[ แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง] 

หลังจากผู้ป่วยถูกพาเข้าไปทำการรักษาที่ห้องไอซียูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หมอและพยาบาลต่างก็พากันเข้าไปเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยรายนี้กันอย่างแข็งขัน เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมงภายใต้ความร้อนใจของญาติผู้ป่วยที่นั่งรอด้วยความกระวนกระวาย และเป็นห่วงความปลอดภัยของผู้ป่วย

เวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมงกว่าหมอเจ้าของไข้จะเปิดประตูห้องฉุกเฉินออกมาพร้อมกับรายงานการรักษาของผู้ป่วย

[ซัน]

“หมอครับแม่ผมเป็นอย่างไรบ้างครับ” ญาติของผู้ป่วยรีบเข้าไปถามอาการของคนไข้ทันทีที่เห็นหมอเจ้าของไข้ก้าวออกมาจากห้องพักฉุกเฉิน

[หมอ]

“หมอขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ คนไข้มีภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน หมอพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของผู้ป่วยเอาไว้ได้” ทันทีที่หมอบอกข่าวร้ายเสร็จหมอเจ้าของไข้ก็กลับเข้าไปในห้องฉุกเฉินอีกครั้ง

หลังจากทราบข่าวของการจากไปอย่างไม่มีวันกลับเขาก็ค่อยๆทรุดร่างลงกับพื้นอย่างหมดแรง 

ไม่มีอีกแล้วรอยยิ้มในทุก เช้า ที่คอยส่งให้ลูกชายสุดที่รักออกไปผจญกับโลกภายนอก ไม่มีอีกแล้วสายตาคู่ที่อบอุ่นของผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกที่เฝ้ามองการกลับมาของลูก ไม่มีอีกแล้วคำพูดหวานๆที่เต็มไปด้วยความนุ่มนวล และความมั่นใจในเวลาที่ต้องต่อสู้กับทุก เรื่องลูกทำได้อยู่แล้ว ลูกของแม่เก่งเสมอไม่มีอีกแล้วสองมือที่แสนอบอุ่นที่คอยประคองกอบกุมเวลาที่เค้าท้อแท้และร้องไห้ ไม่มีอีกแล้วตักนุ่มๆ อกอุ่นๆ ที่ปลอดภัยของผู้หญิงที่เรียกตัวเองว่าแม่ และจากนี้ไปจะไม่มีอีกแล้วกับคำว่าฝันดีนะคนดีของแม่จากนางฟ้าในบ้านที่กล่อมลูกชายคนนี้ให้หลับฝันดีทุกคืน 

“แม่” เสียงตะโกนออกมาจากภาพในฝัน ที่มักจะออกมาพร้อมน้ำตาของผู้ชายที่จิตใจเต็มไปด้วยรอยแค้น

ก๊อกก๊อกก๊อก

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของลานจอดเข้ามาเคาะกระจกรถของซันเมื่อเห็นว่ารถของซันมาจอดที่ลาดจอดของโรงพยาบาลนานแล้วแต่ก็ไม่เห็นซันก้าวออกมาจากรถ จนท.จึงได้มาลองเคาะกระจกรถดูให้แน่ใจเผื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติขึ้นเขาจะได้ดำเนินการช่วยเหลือได้ทัน

ซันค่อยๆลืมตารับแสงอย่างช้า ๆ ลดกระจกรถลงก่อนจะพูดกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนนั้น

“ไม่เป็นไรครับ ผมคิดอะไรนิดหน่อยจนเผลอหลับไปนะครับ”

“อ้อ…ครับ” หลังจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วจึงได้ขอตัวกลับไป

“นี่เราฝันร้ายถึงเหตุการณ์วันนั้นอีกแล้วเหรอ” ซันคิดกับตัวเองในใจ

ตั้งแต่เมื่อสายๆ ที่เกิดเหตุการณ์ยื้อยุดกันที่สะพานปลาจนทำให้ซันพลาดเผลอผลักโนบิจนตกทะเลไป โชคดีที่ฝุ่นกระโดดลงไปช่วยโนบิขึ้นมาจากทะเลได้ทัน และถูกพาตัวมาโรงพยาบาลแห่งนี้  

ถึงแม้ซันจะเกลียดโนบิที่ได้ความรักจากพ่อมากกว่าตน แต่ซันก็ไม่เคยคิดจะทำร้ายโนบิจนถึงแก่ชีวิตอย่างที่ฝุ่นเข้าใจ เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงอุบัติเหตุ และทันทีที่ซันได้รู้จากฝุ่นว่าโนบิเป็นโรคหัวใจ และเคยได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจมาก่อนหน้านี้ ทำให้ซันกลับนึกถึงเหตุการณ์วันที่แม่ของเขาต้องเข้ารักษาตัวโดยด่วน ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา โรคหัวใจที่ฆ่าชีวิตแม่ของซันไปจากซันเมื่อสามปีก่อน 

ก่อนหน้านั้นซันเข้าใจว่าที่พักหลังแม่ของเขาล้มป่วยเป็นเพราะตรอมใจที่พ่อของเขาไม่ค่อยได้มาหา ถึงแม้ท่านจะส่งเสียและเลี้ยงดูพวกเขาทั้งคู่ดีมากแค่ไหน แต่พวกเขาก็ยังอยากให้ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันมากกว่า แต่เพราะแม่ของเขาเป็นเพียงภรรยานอกสมรส ทำให้เขาและแม่ต้องอยู่กันเพียงลำพังสองคน จนกระทั่งซันได้รู้ว่าแม่ของเขานั้นป่วยเป็นโรคหัวใจก็ในวันที่สายไปเสียแล้ว

เขาโทษตัวเองมาตลอดที่ไม่เคยรู้เลยว่าแม่ของตนนั้นป่วยเป็นโรคหัวใจ ทำให้เขาไม่ได้ดูแลแม่ของเขาให้ดีเท่าทีควร จนท่านเกิดอาการภาวะหัวใจล้มเหลงเฉียบพลันจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและเสียชีวิต เพราะเหตุนี้ทำให้เขาโทษตัวเองและพาลโกรธและเกลียดพ่อของตัวเองไปด้วย และเพราะซันมักจะมีปากเสียงกับพ่อของตัวเองทุกครั้งที่เจอหน้ากัน ทำให้รอยร้าวระหว่างเขากับพ่อยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่รู้ว่าจะมีวันไหนที่รอยร้าวนี้จะประสานให้ดีเหมือนเดิม

……………………………………………………

หลังจากฝุ่นช่วยโนบิขึ้นจากทะเลและถูกสายฟ้า นักศึกษาแพทย์ช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว โนบิก็ถูกพาตัวส่งโรงพบาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที หมอพาตัวของโนบิเข้าห้องฉุกเฉินก่อนจะเร่งดำเนินการรักษาเวลาผ่านไปกว่าชั่วโมงท่ามกลางบรรดาเพื่อนๆและพี่ๆในทีมประกวดดาวเดือน รวมทั้งฝุ่นต่างก็นั่งบ้างยืนบ้างอยู่บริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน

ซันเดินเข้ามาสมทบกับทุกคน และทันทีที่ซันมาถึงที่หน้าห้องฉุกเฉินทุกคนในที่นั้นต่างก็พากันมองไปที่ซันกันเป็นตาเดียวด้วยเข้าใจว่าซันเป็นคนผลักโนบิตกทะเล 

[ฝุ่น]

“มึงจะมาทำไมวะไอ้ซัน จะมาดูว่าโนบิตายสมใจมึงแล้วอย่างนั้นหรือไง” ฝุ่นเข้ามากระชากคอเสื้อของซันอย่างโมโห

[ซัน]

“กูไม่ได้ตั้งใจผลักโนบิจริง ๆ นะฝุ่น มันเป็นอุบัติเหตุ มึงก็เห็น” ซันพูดปฏิเสธ และบอกเจตนาว่าตนไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ

ในช่วงชุลมุนกันอยู่นั้นประตูห้องฉุกเฉินก็ถูกเปิดออกก่อนที่หมอเจ้าของไข้ของโนบิจะก้าวออกมา ทุกคนจึงเบี่ยงเบนความสนใจไปที่คุณหมอทันที

[ฝุ่น]

“หมอครับโนบิเป็นอย่างไรบ้างครับ” ฝุ่นเดินผละจากซัน รีบเข้าไปถามอาการของโนบิทันที

[หมอ]

“คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ”

หลังจากหมอแจ้งข่าวแล้ว ทุกคนในที่นั้นต่างก็พากันดีใจเสียยกใหญ่เมื่อได้รู้ว่าโนบินั้นปลอดภัย โดยไม่มีใครสนใจซันอีก ซันเมื่อได้รู้ว่าโนบิปลอดภัยถึงแม้เขาจะเกลียดโนบิมากแค่ไหน แต่ในใจลึกๆของเขากลับรู้สึกโล่งใจหลังจากได้ยินว่าโนบิปลอดภัยแล้วเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ

เมื่อซันได้รู้ว่าโนบิปลอดภัยแล้ว เขาจึงได้ก้าวออกมาจากตรงนั้นเพื่อเดินไปที่ลานจอดรถเพื่อขับรถกลับกรุงเทพ แต่เพราะความเพลียกับอะไรหลายๆเหตุการณ์ในช่วงเช้าทำให้เค้าเผลอหลับไปประมาณ เกือบ 3 ชม. จนเจ้าหน้าที่เข้ามาเคาะกระจกรถ และเมื่อซันตื่นจากฝัน พอรวบรวมสติได้เค้าก็สตาร์ทรถพร้อมที่จะกลับกรุงเทพฯ โดยไม่รอกลับพร้อมคนอื่นๆ   

เมื่อเสียงสตาร์ทรถดังขึ้น เค้ามองไปข้างหน้าเพื่อจะเดินหน้ารถ มีผู้ชายมายืนดักหน้ารถของเขาไว้เสียก่อน

[ฮอน]

 “คุณท่านรอคุณซันอยู่ที่สนามกีฬาด้านหลังของโรงพยาบาลครับ” ฮอนเดินมาจากรถที่อยู่ฝั่งตรงข้าม 

[ซัน]

“พ่อรู้เรื่องนี้แล้วเหรอ” ซันถามแต่ก็ไม่ได้รอคำตอบจากฮอน 

ซันเปลี่ยนเป้าหมายลงจากรถ ลงรถมาคุยกับฮอน แล้วมุ่งหน้าเดินไปที่สนามกีฬาด้านหลังของโรงพยาบาลเพื่อไปหาพ่อของตนตามที่ฮอนบอกทันที

[เสียงการเจรจาของ เพื่อนรัก และพี่เจ้าของร้าน Crown Café ขณะเดินลงจากรถ]

ทางด้านของยูโรและแท็ปหลังจากทราบข่าวการเกิดอุบัติเหตุของโนบิ แท็ปกับยูโรก็รีบมาหาโนบิที่โรงพยาบาลทันทีโดยมีพี่ภัทรเป็นคนขับรถพาทั้งคู่มาที่โรงพยาบาลจากการแจ้งข่าวของฝุ่น มาถึงภายในสามชั่วโมง 

[แท็ป]

“เร็วยูโรฉันเป็นห่วงโนบิจะแย่แล้วนะ” แท็ปหันมาเร่งยูโรที่เอาแต่มองอะไรอยู่ก็ไม่รู้

[ยูโร]

“พี่ภัทรพาแท็ปไปก่อนเลยค่ะเดี๋ยวยูโรตามไป” ยูโรบอกพี่ภัทรที่เดินนำตนกับแท็ปให้พาเพื่อนตัวดีของตนล่วงหน้าไปก่อน

[แท็ป]

“แล้วแกจะไปไหนวะยูโร” แท็ปไม่วายถาม

[ยูโร]

“ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะเดี๋ยวจะตามไป”

[แท็ป]

“เออ…คนยิ่งรีบๆ จะมาเข้าอะไรกันตอนนี้วะ เออๆ ถ้าหลงก็โทรมาละกัน วุ่นวายจริง” แท็ปไม่วายบ่น

“เอ้าพี่ภัทรมัวยืนงงอะไรพี่ ไปพี่เรา เราต้องไปทางไหนต่อ พี่นำไปสิ…ผมอยากเจอเพื่อนผมจะแย่แล้วนะ” แท็ปหันไปหารุ่นพี่ที่เดินนำตนอยู่ด้วยน้ำเสียงแง่งอน เมื่ออารมณ์งอนก่อนหน้านี้ระหว่างทั้งคู่ยังไม่หายไป

[ภัทร] 

“ครับๆ คุณชายแท็ปสุดที่รัก”  ภัทรตั้งสติแล้วรับคำเชื้อเชิญเชิงสั่งของแท็ป และหาทิศทางที่จะเดินไปต่อ

ซึ่งเค้าก็ร้อนใจ ไม่แพ้แท็ปเหมือนกันกับการที่ทราบว่าโนบิจมน้ำ

[ก่อนหน้านี้ที่หอพักของแท็ป เมื่อคืน] หลังจากแท็ปวางโทรศัพท์ที่คุยกับโนบิเมื่อวานนี้ ภัทรก็ไขประตูเข้ามาที่ห้อง

หลังจากที่ตนวางสายจากโนบิเมื่อคืนก่อนที่จะเกิดเรื่องโนบิจมน้ำนั้น ตนก็ต้องมาเผชิญหน้ากับแขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างภัทรที่ถือวิสาสะไขกุญแจห้องพักของตนเข้ามาโดยที่ตนยังไม่ได้รับอนุญาต แล้วมานั่งหน้าบอกบุญไม่รับเมื่อตนพยายามขอร้องแกมบังคับให้แท็ปย้ายไปอยู่กับตนที่บ้าน

[ภัทร]

“ไปเก็บเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้แท็ป”

[แท็ป/ภัทร]

“แล้วทำไมผมต้องเก็บด้วยเล่า อยู่ที่หอนี้ก็ดีอยู่แล้ว” แท็ปเปิดต่อ

“ก็แล้วจะเสียค่าหอทำไมให้เปลือง ย้ายไปอยู่กับพี่นอกจากจะใกล้มหาวิทยาลัยแล้ว ยังไม่ต้องเสียทั้งค่าหอแล้วก็ค่ากินค่าอยู่อีก แบบนี้มันจะไม่ดีตรงไหน” 

“ก็ตรงที่ผมกับพี่เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วจะให้ผมไปอยู่กับพี่ในฐานะอะไรเล่า” แท็ปอดไม่ได้ที่จะโวยวายกลับผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า โดยภัทรเอาแต่บังคับให้ตนเก็บของย้ายไปอยู่ที่บ้านกับตัวเอง

“ก็ในฐานะเมียพี่ไง” ภัทรหลุดปากพูดออกมา

“ผมเป็นผู้ชายจะเป็นเมียพี่ได้ไง” แท็ปเถียงกลับอย่างลืมตัว

“ก็พี่ได้เราแล้ว เราก็ต้องเป็นเมียพี่สิ” ภัทรไม่ยอมเช่นกัน

“หยุดพูดเลยนะพี่ภัทร แค่เรามีอะไรกันคืนเดียว แถมพี่ยังเมาแล้วคิดว่าผมเป็นโนบิด้วยซ้ำ” แท็ปโวยวายตอบกลับด้วยน้ำเสียงแง่งอน

ภัทรเดินต้อนแท็ปไปที่หน้าห้องน้ำของเจ้าของห้อง

“งั้นถ้าเป็นตอนนี้ล่ะ ตอนที่พี่ไม่ได้เมาแล้วเราก็มีสติด้วยกันทั้งคู่แบบนี้ล่ะ” กล่าวจบภัทรก็ดึงแท็ปเข้าไปหอมแก้มคนน้องอย่างหิวกระหาย และแท็ปก็ขัดขืนไปมาตามระเบียบ

แท็ปดิ้นรนขัดขืนแบบใช้มือผลักภัทร แต่ได้ประมาณไม่ถึง 30 วินาทีก็ตัวอ่อนปวกเปียกอยู่ในอ้อมกอดของภัทรจนภัทรต้องประคองท้ายทอยของแท็ปเพื่อให้ตนจูบได้อย่างถนัดถนี่ ส่วนมืออีกข้างของภัทรก็โอบกอดเอวและสะโพกของแท็ปให้ดันเข้าหาตัวเองทำให้ส่วนนั้นของทั้งคู่ยิ่งบดเบียดและเสียดสีกันมากยิ่งขึ้น

จ๊วบ…จ๊วบ

อะ…อืม

“พี่ภัทร…ยะ…อย่า…อะ…อืม” แท็ปพยายามร้องห้ามแต่กลับหลุดเสียงครางออกมาแทนเมื่อคนตัวใหญ่ยังคงจูบแบบเอาแต่ใจอยู่แบบนั้น

ภัทรจูบสลับกับปล่อยให้แท็ปได้พักหายใจเป็นช่วง ๆ สลับกันอยู่แบบนี้จนริมฝีปากของแท็ปบวมเจ่อจากการถูกจูบเป็นเวลานาน จากอาการขัดขืนของแท็ปในตอนแรกค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นสมยอมจากการปลุกเร้าของภัทร และหัวใจตัวเองที่มันยอมใจอ่อนให้ภัทรไปบ้างแล้ว แต่เพราะความน้อยใจที่คิดว่าคนตัวใหญ่ไม่ได้รักตนเพราะรักโนบิเพื่อนของตนมากกว่า ทำให้แท็ปพยายามผลักไสภัทร

กลับกันในขณะที่แท็ปพยายามตีตัวออกห่าง แต่มันกลับยิ่งทำให้ภัทรรู้หัวใจตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าตนรู้สึกและคิดอย่างไรกับร่างในอ้อมกอดของตนกันแน่ ยิ่งตอนที่ตนได้เห็นว่าแท็ปสนิทสนมและใกล้ชิดกับเมฆพี่รหัสและยังเป็นรุ่นพี่ในคณะ แถมยังพักอยู่หอเดียวกันอีก ภัทรยิ่งหวงและไม่พอใจทุกครั้ง จนต้องมาขอร้องแกมบังคับให้แท็ปย้ายไปอยู่กับตน

บรรยากาศตอนนี้ มันช่างร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าภัทรสามารถกลืนกินร่างในอ้อมกอดนี้ลงท้องไปได้เพื่อที่จะได้ไม่มีใครได้เห็นหรือได้ใกล้ชิดกับแท็ป ภัทรเองคงจะทำไปแล้วเป็นแน่ ดังนั้นสิ่งที่ตนกำลังคิดจะทำกับร่างที่อยู่ในอ้อมกอดของตนตอนนี้จึงไม่ใช่เพราะความเมา แต่เป็นเพราะเสียงเรียกร้องของหัวใจที่ทำให้ภัทรทำอะไรเหมือนเป็นการหักหาญน้ำใจของคนตัวเล็กอยู่ในขณะนี้

แต่เมื่อได้เห็นปฏิกิริยาของแท็ปที่ขัดขืนในตอนแรกแปรเปลี่ยนมาเป็นจูบตอบตนแบบคนไม่รู้ประสา แต่ก็ยังคงพยายามจูบตอบกับตนอย่างดูดดื่มไม่ยอมลดละเช่นที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ภัทรก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เมื่อตนเริ่มแน่ใจแล้วว่าตนรู้สึกกับร่างในอ้อมกอดคนนี้อย่างไร และอีกฝ่ายก็รู้สึกกับตนไม่ต่างกัน

ภัทรค่อยถอดเสื้อผ้าของแท็ปออกโดยที่ไม่ยอมผละจูบออกจากร่างให้อ้อมกอดเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่ภัทรจะค่อยๆดันร่างของแท็ปให้ล้มตัวลงนอนลงบนเตียงโดยมีร่างของตนตามไปทาบทับ และบดจูบซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ เนิ่นนานไม่ห่าง ราวกับหิวกระหาย เพราะทันทีที่ภัทรได้รับรสจูบที่หอมกรุ่นอุ่นไอรักจากริมฝีปากสีชมพูของแท็ป ภัทรก็ยิ่งอยากได้อีกเรื่อย ๆ

และไม่กี่นาทีต่อมาร่างของแท็ปถูกตนลอกคราบจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่า ภัทรก็เปลี่ยนเป้าหมายจากริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการถูกจูบเป็นเวลานาน มาเป็นยอดอกทั้งสองข้างของแท็ปแทน ภัทรทั้งจูบและบีบขย่ำยอดอกของแท็ปจนแข็งเป็นไตสู้มือ ภัทรเร่งอารมณ์ดูดจนยอดอกไม้ทั้งสองข้างตั้งชูชัน และเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายของตน

“อะ….อืม…จ๊วบ…จ๊วบ”

แท็ปหลุดเสียงครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน พร้อมกับขยุ่มผมของภัทรเพื่อระบายความเสียว และทันทีที่แก่นกลางกายของตนถูกคนตัวใหญ่สาวจนเร่าร้อนไปทั้งขณะ แท็ปก็ถึงกับเสียวซ่านจนต้องแอ่นสะโพกขึ้นรับการการสาวอย่างรู้จังหวะของภัทร  แท็ปเมื่อถูกปรนเปรอทั้งยอดอกและจุดสำคัญนั้น ก็ถึงกับเสียวซ่านจนหัวหมุนไปหมด ทำได้เพียงปล่อยให้คนตัวใหญ่เอาแต่ใจกับร่างกายของตนโดยที่ไม่อาจทำอะไรได้เลย

ภัทรลากลิ้นจากยอดอก ก่อนจะมาเลียวนอยู่รอบสะดือของแท็ปสักพักใหญ่จนแท็ปรู้สึกเสียวท้องน้อยไปหมดจนต้องขยุ่มผ้าปูที่นอนเอาไว้เพื่อระบายความเสียวสะท้านที่ได้รับ และทันทีที่ภัทรถึงจุดตรงนั้นก็ ใช้ปากครอบแท่งร้อนของแท็ปและบรรจงใช้ปากกับตรงนั้นราวกับเด็กน้อยกำลังกินแท่งไอติมอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อคนโดนกระทำแบบนั้น ก็ถึงกับดิ้นเร้าอยู่ใต้ร่างของภัทรโดยไม่แยแสพระจันทร์ที่กำลังมองลอดช่องหน้าต่างดูรสรักของทั้งสองมาจากข้างนอก

“พี่ภัทร…ผม…สะ…เสียว”

“อะ…อะ…อืม”

“พี่รักเรานะแท็ป พี่ไม่ได้พูดเพราะความเมา ตอนนี้พี่มีสติดีและรับรู้ทุกการกระทำว่าตอนนี้พี่กำลังทำอะไรอยู่” ภัทรเงยหน้าขึ้นมามองหน้าแท็ปก่อนจะพูด หลังจากพูดจบเขาก็ก้มลงไปจุ๊บที่สำคัญของแท็ปอย่างรักใคร่และหวงแหน

“ขอโทษที่พี่รู้หัวใจตัวเองช้าไป” ภัทรเงยหน้าขึ้นพูดอีกครั้งก่อนจะกลับไปให้ความสนใจตรงนั้นของแท็ปอีกครั้ง

หลังจากได้ยินคำว่ารักจากปากของภัทร กำแพงที่แท็ปสร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจตัวเองก็ค่อยๆพังทลายทีละนิดทีละนิดจนไม่มีเหลือ ทำให้หลังจากนั้นแท็ปก็ตอบกลับและมอบความรักให้กับภัทรเช่นเดียวกันอย่างยินยอมพร้อมใจ ภัทรพลิกตัวไอ้ตัวแสบให้นอนราบไปกับที่นอน แล้วขึ้นค่อมไปที่ราวอก กึ่งนั่งกึ่งค่อมโดยที่ แท่งแก่นชี้ตรงไปที่หน้าของคนน้องแบบพร้อมจะระเบิดออกมา คนน้องเมื่อเห็นแท่งแก่นอยู่ตรงหน้าก็ใช้ปากครอบไปอย่างอัตโนมัติและตามสัญชาตญาณที่เคยเรียนรู้มาจากครั้งก่อน ทำให้คนพี่ร้องแบบไม่เป็นภาษาออกมาด้วยความเสียว และด้วยความไร้เดียงสาของคนน้องที่ตั้งใจทำทั้งๆที่ไม่ชอบทำแบบนั้น  ทั้งคู่ปรับเปลี่ยนท่าตามคำสั่งของคนพี่แบบที่เรียกว่าสมยอม

กว่าบทรักอันเร่าร้อนของทั้งคู่จะจบลงก็ล่วงเข้าสู่เช้าวันใหม่ ความสุขของปลายทางก็มาจบที่แท็ปหลับคาอกของภัทร  โดยใต้ผ้าห่มเต็มไปด้วยการปลดปล่อยครั้งแล้วครั้งเล่าของทั้งคู่ จนสมใจ พออิ่มกับรสรักที่ทั้งคู่ได้มอบให้แก่กันเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็จัดการทำความสะอาดร่างกายของแท็ปจนสะอาด ภัทรที่แสนจะกวน กลายเป็นผู้ชายที่อบอุ่นแบบไม่น่าเชื่อ ภัทรทำหน้าที่ช้อนอุ้มร่างของแท็ปมานอนลงที่เตียงอย่างข้าวใหม่ปลามัน และสมทบด้วยร่างของตนเข้ามานอนเคียงข้างพร้อมกับโอบกอดร่างที่อยู่ในอ้อมกอดเอาไว้อย่างมีความสุขก่อนจะพูดว่า

จุ๊บ…

“ฝันดีนะครับที่รักของพี่”

หลังจากนั้นทั้งคู่ก็หลับไปพร้อมกัน จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากเกิดเรื่องกับโนบิ ประมาณ 11.00 น.ภัทรก็ได้รับโทรศัพท์จากฝุ่นโทรมาแจ้งข่าวของโนบิว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับโนบิจนโนบิตกทะเล และตอนนี้กำลังถูกพาตัวไปที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เนื่องจากฝุ่นไม่มีเบอร์ติดต่อของแท็ปและยูโร ฝุ่นจึงขอให้ภัทรช่วยประสานเรื่องแจ้งข่าวให้เพื่อนสนิททั้งสองของโนบิได้รับรู้ โดยที่ฝุ่นไม่ได้รู้เลยว่าหนึ่งในเพื่อนสนิททั้งสองของโนบิกำลังนอนอยู่ในอ้อมกอดของรุ่นพี่ตนอยู่ในตอนนี้ (โดยเสื้อของทั้งคู่สลับกันแบบรู้เลยว่า…เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น)

วางสายจากฝุ่นแล้ว ภัทรก็รีบปลุกให้แท็ปรู้สึกตัวตื่น และทันทีที่ร่างบางรู้สึกตัวพร้อมกับอาการปวดเมื่อยตามร่างกายโดยเฉพาะช่องทางด้านหลัง ภัทรก็ได้รับสายตาแง่งอนส่งกลับมาจากแท็ปที่เขาเอาแต่ใจกับร่างกายของคนตัวเล็กจนแทบลุกไม่ขึ้น เขาจึงเอาใจด้วยการช้อนอุ้มร่างบางไปอาบน้ำให้โดยที่เขาก็ฉวยโอกาสตอดเล็กตอดน้อยกับร่างบางพอให้กระชุ่มกระชวยหัวใจ

หลังจากนั้นตนก็ขับรถพาแท็ปไปรับยูโรที่บ้านก่อนจะมุ่งหน้ามาที่โรงพยาบาลพัทยาที่โนบิถูกส่งไปเมื่อเกิดอุบัติเหตุจมน้ำ และเหตุที่ร่างบางยังงอนตนไม่หายจนถึงตอนนี้นอกจากเรื่องที่ตนเอาแต่ใจกับร่างกายของร่างบางแล้ว ยังรวมไปถึงรอยคิสมาร์กที่ตนเผลอทำรอยไว้จนคนหูตาไวอย่างยูโรเผลอเห็นเข้าจนอดที่จะล้อแท็ปไม่ได้ จนไอ้ตัวแสบพาลมาโกรธภัทรซึ่งเป็นต้นเหตุของรอยคิสมาร์กนั้นด้วย ดีที่ตอนที่ยูโรไม่ได้สังเกตุท่าเดินแปลกของแท็ปยูโรจึงไม่ล้อซ้ำ ถ้านางสังเกตุก็มีหวังแท็ปจะโกรธภัทรหนักกว่านี้เป็นแน่

 แยกจากยูโรแล้วเขาก็พาแท็ปไปหาฝุ่นทันที เมื่อมาถึงที่ห้องพักฟื้นของโนบิก็พบกับคนอื่น ๆ ที่มาคอยให้กำลังใจโนบิอยู่ก่อนแล้วเช่นกัน

[ภัทร]

“ฝุ่นโนบิเป็นไงบ้างอ่ะ” ภัทรถามรุ่นน้องของตนทันทีที่ไปถึง

[ฝุ่น]

“ตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับ แต่ยังหลับอยู่เพราะฤทธิ์ยา”ฝุ่นบอก

[แท็ป]

“ผมเข้าไปเยี่ยมโนบิได้ไหมครับ” แท็ปถาม

“ได้ครับ” หลังจากได้ยินดังนั้นแท็ปก็ให้ภัทรพาเข้าไปเยี่ยมโนบิในห้องทันที เพราะคนที่อยู่ข้างนอกสลับกันเข้าไปเยี่ยมโนบิกันหมดแล้ว

ทางด้านของเล็กน้อยและทีมงานคนอื่น ๆ รวมทั้งบรรดาดาวเดือนที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ หลังจากเห็นว่าตอนนี้โนบิปลอดภัยแล้วจึงออกมาบอกฝุ่นว่าจะขอกลับไปทำเรื่องเช็คเอ้าท์ออกจากที่พัก และพาน้อง ๆ กลับกรุงเทพกันก่อนเนื่องจากเล็กน้อยโทรไปแจ้งข่าวให้ที่บ้านของโนบิทราบเรื่องแล้วตอนนี้คุณพ่อก็ได้มาถึงแล้ว ตนจึงได้หายห่วงและพาน้อง ๆ กลับกรุงเทพได้อย่างสบายใจ

[เล็กน้อย]

“ฝุ่นฉันขอพาน้อง ๆ กลับกรุงเทพก่อนนะ ทางนี้ฉันฝากแกช่วยดูแลโนบิให้ด้วยนะ” เล็กเข้ามาบอก

[ฝุ่น]

“ได้แกพาน้อง ๆ กลับไปก่อนเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้เดี๋ยวฉันดูแลโนบิให้เอง”

[เล็กน้อย]

“ขอบใจแกมากนะฝุ่น มีอะไรเร่งด่วนโทรหาได้เลยนะแก ชั้นก็เป็นห่วงน้องเหมือนกัน” เล็กน้อยพูดพร้อมกับเข้ามาตบที่บ่าของฝุ่นก่อนจะพากันกลับไป 

[ฝุ่น] 

ความรู้สึกตอนนี้มันเหมือนผมได้ของรักกลับมาอีกครั้ง ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ผมกับโนบิมันมากกว่าความผูกพัน ผมก็ยังไม่เข้าใจตัวเอง ว่าตอนนี้ผมคิดยังไงกับน้องกันแน่ กับเสียงที่อยู่ในใจของผมมันบอกว่าผมจะเสียโนบิไปไม่ได้อีกแล้ว หรือว่าการที่ผมไม่มีใครเป็นแฟน ปิดกั้นตัวเอง เพื่อมาเจอกับโนบิอย่างนั้นหรอ หรือว่าผมเป็นเกย์ หรือว่าผมเป็นไบ โอ๊ยยย  สับสนอย่างไม่เคยสับสนมาก่อน แต่ก็ช่างเถอะตอนนี้ผมต้องทำหน้าที่ดูแลไอ้ตัวยุ่งให้ดีที่สุด ถึงแม้เล็กน้อยจะไม่ฝากน้องให้ผมดูแล ผมก็จะดูแลน้องให้ดีที่สุด เพราะข้างในหัวใจผมคิดแบบนั้น