[โนบิ]

“พี่ฝุ่นเรื่องเมื่อคืนมันมีอะไรมากกว่าที่ผมเห็นในคลิปใช่ไหมครับ” โนบิกระซิบเบาๆถามพี่ฝุ่น

[ฝุ่น]

“ไว้เคลียร์ปัญหาตรงนี้แล้วพี่จะเล่าให้ฟังนะคนดี” พี่ฝุ่นกระซิบบอกผมโดยที่ไม่ทันรู้ตัวเองเลยสักนิดเดียวว่าเมื่อครู่พี่ฝุ่นเผลอเรียกโนบิว่าอะไรแต่โนบิได้ยินและรับรู้มันทุกคำ

[เล็กน้อย]

“ถ้างั้นฉันก็ขอสั่งทุกคนเลยนะว่าให้ทุกคนลบคลิปที่ได้รับมาออกจากเครื่องให้หมด อย่าให้มีคลิปนี้หลุดไปที่อื่นเด็ดขาด และขอให้ทุกคนลืมเรื่องนี้ไปเลยได้ยิ่งดี จนกว่าฉันจะหาตัวคนปล่อยคลิปและวางยาโนบิน้องสุดที่รักของฉันได้ ฉันขอทุกคนที่นี่แค่นี้ทำให้ได้ไหม” พี่เล็กน้อยขอร้องทุกคนที่อยู่ที่นี่ทั้งหมด

“โดยเฉพาะเธอก็อปปี้เพราะเครื่องของเธอคือต้นตอของการปล่อยคลิปเธอต้องลบออกให้หมดไหนมาให้ฉันดูหน่อยสิว่ามีคลิปหรือภาพอย่างอื่นอีกไหม” พี่เล็กหันไปสั่งความกับพี่ก็อปปี้พร้อมกับขอดูโทรศัพท์ของเธอ

พี่ก็อปปี้ยอมส่งโทรศัพท์ให้กับพี่เล็กน้อยอย่างเสียไม่ได้ 

“ปลดล๊อคให้ด้วยสิยะ” พี่เล็กส่งโทรศัพท์คืนให้พี่ก็อปปี้เพื่อปลดล๊อครหัสผ่าน 

หลังจากพี่ก็อปปี้ปลดล๊อคโทรศัพท์ให้พี่เล็กน้อยแล้วพี่เล็กน้อยก็จัดการเข้าไปดูไฟล์ที่อยู่ในโทรศัพท์ของพี่ก็อปปี้ก่อนจะจัดการลบคลิปและภาพทั้งเจ้าปัญหาทั้งหมดในเครื่องของพี่ก็อปปี้จนไม่มีเหลือ รวมทั้งหันไปย้ำกับคนอื่น ๆด้วยเรื่องที่ให้ลบคลิปที่ได้รับทิ้งทั้งหมด

ผมรู้สึกขอบคุณและซึ้งในน้ำใจของพี่เล็กน้อยมาก ถึงแม้เรื่องที่เกิดขึ้นกับผมเมื่อคืนนี้ผมจะจำมันไม่ได้ก็ตาม แต่เพียงแค่ได้เห็นว่าพี่เล็กน้อยรุ่นพี่ในคณะของผมคนนี้ยังคงเชื่อใจและไว้ใจผมกับพี่ฝุ่นว่าจะไม่ทำเรื่องไม่ดีอย่างที่คนอื่น ๆ เข้าใจ แค่นี้ผมก็ไม่รู้จะตอบแทนความเชื่อใจและไว้ใจที่พี่เล็กน้อยมอบให้นี้อย่างไรแล้ว  โนบิคิดในใจ

[เล็กน้อย]

“ขอบคุณทุกคนอีกครั้ง งั้นแยกย้ายไปกินข้าวกินปลากันได้แล้ว” พี่เล็กน้อยพูดตัดบทเมื่อเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ 

ถึงแม้เหตุการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ทำไมโนบิกลับรู้สึกว่าเหตุการณ์นี้มันยังมีอะไรมากกว่านี้นะ ดังนั้นเมื่อคนอื่น ๆ แยกย้ายกันไปจับจองที่นั่งทานอาหารเช้าที่ทางที่พักจัดไว้ให้กันแล้ว โนบิจึงลากมือพี่ฝุ่นให้ไปนั่งด้วยกันสองคน

[ฝุ่น]

“จูงมือพี่แบบนี้ไม่กลัวเป็นข่าวกับพี่อีกหรือไง คลิปหลุดก็เพิ่งจะเกิดขึ้นไปหมาดๆเองนะ” ทันทีที่ได้ยินพี่ฝุ่นพูดแบบนั้นมือผมที่จับจูงมือของพี่ฝุ่นอยู่ก็ราวกับโดนของร้อน จนต้องรีบปล่อยมือ 

โดยสายตาของก็อปปี้จับจ้องตลอดทุกวินาที ที่ทั้งสองคนนั้นเดินออกไป แต่ตอนนี้ไม่สามารถแสดงอาการได้มากเพราะเรื่องโทรศัพท์ถือเป็นชนักติดหลังของเธอ

ในใจคิดแบบโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้จริงๆ มองไปที่โนบิอย่างไม่ละสายตา

[โต๊ะอาหาร]

ทันทีที่เราสองคนหาที่นั่งที่พอจะเป็นส่วนตัวได้แล้วโนบิก็ถามเข้าเรื่องทันที

[โนบิ]

“พี่รู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนนี้ด้วยหรือเปล่า” โนบิถามและแอบรอคอยอย่างคาดหวังที่จะได้ยินคำปฏิเสธจากพี่ฝุ่น เพราะถ้าหากพี่ฝุ่นมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หัวใจของโนบิคงแหลกสลายไม่มีชิ้นดีเป็นแน่

[ฝุ่น] 

“พี่ไม่รู้ไม่เห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยนะ ตั้งแต่ที่พี่มีส่วนทำให้เรามีปัญหากับพ่อเพราะคลิปหลุดของเราสองคนครั้งนั้นพี่ก็ไม่เคยคิดจะทำร้ายเราอีกเลยนะ พี่สาบานได้” พี่ฝุ่นพูดออกมาจากใจจริง แล้วยกสามนิ้วขึ้นมาเหมือนตัวเองเป็นลูกเสือ

เพียงแค่ได้ยินคำปฏิเสธของพี่ฝุ่นเพียงแค่นี้ก็ทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีน้ำทิพย์ชโลมจิตใจอย่างไงอย่างงั้น และมันยิ่งทำให้ผมแน่ใจว่าผมรักพี่ฝุ่นจริง ๆ เข้าแล้วพี่ฝุ่นล่ะคิดอย่างไรกับผมกันแน่ ผมยังคงคิดสงสัยอยู่คนเดียวในใจ

[โนบิ]

“แล้วเรื่องเมื่อคืนมันมีเหตุการณ์มากกว่าที่พี่เล่าให้พี่เล็กน้อยฟังใช่ไหม” โนบิคาดคั้นถามจากไอ้พี่ฝุ่น

[ฝุ่น]

“ไม่หิวเหรอ เมื่อคืนพี่หมดแรงไปเยอะแล้ว หิวจะแย่แล้ว กินกินก่อน” ฝุ่นทำหน้าแบบหมดแรง

[โนบิ]

“หมดลง หมดแรงอะไรวะพี่ฝุ่น ทำไมพูดแบบนี้ แสดงว่าเมื่อคืนต้องมีอะไรแน่พี่ฝุ่นเล่ามานะ”

[ฝุ่น]

“ถามจริงนี่เราไม่รู้สึกเพลียๆ บ้างเหรอ เราสองคนเนี่ยแถบไม่ได้นอนเลยน้า ” ฝุ่นยั่วประสาทโนบิเพราะรู้ว่าสิ่งที่โนบิอยากรู้คือเกิดอะไรขึ้นหลังจากคลิปที่หลุดไป

[โนบิ]

“ไอ้พี่ฝุ่นอย่ามากวนได้ป่ะ เล่ามาเลยพี่ ผมเริ่มโมโหจริง ๆ แล้วนะ ทำไมผมต้องเพลีย” โนบิเริ่มหงุดหงิดใจอยากเปิดกล้องวงจรปิดในห้องที่เรานอนกันเมื่อคืนนี้ดูเดียวนี้ หรืออยากจะย้อนเวลากลับไปดูได้ซะตอนนี้ แล้วยังมาเจอกับคำตอบที่ยียวนกวนส้นของอีพี่ฝุ่นอีก ใจจะขาดเลยล่ะทีนี้

[ฝุ่น]

ทานข้าวให้เรียบร้อยก่อน แล้วเดี๋ยวเราค่อยไปหาที่ลับตาคนหรือที่ปลอดภัยกว่านี้หน่อยถ้าเราจะคุยกัน พี่ไม่อยากให้ใครมาได้ยินเรื่องที่เรากำลังคุยกัน พี่ไม่อยากให้เราเสียชื่อเสียงอีกแค่คลิปวันนี้พี่ก็รู้สึกผิดกับเราจะแย่แล้วที่ไม่สามารถปกป้องอะไรเราได้เลย นอกจากช่วยพูดให้ทุกคนเชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้เราสองคนไม่ได้มีอะไรกัน”

เมื่อได้ยินประโยคที่คนพี่พูดจบ ความอยากรู้ ผสมความโกรธ ผสมความรู้สึกผิดของฝุ่นที่ฝุ่นพูดนั้น ทั้งจากเหตการณ์คราวก่อนด้วยบวกกับเหตุการณ์คราวนี้ และความกวนประสาทจากคำตอบที่ได้รับ ทำให้โนบิจึงยิ้มให้กับฝุ่นในรอบหลายวันหลังจากเกิดเรื่องพ่อของโนบิรู้เรื่องคลิปหลุด

[โนบิ]

“งั้นทานเสร็จพี่ช่วยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ให้ผมฟังด้วยนะ” โนบิย้ำกับพี่ฝุ่นด้วยน้ำเสียงบังคับ

[ฝุ่น]

“ได้ครับที่รัก…แต่แน่ใจเหรอว่าเราจะไม่อกแตกตาย หัวใจหยุดเต้นไปก่อนจะฟังจบ” พี่ฝุ่นขู่

“….” ผมถึงกับใบ้กินไปทันทีเมื่อได้ยินประโยคนั้น โนบิจึงได้เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทานอาหารเช้าอย่างเร็วที่สุด

หลังจากที่ผมกับพี่ฝุ่นเราทานอาหารเช้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว สองคนพี่น้องก็ไปหาที่ลับตาและห่างไกลผู้คนเพื่อพูดคุยกันถึงเรื่องเมื่อคืนต่อ มุ่งหน้าตรงไปที่สะพานปลาที่อยู่ไกลจากที่พัก

[โนบิ]

“มาครับพี่ฝุ่นเล่าเรื่องเมื่อคืนให้ผมฟังทีนะ…น๊า” น้ำเสียงอ้อนพี่ฝุ่นในตอนท้าย

“อะ…แฮ่ม” พี่ฝุ่นกระแอมนิดหนึ่งก่อนจะเริ่มเล่าให้ผมฟัง

“มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก เราหายโกรธพี่หรือยังตอบมาก่อน” ฝุ่นถามเพื่อความแน่ใจ

“ก็ไม่ได้โกรธอะไรแล้วนี่พี่…พี่อธิบายมาแล้วว่าพี่มีเหตุผล และที่สำคัญมันผ่านมาแล้ว ผมแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว”

“โอเค ถ้าหายโกรธแล้วพี่จะเล่าให้ฟัง.” หน้าตาของคนพี่ระรื่นแบบที่เคยเห็นมาก่อน ทำให้คนน้องยิ้มตามกับท่าทางของคนพี่

ระหว่างที่เราสองคนกำลังจะเริ่มคุยกันเรื่องเมื่อคืนอยู่นั้นผมก็ได้ยินเสียงผู้ชายกับผู้หญิงกำลังโต้เถียงกันอยู่

‘ชู่วววน์..  เสียงคนทะเลาะกันดังมาก’ ทั้งสองคนเข้าไปหลบที่ที่พอบังตัวแล้วแอบมองไปตามเสียงดังที่ได้ยิน

พี่ฝุ่นยกนิ้วชี้ขึ้นแตะที่ริมฝีปากส่งสัญญาณบอกให้โนบิเงียบก่อนเพื่อรอฟังว่าเสียงที่ได้ยินนั้นมาจากทิศทางไหน และเมื่อเราสองคนตั้งใจฟัง เราสองคนก็แน่ใจว่าเสียงที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงของพี่ซันกับพี่ก็อปปี้นั่นเอง

[โนบิ]

“พะ…พี่….นั่นพี่ก็อปปี้กับพี่ซัน” ผมยังพูดไม่ทันจบประโยคพี่ฝุ่นก็เอาฝ่ามือทั้งมือมาป้องปากของผมจนมิดแล้วดึงผมมาอยู่ในอ้อมอกกระชากตัวอย่างเร็วเหมือนโดนล็อคตัว โดยผมเข้าไปแบบคู้ตัวแบบไม่ขัดขืนใด ๆ ได้. พอได้ยินเสียงไกล ๆ และรู้ทิศทางเราก็เดินตามเสียงไปเพื่ออยากรู้ว่าเสียงทะเลาะของชายหญิงที่เราได้ยินนั้นคือใคร และทะเลาะกันเรื่องอะไร

[ฝุ่น]

“อย่าเพิ่งถาม ถ้าอยากรู้ว่าเขาสองคนคุยอะไรกันก็ตามพี่มา ระวังด้วยอย่าส่งเสียง” พี่ฝุ่นเดินนำหน้าผมไปยังที่มาของเสียงโดยมีผมเกาะชายเสื้อของพี่ฝุ่นเดินตามไปไม่ห่าง

[ที่บริเวณสะพานปลา]

เราสองคนเดินตามเสียงจนไปถึงบริเวณสะพานปลาที่อยู่ไม่ไกลจากที่เราหลบไม่ให้สองคนที่กำลังทะเลาะกันเห็น สะพานที่สร้างทอดยาวออกไปในทะเล ใช้เป็นท่าเทียบเรือประมงเพื่อขนปลาขึ้นจากเรือ ดีที่บริเวณใกล้ๆกับที่พี่ซันกับพี่ก็อปปี้กำลังคุยกันอยู่นั้นมีเสาต้นใหญ่ที่ผมกับพี่ฝุ่นสามารถไปหลบเพื่อแอบฟังบทสนทนาของทั้งคู่ได้

[ก็อปปี้]

“นายทำบ้าอะไรของนาย ฉันเกือบจะต้องกลายเป็นแพะในเหตุการณ์คลิปบ้าๆนั้นแล้วนะพี่ซัน” ก็อปปี้ต่อว่าพี่ซันเรื่องอะไรสักอย่างซึ่งผมกับพี่ฝุ่นต่างหันมามองหน้ากันว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องคลิปหลุดของเราสองคนที่เป็นประเด็นในหัวข้อสนทนาเมื่อเช้านี้เป็นแน่

[ซัน]

“ฉันทำอะไรก็อปปี้” พี่ซันถามกลับด้วยทีท่าไม่ได้ทุกข์ร้อนต่ออารมณ์ที่ใกล้ถึงจุดเดือดของพี่ก็อปปี้เลยแม้แต่น้อย

[ก็อปปี้]

“เมื่อคืนนายเอาโทรศัพท์ฉันไปทำอะไร ไหนบอกว่าจะช่วยฉันเรื่องของพี่ฝุ่นไง”

ทันทีที่ผมได้ยินว่าเรื่องที่ทั้งคู่กำลังคุยกันนั้นเกี่ยวข้องกับพี่ฝุ่น โนบิกับพี่ฝุ่นก็บีบมือที่จับกันแทนการหันมามองหน้ากัน เพื่อเลี่ยงที่จะสบตากับพี่ฝุ่นเพื่อป้องการอาการหัวใจเต้นแรงจนเป็นลมไป

[ซัน]

“ก็นี่ไงฉันช่วยเธออยู่นี่ไง”

[ก็อปปี้]

“ช่วยบ้าอะไร นายกำลังจะทำให้ฉันเดือดร้อนล่ะสิไม่ว่า ดีนะที่โลมามาช่วยพูดให้ทุกคนเชื่อว่าโทรศัพท์ของฉันหายจริง ๆ ไม่งั้นทุกคนก็ต้องเข้าใจว่าฉันเป็นคนปล่อยคลิปและเป็นคนถ่ายคลิปบ้าๆนั้น นายทำแบบนี้มีจุดประสงค์อะไรกันแน่” พี่ก็อปปี้ถามพร้อมกับเข้าไปเขย่าตัวของพี่ซัน แต่กลับถูกพี่ซันปัดมือของพี่ก็อปปี้ออก

“นายกำลังคิดจะหลอกใช้ฉันอย่างนั้นหรือไอ้พี่ซัน”

[ซัน]

“ถ้าจะโทษก็ต้องโทษที่เธอมันโง่เอง ฉันแค่พูดถูกจุดเข้าหน่อยเธอก็ยอมร่วมมือกับฉัน เหมือนไอ้ฝุ่น ไอ้เด็กกำพร้านั่นไม่มีผิด”

[ก็อปปี้]

“นายทำอะไรกับพี่ฝุ่น” ก็อปปี้ถามเมื่อมีชื่อของพี่ฝุ่นออกมาจากปากของพี่ซัน 

ซึ่งมันทำให้โนบิแน่ใจว่าพี่ก็อปปี้จะต้องชอบพี่ฝุ่นแน่ ๆ และถูกพี่ซันอาศัยเรื่องที่พี่ก็อปปี้ชอบพี่ฝุ่นมาหลอกใช้พี่ก็อปปี้เป็นแน่ โนบิฟังก็อปปี้พูดแล้วคิดตาม

[ซัน]

“ป่าว…(เสียงสูง) ฉันไม่ได้ทำอะไรคนที่เธอชอบหรอก ฉันก็แค่เอาเงินฟาดหัวมันในตอนที่มันกำลังเดือดร้อนก็เท่านั้น เธอควรจะต้องขอบใจฉันมากกว่านะที่ช่วยสงเคราะห์ผู้ชายที่เธอชอบไม่ให้ต้องเดือดร้อนเรื่องเงินที่จะเอาไปช่วยบ้านเด็กกำพร้าอะไรนั้นนะ” พี่ซันพูดออกมาจนหมด สิ่งที่ได้ยินทำให้ผมยิ่งมั่นใจว่าคลิปที่พ่อให้ผมดูนั้นเป็นเรื่องจริงและพี่ซันก็เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้

[ก็อปปี้]

“แล้วทำไมนายต้องทำร้ายโนบิด้วย” พี่ก็อปปี้ถามออกมาอย่างสงสัย

[โนบิ]

“ใช่ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าผมไปทำอะไรให้พี่ พี่ถึงจ้องจะทำร้ายผมครั้งแล้วครั้งเล่าแบบนี้” ผมออกมาจากที่ซ่อนโดยที่พี่ฝุ่นห้ามเอาไว้ไม่ทัน

เพราะผมอยากจะถามพี่ซันเรื่องนี้มานานแล้วว่าทำไมพี่ซันจะต้องจ้องทำร้ายผม ต้องวางแผนทำให้ผมเสียชื่อด้วย 

“โนบิ” พี่ฝุ่นเรียกชื่อผมพร้อมกับเข้ามายืนซ้อนทางด้านหลัง

“ไอ้ฝุ่น/พี่ฝุ่น  โนบิ/โนบิ” พี่ซันและพี่ก็อปปี้เรียกชื่อพี่ฝุ่นออกมาพร้อมกัน

[ก็อปปี้]

“พี่ฝุ่นก็อปปี้ไม่รู้เรื่องคลิปจริง ๆ นะคะ” พี่ก็อปปี้รีบหันมาบอกพี่ฝุ่นทันทีเมื่อคิดว่าพี่ฝุ่นคงได้ยินเรื่องที่ตนคุยกับพี่ซันแล้วแน่ ๆ

“…” พี่ฝุ่นไม่ตอบอะไรพี่ก็อปปี้ แต่กับหันมาให้ความสนใจโนบิกับพี่ซันแทน และทำเหมือนพี่ก็อปปี้เป็นเพียงอากาศธาตุ เพียงเท่านี้ก็ทำให้พี่ก็อปปี้รู้สึกเสียหน้าจนไม่อยากอยู่ตรงนั้นได้อีกต่อไป ทุกอย่างมันเร็วมาก แต่ก็ไม่อาจออกไปจากตรงนั้นได้

บริเวณสะพานปลาเริ่มมาคุขึ้นเรื่อยๆ ซันมองไปที่ฝุ่นกับโนบิแบบตกใจ แถมทำหน้าเยอะเย้ยด้วยซ้ำว่าทั้งสองคนเป็นไปตามแผนที่ตนวางไว้เหลือเพียง โนบิจึงหันกลับมายืนประจันหน้ากับพี่ซันเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบจากปากของพี่ซันอีกครั้ง

[โนบิ]

“พี่ตอบผมมาดิวะ พี่ทำร้ายผมทำไม ผมไปทำอะไรให้พี่เหรอ” โนบิถาม พร้อมกับเดินเข้าไปผลักอกของพี่ซันที่ไม่ทันระวังจนเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

[ฝุ่น]

“ใจเย็นโนบิค่อยๆคุยกันดีๆ ” เป็นพี่ฝุ่นที่เข้ามากอดเอวโนบิแล้วบอกให้ใจเย็นๆ ก่อน

[โนบิ] 

“ตอบผมมาดิ ผมไปทำอะไรให้ ทำไมต้องทำร้ายผมมากมายขนาดนี้พี่ไม่คิดบ้างเหรอว่าไอ้คลิปบ้าๆนั้นจะทำให้ชีวิตของผมเดือดร้อน ผมแค่ต้องการเรียนอย่างมีความสุข ได้ใช้ชีวิตนักศึกษาร่วมกับเพื่อนๆ พี่ๆ แล้วพี่มาทำแบบนี้กับชีวิตของผมทำไม” ผมถามออกด้วยความอัดอั้นพร้อมกับน้ำตาที่ค่อยๆไหลออกมาเป็นสายโดยไร้แม้แต่เสียงสะอื้น มีเพียงน้ำตาที่ไหลออกมาเงียบๆโดยที่ผมไม่สนใจที่จะเช็ดมันออกแม้แต่น้อย

[ซัน]

“อยากใช้ชีวิตสุขสบายเหรอ อยากเรียนอย่างมีความสุขอย่างนั้นเหรอ คนอย่างมึงก็สุขสบายอยู่แล้ว จะไปรู้รสของความทุกข์อะไรวะ” พี่ซันยอมเปิดปากพูดหลังจากที่นิ่งเงียบและปล่อยให้ผมคาดคั้นอยู่นาน

[โนบิ]

“พี่ก็บอกผมสิ ผมไปทำอะไรเหรอ ผมเคยทำร้ายพี่อย่างงั้นหรือไงพี่ถึงต้องมาทำร้ายผมขนาดนี้พี่ซัน” ผมยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาแบบลวกๆแล้วถามพี่ซันอีกครั้ง

“….” พี่ซันไม่ตอบเอาแต่เงียบจนผมหมดความอดทนเข้าไปกระชากคอเสื้อของพี่ซันอีกครั้ง

[โนบิ]

“ตอบมาดิวะ เงียบอยู่ทำไม เป็นลูกผู้ชายกล้าทำไมไม่กล้ารับวะ” ผมกระชากคอเสื้อของพี่ซันมาเขย่าอย่างคาดคั้น

[ซัน] 

“ปล่อย” พี่ซันร้องห้ามผมด้วยเสียงกดดันพร้อมปัดมือของโนบิออกจากคอเสื้อ

ผลั้ก…พี่ซันเมื่อเห็นผมไม่ยอมปล่อยจึงผลักหน้าอกของผมอย่างแรงเพื่อให้ผมยอมปล่อยมือ

 [ฝุ่น]

“เห้ย…ไอ้ซันมึงจะมากไปแล้วนะ มึงหยุดเลย มึงผลักน้องทำไมวะ” พี่ฝุ่นที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่นานอดรนทนไม่ไหวเข้ามาช่วยผมอีกแรง 

และแล้วการยื้อยุดกันก็เกิดขึ้นระหว่างเราทั้งสี่คน

[โนบิ]

“ในสายตา ผมเคยคิดว่าพี่ซันเป็นคนดี แค่ดุๆไปงั้นๆ เป็นพี่ชายที่ผมอยากมี ทั้งหล่อ ทั้งเก่ง และผมก็นึกว่าพี่ก็คิดว่าผมเป็นน้องคนหนึ่ง มาสนใจ มาใส่ใจ มาดูแลผม แต่เรื่องทั้งหมดกลับกลายเป็นพี่ซันที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ผมเจ็บว่ะ เจ็บตรงนี้” ผมชี้นิ้วไปที่หัวใจ

“ไอ้ฝุ่นปล่อยกูดิวะ” พี่ซันหันไปต่อว่าพี่ฝุ่นที่ล็อคแขนของพี่ซันไว้ก่อนจะหันมาคุยกับผมต่อ

[ซัน]

“เจ็บปวดอย่างนั้นเหรอ แล้วใครใช้ให้มึงมารู้สึกดีกับกู ก็ไม่เคยอยากเป็นพี่มึงไอ้โนบิ” 

ดูเหมือนพี่ซันจะหัวเสียเอามาก ๆ เรื่องที่ผมพูดว่าผมอยากให้พี่ซันมาเป็นพี่ชายของผมจนพี่ซันดิ้นหลุดจากการกอดรัดของพี่ฝุ่นออกมาได้ พี่ซันก็พุ่งเข้ามาผลักที่อกของผมอย่างแรง สองครั้ง จนผมเสียหลักถอยไปด้านหลัง แต่เหมือนเป็นคราวเคราะห์ของผมเพราะจุดที่ผมยืนอยู่เป็นจุดที่อยู่เกือบจะชิดขอบของสะพานปลาแล้วจากการยื้อยุดก่อนหน้านี้ ทำให้ทันทีที่พี่ซันหลุดจากพี่ฝุ่นแล้วเข้ามาผลักที่หน้าอกของผมจนผมเสียหลักเซถอยหลัง แต่พื้นที่ด้านหลังไม่มีอยู่แล้ว ทำให้มีเพียงพื้นน้ำทะเลเท่านั้นที่สามารถรองรับผมเอาไว้ได้

ตูมมมมมมม

“โนบิ” 

ตูมมมมมมม

เสียงแรกคือเสียงที่ผมเสียหลักหงายหลังตกลงไปในน้ำทะเล เสียงที่สองเป็นเสียงของพี่ฝุ่นที่ตะโกนเรียกชื่อของผมทันทีที่เห็นร่างของผมค่อยๆร่วงหล่นลงไปในน้ำทะเล ก่อนที่พี่ฝุ่นจะกระโจนตามลงไปในน้ำทะเลด้วย

เนื่องด้วยตอนนี้คลื่นลมทะเลกำลังซัดมา ทำให้ทันทีที่ผมตกลงไปในน้ำผมก็ไม่สามารถประคองตัวเองให้ลอยตัวอยู่ในน้ำได้ ทำได้เพียงปล่อยให้กระแสน้ำและกระแสคลื่นกลืนกินร่างของผมไปทีละนิดๆ ผมพยายามตะเกียกตะกายเพื่อเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์นี้แต่ดูเหมือนเรี่ยวแรงที่ผมมีไม่อาจจะต้านทานความแรงของกระแสน้ำได้

ทั้งสามคน ซัน ก็อปปี้ ฝุ่นเห็นร่างของโนบิ ปลิวลงน้ำอย่างเร็วด้วยแรงผลักของซัน 

ร่างของผมค่อยๆจมลงไปในทะเลทีละนิดทีละนิดพร้อมกับลมหายใจเฮือกสุดท้ายของผมที่ค่อยๆหมดลงไปเรื่อย ๆกับสติของผมที่ค่อยๆลดลง และก่อนที่ผมจะขาดอากาศหายใจ ผมก็ถูกใครบางคนคว้าร่างเอาไว้ได้ก่อนจะดึงร่างของผมเข้าหาตัว แล้วทำการมอบลมหายใจเพื่อต่อลมหายใจที่กำลังจะหมดลงให้กับผม

ผมพยายามเพ่งมองคนที่กำลังมอบลมหายใจด้วยการประกบปากกับผมอยู่ในกระแสคลื่นของท้องทะเลอยู่ในตอนนี้ ก่อนจะพบว่าคนที่เข้ามาช่วยชีวิตและต่อลมหายใจให้ผมก็คือพี่ฝุ่นนั้นเอง

“อย่าเป็นอะไรไปนะโนบิ…พี่รักเรา ลืมตาขึ้นมาสิโนบิ” เสียงความในใจของฝุ่นดังก้องไปทั้งพื้นทะเล

รักเหรอ พี่ฝุ่นรักเราอย่างนั้นเหรอ ผมคิดกับตัวเองในใจก่อนจะลืมตาขึ้นมา และทันทีที่ริมฝีปากของผมเป็นอิสระผมก็รวบรวมเรี่ยวแรงที่ยังพอเหลืออยู่คิดในใจของผมออกมาให้คนที่กำลังประกบปากเยียวยาลมหายใจผมอยู่ในใต้ทะเล เช่นกัน

“ผมก็รักพี่เหมือนกันครับพี่ฝุ่น” แล้วสติของผมก็ค่อย ๆ ดับวูบไป

ในช่วงที่ผมอยู่ในภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่นั้น ผมรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงราวกับมันกำลังพยายามเต้นเพื่อต่อลมหายใจและยื้อผมไว้ให้ยังมีชีวิตอยู่ และเหมือนผมจะได้ยินเสียงที่ดังขึ้นในหัวของผม เสียงของใครบางคนซึ่งไม่ใช่เสียงของพี่ฝุ่นอย่างแน่นอน

“อย่าตายนะโนบิ ฉันอุตส่าห์มอบหัวใจให้นาย นายจะมาตายง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้นะ”

“เสียงใครนะ”

“แข็งใจไว้สิ นายต้องมีชีวิตรอดเพื่อดูแลฝุ่นแทนฉัน ได้ยินไหมโนบิฉันยอมแล้ว ฉันยอมให้นายดูแลฝุ่นแล้ว นายอย่าเป็นอะไรไปนะ”

ฝุ่น

ทันทีที่ผมเห็นร่างของโนบิค่อยร่วงหล่นลงไปในน้ำผมก็ไม่ต้องคิดอะไรรีบกระโดดน้ำตามลงไปช่วยโนบิทันที ผมดำผุดดำว่ายอยู่ในทะเลหลายวินาทีกว่าจะหาร่างของโนบิที่กำลังจะค่อยๆจมลงไปในน้ำทีละนิดๆ ผมรีบเข้าไปช่วยต่อลมหายใจเพียงอยากจะช่วยคนที่ผมรู้สึกดีที่สุดในตอนนี้ หรือเป็นเพราะหัวใจของผมเริ่มมีความรักก็ไม่แน่ใจหลังจากเจอตัวโนบิผมก็พยายามจะพาร่างนั้นขึ้นมารับอากาศเหนือทะเล 

รู้แต่ว่าตอนนี้ผมจะทำทุกอย่างไม่ให้ผมต้องสูญเสียคนที่ผมรู้สึกว่าผมเริ่มรักไปอีก ผมเสียคนที่ผมรักมามากพอแล้ว และคนที่อยู่ตรงหน้านี้ห้ามจากผมไปเด็ดขาด และผมรู้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าผมนี้ กำลังเรียกผมอยู่ในใจให้ผมไปช่วยชีวิตเค้า ผมรู้สึกได้ว่าการช่วยเหลือในครั้งนี้มันคือความรู้สึกรักที่มันไม่มีข้อแม้ใด ๆ ที่จะห้ามหัวใจของเราทั้งสองคนได้ มันอาจจะมาจากการเริ่มต้นที่แปลกๆ แต่สำหรับตอนนี้ผมยอมแม้จะแลกลมหายใจของผมกับเด็กผู้ชายคนนี้ได้ แม้ผมจะต้องจากโลกนี้ไป

มือที่แหวกว่ายตามหา เมื่อเห็นร่างของคนที่ผมรักอยู่ใกล้ๆ ผมว่ายตรงไปแล้วคว้ามือได้ เสียงหัวใจของผมดังไปทั้งทะเลแล้วตอนนี้ “อย่าเป็นอะไรไปนะโนบิ…พี่รักเรา ลืมตาขึ้นมาสิโนบิลืมตามองพี่ พี่ฝุ่นอยู่นี่แล้วไง”

สายตาที่หลับพร้อมจะดิ่งลึกลงไปในทะเล เหมือนได้ยินเสียงที่ผมพูดก็ค่อยๆเปิดแล้วมองมาที่ผม ดวงตาที่รอคอยความช่วยเหลือ ไม่มีคำพูดไหนในตอนนั้นมีแต่คำพูดของหัวใจ ทั้งสองคนที่บอกรักกันก้องทะเล

เหมือนเคยอาการมองตากันคงกำเริบเมื่อทั้งสองมองตากัน โลกของโนบิก็ดับลง ฝุ่นใช้ลมหายใจของตัวเองพาโนบิขึ้นมาเหนือน้ำทันที และค่อยๆว่ายน้ำดันตัวขึ้นที่ฝั่งโดยไม่รู้เอาเรี่ยวแรงทั้งหัวใจมาจากที่ไหน ร่วมกับความร่วมมือของโนบิที่มีคนของหัวใจบอกว่า “แข็งใจไว้สิ นายต้องมีชีวิตรอดเพื่อดูแลฝุ่นแทนฉัน ได้ยินไหมโนบิฉันยอมแล้ว ฉันยอมให้นายดูแลฝุ่นแล้ว นายอย่าเป็นอะไรไปนะ” 

ฝุ่นลากตัวของโนบิและดึงร่างของโนบิขึ้นมาบนผิวน้ำ และรีบว่ายพาร่างของโนบิที่ตอนนี้หมดสติไปแล้วขึ้นมาบนฝั่ง

[ก็อปปี้] 

ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วยมีคนจมน้ำค่ะ   เสียงของก็อปปี้ตะโกนบอกให้คนมาช่วยทำให้ทีมงานและดาวเดือนที่เพิ่งทานข้าวเสร็จได้ยินก็วิ่งมาจุดที่เรียกว่าสะพานปลา ทุกคนตกใจ และภาพที่ทุกคนเห็นเมื่อมาถึงคือ ฝุ่นกำลังอุ้มโนบิขึ้นจากน้ำไกลๆ แต่สายคลิป สายภาพนิ่ง ก็รัวภาพการช่วยเหลือของฝุ่นและโนบิรัวๆ วิ่งมาด้วยถ่ายมาด้วยอย่างมืออาชีพ

เมื่อผมกับโนบิขึ้นมาบนสะพานปลาได้แล้ว ผมทำอะไรไม่ถูกนึกถึงแต่ตอนเรียนปี 2 ตอนเรียนว่ายน้ำว่าเมื่อคนจมน้ำต้องทำยังไง

สิ่งที่นึกได้ตอนนี้ คือการเมาท์ทูเมาท์ เอาน้ำออกจากตัวโนบิ

“ทำไงดีวะ อ่ะ ลองใช้มือประสานที่หน้าอก นับ 1 2 3” ทำแบบนี้ 3 ครั้ง ก็ไม่รู้สึกตัว 

โอ้ย…ทำไงดีวะ  มันต้องเมาท์ทูเมาท์ หรอวะ อ่ะ อ่ะ  ลองดู ฝุ่นคิดในใจแล้วก็ทำตามที่ใจคิด

เอามือจับปากคนที่จมน้ำออกให้กว้าง  หายใจเข้าลึกๆ  หลับตานับ 1 2 3 ในใจ  

ไม่รอช้าก้มลงไปประกบปากคนที่นอนจมน้ำอยู่  ผมรีบหายใจลึกๆ แล้วจูบไปที่ปากอย่างทำอะไรไม่ถูก เชี้ย..ด่าตัวเองในใจนี่กูทำผิดวิธีป่าววะ เค้าต้องทำไงวะ

ไอ้ฝุ่น พี่ฝุ่น  ฝุ่น  (เสียงตะโกนดังมาเป็นแผง จากด้านบนชายหาด) เพื่อนๆ พี่ๆ และชาวคณะมาได้ทันพอดีเห็นฝุ่นประกบปากโนบิ 

ทำอะไรอ่ะ / โนบิเป็นอะไร /ว้ายโนบิจมน้ำ  /เมาท์ทูเมาท์กันจ้าแม่..(เสียงพูดหลายคำมาพร้อมกับเดินมาดูฝุ่นและโนบิ)

[เล็กน้อย ]

แกทำอะไรน้องชั้น อีฝุ่น แล้วยังไงอ่ะ ทำยังไงอ่ะ แกทำ CPR มั่วป่าวอีฝุ่น น้องฉันจะเป็นไรมั้ย เล็กน้อยรุกรี้รุกรน ตะโกนไม่ขาดเสียง  อ้าว สายฟ้า แกๆ ยืนทำไมช่วยน้องหน่อยซิ สายฟ้าเดือนคณะแพทย์ปี 3 ก็เข้ามาช่วยดูอาการของโนบิและเร่งดำเนินการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และทำ CPR ให้กับโนบิแบบที่ถูกต้อง 

รุ่นพี่อีกคนรีบวิ่งไปเอารถมาเพื่อจะพาโนบิไปหาโรงพยาบาลอันใกล้

สายฟ้า ทำ CPR ตามจังหวะที่ถูกต้อง จน โนบิ “อ๊อก..อ๊อก.เฮือก” 

โนบิสำลักเอาน้ำทะเลออกมา โนบิรู้สึกตัว สายฟ้าเรียกฝุ่นเข้ามาช่วยยกตัวโนบิ  

ฝุ่นใช้ตักรองหัวของโนบิ แล้วโนบิก็ค่อยๆลืมตาขึ้น ฝุ่นรีบประคองร่างของโนบิทันทีด้วยความเป็นห่วง

[ฝุ่น]

“เป็นไงบ้างโนบิ พี่กลัวแทบแย่ กลัวว่านายจะเป็นอะไรไป” ผมเข้าไปกอด แบบลืมตัวในขณะที่คนอื่นต่างมองกันแล้วยิ้มๆ และยังตกใจไม่หายกับการจมน้ำของโนบิ

โนบิเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม เป็นครั้งแรกในรอบเดือนที่ผ่านมาที่โนบิยอมสบตากับผมโดยที่ไม่มีอาการหัวใจเต้นแรงจนเป็นลมไปเหมือนเช่นที่ผ่านๆมา

[โนบิ]

“พี่ฝุ่นครับ ผมไม่เป็นอะไรแล้ว ผมไม่เป็นอะไรแล้ว ขอบคุณนะครับ” โนบิยกมือขึ้นจับแก้มของผม ก่อนจะพูดขอบคุณผมแล้วหมดสติไปอีกครั้ง

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากแต่การกอดของสองหนุ่ม ไม่ได้มีห่วงเรื่องจิ้นเจิ้นอะไรแล้วกอดกันต่อหน้าคนอื่นแบบไม่อาย เพราะสิ่งที่ผ่านมาก่อนหน้านี้มันเหมือนวินาทีเป็น วินาทีตาย และทุกอย่างเป็นตามเสียงของหัวใจทั้งคู่จริงๆ ที่ทำให้ฝุ่นช่วยโนบิขึ้นมาจากทะเลได้

[สายฟ้า]

“รีบพาโนบิไปโรงพยาบาลกันก่อนเถอะฝุ่น” สายฟ้าพูด 

เมื่อได้ยินดังนั้นพวกเราต่างก็ช่วยกันพาโนบิไปที่โรงพยาบาลทันทีโดยมีสายฟ้าคอยดูแล เมื่อเห็นว่าโนบิอยู่ในการดูแลของว่าที่หมออย่างสายฟ้าแล้ว ผมจึงหันไปหาซันตัวต้นเหตุทันทีแทนที่จะตามโนบิไป

[ฝุ่น]

“สะใจนายแล้วใช่ไหมซัน นายรู้ไหมว่าโนบิเป็นโรคหัวใจ และเคยผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจมาก่อน การจมน้ำครั้งนี้อาจทำให้โนบิตายได้เลยนะ นายเกลียดอะไรโนบิมากมายขนาดไหนฉันไม่รู้หรอกนะ แต่การที่ทำกันถึงตายแบบนี้ฉันว่านายทำเกินไปว่ะซัน” พูดจบผมก็เดินตามไปหาโนบิที่รถ แล้วพาไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันทีโดยทิ้งให้ซันที่ยืนอึ้งกับเรื่องที่ผมพูดออกไปพร้อมกับต่อว่าซันกลายๆด้วย

“โธ่โว้ยยยยยยยยยยยยย” น้ำเสียงของซันเหมือนปลดปล่อยให้คนทั้งโลกรู้ว่า มันไม่น่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเลย