[หน้าห้องประชุม]

รถคันใหญ่จอดพร้อมกับมีคนขับรถคนใหม่ลงมา

[โนบิ]

“พี่ฮอนไปไหนล่ะครับทำไมพี่ฮอนไม่มารับผม” โนบิถามคนขับรถคนใหม่ที่พ่อของตนส่งมาดูแลตนแทนฮอนทันทีที่พบว่าคนที่มารับตนเย็นนี้ไม่ใช่พี่ฮอน

[พี่อั๋น คนขับรถของคุณพ่อ] ที่มาดูแลคุณหนูแทนฮอน

“คุณท่านให้คุณฮอนลาพักร้อนนะครับ” พี่อั๋นคนขับรถที่พ่อส่งมาทำหน้าที่แทนพี่ฮอนบอกโนบิตามที่พ่อของโนบิสั่งไว้เพราะไม่ต้องการให้โนบิรู้เรื่องที่ตนสั่งพักงานฮอนหนึ่งเดือน

[โนบิ]

“ดีเหมือนกันพี่ฮอนได้ลาพักร้อนบ้างจะได้ไปพักผ่อน” เมื่อได้ยินดังนั้นโนบิจึงไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร และไม่รู้สักนิดว่าที่ฮอนหายไปเพราะถูกพ่อของตนสั่งพักงาน

“พี่อั๋นแล้วพี่ฮอนลาพักร้อนแบบนี้ พี่ฮอนจะมาดูผมประกวดดาวเดือนไหมครับ” โนบิไม่วายถามถึงเรื่องนี้

[พี่อั๋น]

“คุณหนูประกวดวันไหนครับเดี๋ยวผมบอกพี่ฮอนกับคุณท่านให้ครับ” พี่อั๋นถามผมจึงบอกกำหนดวันประกวดดาวเดือนให้พี่อั๋นไปเตือนพ่อกับแม่แล้วก็พี่ฮอนให้มาเป็นกำลังใจในวันประกวดด้วย

[โนบิ]

“อีกสามอาทิตย์ครับพี่อั๋น วันนั้นพี่อั๋นก็อย่าลืมมาให้กำลังใจผมด้วยนะครับ” โนบิไม่วายชวนพี่อั๋นด้วย

ระหว่างที่อั๋นกำลังขับรถพาโนบิกลับคอนโด อยู่ ๆ โนบิก็อยากไปหาฝุ่นที่ร้านของภัทรเพราะตั้งแต่ที่เกิดเรื่องจนตนออกจากโรงพยาบาลโนบิยังไม่ได้เจอกับฝุ่นเลย โนบิจึงได้บอกพี่อั๋นให้พาตนไปทานข้าวที่ร้านของภัทรก่อนกลับคอนโด 

พี่อั๋นที่ไม่ได้รู้เรื่องระหว่างฝุ่นกับโนบิเพราะเพิ่งมาดูแลโนบิหลังจากฮอนถูกสั่งพักงาน ทำให้อั๋นเข้าใจว่าโนบิแค่ต้องการจะไปทานอาหารก่อนกลับห้องตามปกติ พี่อั๋นจึงขับรถพาโนบิไปที่ร้านของภัทรตามคำบอกของโนบิทันที

[ร้าน Crown Café ]

“ร้าน Crown Café ยินดีต้อนรับ อ้าวโนบิหายดีแล้วหรือเรา” พี่ภัทรกล่าวทักทายลูกค้าตามปกติแต่เมื่อหันมาเห็นว่าเป็นผมจึงได้ทักผมขึ้นมาทันที

[โนบิ]

“หายแล้วครับพี่  แล้วพี่ฝุ่นไม่อยู่เหรอครับ” ผมถามเข้าเรื่องทันที

[ภัทร]

“ฝุ่นไม่อยู่หรอกโนบิมันกลับบ้านต่างจังหวัด บ้านเด็กกำพร้านะ เห็นว่าที่บ้านเด็กกำพร้ามีปัญหา นี่ก็เพิ่งจะออกไปก่อนหน้าเราไม่เกิน 2 นาทีเอง” พี่ภัทรบอก

ทันทีที่ผมได้ยินว่าพี่ฝุ่นเพิ่งออกไปผมก็รีบบอกลาพี่ภัทรพร้อมกับรีบวิ่งออกไปทันที

[โนบิ]

“พี่อั๋นออกรถเลยครับเร็ว” ผมเร่งพี่อั๋นทันทีในใจก็ภาวนาขอให้ทันพี่ฝุ่น พร้อมหยิบมือถือกดโทรเข้าเครื่องฝุ่น แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับได้แต่ได้ยินเสียง ตืด ตืด ตืด ตืด ตอบกลับมาจากปลายสาย

[พี่อั๋น]

“คุณหนูจะให้พี่ขับไปไหนครับ” พี่อั๋นถาม

“พี่อั๋นช่วยวนรถแถว ๆ นี้ทีนะครับผมกำลังมองหาพี่คนหนึ่งอยู่” 

ถึงแม้พี่อั๋นจะไม่รู้ว่าผมกำลังตามหาใครอยู่แต่พี่อั๋นก็ยอมขับรถวนรอบ ๆ นี้เพื่อให้ผมมองหาพี่ฝุ่นได้ และใช้เวลาไม่นานผมก็มองเห็นพี่ฝุ่นกำลังปั่นจักรยานไปไว้ที่หน้ามหาวิทยาลัยประตู 5 เพื่อต่อรถไปสถานีรถไฟ เมื่อเห็นดังนั้นผมก็รีบบอกให้พี่อั๋นจอดรถทันที

[โนบิ] 

“พี่อั๋นจอดรถครับ” เมื่อคำสั่งจบพี่อั๋นก็จอดข้างทางตามที่ผมสั่ง

“คุณหนูจะไปไหนครับ” พี่อั๋นตกใจเล็กน้อย และพยายามจะถามคุณหนู

[โนบิ]

“พี่อั๋นกลับไปคอนโดก่อนเลยนะครับ ผมมีธุระเดี๋ยวผมเสร็จธุระแล้วผมจะโทรหานะพี่ พอดีผมลืมไปว่ามีงานที่ต้องให้พี่เขาช่วยดู และที่สำคัญต้องส่งพรุ่งนี้อะครับ เพิ่งนึกได้” ผมรีบบอกให้พี่อั๋นให้กลับบ้านไปก่อนและผมก็รีบลงจากรถคว้ากระเป๋าเป้ รีบวิ่งไปหาพี่ฝุ่นทันที พี่อั๋นจะรั้งผมไว้ก็ไม่ทันแล้ว ด้วยคำสั่งที่คุณหนูบอกมีเหตุมีผลด้วย ทำให้พี่อั๋นจึงได้แต่มองผมลงจากรถ แล้วก็รีบวิ่งไปหาพี่ฝุ่น

[โนบิ]

“พี่ฝุ่นครับ…พี่ฝุ่น” ผมร้องเรียกพี่ฝุ่นไปก็วิ่งไปหาพี่ฝุ่นด้วย โชคดีที่พี่ฝุ่นได้ยินเสียงเรียกของผมก็หยุด พร้อมจูงจักรยานไปไว้ที่จอดมหาวิทยาลัย เพื่อที่จะเดินทางไปเป้าหมายคือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่พี่ภัทรได้บอกไว้ และตอนนี้รถที่ฝุ่นจะต้องต่อไปมาถึงที่ป้ายพอดี 

 พี่ฝุ่นจึงตัดสินใจหยุดรอผมแล้วปล่อยให้รถที่จะพาไปยังสถานีรถไฟขับรถจากไป

“ไงไอ้ตัวยุ่ง รีบวิ่ง…ซะหอบมาเลย เดี๋ยวก็ล้มหรอกเรา ” พี่ฝุ่นเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าผมที่ยืนหอบอยู่และทันทีที่ผมเงยหน้าขึ้นใบหน้าของเราก็ห่างกันไม่ถึงคืบ

‘พี่รักเรานะ’ อยู่ ๆ ภาพที่พี่ฝุ่นกระซิบบอกรักผมตอนที่ลงไปช่วยผมขึ้นจากทะเลก็ลอยเข้ามาในหัวจนใบหน้าของผมเกิดแดงขึ้นมาลามไปจนถึงใบหู

โป๊ก…

พี่ฝุ่นยกมือขึ้นดีดหน้าผากของผม

[ฝุ่น]

“คิดอะไรลามกอยู่ใช่ไหมถึงได้หน้าแดงเป็นลูกมะเขือเทศแบบนี้ แล้วนี่เรียกพี่ไว้ทำไมดูสิพี่ตกรถเลยเนี่ย” พี่ฝุ่นไม่วายเอ่ยแซวจนคนขี้เขินยิ่งเขินหนัก

[โนบิ]

“ผมได้ยินจากพี่ภัทรว่าพี่ฝุ่นกำลังจะเดินทางไปที่ต่างจังหวัดผมก็เลยรีบตามมา”

[ฝุ่น]

“ทำไมจะหนีตามพี่ไปด้วยเหรอ ” ฝุ่นพูดกวนใส่คนที่ยังยืนหอบอยู่ตรงหน้า   “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” พี่ฝุ่นถามพร้อมกับขยับกระเป๋าเป้ของตัวเอง

แต่ระหว่างที่ผมกับพี่ฝุ่นกำลังจะเดินไปยังที่นั่ง รถเมล์อีกคันที่จะพาพี่ฝุ่นไปยังสถานีรถไฟมาพอดี

“คันนี้ใช่มั้ยพี่ ที่จะพาผมกับพี่ไปสถานีรถไฟ” โนบิพูดขึ้นมาเพราะสังเกตเห็นรถคันแรกที่ฝุ่นตกรถ เหมือนกับคันนี้เด๊ะเลย

 [โนบิ]

“ผมจะไปด้วย” ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมบอกพี่ฝุ่นไปแบบนั้น ผมอยากไปที่ที่พี่ฝุ่นกำลังจะไป โดยไม่มีเหตุผลอะไรเลย

และทันทีที่ผมพูดกับพี่ฝุ่นว่าผมจะไปที่บ้านเด็กกำพร้าด้วยอยู่ ๆ หัวใจของผมก็เกิดเต้นแรงขึ้นมาราวกับว่ามันกำลังตื่นเต้นและดีใจอย่างไรอย่างนั้นเลย

[ฝุ่น]

“เราจะไปกับพี่ได้ไงเรามีแค่ชุดนักศึกษาตัวเดียวแค่นี้เองนะ แล้วพรุ่งนี้เราไม่มีเรียนเหรอ” พี่ฝุ่นไม่วายท้วง

[โนบิ]

“เรื่องเสื้อผ้าไว้ไปหาซื้อเอาข้างหน้าก็ได้ครับ ส่วนเรื่องเรียนไม่ต้องเป็นห่วง พรุ่งนี้วันศุกร์ผมไม่มีเรียน เสาร์-อาทิตย์ก็หยุดเท่ากับว่าผมว่างสามวันไปกับพี่ได้สบายเลย

[ฝุ่น] “แล้วนึกยังไงถึงได้จะตามพี่ไปด้วยเนี่ย” พี่ฝุ่นถาม

[โนบิ]

“ไม่รู้ดิพี่ ตอนแรกผมก็กำลังจะนั่งรถกลับคอนโดเหมือนทุกวันแหละ แต่อยู่ ๆ ผมก็อยากไปหาพี่ที่ร้านของพี่ภัทร แล้วพอผมรู้ว่าพี่กำลังจะเดินทางไปที่บ้านเด็กกำพร้าผมก็ตามพี่มาเลยโดยที่ไม่ทันได้คิดอะไรจนผมมานั่งอยู่ข้าง ๆ พี่ตรงนี้เวลานี้ไง” 

“ไอ้ตัวยุ่งเอ๊ย” พี่ฝุ่นยกมือขึ้นมายีหัวของผมจนยุ่งแล้วพูด ผมจึงหันไปยิ้มให้จนตาหยี

“ตามใจอยากจะไปด้วยก็ไปแต่บอกไว้ก่อนนะว่าไปกับพี่มันไม่ได้สบายเหมือนนั่งรถส่วนตัวหรอกนะ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมมั่นใจว่าถ้าผมมีพี่ฝุ่นอยู่ด้วยต่อให้เจออะไรที่เป็นอุปสรรค หรือยากลำบากแค่ไหนผมก็จะผ่านมันไปได้โดยที่ผมยังคงมีพี่ฝุ่นอยู่ข้าง ๆ” โนบิพูดเอาใจคนที่ตัวเองอ้อนจะไปด้วย หลังจากโนบิพูดประโยคนั้นจบพี่ฝุ่นก็เสหลบสายตาของโนบิเพื่อซ้อนแววตาเขินอายจากคำพูดของโนบิจนแอบเผลอยิ้ม

“แหะ ๆ …ที่หลบนี่เขินเหรอ” ผมไม่วายเอ่ยแซว

“….” พี่ฝุ่นไม่พูดอะไรทำเพียงอมยิ้มยกมุมปากขึ้น

“ผมได้ยินนะคำที่พี่บอกรักผมน่ะ” อยู่ ๆ ผมก็พูดทะลุกลางปล้องขึ้นมา

“ไม่กลัวเป็นข่าวหรือไง” คนพี่พูดห้าม เพราะรู้ว่าที่ผ่านมาข่าวเราสองคนมันเยอะ และมีคนจับตามองทุกพื้นที่ เหมือนกับบนรถนี้ก็มีคนมองและอมยิ้มไปกับเราสองคน

ฝุ่นพูดเพราะฝุ่นรู้เรื่องที่มีคลิปของตนหลุดออกมาในโลกโซเชียลก่อนที่มันจะหายไป ซึ่งฝุ่นเดาได้ไม่ยากเลยว่าการที่อยู่ ๆ คลิปที่หลุดออกมาจะหายไปเป็นเพราะฝีมือของพ่อโนบิแน่ ๆ ประจวบกับที่ตนได้รู้เรื่องของโนบิจากแท็ปว่าแท็ปกับยูโรช่วยกันปิดไม่ให้โนบิรู้เรื่องว่ามีคลิปของตนหลุดออกมาในโลกโซเชียลอีกครั้ง ทำให้ฝุ่นไม่พูดถึงเรื่องนี้เช่นกัน แต่เพื่อไม่ให้เกิดมีข่าวซุบซิบนินทาขึ้นมาอีกฝุ่นจึงไม่ไปหาโนบิอีกแม้จะเป็นห่วงคนที่นั่งข้าง ๆ มากแค่ไหน แต่ก็ทำได้เพียงถามข่าวคราวจากแท็ปที่มาหาภัทรทุกวันเพราะตอนนี้แท็ปย้ายมาพักอยู่กับภัทรแล้ว

[โนบิ]

“ทำไมต้องกลัวล่ะพี่  เราไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นา” โนบิตอบ

[ฝุ่น]

“บทเราจะดื้อก็เอาเรื่องเหมือนกันนะ”

โนบิหันกลับมาพร้อมกับจะเผลอสบตาฝุ่น แต่ฝุ่นเสตาหลบเพราะรู้ว่าถ้า โนบิมองมาจะเป็นเรื่องอีก

แต่สิ่งที่ผิดไปจากเดิมคือความรู้สึกอยากจะมองตาฝุ่น ซึ่งเสียงของหัวใจบอกว่า เรายอมให้ ฝุ่นดูแลโนบิแล้ว จากการจมน้ำครั้งที่แล้ว ในใจของโนบิตอนนี้อยากจะพิสูจน์ให้รู้ว่า ตอนที่ตัวเองมองหน้าฝุ่นในทะเลตอนนั้นมันมองได้นานกว่าที่ควรจะเป็น และที่สำคัญไม่เจ็บหัวใจเหมือนทุกครั้ง (โนบิพยายามนึกถึงความรู้สึกตอนที่จมน้ำ) 

โนบิเลยตั้งสติ นับในใจ  1 2 3 และหันไปมองตาฝุ่นอย่างที่ตัวเองอยากจะมอง แล้วนับต่อ 4 5 6 7 8 9 10 ในใจระหว่างที่ สายตาของทั้งสองคนมองจ้องกันอยู่ใน 6 วินาทีนี้ ทุกอย่างไม่เหมือนตอนแรก ตอนนี้สายตาของทั้งคู่มองกันเหมือนบนรถอยู่กันแค่สองคน และที่สำคัญอาการเป็นลมไม่มีเลย ส่วนการเต้นของหัวใจมันก็ยังรัวกับความตื่นเต้นในครั้งนี้

[ฝุ่น] 

“เดี๋ยวนี้กล้าสบตากับพี่ตรง ๆ แล้วเหรอ” ฝุ่นแอบงง เหมือนกันจนต้องถามคนตัวเล็กกลับไป

โนบิหลบตา กลับมาทันทีเพื่อตั้งสติอีกครั้ง (เฮ้ย..เรามองตาพี่ฝุ่นได้แล้วจริง ๆ ด้วย) 

[โนบิ]

“ลองอีกทีนะพี่” ไม่พูดพร่ำทำเพลงโนบิหันหน้าของตัวเองไปเผชิญหน้ากับฝุ่น

[ฝุ่น]

จับหัวล็อกหน้าให้ตัวเองตรงกับโนบิ แล้วจ้องไปที่ตาของคนตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้า 

แล้วนับออกเสียงไม่นับในใจเหมือนครั้งแรก 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

[โนบิ]

“เฮ้ย…พี่  เรามองตากันได้แล้วพี่” ผมไม่ได้ฝันไปใช่มั้ยพี่ 

ความรู้สึกของทั้งคู่ มากกว่าการได้เจอกัน ได้คุยกัน แต่ครั้งนี้พิเศษตรงที่ทั้งคู่ได้มองหน้า มองตากันอย่างจุใจครั้งแรกที่ตั้งใจมองกันขนาดนี้ ความดีใจมันออกมาทั้งทางสีหน้า ดวงตา และรอยยิ้มที่มันทำให้โลกนี้เป็นโลกใหม่ของทั้งสองคน 

[ฝุ่น] 

ชวนโนบิไปรอรถที่ป้ายรถเมล์เพื่อจะเดินทางกลับต่างจังหวัด ทั้งคู่เดิน นั่งคุยกันแบบกะหนุงกะหนิง โดยไม่สนใจคนรอบข้างที่นั่งรอรถ และยืนรอรถอยู่ที่ป้ายรถเมล์

 [โนบิ] 

 ดีใจจนมองหน้าคนพี่ไม่หยุด ส่วนอาการลุ้นระทึกว่าตนเองจะหัวใจเต้นแรงจนเป็นลมไปอีกหรือไม่ ได้คำตอบก็คือไม่เกิดอะไรขึ้นอย่างที่ตนเองกังวล

“พี่ฝุ่นพี่เห็นไหมว่าผมไม่เป็นอะไรแล้ว ผมสามารถสบตากับพี่ได้โดยที่หัวใจไม่เต้นแรงจนเป็นลมเหมือนทุกครั้ง”

ทั้งคู่ได้ขึ้นรถ สองแถวเพื่อไปต่อรถไฟสถานีหน้ามหาวิทยาลัย ซึ่งไม่ใกล้ ไม่ไกลมากนัก แต่ต้องต่อรถอีกสองต่อถึงจะถึงสถานีรถไฟ

[ บนรถเมล์ ] 

[ฝุ่น]

ฝุ่นมองตาโนบิแบบขยับเข้าใกล้มา จนรู้ว่าการสบตาของเราสองคนมันไม่เหมือนเดิม แล้วฝุ่นก็หลับตาแล้วซบไปที่ไหล่โนบิทันที

“เฮ้ย..พี่ฝุ่น พี่ฝุ่น พี่ฝุ่นเป็นไรอะ ” เมื่อคนตัวใหญ่ซบลงไปที่ไหล่ของคนตัวเล็ก

“เป็นไรอะพี่ พี่ฝุ่น”

แล้วเสียงคนตัวใหญ่ก็พูดออกมาว่า “ก็เป็นคนหล่อ แล้วก็เป็น…คนที่อยากจะอยู่กับเราไปนาน ๆ ไง”

พูดจบ..คนที่ถูกซบไหล่อยู่ก็ ดึงตัวออกจากไหล่ ทำให้ไหล่ตกเลื่อนลงมา แต่ฝุ่นพยุงตัวไว้ได้ แล้วลืมตาพร้อมกับรอยยิ้มกวน ๆ 

“ไปเอาความบ้าชมตัวเอง..มาจากไหนวะพี่” คนตัวเล็กตอบกลับแบบหน้าตาที่แดง ๆ เหมือนคนตัวใหญ่บอกความรู้สึกกลาย ๆ แต่ก็ทำเปลี่ยนเรื่องไปดีกว่า

“พี่เรามองตากันได้จริง ๆ อะ”

“ใช่ไง มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง.. แต่พี่ว่ามันก็ดีแล้ว พอมองตาแล้วทำให้อยาก…” พี่ฝุ่นพูดไปแล้วก็ทำหน้าทะลึ่ง

โนบิทำหน้ายู่ ๆ แล้วหันตากลับไม่สบตาคนที่กำลังกวนประสาทด้วยคำพูด “ พี่ฝุ่นอะ ทะลึ่งว่ะ อยากอะไร” ก็ถามปัด ๆ ตามประสาคนรู้ว่าคนข้าง ๆ ต้องการจะกวน

“อยากจูบกันเหมือนวันที่ไป พัทยาไง” ฝุ่นพูดต่อ 

ยิ่งทำให้โนบิหน้าแดงมากยิ่งขึ้น “ไม่ใช่แล้วพี่..” ทำไมเรามามองตากันได้แล้วเนาะ ครั้งนี้การเปลี่ยนเรื่องจริง ๆ มากขึ้น เพราะมีผู้โดยสารขึ้นมาเพิ่มเติมแล้ว 

[โนบิ]

“ใช่แล้วพี่ตั้งแต่วันที่ผมเกือบจมน้ำแต่พี่มาช่วยผมเอาไว้ หัวใจของผมก็ดูเหมือนแข็งแรงขึ้นเหมือนกับหัวใจใหม่เข้ากับร่างกายของผมแล้วจนผมแทบจะรู้สึกว่าหัวใจที่ถูกเปลี่ยนใหม่เป็นหัวใจของผมจริง ๆ อย่างนั้นแหละ” ผมบอกสิ่งที่อยู่ในใจของผมให้พี่ฝุ่นได้รู้ และยิ่งวันนี้ที่ผมทดลองสบตากับพี่ฝุ่นแล้วพบว่าอาการหัวใจเต้นแรงจนเป็นลมไม่เกิดขึ้น มันยิ่งตอกย้ำความเชื่อของผม 

จากระยะทางที่ไม่ใกล้ ไม่ไกล แต่แค่ต้องต่อรถเมล์หลายต่อ ทำให้การเจรจาของทั้งคู่ดูสนิทกันมากขึ้น พอหยุดการเจรจาและรถติดแบบมโหฬารก็ทำให้คนตัวเล็กเผลอหลับไป

 “อย่าตายนะโนบิ ฉันอุตส่าห์มอบหัวใจให้นาย นายจะมาตายง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้นะ”

“เสียงใครน่ะ”

“แข็งใจไว้สิ นายต้องมีชีวิตรอดเพื่อดูแลฝุ่นแทนฉัน ได้ยินไหมโนบิฉันยอมแล้ว ฉันยอมให้นายดูแลฝุ่นแล้ว นายอย่าเป็นอะไรไปนะ”

 [ฝุ่น] เมื่อถึงสถานีรถไฟ เวลาก็ประมาณ 23.00 น.

“โนบิ…โนบิครับ” ผมกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับโฟกัส ก่อนจะรู้สึกตัวว่าผมเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้โดยมีไหล่ของพี่ฝุ่นเป็นหมอนให้ผมหนุนตลอดทาง

“ถึงสถานีรถไฟแล้ว ปะเร็วเดี๋ยวซื้อตั๋วไม่ทัน” พี่ฝุ่นบอกพร้อมกับคว้ากระเป๋าโนบิมาถือให้ตามประสาคนเป็นสุภาพบุรุษ

หลังจากนั้นเราสองคนก็ก้าวลงจากรถเพื่อไปซื้อตั๋วรถไฟ มุ่งหน้าไปยังจังหวัดนครสวรรค์ และไปบ้านเด็กกำพร้าที่พี่ฝุ่นเคยอยู่เมื่อตอนเด็ก ๆ ก่อนที่จะถูกพ่อแม่บุญธรรมรับไปอุปการะ

และเนื่องจากจังหวัดที่พวกเราจะไปต้องใช้เวลาเดินทางเกือบ 4 ชม. แทบจะเกือบเช้าเลย พี่ฝุ่นจึงซื้อตั๋วรถไฟแบบตู้นอนให้เราสองคน 

[โนบิ]

“ผมไม่เคยได้นั่งรถไฟตู้นอนแบบนี้มาก่อนเลยครับ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะครับที่ผมได้เดินทางอะไรแบบนี้” ผมเล่าให้พี่ฝุ่นฟัง

“ขอบคุณนะครับพี่ฝุ่นที่ทำให้ผมได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่แบบนี้” 

[ฝุ่น]

“ต้องขอบคุณในความดื้อของเรามากกว่ามั้งที่ดื้อตามพี่มาด้วยแบบนี้” พี่ฝุ่นไม่วายเอ่ยแซว

“แล้วนี่องครักษ์พิทักษ์เราไม่มาด้วยหรือไง แล้วเขายอมปล่อยให้เรามาผจญภัยกับพี่แบบนี้ด้วยหรือ” พี่ฝุ่นหมายถึงพี่ฮอน

[โนบิ]

“อย่าไปพูดถึงเขาเลยครับ ผมงอนเขาอยู่ดูซิจะลาพักร้อนก็ไม่บอกผมสักคำ จนพ่อส่งคนขับรถคนใหม่คือพี่อั๋นมาขับรถแทนให้ผมถึงได้รู้ว่าพี่ฮอนลาพักร้อนหนึ่งเดือน” ผมเล่าเรื่องของพี่ฮอนให้พี่ฝุ่นฟังโดยที่ไม่รู้เลยว่าก่อนหน้านี้พี่ฮอนได้มาหาพี่ฝุ่น

[ย้อนไปเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ร้าน Crown Café] เมื่อฮอนรู้ว่าตัวเองต้องถูกพักงาน

หลังจากที่ฮอนถูกพ่อของโนบิสั่งพักงานก่อนที่ฮอนจะกลับไปยังบ้านเกิดของตัวเองในช่วงที่ถูกพักงานเขาได้แวะมาหาฝุ่นที่ร้าน

[ภัทร]

“ฝุ่นมีคนมาหาแน่ะ” พี่ภัทรเข้ามาตะโกนเรียกฝุ่นที่จัดของอยู่ในห้องเก็บของ

ทันทีที่ฝุ่นออกมาก็พบว่าคนที่มาหาตนก็คือฮอนนั่นเอง ทีแรกฝุ่นคิดว่าฮอนมาพบตนเพื่อจะมาสั่งห้ามไม่ให้ตนไปพบกับโนบิอีก หรือต่อว่าเขาเรื่องของคลิปที่หลุดออกมา 

“คุณมาหาผมมีอะไรหรือเปล่าครับ” ฝุ่นถามจุดประสงค์ที่ฮอนมาที่นี่ทันที

[ฮอน]

“จริง ๆ ผมก็อยากจะมาพูดกับคุณว่าไม่ให้มาวุ่นวายกับคุณหนูโนบิอีก แต่สิ่งที่ผมจะมาขอจริง ๆ คือ…”

“…” ฝุ่นนิ่งเงียบเพื่อรอฟังสิ่งที่ฮอนจะพูดกับตน

“ฝากดูแลคุณโนบิด้วยนะในระหว่างที่ผมไม่อยู่” สิ่งที่ฮอนพูดออกมากลับเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ฝุ่นคิดไว้

[ฝุ่น]

“คุณจะไปไหนทำไมถึงไม่ดูแลโนบิเอง ปกติเห็นตัวติดกันอย่างกับอะไรดี” ฝุ่นพูดแดกดันออกไปโดยที่ไม่รู้ว่าอาการที่ตนเป็นอยู่นี้เรียกว่าอาการของคนกำลังหึง

[ฮอน]

“คุณไม่ต้องรู้หรอกว่าฉันกำลังจะไปไหน คุณแค่ดูแลคุณหนูให้ดีระหว่างที่ผมไม่อยู่ก็พอ” กล่าวจบฮอนก็เดินจากไปทันที ในขณะที่ฝุ่นกำลังจะวิ่งตามไปเพื่อไปคุยกับฮอนให้รู้เรื่อง แต่ฝุ่นกลับได้รับโทรศัพท์จากที่บ้านเด็กกำพร้าที่ตนเคยอยู่เมื่อตอนเด็กเข้าเสียก่อน

Rrrr…Rrrr

[ฝุ่น]

“ครับแม่” ฝุ่นเรียกแม่ซึ่งเป็นคนที่ดูแลเด็ก ๆ ที่บ้านเด็กกำพร้าและฝุ่นรักเธอเหมือนแม่รวมทั้งเด็ก ๆ ที่บ้านก็รักเธอเหมือนแม่เช่นกัน

“ฝุ่น…” เสียงเงียบสักครู่ แล้วเสียงต้นสายก็พูดต่อ “ช่วยพวกเรา ช่วยน้อง ๆ ด้วยนะลูก” แม่ของเด็ก ๆ พูดเข้าเรื่องทันทีด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“เกิดอะไรขึ้นแม่” ฝุ่นถามออกมาด้วยน้ำเสียงร้อนรนทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงไม่สู้ดีนักของคนที่ตนนับถือเหมือนแม่

“แม่ถูกพวกมันโกง แม่เอาเงินที่ฝุ่นให้ไปทำเรื่องไถ่บ้านและที่ดินของเราคืนจากพวกนายทุน แต่ปรากฏว่าเงินที่เราต้องจ่ายไม่ได้มีแค่นี้ มันบอกว่าแม่ยังต้องจ่ายดอกเบี้ยให้มันอีกแปดหมื่น แม่จะทำยังไงดีฝุ่นพวกนายทุนมันให้เวลาแค่สามวันถ้าแม่ไม่หาเงินไปคืนให้หมดมันจะยึดบ้านและที่ดินของเรา แล้วถ้าเป็นแบบนั้นแม่กับน้อง ๆ จะไปอยู่ที่ไหน” แม่พูดไปก็ร้องไห้ไป

“ใจเย็น ๆ ก่อนครับแม่เดี๋ยวผมจะนั่งรถไฟไปหาแม่เดี๋ยวนี้เลยครับ แล้วเราค่อยมาช่วยกันคิดนะครับว่าเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร” ฝุ่นพยายามปลอบใจ

หลังจากวางสายฝุ่นก็เข้าไปบอกภัทรทันทีว่าตนมีเรื่องต้องไปที่บ้านเด็กกำพร้าโดยด่วน และขอลางานสามวันก่อนที่จะก้าวออกจากร้านไปก่อนหน้าที่โนบิจะเข้ามาไม่นาน โดยไม่ได้เก็บเสื้อผ้าและรีบเดินทางไปบ้านเด็กกำพร้าที่ต่างจังหวัดทันที

 [โนบิ]

“พี่ฝุ่น…พี่ฝุ่นครับ” โนบิเรียกฝุ่นเมื่อตนชวนฝุ่นคุยแต่ฝุ่นเอาแต่เหม่อคิดอะไรอยู่

[ฝุ่น]

“โทษที…พี่คิดอะไรเพลินไปหน่อย” ฝุ่นขอโทษโนบิที่ตนไม่ได้ทันฟังสิ่งที่โนบิพูดก่อนหน้านี้

“แล้วเมื่อกี้เราว่าอะไรนะ”

[โนบิ]

“ไม่มีอะไรครับผมแค่บอกว่าวันนี้ด้านนอกหน้าต่างมันมืด ๆ และในความมืดมันก็โคตรสว่างเลยพี่ดูเดะพระจันทร์ชัดมาก” โนบิชวนฝุ่นมองไปดูพระจันทร์ที่อยู่นอกหน้าต่างรถไฟ

อืมก็จริง อย่างที่เราพูดเนาะ สีเหลืองสวยเลย ทันใดนั้นฝุ่นก็ชวนให้โนบิยกมือทำท่าเหมือนสัญลักษณ์อะไรสักอย่าง แล้วพูดว่า “เมื่อก่อนพี่มีเพื่อนคนหนึ่งเขาชื่อวอน วอนบอกว่าถ้าเวลามีปัญหาคิดอะไรไม่ออกให้มองไปที่มืด ๆ จะเห็นแสงสว่างที่ลอดเข้ามา แล้วค่อย ๆ เดินไปหามัน นั่นแหละคือทางออกที่ดีที่สุด แล้วถ้าคิดไม่ออกจนปวดหัวให้มาบอก มาเล่าให้ฟัง อย่าคิดคนเดียว อย่าทำคนเดียว วอนจะช่วยคิด ช่วยหาวิธีแก้ปัญหาไปด้วยกัน เราสัญญากันว่าไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน เราจะกลับมาช่วยกันคิด ช่วยกันหาทางออก” โดยใช้สัญลักษณ์มือแบบนี้ฝุ่นพูดไปพร้อมกับจับมือของโนบิให้ทำท่านี้ 

“หูวว เพื่อนพี่ฝุ่นนี่เจ๋งไปเลย…แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหนล่ะพี่” โนบิถามต่อจากฝุ่นพูดถึงวอนจบ

“ไม่รู้สิฮ่าฮ่าฮ่า ป่านนี้ก็คงอยู่อีกโลกแล้วมั้ง” ฝุ่นพูดเหมือนในใจรู้อยู่แล้วว่า วอนไปอยู่ต่างประเทศ กับครอบครัวใหม่ และแอบนึกคิดถึงคนที่จากไปโดยไม่ได้ลากัน

“เขาจะอยู่ไหนก็ช่างเถอะ แต่ขอให้เขาไปอยู่กับคนรอบข้างที่เขารัก และรักเขามาก ๆ ละกัน” 

“งั้นเราก็นอนพักเอาแรงก่อนก็ได้เดี๋ยวตอนเช้าก็ถึงแล้ว ถ้าถึงที่หมายแล้วเดี๋ยวพี่เรียก พอถึงเราก็ไปหาซื้อเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นของเราก่อนแล้วเราค่อยไปที่บ้านเด็กกำพร้าด้วยกัน” ฝุ่นจัดแจงกำหนดการออกมาเสร็จสรรพ

“ได้ครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับไกด์กิตติมศักดิ์ พาผมไปเที่ยวด้วยนะครับ” โนบิไม่วายเอ่ยแซวฝุ่น เมื่อเห็นฝุ่นทำหน้าคิดถึงคนที่พูดถึง เพื่อให้ฝุ่นมีรอยยิ้ม

“ไอ้ตัวยุ่ง” ฝุ่นพูดจบก็เข้ามายีหัวของโนบิ ก่อนเสียงหัวเราะของทั้งคู่จะดังออกมาลั่นโบกี้รถไฟ โชคดีที่โบกี้ที่ทั้งคู่อยู่ไม่มีคนอื่นนอกจากฝุ่นและโนบิ

[โนบิ]

“พี่ฝุ่น” โนบิเรียกมาจากเตียงนอนที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งในโบกี้รถไฟเดียวกัน

“ฮืม” ฝุ่นขานรับพร้อมกับรอฟังสิ่งที่โนบิกำลังจะพูด

โนบิเงียบอยู่สักพักก่อนจะพูดออกมา 

“ขอบคุณนะครับพี่ฝุ่นสำหรับทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่พี่โดดลงไปช่วยผมตอนที่จมน้ำน่ะ” โนบิกล่าวขอบคุณออกมาจากใจจริง

“พี่ก็ขอบคุณเราเหมือนกันที่เรายังมีชีวิตอยู่ ให้พี่ได้ดูแลแบบนี้นะ”

แล้วทั้งคู่ก็หันมาสบตาและมองหน้ากันพร้อมกับถ่ายทอดความรู้สึกที่แต่ละฝ่ายมีให้กันออกมาจนบรรยากาศภายในโบกี้รถไฟอบอวลไปด้วยไออุ่นแห่งความรักของทั้งสองคน

เสียงรางรถไฟกระทบรางที่ดัง ไม่เท่ากับเสียงหัวใจของทั้งคู่ที่เต้นดังอยู่ตอนนี้ 

“พี่ฝุ่น..พี่จำคืนนั้นได้มั้ย คืนที่…” โนบิพูดขึ้นมาหลังจากที่ตอนนี้ได้ยินแต่เสียงหัวใจตัวเอง

ฝุ่นมองหน้าโนบิแล้วตอบว่า “อืม..จำได้สิ คืนที่เราให้พี่ช่วย…ไป 5 รอบอะเหรอ” พูดจบแล้วยิ้ม ๆ แบบมีเลศนัย

“โหยพี่…ช่วยบ้าอะไรข้ามไปชอตนั้นเร็วจัง ไปชอตแรกก่อนสิ..ตอนที่เราจูบกันครั้งแรกอะ..พี่รู้สึกยังไงบ้างจำได้มั้ย คืนนั้นผมเมาผมจำไม่ได้อะพี่”

“เดี๋ยวนึกก่อนนะ..”ฝุ่นทำหน้านึกสักแป๊บแล้วตอบว่า “วันนั้นเราดื่มน้ำหวานมามั้ง มันก็เลยจะหวาน ๆ หน่อยอะ”

“จริงเหรอพี่..ทำไมผมจำไม่ได้เลยอะพี่” พี่ดื่มน้ำอะไรมาอะคืนนั้น 

“ไม่รู้อะจำไม่ได้..ฮ่าฮ่าฮ่า” แต่ว่าเมื่อกี้พี่ดื่มนมรสสตรอว์เบอร์รีมานะ สนใจชิมมั้ย

“นมรสสตรอว์เบอร์รีมันเป็นรสไงเหรอพี่”  คนฝั่งตรงข้ามพูดเหมือนอยากชิม 

“ถ้าอยากชิมต้องมาใกล้ ๆ”

คนที่อยากรู้ว่ารสการจูบรสสตรอว์เบอร์รีเป็นแบบไหน ขยับตัวลุกขึ้นมานอนที่ตู้นอนของคนที่ท้าทาย แล้วค่อย ๆ ซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดแบบละม่อม

……………..

ราตรีนี้อีกยาวไกล การที่ทั้งสองได้มาอยู่ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน อาจเป็นโชคชะตาที่ขีดเอาไว้ทำเอาหัวใจของคนสองคนได้มาอยู่ใกล้กัน โดยที่ไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้เขาจะต้องเจอกับอะไรอีกรู้แต่ว่าหัวใจของทั้งสองคนเต้นแรง และเสียงดังมากกว่าเสียงของรถไฟวิ่งกระทบรางแน่นอน ฝันดี……