องราวของตัวเองอยู่อย่างไรอย่างนั้นเลย

[คนขับรถสองแถว]

“ถึงแล้วไอ้หนู” ระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยเรื่องของวอนกันอย่างออกรส คนขับรถรับจ้างก็ตะโกนบอกว่าถึงที่หมายตามที่อยู่ในนามบัตรที่วอนให้ไว้เรียบร้อยแล้ว

เมื่อได้ยินดังนั้นฝุ่นและโนบิก็จ่ายเงินให้กับคนขับรถพร้อมกับเก็บของลงจากรถมาพร้อมกัน หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เดินต่อไปจุดหมายก็คือหน้าบ้านตามที่อยู่ที่วอนให้ไว้ ทุกฝีก้าวที่เดินตรงเข้าหาประตูรั้ว หัวใจของโนบิก็เต้นแรงราวกับจะเต้นออกมานอกอกเสียเดี๋ยวนั้น

ติ๊งต่องง!!

ฝุ่นเอื้อมมือไปกดกริ่งประตูบ้านด้วยหัวใจที่เต้นระทึกเมื่อตนจะได้เจอกับเพื่อนในวัยเด็กที่แยกจากกันมาหลายปี ไม่ช้าคนในบ้านก็ออกมาจากบ้านเพื่อมาหาพวกเขาทั้งสองคนที่ประตูรั้ว ชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับฝุ่นเดินออกมาจากประตู เป็นผู้ชายใส่แว่น หน้าตาสะอาดสะอ้าน ใส่เสื้อยืดสีขาว กางเกงสีครีม เดินกะเผลก ๆ ตรงมาหาทั้งสองคนที่ประตู

“มาพบใครครับ” ชายหนุ่มถามขึ้นมา

[ฝุ่น]

“ผมมาหาวอนนะครับ นี่ใช่บ้านของวอนหรือเปล่าครับ” ฝุ่นถามพร้อมกับยื่นที่อยู่บนนามบัตรให้ชายหนุ่มคนนั้นดู

ชายหนุ่มหยิบนามบัตรนั้นมาพิจารณา แล้วเงยหน้าขึ้นถาม

“แล้วคุณสองคนเป็นใคร จะมาหาวอนทำไม”

[ฝุ่น] 

“ผมเป็นเพื่อนของวอนน่ะครับ แล้วนี่แฟนผม วอนเขาให้ที่อยู่ไว้ ก็เลยแวะมาเที่ยวหาน่ะครับ”

ชายหนุ่มยืนมองหน้าคนทั้งสองอยู่ประมาณสามสิบวินาที แล้วหันหลังเดินกลับไปในบ้าน แบบเรียบเฉย แล้วเดินคอตกเข้าไปในบ้านแบบไม่แยแสสองคนที่มาเยี่ยม

 ทำเอาคนทั้งสองที่ยืนอยู่หน้าบ้าน นิ่งไปเหมือนกันเพราะไม่ได้คำตอบอะไรกลับมาเลย 

หลังจากที่ชายหนุ่มคนนั้นเดินกลับไป สักพักก็มีผู้หญิงอีกคนท่าทางน่าจะเป็นสาวใช้เดินออกมา เหมือนจะมีคำตอบมาให้ คนทั้งสองที่ยืนรออยู่ที่ประตูหน้าบ้าน

“เอ่อ คือว่า คุณหนูให้มาบอกว่า บ้านนี้คุณวอนไม่ได้อยู่แล้วค่ะ ให้คุณสองคนกลับไปเถอะ”

ทันทีที่ได้ยินสาวใช้พูดประโยคนั้นทั้งฝุ่นและโนบิก็ถึงกับคอตกด้วยความผิดหวัง ก่อนจะกลับมามีประกายความหวังอีกครั้งเมื่อสาวใช้บอกว่าจะลองติดต่อหาเจ้านายตนเพื่อถามให้

[ฝุ่น]

“เขาไปไหนแล้วครับ เขาจะกลับมาอีกมั้ย ผมจะติดต่อเขาได้ยังไงบ้างครับ” ฝุ่นรัวคำถามมาเป็นชุดขณะที่สาวใช้กำลังจะติดต่อกับผู้เป็นนายของตน

[ผู้หญิงที่เป็นแม่บ้าน]

“เดี๋ยวดิฉันโทรหาคุณหนูก่อนแล้วกันนะคะ 

[เสียงต้นสาย /ปลายสาย]

“คุณหนูคะ เขาอยากได้เบอร์ติดต่อคุณวอนนะคะ”

[อืม…งั้นเธอก็โทรไปหาคุณพ่อเองละกัน ถามว่าจะเอายังไง]

“ได้ค่ะ คุณหนู”

 หญิงสาววางโทรศัพท์ และกดหมายเลขใหม่เพื่อโทรไปหาประมุขใหญ่ของบ้านอีกเบอร์หนึ่ง ก่อนที่หญิงสาวจะเล่าเหตุการณ์ตรงหน้าให้กับคนปลายสายฟัง หลังจากวางสายสาวใช้คนนี้ก็ได้หันมาพูดกับฝุ่นและโนบิอีกครั้ง 

“คุณผู้ชายอนุญาตพวกคุณ ๆ ทั้งสองข้าไปรอในบ้านก่อนนะคะอีกประมาณยี่สิบนาทีท่านจะถึงแล้วค่ะ”สาวใช้คนนั้นบอกพร้อมกับเปิดประตูรั้วเชิญให้ฝุ่นและโนบิเข้ามาในบ้าน

ทันทีที่โนบิก้าวเท้าเข้าไปภายในรั้วบ้าน โนบิก็รู้สึกตื้อในอกราวกับกำลังดีใจเหมือนได้กลับบ้านตัวเองอีกครั้ง ยิ่งก้าวเท้าเข้าไปมากเท่าไรน้ำตาของโนบิก็ค่อย ๆ ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

“โนบิเกิดอะไรขึ้น” ฝุ่นที่หันมาเห็นก็ร้องถามออกมาด้วยความประหลาดใจ

“ไม่รู้เหมือนกันครับแต่ผมรู้สึกดีใจแปลก ๆ ที่ได้กลับมาที่บ้านหลังนี้อีกครั้ง” 

ฝุ่นรู้สึกสะดุดหูกับคำว่าอีกครั้งของโนบิอย่างประหลาด