Rrrr…Rrrr 

[ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ] คนที่อยู่ปลายสายรับทันที

[ฮอน] นั่งดื่มเบียร์ที่ระเบียงบ้าน แบบคนหมดหวัง เพราะคิดถึงคุณหนูแทบใจจะขาดแต่ทำอะไรไม่ได้

“มีอะไรอั๋น” ฮอนรีบรับโทรศัพท์ทันทีที่เห็นว่าคนที่โทรเข้ามาเป็นใครด้วยความเป็นห่วงใครอีกคนที่อั๋นรับหน้าที่คอยดูแลเขาแทนตน

[อั๋น]

“พี่ฮอนคุณหนู  คุณหนูโนบิหายตัวไปผมพยายามติดต่อแล้วก็ติดต่อไม่ได้ ผมจะทำยังไงดีพี่ ผมกลัวโดนไล่ออก” อั๋นรีบพูดออกมาอย่างร้อนรนเมื่อเวลาใกล้จะเข้าสู่เช้าวันใหม่แล้วแต่คุณหนูของตนก็ยังไม่กลับมาที่คอนโดเสียที แถมเมื่อโทรหาก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกด้วย

[ฮอน]

“ใจเย็นก่อนอั๋นไหนเล่าให้พี่ฟังสิว่าก่อนที่คุณหนูจะหายไปเกิดอะไรขึ้นบ้าง” คนเมาตั้งสติเล็กน้อยแล้วถามไปที่คนต้นสาย

“ผมไปรับคุณหนูโนบิหลังเลิกเรียนแทนพี่ฮอน แต่ระหว่างทางกลับบ้านคุณหนูให้ผมขับรถพาไปที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง แล้วอยู่ ๆ คุณหนูก็วิ่งออกมาจากร้านให้ผมขับรถวนหาอยู่พักใหญ่จนกระทั่งคุณหนูพบคนคนนั้นที่หน้ามหาวิทยาลัยแล้วหลังจากนั้นคุณหนูก็หายไปพร้อมกับผู้ชายคนนั้นเลยครับพี่ฮอน”

“อธิบายลักษณะท่าทางของผู้ชายคนนั้นให้ฉันฟังหน่อย ใช่คุณหนูใหญ่หรือเปล่า”

“ไม่ใช่คุณหนูใหญ่ครับ” แล้วอั๋นก็เล่ารายละเอียดของลักษณะท่าทางของผู้ชายคนนั้นให้ฮอนฟัง

คนที่ไปกับคุณหนูตัวจะใหญ่ ๆ หน่อยหน้าตาดี ๆ นิ่ง ๆ ขี่จักรยานกึ่งเก่ากึ่งใหม่ พอคุณหนูเห็นนายคนนั้นก็รีบ บอกให้ผมกลับบ้าน แล้วก็วิ่งไปหานายคนนั้นเลย แต่ดูนายคนนั้นก็ไม่มีพิษมีภัยอะไรนะพี่ ผมว่าเขาสนิทกันแปลก ๆ เหมือนเป็นแฟนกันด้วยซ้ำ นี่ถ้าคุณหนูเป็นเกย์ ผมว่าเขาต้องชอบกันแน่เพราะดูคุณหนูหน้าตาระรื่นแบบที่ผมไม่เคยเห็น แต่ไม่ต้องคิดมากนะพี่ผมว่าคุณหนูไม่เป็นหรอกเกย์เกออะไรนั่น ผมก็เพ้อเจ้อไปตามประสา “ แต่เอาไงต่อดีอะพี่ ผมเริ่มกลัวแล้วอะ ผมไม่อยากโดนพักงานเหมือนพี่นะพี่ฮอน ลูกต้องใช้เงินไปโรงเรียน เมียผมอีกสองคนก็ต้องใช้ตังค์” อั๋นโวยวาย ออกมาเหมือนตัวเองจะต้องเจอชะตากรรมแบบฮอน

 “เออน่า…. เดี๋ยวพี่จัดการให้” พี่ฮอนตกปากรับคำ พร้อมกับกระดกเบียร์ที่เหลืออยู่จนหมดกระป๋อง

เมื่อฮอนได้ฟังก็รับรู้ได้ทันทีว่าคนผู้นั้นก็คือฝุ่นนั่นเอง แต่เพราะแบบนี้ทำให้ฮอนไม่อาจทนนั่งนอนอยู่ที่บ้านเกิดของตนเองที่อยุธยาได้อีกต่อไป ทำให้หลังจากวางสายจากอั๋นแล้วเขาก็รีบขับรถเข้ากรุงเทพฯ ทันที ก่อนวางสายฮอนได้รับปากว่าจะช่วยตามหาโนบิให้ และบอกให้อั๋นใจเย็น ๆ ก่อนอย่าเพิ่งโวยวายไป และยังไม่ต้องบอกใคร

ฮอนขับรถเข้ากรุงเทพฯ จุดมุ่งหมายคือคอนโดของซัน เพราะคนที่น่าจะรู้เรื่องของโนบิดีกว่าใครก็คือซันเพราะ ฮอนรู้ว่าซันได้ส่งให้คนคอยตามดูโนบิอยู่ตลอดเพื่อหาทางทำร้ายโนบิเมื่อสบโอกาส

[ฮอน]

“ผมหวังว่าการหายตัวไปของคุณหนูโนบิ คุณหนูใหญ่จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรอกนะครับ เพราะครั้งนี้ผมจะไม่มีวันให้อภัยและยอมนิ่งเฉยให้คุณหนูใหญ่ทำร้ายน้องชายในไส้ของตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว” ฮอนขับรถไปก็รำพึงกับตัวเอง และคิดแผนการที่จะทำให้คุณหนูใหญ่หยุดการกระทำแบบนี้ แต่ก็คิดไม่ออกว่าจะใช้วิธีไหน พลอยนึกไปอีกว่าตนคงไม่มีหวังเพราะคนที่คุณหนูโนบิอยากอยู่เคียงข้างไม่ใช่ตนแต่กับเป็นฝุ่นที่มีลักษณะคล้าย ๆ กับคนที่ไปกับคุณหนูตามที่อั๋นบอกลักษณะท่าทาง

 ป่านนี้คุณหนูกับฝุ่นคงไปไหนต่อไหนกันแล้วเพราะทั้งสองคนน่าจะมีใจให้กัน สมองตอนนี้ของฮอนมีแต่ภาพคุณหนูโดนฝุ่นจูบ ทำให้ฮอนแอบหัวเสียกับเรื่องที่ตัวเองคิด “โอ้ยยย  กูเป็นอะไรไปเนี่ย ทำไมกูคิดได้แต่เรื่องแค่นี้วะไอ้ฮอน เลิกคิด เลิกคิด” ภาพติดตาที่ฮอนเคยอัดคลิปตอนไปเก็บตัวดาวเดือนผุดขึ้นมาตอนคุณหนูกับฝุ่นจูบกันและช่วยสาวแท่งเอ็นของกันและกันมาเยือนในสมองฮอนเป็นฉาก ๆ จนฮอนขับรถมาถึงกรุงเทพฯ 

[ที่คอนโดของซัน]

Rrrr…Rrrr

[ซัน]

“ว่าไง” ซันขานรับปลายสายที่โทรเข้ามาขณะที่ตนเองยืนมองวิวอยู่ที่ริมหน้าต่างของคอนโด

[เสียงลึกลับปลายสาย] เรื่องที่คุณให้ผมไปจัดการตอนนี้เรียบร้อยแล้วครับ ผมให้เวลาพวกมันอีกแค่สามวัน ถ้าภายในสามวันพวกมันยังหาเงินมาใช้คืนผมไม่ได้ทั้งที่ดินและบ้านสับปะรังเคนั้นจะถูกยึดทันที]

[ซัน] “ทำได้ดีมาก ถ้าสำเร็จมารับรางวัลได้เลย”

[เงินดีแบบนี้ผมยินดีทำงานถวายหัวเลยล่ะครับ]

“ได้เรื่องเงินไม่มีปัญหา ถ้าพวกแกได้เงินแล้วก็เก็บเรื่องนี้เป็นความลับอย่าให้เรื่องสาวมาถึงฉันได้เป็นอันขาดว่าฉันอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ แต่ถ้าสาวมาถึงฉัน ฉันไม่เอาพวกแกไว้แน่”

“ได้ครับเจ้านาย” ลูกน้องที่อยู่ต้นสาย รับคำอย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้นซันก็วางสายโทรศัพท์ แต่ทันทีที่ซันหันหลังกลับไปก็พบว่าตอนนี้ที่คอนโดของตนไม่ได้มีเพียงแค่ซันเพียงคนเดียวเหมือนเช่นตอนแรก เพราะตอนนี้ที่คอนโดของซันกลับมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญอยู่ที่ห้องด้วย

[ซัน] 

“ฮอน” เสียงซันดังขึ้นเมื่อกดวางปลายสายลง แล้วก็หันมาเห็นคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเข้ามาในห้องโดยไม่มีมารยาท

[ฮอน] 

“คุณกำลังคิดจะทำอะไรอีกกันแน่ครับคุณหนูใหญ่”

[ซัน]

“นายเข้ามาในห้องของฉันได้ยังไง” ซันถามกลับแทนที่จะตอบคำถามของฮอน

[ฮอน]

“ถ้าคุณหนูใหญ่ไม่อยากให้คุณท่าน รู้เรื่องที่คุณวางยาปลุกเซ็กซ์คุณโนบิแล้วละก็ คุณก็วางมือในสิ่งที่คิดจะทำซะเถอะ” ฮอนขู่

[ซัน]

“ฉันคิดจะทำอะไร” ซันย้อนถามพร้อมกับลงไปนั่งไขว่ห้างบนโซฟารับแขก ราวกับไม่รู้ร้อนรู้หนาวถึงคำขู่ของฮอน

เมื่อฮอนเห็นท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวของซัน ฮอนจึงเปิดคลิปในโทรศัพท์ของตัวเองให้ซันดู และเมื่อซันหันไปมองก็พบว่าภาพที่อยู่ในโทรศัพท์ของฮอนนั้นเป็นภาพในวันที่ตนใส่ยาปลุกเซ็กซ์ลงไปในเครื่องดื่มก่อนจะใช้ให้รุ่นน้องส่งต่อกันไปเป็นทอด ๆ เพื่อนำไปให้กับโนบิ จนโนบิเกิดความต้องการจนดึงฝุ่นเข้าไปจูบ และนำมาสู่คลิปฉาวก่อนหน้านี้นั่นเอง

[ฮอน] 

“อย่าคิดว่าคุณทำอะไรจะไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็นนะคุณหนูใหญ่”

[ซัน] 

“ไอ้ฮอน” ซันเข้าไปคว้าคอเสื้อของฮอนอย่างเดือดดาล หน้าชนกับหน้าของฮอนซึ่งมีแต่กลิ่นเบียร์ โดยลมหายใจที่ร้อนของฮอนเต็มไปด้วยความโกรธที่พร้อมจะลงโทษคนที่อยู่ข้างหน้า

ฮอนตั้งสติ “ปล่อยครับคุณหนูใหญ่” ฮอนยังคงพูดดีกับซันและบอกให้ซันปล่อยมือจากคอเสื้อของตัวเอง

“อย่ามายุ่งกับกูไอ้ฮอน แกมันไอ้พวกหมารับใช้” ซันพูดบอกฮอนอย่างกดดันอยู่ชิดริมใบหูของฮอนก่อนจะยอมปล่อยมือออกจากคอเสื้อของฮอน

“ฟังคำเตือนของผมกับคุณท่าน เสียเถอะครับคุณหนูใหญ่ ถ้าคุณหนูใหญ่ไม่อยากเสียใจทีหลัง” ฮอนพูดพร้อมกับจัดปกเสื้อของตัวเองให้เข้าที่และน้ำเสียงที่ใช้ก็ยังคงกดดันอยู่ในทีเช่นกัน

“แกไม่ใช่พ่อฉัน…ขนาดพ่อฉัน ฉันยังไม่ฟัง แล้วแกเป็นใคร แกมันไอ้หมารับใช้ไอ้โนบิก็แค่นั้น กูทำไมต้องฟังมึง”

 ฮอนเริ่มมีอาการควบคุมตัวเองไม่อยู่ เห็นการกระทำของคนที่ตนเรียกว่าคุณหนูใหญ่ ทำกิริยาต่ำกว่าคนรับใช้อย่างตน และด้วยอาการมึนเมาแบบจัดการเบียร์มาประมาณ 6 กระป๋อง ประกอบกับทุกภาพที่ทำให้เจ็บช้ำน้ำใจที่คุณหนูโนบิไม่มีใจ และคำดูถูกจากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคุณหนูใหญ่ 

“คุณหนูใหญ่คงอิจฉาน้องใช่ไหมครับ ที่มีแต่คนรักคุณหนูโนบิ ผมจะบอกอะไรให้นะว่าทำไมไม่มีคนรักคุณหนูใหญ่ เพราะคุณหนูใหญ่มีจิตใจแบบนี้ไงครับ” ฮอนพูดใส่หน้าซัน ทำให้ซันถึงกับนิ่งและโกรธแบบสุดขีด 

“ไอ้ฮอนมึง..มึงกล้าว่ากูเหรอ ไอ้ไส้เดือน มึงเป็นใคร กูเป็นใคร มึงไม่มีสิทธิ์มาพูดอย่างนี้กับกู” พร้อมกับใช้กำปั้นชกไปที่หน้าของฮอนอย่างแรง ทำให้ฮอนเซไปติดประตู 

และฮอนก็หมดความอดทนเช่นกัน เลยผลักให้คุณหนูไปชนกับผนังห้อง และเดินเข้าไปกระชากคอดันตัวชิดหน้าอกชนหน้าอกแบบประชิดระยะห่างของจมูกแทบจะชนไปที่คิ้วของซัน ทั้งสองดันตัวขัดขืนกันแบบตัวติดตัว ด้วยอาการของฮอนมึนขึ้นแบบได้ที่ร่างกายของทั้งสองคนจึงชิดเบียดกันแน่นขึ้น ส่วนคุณหนูใหญ่ตกใจปัดป้องเกรงว่าซันจะชกกลับแบบถ้าสู้กันจริง ๆ ซันก็เป็นรองแน่นอน 

“ไอ้หมารับใช้ มึงปล่อยกูเดี๋ยวนี้นะ มึงจะทำอย่างนี้กับกูไม่ได้ กูนายมึงนะ” เสียงของซันดังขึ้นเพื่อเรียกสติของฮอน 

 ขณะที่ตัวติดกันแบบประชิด และด้วยความเร่าร้อนของคนที่อยู่ตรงหน้าเมื่อชิดมากไปทำให้แท่งเอ็นที่อยู่ภายใต้กางเกงของฮอนเกิดเบียดบิดไปมาแบบอึดอัดเมื่อไปชนกับแท่งเอ็นของคุณหนูใหญ่ และด้วยอาการมึนแบบเกือบจะควบคุมสติตัวเองไม่ได้ มันทำให้ฮอนเกิดมีอารมณ์แปลก ๆ แบบคลั่งอยู่ในตัวมานานพร้อมจะแก้แค้นคนที่อยู่ตรงหน้าแบบให้สาสม ฮอนมองไปที่หน้าของคุณหนูใหญ่แต่ภาพที่เห็นกลับเป็นภาพคุณหนูโนบิขึ้นมาโดยเหมือนคุณหนูโนบิมาอยู่ตรงหน้า 

“คุณหนูรู้ใช่มั้ย…ว่าผมแอบรักคุณหนู คุณหนูรู้ใช่มั้ยครับ..” ฮอนพูดกับคนตรงหน้าที่ตนเห็นเป็นคุณหนูโนบิ

“ทำไมคุณหนูต้องเป็นคุณหนูด้วย ทำไมคุณหนูต้องดีกับคนขับรถอย่างผมด้วย ทำไมครับ การที่คุณหนูเอาใจใส่ผม การที่คุณหนูมาทำดี มาเป็นห่วงผม คุณหนูทำให้ผมต้องหลงรักคุณหนูแบบนี้ แล้วคุณหนูยังไปมีอะไรกับไอ้ฝุ่นแบบนั้น แล้วผมล่ะ คุณหนูเคยคิดถึงใจผมบ้างมั้ย กี่สิบปีที่เราอยู่ด้วยกัน แล้วกี่วันที่คุณหนูมีใจให้ไอ้ฝุ่นมัน ผมเจ็บนะครับคุณหนู ผมคนนะครับคุณหนู คุณหนูทำอย่างนี้กับผมได้ไง” คนเมาพรั่งพรูความรู้สึกมาที่คนที่อึ้งฟังอยู่แบบนิ่ง ๆ และไม่สามารถขยับตัวได้ ได้แต่ฟังคำระบายจากคนที่อยู่ตรงหน้า

ฮอนใช้มือลูบไปที่แก้มของคุณหนูใหญ่ แต่ภาพที่เห็นคือคุณหนูโนบิ “ได้งั้นวันนี้ขอไอ้หมารับใช้คนนี้ได้ แลกรสสัมผัสของหมากับคนอย่างคุณหนูแบบไม่ต้องแอบทำตอนที่คุณหนูหลับละกัน” ฮอนมองไปที่ปากของคุณหนูใหญ่ในภาพของคุณหนูโนบิ แล้วกดปากของตัวเองไปที่ปากของซันหลังจากพูดจบ  การบดขยี้แบบตั้งใจให้คนอยู่ตรงหน้ารู้รสมันบีบหัวใจคนที่ถูกกระทำเหมือนกัน 

“ไอ้ฮอน ไอ้ฮอน มึงจะทำอะไรกู  กูไม่ใช่ไอ้โนบิ” เสียงของคนถูกบดด้วยปากร้องออกมาอย่างไม่เป็นคำพูด และไม่สามารถจะทำให้คนที่ปลุกปล้ำคืนสติขึ้นมาได้ ในเวลานั้น 

 ทุกอย่างเหมือนหยุดเวลาไว้ ในช่วงประมาณ 20 วินาทีกับการที่ฮอนใช้ปากแลกลิ้นไปกับคุณหนูใหญ่ ทำให้คนที่ขึ้นชื่อว่าคุณหนูใหญ่นิ่งและแอบเคลิ้มไปด้วยเพราะไม่เคยทำแบบนี้กับผู้ชาย และไม่คิดว่าจะต้องมาโดนผู้ชายกระทำอะไรแบบนี้ การขัดขืนเริ่มหยุดลงตามความเร่งเร้าของลิ้นที่สอดเข้าไปในปากประกบปาก 

เมื่อคนที่เป็นฝ่ายรุกลืมตาขึ้นมา จากภาพที่เบลอเริ่มกระจ่างขึ้นทีละนิด …ทีละนิดตามการปรับสายตาก็พบว่าคนที่ตัวเองกำลังจูบอยู่นั้นคือ คุณหนูใหญ่  ทุกอย่างเริ่มคืนสติ และการเรียกสติกลับมาอีกครั้งด้วยการมีกำปั้นมากระแทกที่แก้มอย่างแรง 

“ไอ้ฮอน มึงทำอย่างนี้กับกูได้ไง…ไอ้เชี้ย.. กูไม่ใช่คุณหนูของมึง” หลังจากที่ซันได้ต่อยไปที่หน้าของฮอนเพื่อเรียกสติกลับ ทำให้คนที่ถูกต่อยตกใจและทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้แล้วรู้ว่าคนที่ตนเห็นไม่ใช่คุณหนูโนบิ แต่ทุกอย่างไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้ หรือย้อนเวลากลับไปก็ไม่ได้แล้ว

 “กูเข้าใจแล้วทำไมมึงถึงเป็นไอ้หมารับใช้ที่โดนทิ้ง ก็เพราะมึงคิดไม่ซื่อกับนายของมึงไง หือ ๆ แล้วที่มึงทำกับกูวันนี้มึงจะได้เจอดีแน่ไอ้ฮอน” ซันพูดจบก็เข้าไปผลักฮอน และใช้หน้าแข้งเตะไปที่ท้องน้อยอีกครั้งเพื่อให้ไอ้ฮอนได้สติมากขึ้น “มึงมาทางไหนมึงกลับไปทางนั้นเลย ไอ้หมารับใช้” ซันยังไม่จบกับการสบถด่าคนที่ล่วงเกินตน “ไป…ออกไปจากห้องกู ไอ้หมารับใช้ ไป”

 เสียงของคุณหนูใหญ่ก้องไปในหัวของฮอน แบบเหมือนเสาเข็มที่กำลังถูกตีด้วยเครื่องจักรขนาดใหญ่กระแทกลงไปในแก่นกลางหัวใจที่บอบช้ำ ที่ตนเกิดมาเป็นแค่คนรับใช้แบบนี้มันช่างต่ำต้อยด้อยค่า ความโกรธ และความตกใจในสิ่งที่ตนทำไปมันเป็นเหมือนเศษผ้าที่มีน้ำมันเชื้อเพลิงชุ่มฉ่ำไปทั้งผืน หากตอนนี้มีเชื้อไฟ คงเผาเศษผ้าจนเป็นจุณ 

ซันพูดต่อ “ถ้ามึงไม่ไป งั้นกูไปเองไอ้ฮอน” ซันพูดอย่างอารมณ์หงุดหงิด และโกรธแบบไม่เคยโกรธแบบนี้กับใครมาก่อน เดินเข้าไปกระชากคอฮอนขึ้นมาพูดใกล้ ๆ 

“ยังมีเรื่องอะไรที่กูยังไม่รู้อีก มึงก็บอกกูมาสิวะอมพะนำอยู่ทำไม ทั้งมึงทั้งพ่อเอาแต่พูดว่ากูจะต้องเสียใจภายหลัง  จะต้องเสียใจภายหลัง แต่ก็ไม่มีใครยอมพูดความจริงกับกูสักคนว่าเพราะอะไร กูจะรู้มั้ยว่าจะต้องเสียใจอะไร” ซันพยายามคาดคั้น

“…” มึงอย่ามายั่วประสาทกูนะไอ้ฮอน ถ้ามึงยังไม่บอกกูมึงเตรียมตัวเสียใจได้เลยเหมือนกัน คุณหนูโนบิที่รักของมึงโดนหนักแน่

ฮอนไม่ตอบยังคงเอาแต่นิ่งเฉยปล่อยให้ซันตะโกนพูดเอาพูดเอา แต่สิ่งที่ฮอนทำกลับยิ่งเหมือนจุดไฟความแค้น และต้องการเอาชนะให้กับซันโดยที่ฮอนไม่รู้ตัว

“ได้…ไม่บอกนักใช่ไหม อมพะนำกันเก่งนักใช่ไหม ก็ปิดมันไปจนวันตายก็แล้วกัน กูไม่อยากรู้แล้ว” ซันพูดไปก็ค่อย ๆ ถอยหลังไปที่ประตูห้องทีละนิด ๆ ก่อนจะตะโกนออกมาเพื่อระบายอารมณ์

“โธ่โว้ยยยย” ซันตะโกนเสร็จก็คว้ากุญแจและโทรศัพท์ก้าวออกจากห้องไปโดยไม่สนใจฮอนที่ยังคงอยู่ในห้องของตัวเองอีก

หลังจากออกจากห้องซันก็ขับรถโดยไร้จุดหมาย ซันยกโทรศัพท์ไปปลายสาย

“พวกมึง..ฟังกูนะ ถ้าไอ้กระจอกนั่นมันยังหาเงินมาให้ไม่ได้ก็จัดการเผาที่นั่นเลยละกัน” คนปลายสายรับคำที่นายสั่ง

ซันไม่ได้ขึ้นไปคอนโด จนถึงตอนเช้า และก็ไม่อยากขึ้นไปคอนโด เพราะกลัวว่าไอ้คนขับรถของศัตรูอยู่ที่ห้อง เลยเลือกที่จะขับรถไปมหาวิทยาลัยตอนเช้าเลย

ซันเดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยพร้อมกับคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยโดยที่ไม่รู้สักนิดว่าตอนนี้มีใครบางคนกำลังสะกดรอยตามตนอยู่

ฟืด ฟืด [ เสียงเหมือนมีคนตาม] 

ซันเดินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเริ่มรู้สึกถึงฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังแอบสะกดรอยตามตน ซันจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นจนถึงหัวมุมของตึก และทันทีที่ซันเดินพ้นหัวมุมของตึก ซันก็หันกลับมาคว้าร่างของคนที่สะกดรอยตามตนมาก่อนจะจับร่างของคนผู้นั้นพิงกับกำแพงตึก

[ซัน]

“ตามฉันมาทำไม” ซันพูดด้วยน้ำเสียงกดดันพร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งล็อกข้อมือทั้งสองข้างของคนผู้นี้ชูขึ้นเหนือหัว ส่วนมืออีกข้างก็ล็อกคอของเขาไว้และเตรียมที่จะบีบคอ

[ยูโร]

“หนูเองพี่ซัน…ยูโร” คนที่ตามมาสวมเสื้อยีน และใส่หมวก ดูลึกลับ พอดึงหมวกออกก็รู้ว่าเป็นยูโรนั่นเองที่เดินตามตนมา 

และเมื่อซันได้รู้ว่าคนที่สะกดรอยตามตนมานั้นคือยูโรเพื่อนสนิทของโนบิ เป็นคนที่เขาทั้งอยากเจอและไม่อยากเจอในเวลาเดียวกัน

[ซัน]

“สะกดรอยตามฉันมาทำไม” ซันยอมปล่อยมือที่บีบคอมาเท้ากับกำแพงตึกแทน แต่มืออีกข้างยังคงล็อกข้อมือของยูโรไว้เหนือหัวต่อ

แค่ก…แค่ก [เสียงไอแบบแห้ง ๆ ติดคอแบบทนไม่ไหว]

ทันทีที่ซันปล่อยคอของตนให้เป็นอิสระยูโรก็ถึงกับไอออกมาทันที จนไม่ทันได้ตอบคำถามที่ซันถาม

“พี่ถามว่าสะกดรอยตามพี่มาทำไม” ซันยังคงถามย้ำ

“หนูแค่เห็นพี่ดูเครียด ๆ หนูเห็นพี่แปลก ๆ หนูกลัวพี่เป็นอะไร กลัวเป็นโรคซึมเศร้าที่เขาฮิต ๆ เป็นอะค่ะ  ท่าทางก็ดูน่าเป็นห่วง หนูก็เลยตามมาดู” ยูโรยอมบอก  

แต่คำตอบที่ซันพูดออกไป แทนที่จะเป็นการบอกอาการของตน แต่สิ่งที่เขาถามต่อมันทำให้อึ้ง ทึ่ง เสียวในคราวเดียวกันเลย

[ซัน]

“ชอบฉันอย่างนั้นเหรอ” ซันถาม ไม่ได้กวนแต่เพราะซันอยากรู้จริง ๆ ว่ายูโรมาคอยตามวอแวและยุ่งวุ่นวายกับตนทำไมโดยเฉพาะการวุ่นวายของยูโรไม่ได้ส่งผลดีต่อกำแพงหัวใจที่เคยแน่นหนาของเขาแม้แต่นิดเดียว   “ฉันถามว่าเธอชอบฉันเหรอ” 

“….” ยูโรไม่ตอบเพราะกำลังอึ้งอยู่กับคำถามของซันที่อยู่ ๆ ก็เล่นถามทะลุหัวใจโดยที่ยูโรไม่ทันได้ตั้งตัว

คนนะโว้ย..แล้วที่สำคัญฉันเป็นผู้หญิง มันจะดูไม่งามเลยถ้าจะตอบไปว่า “ใช่ค่ะ” ซึ่งถ้าถามใจตอนนี้สับสนว่าจะชอบหรือแค่สงสารผู้ชายคนตรงหน้าดี (ยูโรภาคขาว ยูโรภาคดำ กำลังตบตีกันในสมอง]

……………………………………หลังจากที่ทั้งคู่ได้ชิมรสหวานของนมรสสตรอว์เบอร์รีกันอย่างดูดดื่ม บนตู้นอนบนรถไฟ 

ภาพตัดกลับไปที่รถไฟ 

โนบิคนตัวบางลุกเดินเข้ามาที่อ้อมกอดของฝุ่นคนตัวใหญ่ที่พร้อมจะให้ร่างกายของคนน้องเอาตัวเข้าไปสอดใส่ในอ้อมกอด สายตาที่มิเคยมองกันได้เหมือนเมื่อก่อนกลับกอบโกยเวลาที่ผ่านมาทั้งหมดในตอนนั้นกลับมา ทั้งคู่มองตากันแทบจะเข้าไปในแก้วตา ปากของทั้งคู่เลื่อนเข้ามาใกล้กันจนตรงกันแบบพอดี ปลายปากล่างงับเข้าไปที่ปลายปากล่างของอีกคนทำให้เนื้อนิ่ม ๆ ประกบกันอย่างละม่อม ในวินาทีต่อวินาทีตอนนั้นมันเหมือนการเอาน้ำมันเชื้อเพลิงราดไปที่ไฟ ทั้งสองจูบปากกันอย่างไม่คิดชีวิตลิ้มรสปากรสสตรอว์เบอร์รีกันอย่างดูดดื่มทำให้เสียงคราง อือส์ อือส์ จ๊วบ จ๊าบ เบา ๆ ดังขึ้นแต่เสียงรถไฟยังกลบเสียงนั้นได้โดยที่ผู้โดยสารคนอื่นในตู้นอนตู้อื่นก็ยังหลับแบบไม่รู้ว่าสองพี่น้องนี้กำลังมีความสุขกันตามประสา 

ทุกอย่างมันเริ่มเลยเถิดแบบอัตโนมัติ จนตอนนี้ทั้งคู่ไม่มีอาภรณ์ท่อนบนมีแต่เนื้อหนังของความกระหายรสรัก คนพี่ทับคนน้องแต่ไม่ถึงกับทิ้งตัวเพราะเกรงว่าน้ำหนักตัวจะทำให้คนน้องอึดอัด ฝุ่นบรรจงเลื่อนลิ้นจากปากของโนบิคนน้องมาที่เม็ดสีชมพูที่ชูชันอยู่ตรงหน้าในแสงมืด ๆ ก็ยังทำให้ลิ้นตวัดไปมาได้อย่างพอถนัด ทำให้คนน้องดิ้นทุรนทุรายตามจังหวะของลิ้น คนพี่ค่อย ๆ เลื่อนสลับซ้ายขวาแบบธรรมชาติโดยเจตนาให้คนน้องเกิดความสุขด้านกามารมณ์อย่างสมใจ ด้านคนน้องได้แต่หลับตาทำปากบิดเบี้ยวไปตามจังหวะลิ้นของคนที่อยู่บนตัว ขณะเดียวกันแท่งที่แอบซ่อนในแก่นกลางของทั้งสองคนก็เริ่ม พองโตใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้นจนเต็มตัวแทบจะออกมาจากกางเกง แต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะด้วยสถานที่ไม่เอื้ออำนวยอย่างใจ แต่ด้วยความไม่ลดละของหัวใจทั้งสองฝ่ายมันเปิดรับหัวใจกันและกันทำให้กางเกงที่ใส่อยู่ตอนนี้หลุดออกไปตอนไหนก็ไม่ทราบได้รู้อีกทีคือร่างกายเปลือยเปล่าของทั้งคู่ได้แนบเนื้อแบบเหมือนจะหลอมละลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ด้วยห้องแคบ ๆ ที่พอดีตัวสองคนทำอะไรได้ไม่มากทั้งสองคนจึงได้แต่ใช้มือสาวความสุขซึ่งกันและกันตามจังหวะรถไฟ โดยเน้นกัดจูบปากกันเหมือนจะกินกันเข้าไปทั้งตัว ทั้งคู่ใช้ลิ้นตวัดเข้าไปพันกันโดยผลัดกันดูดลิ้นที่บิดเป็นเกลียวอยู่ราวกับลิ้นนั้นเป็นแท่งแก่นกลางเพราะในเวลานั้นคงทำได้แค่นี้ ความเร่าร้อนเริ่มทวีความเสียวซ่านของสัตว์โลกที่ต้องการการปลดปล่อย จังหวะการสาวเริ่มถี่แบบไม่เป็นจังหวะ และเชื่อว่าการเต้นของหัวใจแซงหัวรถจักรรถไฟเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่นอนกอดกันแบบตัวแน่นแทบจะแทรกร่างซึ่งกันและกันมือที่สาวรัวแบบไม่คิดชีวิต พร้อมกับการจูบปากที่ดุเดือดยิ่งขึ้นทุกอย่างมันถูกเร่งด้วยความกระสันของทั้งคู่  “พี่ฝุ่นครับผมรักพี่นะครับ” “ครับพี่ก็รักโนบินะครับ” ทั้งคู่ทำหน้าที่ของคู่รักแบบสุดความสามารถเพื่อที่จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามมีความสุขมากที่สุด “พี่ฝุ่นครับผมไม่ไหวแล้วครับ” “ครับผม..พี่ก็จะไม่ไหวแล้วครับรอพี่ก่อนนะครับที่รัก” เสียงคนพี่อ้อนคนน้องบอกให้ระงับการปลดปล่อยระเบิดของน้ำที่จะเกิดในไม่กี่วินาทีข้างหน้า “พี่ฝุ่นครับผมจะไม่ไหวจริง ๆ แล้วนะครับผมเสียว”  “ครับผมพี่ก็จะไม่ไหวแล้ว” แรงสาวของทั้งคู่จับจังหวะความเสียวของแก่นกลางได้แม่นยำ รอยจูบปากไม่เร่ง แต่เปลี่ยนเป็นการเน้นย้ำความรักในการดูดปากด้วยความละมุน แล้วเสียงของการปลดปล่อยก็ดังขึ้น โอ้ววว โอ้วว จ๊วบ จ๊วบ “โนบิครับพี่ไม่ไหวแล้วครับที่รักของพี่ไม่ไหวแล้วครับ” น้ำสายยาวพุ่งออกมาบนเนื้อตัวของคนตัวบางเต็มท้องน้อยยาวไปถึงต้นคอเต็มมือของคนน้อง ส่วนคนน้องก็ปลดปล่อยออกมาเหมือนเขื่อนทะลักน้ำทำให้เปรอะเปื้อนเต็มมือของพี่ชายไปหมด ร่างที่หมดพลังยังไม่ลดละเพราะเมื่อทั้งสองคนถูกสายน้ำข้นที่ไม่ได้ปลดปล่อยมาหลายวัน ไม่มีการขอบคุณที่เป็นเสียงออกมาแต่เป็นการขอบคุณด้วยการจูบเน้นย้ำถือว่าเป็นการจบอย่างสมบูรณ์ ฝุ่นหอมแก้มโนบิ ย้ำแล้วย้ำหลายครั้งแทนการขอบคุณที่เป็นคำพูดแล้วก็อดจะพูดออกมาข้าง ๆ หูบาง ๆ ว่า “สุดยอดเลยอะ ขอบคุณมากนะครับที่รักของพี่” ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ มีแต่เพียงการใช้ปากบาง ๆ จูบไปที่จมูก และปากของคนพี่  ทุกอย่างเริ่มกลับสู่โลกปกติคนน้องใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย แล้วค่อย ๆ หยิบกางเกงบอกเซอร์ที่อยู่ที่หมอน สอดขาของคนพี่เหมือนคนพี่เป็นเด็กน้อยใส่กางเกงเองไม่เป็น คนน้องทำหน้าที่ปรนนิบัติคนพี่เหมือนตนเป็นผู้หญิงที่ปฏิบัติต่อคนรัก นอกจากใส่กางเกงบอกเซอร์ไม่ได้ยัง ใส่เสื้อไม่ได้อีกตามประสาคนอ้อนแฟน เมื่อใส่เสื้อผ้ากันเรียบร้อยแล้วทั้งคู่สวมกอดกัน แล้วคนน้องก็เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของคนพี่ในท่านอน ด้วยภารกิจที่จบลงเหมือนทั้งคู่ออกไปสมรภูมิรบขนาดกลาง เลยทำให้หมดแรงมิใช่น้อย ทำให้ทั้งคู่หลับไปตอนไหนไม่รู้ตัว 

[เสียงจากภวังค์]

“โนบิ…โนบิ”

“ใครเรียกผมน่ะ คุณอีกแล้วใช่ไหม” โนบิเดินตามเสียงเรียกที่ตนมักจะได้ยินบ่อย ๆ ในฝันไปจนได้พบกับชายคนหนึ่งกำลังหันหลังมองไปยังบ้านหลังหนึ่งอยู่

“ที่นี่คือที่ไหนหรือครับ” โนบิถามและครั้งนี้ตนก็ยังไม่ได้เห็นหน้าของชายคนนี้อยู่ดี

“บ้านที่ฉันเคยอยู่ไง และตอนนี้ฉันก็กำลังจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง” ชายปริศนาคนนั้นเล่าให้ฟัง

“คุณพูดอะไรผมไม่เห็นเข้าใจเลย แต่ผมขอถามอะไรคุณอย่างหนึ่งได้ไหม” โนบิรวบรวมความกล้าถามถึงสิ่งที่อยู่ในใจของตนกับชายปริศนาในความฝัน

“นายอยากถามอะไรฉัน” ชายปริศนาในความฝันถามกลับ

“ตอนที่ผมกำลังจะจมน้ำเมื่อครั้งที่เกิดอุบัติเหตุตกทะเลครั้งก่อน ผมเหมือนได้ยินเสียงพูดของคุณ และจากเหตุการณ์ครั้งนั้นอาการหัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่เจอพี่ฝุ่นก็หายไป พร้อมกับความรู้สึกว่าหัวใจของผมเหมือนจะแข็งแรงขึ้น คุณรู้ไหมว่ามันเป็นเพราะอะไร”

“…” ชายปริศนาหันมายิ้มให้แต่เพราะเขาหันหลังให้แสงทำให้โนบิไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของชายปริศนานี้ได้ชัดก่อนที่โนบิจะถูกฝุ่นปลุกให้ตื่นโดยที่ยังไม่ได้รับคำตอบจากชายปริศนาในความฝัน

“ฝันอีกแล้วหรือ”  เห่อฝันทุกวันเลยเรื่องเดิม ๆ เนี่ย แต่วันนี้ฝันในอ้อมแขนของผู้ชายที่ชื่อฝุ่น โนบิขยับตัว แล้วเอื้อมมือไปเพื่อจะหยิบโทรศัพท์ที่อีกฝั่ง แต่ไปไม่ได้ เพราะคนพี่ตื่นมาแล้วเอามือกอดรัดเอวของคนน้องเพื่อแกล้งไม่ให้เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ได้ 

“หุย…พี่ฝุ่นผมจะเอาโทรศัพท์ ปล่อยผมก่อน” คนที่เอื้อมมือจะไปหยิบโทรศัพท์พูดขึ้นมา

“ไม่ได้ ตอนนี้ตำรวจล้อมตัวท่านไว้หมดแล้ว ท่านจะต้องมอบตัวให้กับตำรวจก่อน ไม่เช่นนั้นคุณจะต้องโดนไม่ใช่น้อย” คนพี่แต่งเรื่องให้คนน้องยิ้มแต่เช้า 

“พี่ฝุ่น ผมขอหยิบโทรศัพท์ก่อนครับ นะ นะ นะ สุดหล่อของผมใจดีของผม” เสียงอ้อนจากคนโดนแกล้งทำให้ คนที่รัดเอวอยู่คลายมือให้โนบิลุกไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

“ได้เลย…นี่เป็นเพราะว่าพี่หล่อนะ คนหล่อก็เลยต้องปล่อย” ทั้งคู่หยอกล้อกันแบบคู่รักที่มาฮันนีมูนครั้งแรก

พอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก็พบว่าหน้าจอดำมืด “แย่แล้วพี่ โทรศัพท์แบตหมด ตาย ๆ ผมตายแน่ ๆ ต้องมีคนโทรมาเพียบแน่ โดยเฉพาะพี่อั๋น”

 “แบตหมดตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย ช่างเถอะคงไม่เป็นไรหรอกมั้งไว้ถึงที่บ้านเด็กกำพร้าของพี่ฝุ่นค่อยไปขอชาร์จแบตเอาก็แล้วกัน”โนบิบ่นกับตัวเองในใจโดยรู้เลยว่าทั้งอั๋นและฮอนต่างวุ่นวายในการตามหาโนบิกันแบบโกลาหลแน่นอน

[ถึงจังหวัดนครสวรรค์]

“เอ้า…เลือกได้ยังไอ้ตัวยุ่งที่รัก” ฝุ่นถามโนบิหลังจากที่พวกตนเดินทางถึงที่หมายฝุ่นก็พาโนบิมาหาซื้อเสื้อผ้าและของใช้จำเป็น ก่อนที่จะเดินทางไปยังบ้านเด็กกำพร้าต่อ

“พี่ฝุ่นช่วยผมเลือกเสื้อหน่อยสิว่าระหว่างสีนี้กับสีนี้ผมเลือกตัวไหนดี” โนบิชูเสื้อทั้งสองตัวให้ฝุ่นดู

“เอาทั้งสองตัวเลยก็ได้ครับ เพราะไม่ว่าเราจะใส่ตัวไหนคนน่ารักอย่างเราก็น่ารักเสมอในสายตาพี่ พี่เลือกไม่ถูกหรอก” ฝุ่นตอบ 

“เวร..พี่ฝุ่นอะ พึ่งไม่ได้เลย” โนบิอึ้งในความเสี่ยวของพี่ฝุ่นอย่างเขินอายก่อนจะหันไปส่งเสื้อทั้งสองตัวให้กับคนขาย

“ผมขอซื้อเสื้อสองตัวนี้ครับ เท่าไรครับ” 

“ห้าร้อยบาทค่ะ” คนขายบอกราคา โนบิส่งเงินให้กับคนขายพร้อมกับรับเสื้อสองตัวนั้นมา 

“เดี๋ยวไปซื้อกางเกงร้านโน้นแล้วกัน” ฝุ่นจูงมือของโนบิไปยังร้านขายกางเกงเสร็จแล้วก็พาไปซื้อของใช้จำเป็นให้กับโนบิ

“เห็นเป็นคุณหนูแบบนี้ไม่คิดว่าจะใส่เสื้อผ้าตามตลาดนัดได้นะเนี่ย” พี่ฝุ่นอดที่จะพูดแซวโนบิไม่ได้ เพราะปกติเสื้อผ้าที่โนบิใส่มักจะเป็นเสื้อมียี่ห้อเสียส่วนใหญ่ แม้แต่กางเกงชั้นในก็ยังคงเป็นยี่ห้อดัง

“ผมใส่ได้หมดแหละครับพี่ฝุ่น ความจริงผมก็ไม่ได้เป็นคุณหนูอะไรขนาดนั้นเสียหน่อย” ผมเถียงกลับไม่จริงจังนัก

“จร้า เถียงเก่ง ดื้อเก่ง ปากดีนะเรา เดี๋ยวจะโดนทำโทษอีก” แล้วผมก็โดนพี่ฝุ่นจับแก้มดึงด้วยความมันเขี้ยว แทนการขยี้หัวเหมือนที่พี่ฝุ่นเคยทำ

“ทำโทษโดยการจูบปากกลางตลาดอะเหรอ”

“โนว์ โนว์ โนว์ ไม่ใช่อย่างนั้น จะทำแบบนี้” ฝุ่นยกนิ้วดีดไปที่หน้าผากของโนบิ ดังเปี๊ยะ 

“โฮยพี่ ดีดอีกและ เจ็บเป็นนะ” หนุ่มน้อยพูดต่อว่า พี่ฝุ่นว่าชอบจังดีดหน้าผาก  

“ปะ ตอนนี้ผมพร้อมออกไปผจญภัยกับพี่แล้วพี่ฝุ่น พี่จะพาผมไปไหนผมพร้อมไปกับพี่ทุกที่เลย” ทั้งคู่เลือกซื้อของจำเป็น และเสื้อผ้าเรียบร้อย หลังจากนั้นพี่ฝุ่นก็พาผมเดินทางต่อไปยังที่บ้านเด็กกำพร้า ใช้เวลาต่อรถสองต่อจากสถานีรถไฟ 

 [ที่บ้านเด็กกำพร้าที่ฝุ่นเคยอยู่]

“พี่ฝุ่น” ทันทีที่น้อง ๆ ที่บ้านเด็กกำพร้าเห็นฝุ่นต่างก็กรูกันวิ่งเข้ามาหาฝุ่นทันทีด้วยความคิดถึง

“เป็นไงเด็ก ๆ นี่พี่ซื้อขนมมาฝากด้วยนะ” ฝุ่นกอดตอบน้อง ๆ ที่รุมล้อมตนอยู่ ก่อนจะชูถุงที่บรรจุขนมมากมายที่ตนแวะซื้อมาฝากเด็ก ๆ ด้วยตอนที่พาโนบิไปซื้อเสื้อผ้าและของใช้

“เย้ ๆ เย้ ๆ” เด็ก ๆ ต่างชูมือร้องไชโยกันอย่างดีใจที่ฝุ่นซื้อขนมมาให้พวกตน

ไอ้น้องเบิ้ม หัวหน้าแก๊งอายุประมาณ 14 ปี พี่ใหญ่ของน้อง ๆ อีก 20 กว่าคนตะโกนเรียก แม่ของทุกคนเพื่อส่งสัญญาณว่า พี่ชายของพวกเรามาถึงแล้ว

“พี่ฝุ่นมาแล้วครับแม่”  เบิ้มส่งสัญญาณเพื่อให้แม่รู้ว่า มีลูกชายคนที่เขารอมาถึงแล้ว

“ฝุ่น” แม่ของเด็ก ๆ ก้าวออกมาจากบ้านเมื่อเห็นฝุ่นก็ร้องเรียกด้วยความดีใจ

“แม่ ผมมาแล้วครับ” ฝุ่นเข้าไปกอดคนที่ตนนับถือเหมือนแม่พร้อมกับกล่าวทักทาย สวัสดีครับแม่ ความอบอุ่นที่คุ้นเคยตั้งแต่วัยเด็กยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง 

 “ฮึมโตเป็นหนุ่มแล้วนะเรา หล่อเลยฝุ่น…ถ้าไปเจอที่อื่นแม่นึกว่าดารามาหาแม่เลยนะ”

“ไปคุยกันที่ห้องทำงานแม่เถอะจ้ะ” แม่ของเด็ก ๆ กล่าวเชิญก่อนจะหันไปเห็นโนบิที่มาพร้อมกับฝุ่น แม่จึงส่งสายตาเป็นเชิงถามฝุ่นว่าโนบิเป็นใคร ฝุ่นจึงกล่าวแนะนำให้ทั้งสองได้รู้จักกัน

“โนบิ …นี่แม่พี่ ไหว้แม่ซะสิ” พี่ฝุ่นแนะนำแปลก ๆ 

ฝุ่นแนะนำโนบิให้แม่รู้จัก 

“เอิ่ม…แม่ครับนี่โนบิแฟนผมเองครับ  เอ้ยไม่ใช่เพื่อนผมเองแม่” ฝุ่นบอกให้กับคนที่ตนนับถือเหมือนแม่โดยไม่คิดจะปิดบังเรื่องที่ตนอาจจะมีแฟนเป็นผู้ชายก็ได้ ในอนาคต

“ไอ้พี่ฝุ่น พูดอะไรอะ กล้าแนะนำว่าเป็นแฟนได้ไงอะ” หรือการแนะนำตัวครั้งนี้จะเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของพี่ฝุ่น และเรา โนบิมีความคิดที่ย้อนแย้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ปฏิเสธอะไร แต่แค่แอบงง..ในการแนะนำตนกับคนที่เคารพเหมือนแม่ ดีนะยังแก้ไขคำผิดที่บอกไปว่าเป็นเพื่อน ( ยอมรับว่าตอนนี้หูอื้อไปหมด ตอบอะไรไม่ถูก ได้แต่ยกมือไหว้ และยิ้มอย่างเดียว ไม่รู้ว่าอาการตัวเองตอนนั้นหน้าแดงด้วยหรือเปล่า) 

ทางแม่ ถึงแม้จะได้ยินว่าพ่อหนุ่มหน้าหวานอย่างโนบิเป็นแฟนของฝุ่นในประโยคแรก และมีการแก้คำผิด แต่แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร กลับส่งยิ้มให้กับโนบิพร้อมกับเชื้อเชิญให้ทั้งคู่เข้าไปในบ้านเด็กกำพร้าด้วยกัน

เมื่อเข้ามาห้องทำงานเรียบร้อยแล้ว แม่ของเด็ก ๆ ก็สั่งให้เด็กที่โตกว่าเป็นหัวหน้าแก๊งที่เป็นพี่ใหญ่ คือ เบิ้ม บีม บูม 3 หน่อ แห่งบ้านเด็กกำพร้าพาน้อง ๆ ไปทานขนมที่ฝุ่นซื้อมาฝากที่โต๊ะตรงสวนดอกไม้ด้านหลังบ้าน เสร็จแล้วก็พาฝุ่นกับโนบิไปที่ห้องทำงานของตนเพื่อคุยถึงปัญหาที่พวกตนกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้

[ฝุ่น]

“เกิดอะไรขึ้นหรือครับแม่” ฝุ่นถามเข้าเรื่องทันที

“แม่ถูกพวกมันหลอก เงินที่ฝุ่นให้แม่เอาไปไถ่บ้านและที่ดินผืนนี้กับพวกนายทุน พอแม่เอาเงินไปให้พวกมันแทนที่พวกมันจะยอมคืนโฉนดที่ดินที่แม่เอาไปจำนองคืนกลับมาแต่พวกมันกลับบอกว่าแม่ยังค้างเงินที่จะต้องคืนพวกมันอีกแปดหมื่น แล้วแม่จะไปหาเงินมาจากไหนเงินที่แม่เอาไปใช้คืนพวกมันก็เป็นเงินที่ฝุ่นส่งมาให้ แถมพวกมันยังให้เวลาเราแค่สามวันถ้าหากแม่ยังหาเงินมาคืนไม่ครบมันจะยึดบ้านหลังนี้ทันที แล้วแม่กับน้อง ๆ จะไปอยู่ที่ไหน”

[โนบิ]

“เงินที่พี่ฝุ่นให้คุณป้าใช่เงินที่พี่ซันให้พี่แลกกับยอมให้ผมตะโกนบอกรักพี่ใช่ไหมครับ” โนบิกระซิบถามฝุ่นเมื่อเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้ และเมื่อนึกไปถึงคลิปเสียงที่พ่อของตนเคยให้ฟังโนบิก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดทันที

[ฝุ่น]

“ใช่ พี่ขอโทษนะที่หลอกใช้เรา แต่มันจำเป็นเพราะถ้าพี่ไม่ช่วยน้อง ๆ และแม่ บ้านเด็กกำพร้าก็จะถูกยึด” ฝุ่นอ้อนแฟนด้วยคำขอโทษแบบโนบิเข้าใจและไม่ถือโทษโกรธเลยด้วยซ้ำเพราะรู้เหตุผลที่ฝุ่นต้องทำลงไป

[โนบิ]

“เอาเงินผมไปก่อนก็ได้ครับ” อยู่ ๆ โนบิก็พูดออกมาเมื่อตัดสินใจได้

“ไม่ได้หรอกโนบิ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรานะ” ฝุ่นปฏิเสธ

“ถือว่าผมให้ยืมก็ได้ แค่สามวันพี่ฝุ่นจะไปหาเงินมาจากไหน เอาเงินผมไปให้พวกนายทุนอะไรนั้นก่อน เราจะได้ไถ่โฉนดบ้านและที่ดินของบ้านเด็กกำพร้านี้ออกมา คุณป้ากับเด็ก ๆ จะได้ไม่เดือดร้อน แล้วผมจะไปคุยกับคุณพ่อให้เรื่องอุปการะสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านี้ต่อไปจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนเรื่องเงินกันอีก”โนบิเสนอไอเดีย

[แม่]

“ขอบคุณคุณมากเลยนะพ่อหนู” แม่ของเด็ก ๆ เข้ามาจับมือพร้อมกับกล่าวขอบคุณซ้ำไปซ้ำมาอย่างซาบซึ้งในบุญคุณ คนเพิ่งรู้จักกันทำไมเหมือนคนคุ้นเคย แล้วยังช่วยเหลือแบบไม่คิดอะไรอีก ครั้งนี้ไม่รู้จะขอบคุณอย่างไร ขอบคุณด้วยวิธีไหนถึงจะทดแทนบุญคุณที่ยื่นมาให้ขนาดนี้ (สายตาของแม่มีน้ำตา และมันกั้นไม่ไหวจริง ๆ เมื่อเจอกับการช่วยเหลือแบบไม่มีเงื่อนไขแบบนี้ )

ฝุ่นที่ไม่อาจปฏิเสธความมีน้ำใจและการช่วยเหลือในครั้งนี้ของโนบิได้ ฝุ่นจึงต้องยอมรับความช่วยเหลือในครั้งนี้ของโนบิ

[ฝุ่น]

“เอาอย่างนี้ พี่สัญญาว่าพี่จะรีบหาเงินมาใช้เราให้ได้เร็วที่สุด เงินก้อนนี้ให้พี่ยืมได้แต่ต้องทำสัญญาที่ถูกต้องในการใช้หนี้ ไม่งั้นพี่ไม่สามารถจะรับเงินก้อนนี้ได้” 

โนบิหยุดคิด รู้ว่าฝุ่นจะไม่รับเงินแน่ถ้าให้เงินทั้งหมดไปเลย “ก็ใช่ไงพี่ก็ต้องหามาใช้ผม เงินตั้ง แปดหมื่นน้า ถ้าไม่ใช้ผม ผมเอาพี่ตายแน่” เสียงของคนให้ยืมพูดแบบขู่ ๆ แต่ไม่จริงจังนัก ทำให้รอยยิ้มของทั้งแม่ และของฝุ่น ยิ้มออกมาด้วยความดีใจอีกครั้ง 

“แล้วพวกเราต้องไปหาพวกนายทุนที่ไหนครับแม่ เราจะได้เอาเงินไปคืนพวกมัน และไถ่โฉนดที่ดินนี้คืนกลับมาได้เลยมั้ย”

เมื่อตกลงกันได้แล้วฝุ่นก็ขับรถที่แม่นก ไปขอยืมคนแถวนี้มาให้เพื่อขับไปยังบ้านของพวกนายทุน ก่อนไปโนบิได้แวะกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม และการกดเงินในครั้งนี้ของโนบิทำให้ฮอนสืบรู้ที่อยู่ที่แท้จริงของโนบิได้ในที่สุด 

[ฮอน]

“ไปอั๋นฉันรู้แล้วว่าคุณหนูอยู่ที่ไหน” ฮอนรีบบอกให้อั๋นรู้ทันทีที่ตนสืบรู้ได้จากการกดเอทีเอ็มของโนบิ

“แล้วตอนนี้คุณหนูอยู่ที่ไหนครับ” อั๋นถาม

“นครสวรรค์” ฮอนตอบ

“คุณหนูไปทำอะไรไกลถึงที่นั่นกันครับ”

“ตามไปเดี๋ยวก็ได้รู้เอง” เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นฮอนกับอั๋นก็รีบวิ่งขึ้นรถเพื่อมุ่งหน้าไปยังจังหวัดนครสวรรค์เพื่อไปตามหาโนบิทันที

ในวันนี้ สำหรับความรู้สึกของโนบิ มันพองโตกว่าวันอื่น ๆ กับการให้ฝุ่นยืมเงิน แปดหมื่นมันเหมือนได้ทดแทนบุญคุณสถานที่แห่งนี้ แบบบอกไม่ถูก และความรู้สึกที่ไม่อาจปกปิดได้อีกเรื่องก็คือ การได้ช่วยเหลือคนที่รู้สึกดี รู้สึกรักที่ชื่อไอ้พี่ฝุ่น มันช่างมีความสุขมากขึ้นอีกทวีคูณ 

ส่วนฮอนรีบเดินทางมานครสวรรค์ เพื่อตามหาคุณหนูของตน อย่างเป็นห่วง