[ร้าน Crown Café ]

วันนี้เป็นอีกวันที่ก็อปปี้มาที่ร้าน จุดประสงค์ของเธอไม่ใช่แค่ต้องการมาทานอาหารที่ร้านเท่านั้น แต่เหตุผลที่ทำให้เธอมาที่ร้านแห่งนี้บ่อย ๆ ก็เพราะเธอต้องการมาเจอกับฝุ่นชายหนุ่มที่เธอหมายปองนั้นเอง และดูเหมือนการมาที่ร้านของก๊อปปี้จะทำให้กำแพงที่ฝุ่นตั้งเอาไว้กับการที่จะไม่สนใจใครค่อยๆลดลงเรื่อย ๆ จนตอนนี้ฝุ่นเริ่มมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับก๊อปปี้บ้างอยู่เหมือนกัน เช่นตอนนี้ที่ฝุ่นยอมที่จะหยุดคุยกับก๊อปปี้เหมือนทุกทีที่เธอมาทานอาหารที่ร้าน

[ก็อปปี้]

“พี่ฝุ่นนี่ขยันจังเลยนะคะ ก็อปปี้มาที่ร้านนี้ทีไรก็ไม่เคยเห็นพี่ฝุ่นหยุดพักเลยสักวัน ถ้าใครได้เป็นแฟนคงจะมีความสุข มีแฟนทั้งหล่อ ทั้งขยัน ” ก็อปปี้ออกตัวแรง เพื่อหาเรื่องชวนฝุ่นคุยเหมือนเช่นทุกครั้งที่เธอมาทานอาหารที่ร้านนี้

[ฝุ่น]

“โอ๊ยก็เกินไป …ใครจะมาชอบพี่” พูดเหมือนกึ่งรับกึ่งถอย “ทำไงได้ล่ะครับ พี่ต้องทำงานเลี้ยงตัวเอง ทั้งค่าใช้จ่าย ค่าเรียน มันทำให้พี่ไม่สามารถอยู่เฉยๆโดยไม่ทำงานได้เลยนะครับ และที่สำคัญเรื่องแฟนสำหรับพี่ยังไม่คิดหรอกครับ” ฝุ่นก็ยังคงตอบก๊อปปี้ไปตามตรงเช่นเดิม

เป็นเพราะฝุ่นถูกเรียกว่าเด็กกำพร้ามาแต่เด็ก ถึงแม้จะได้รับความเมตตาจากครอบครัวที่รับอุปการะเป็นลูกบุญธรรม แต่ฝุ่นก็ยังคงโชคร้ายเมื่อครอบครัวที่รับฝุ่นไปเลี้ยงประสบเคราะห์กรรมโดยไฟคลอกเสียชีวิตทั้งครอบครัวในวันคล้ายวันเกิดของฝุ่นนั้นเอง และเพราะเหตุนี้จึงทำให้ฝุ่นไม่คิดจะรักใคร ไม่กล้ารักใคร หรือคิดจะมอบหัวใจให้ใครอีก เพราะเค้าไม่อยากที่จะเสียคนที่เค้ารักไปอีก 

แต่ตอนนี้กำแพงหนาที่ฝุ่นสร้างเอาไว้ กำลังค่อยๆถูกทำร้ายด้วยคนสองคน  

คนหนึ่งก็คือก็อปปี้หญิงสาวดีกรีดาวมหาลัย ที่หนุ่มๆในมหาลัยต่างแย่งกันเพื่อที่จะพิชิตใจเธอคนนี้ แต่เธอกับเพียรมาที่ร้านที่ฝุ่นทำงานแทบทุกวันเพื่อมาเจอกับฝุ่น จากตอนแรกที่ฝุ่นไม่ค่อยสนทนาด้วยมากนัก เพราะคิดว่าถ้าตนไม่สนใจ ไม่เล่นด้วย เธอก็คงจะหายไปเอง แต่ด้วยหลายเดือนที่เธอมาเกือบจะทุกวัน ก็กลายเป็นทั้งคู่ค่อยๆพัฒนาความสัมพันธ์กันมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ระยะห่างของการจะชอบ หรือเป็นแฟนกันห่างไกลโขกับความคิดของผม

และอีกคนที่ทำให้กำแพงหัวใจของฝุ่นสั่นคลอนมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกันจนแทบจะไม่มีเหลือแล้ว ก็คือคนที่เพียงสบตากับฝุ่นก็ถึงกับหัวใจเต้นแรงจนถึงกับเป็นลม คนที่ฝุ่นรู้สึกเหมือนว่ามาทำให้ชีวิตของฝุ่นวุ่นวาย แต่มันกับทำให้ชีวิตที่เงียบเหงาของฝุ่นค่อยๆมีชีวิตชีวามากขึ้นจนตอนนี้ฝุ่นเองก็แทบไม่รู้ตัวเองเลยว่าไอ้เด็กตัวยุ่งคนนี้จะมีอิทธิพลกับตนเองมากขนาดนี้ และคนคนนั้นเป็นใครไม่ได้…นอกจากโนบิ หนุ่มน้อยคุณหนูของใครหลายๆ คน

ขณะที่ฝุ่นกับก็อปปี้กำลังคุยกันอยู่นั้น ที่ด้านหน้าประตูร้านก็ได้มีใครคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาในร้านด้วยความรีบร้อน พร้อมกับท่าทีที่พร้อมจะหาเรื่องทุกคนที่เข้ามาขวางหน้า และจุดหมายของผู้มาใหม่คนนี้ก็คือฝุ่นนั้นเอง

“ไอ้พี่ฝุ่น ทำไมพี่มึงแม่งเชี่ยอย่างนี้วะ” 

[ฝุ่น]  “แท็ป” คนที่เข้ามาใหม่ก็คือแท็ปนั้นเอง

แท็ปเข้ามาถึงก็พลักฝุ่นอย่างแรงพร้อมกับต่อว่าด้วยความโมโห จนฝุ่นเซถอยหลัง และก็อปปี้ที่อยู่ในเหตุการณ์เองก็ถึงกับตกใจเช่นกัน รวมทั้งลูกค้าคนอื่น ๆ ที่นั่งกันอยู่ในร้านด้วย

[ฝุ่น]

“เกิดอะไรขึ้นวะแท็ป” ฝุ่นถามแท็ปออกไปด้วยความสงสัยที่อยู่ ๆ คนที่มักจะอารมณ์ดีอยู่เสมออย่างแท็ป ถึงได้มีท่าทีหัวเสียเหมือนไปกินรังแตนมาสักร้อยรังแบบนี้

[แท็ป]

“พี่ฝุ่นทำลงไปได้ไงวะ พี่แม่งเชี่ยมาก ๆ เลยวะ พี่รู้ไหมสิ่งที่พี่ร่วมมือกับไอ้พี่ซันมันกำลังทำให้ไอ้โนบิเพื่อนผมต้องลาออกจากมหาลัย และต้องลาออกจากการประกวดดาวเดือนคณะ” แท็ปบอกเหตุผลที่ทำให้ตนต้องมาอาละวาดฝุ่นถึงที่นี่

และทันทีที่แท็ปตะโกนบอกถึงสาเหตุที่ตนต้องมาอาละวาดถึงที่นี่ก็ทำให้ฝุ่นถึงกับยืนไม่ติด เมื่อตนรู้แก่ใจดีว่าเรื่องที่แท็ปพูดหมายถึงเรื่องอะไร และฝุ่นเองก็ไม่มีเวลามาคิดสงสัยว่าเรื่องที่ตนร่วมมือกับซันนั้นโนบิกับแท็ปรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร

“แล้วตอนนี้โนบิอยู่ที่ไหนอ่ะแท็ป บอกพี่มา บอกพี่มา” ฝุ่นเข้าไปจับไหล่ทั้งสองข้างของแท็ปเพื่อถามถึงใครอีกคนที่ทำให้ตนเป็นห่วงพร้อมกับรู้สึกผิดในตอนนี้เป็นอย่างมาก จนลืมหญิงสาวอีกคนที่ตอนนี้ถูกทำให้กลายเป็นอากาศธาตุไปเรียบร้อยแล้ว

“….” แท็ปเลือกที่จะเงียบ มองตาขวาง กำมือโกรธอยู่ในระยะห่างตรงหน้าฝุ่น ไม่ยอมบอกว่าโนบิเพื่อนของตนตอนนี้อยู่ที่ไหน ทั้งโกรธ ทั้งโมโห ไอ้คนที่อยู่ตรงหน้า

ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังมีเรื่องกันอยู่นั้น ดาวพนักงานในร้านที่เห็นเหตุการณ์ก็รีบวิ่งเข้าไปตามพี่ภัทรมาเพราะเกรงว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงมากกว่านี้ และพี่ภัทรก็ได้เข้ามาในจังหวะที่แท็ปโดนฝุ่นจับไหล่ทั้งสองข้างเพื่อถามหาโนบิ

[ภัทร]

“ไอ้ตัวแสบ เกิดเรื่องอะไรขึ้นวะ ไอ้ฝุ่นแกทำอะไรแท็ปวะ ” ภัทรมาถึงก็ล็อกเอวของแท็ปเพื่อดึงร่างของคนตัวเล็กเข้ามาหาตัว เป็นผลให้ฝุ่นต้องปล่อยไหล่ทั้งสองข้างของแท็ปโดยปริยาย

[แท็ป]

“ปล่อยผมนะพี่ภัทร” ทันทีที่แท็ปรับรู้ถึงแรงกอดรัดของภัทรจากทางด้านหลังก็ทำให้คนตัวเล็กถึงกับดิ้นเพื่อให้เป็นอิสระทันที

[ภัทร]

“เลิกดิ้นแล้วบอกพี่มาว่าเกิดอะไรขึ้น เรากับไอ้ฝุ่นมีเรื่องอะไรกัน” ภัทรพยายามถามแท็ปด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบเพื่อต้องการคำตอบจากแท็ปที่กำลังโกรธแบบที่ภัทรไม่เคยเจออารมณ์นี้มาก่อน ของเจ้าจอมพยศแท็ป

[แท็ป]

“ไอ้พี่มักมาก ก็ถามไอ้พี่ฝุ่นมันดูสิว่าพี่มันทำอะไรไว้กับโนบิ เพื่อนผม” ทันทีที่แท็ปพูดจบภัทรก็หันไปหาฝุ่นทันทีเพื่ออยากได้คำตอบ

[ฝุ่น]

“ไว้ผมจะมาอธิบายให้พี่ฟังที่หลังนะครับ แต่ตอนนี้ผมต้องไปหาโนบิก่อน” ฝุ่นหันไปบอกภัทร

[ภัทร]

“แท็ปโนบิอยู่ที่ไหน บอกพี่มา” ภัทรพยายามจะช่วยถามแท็ปให้ฝุ่นโดยที่ยังคงมีคนตัวเล็กดิ้นอยู่ในอ้อมกอด

[แท็ป] ยังคงเงียบ และนิ่งไม่ยอมตอบว่า โนบิ อยู่ไหน

[ฝุ่น] 

“บอกพี่มาเถอะ พี่จะไปขอโทษ พี่จะไปอธิบายเรื่องทุกอย่างให้โนบิฟัง”

[แท็ป] พอได้ฟังอย่างนั้นแล้ว ก็อยากให้เพื่อนได้รับคำอธิบายจากคนที่ทำให้เพื่อนต้องมีเรื่องราวถึงขั้นย้ายหอเพื่อกลับไปอยู่คอนโด

“โนบิเพิ่งมาทำเรื่องออกจากหอ ถ้าพี่สำนึกผิด และคิดจะไปแก้ไขสิ่งที่พี่ทำกับเพื่อนผม ก็ขอให้ไปทันนะ” และทันทีที่แท็ปบอกเท่านั้นละฝุ่นก็แทบวิ่งออกจากร้านไปแบบไม่คิดชีวิต

[ก็อปปี้]

“พี่ฝุ่น” ก็อปปี้ตะโกนเรียกฝุ่นทันทีที่แผ่นหลังของคนผู้ชายที่ตนมีใจก้าวออกจากร้านไปโดยไม่คิดจะเหลียวแลตนเลยแม้แต่น้อย

เมื่อตอนนี้ตนไม่ได้เป็นที่ต้องการ และแทบกลายเป็นส่วนเกินของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในร้านตรงนี้ เธอจึงคว้ากระเป๋าสะพายก้าวออกจากร้านตามวิ่งไปดูฝุ่นเช่นกัน

หลังจากที่ฝุ่นกับก็อปปี้ออกไปเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแท็ปกับภัทรเพียงสองคนเท่านั้น ภัทรจึงได้อุ้มแท็ปในท่ากอดจากด้านหลังแบบนั้นเข้าไปยังโซนห้องส่วนตัวของภัทร ด้านหลังเพื่อมาเคลียร์ปัญหาของพวกเค้าทั้งสองคนต่อ

[แท็ป]

“ไอ้พี่ภัทรปล่อยดิวะ ไอ้คนมักมาก ไอ้คนเห็นแก่ได้ ไอ้คนมั่ว ไอ้พี่เลว แม่งเอ้ย ปล่อยผมนะ ปล่อยผม” แท็ปทั้งดิ้นทั้งขัดขืนแต่ก็ไม่อาจสู้แรงของภัทรได้จนกระทั่งทั้งคู่เข้ามาอยู่ในห้องส่วนตัวของภัทรเรียบร้อยแล้ว

[ภัทร]

“เรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อยนะ ไอ้ตัวแสบ”

[แท็ป]

“ผมไม่มีอะไรจะคุยกับพี่ ปล่อยผมนะ” ภัทรลงไปนั่งบนโซฟา โดยที่ดึงคนตัวเล็กให้ตามลงไปนั่งอยู่บนตักของตนเองด้วย

“ทำไมต้องหลบหน้าพี่ แล้วนี่ด่าเป็นชุดเป็นอะไร ” ภัทรกระซิบถามอยู่ชิดริมใบหูด้านหลังของแท็ป

“ผมไม่ได้หลบหน้าพี่ แล้วคนอย่างพี่ต้องด่าแบบนี้แหล่ะถึงจะถูก แม่งเอ้ยยยย ทำไมผมต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้ด้วย ” แท็ปโกรธจนน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว

“ไม่ได้หลบหน้าแล้วทำไมถึงไม่มากินข้าวที่ร้าน ปกติเราจะต้องมากินข้าวที่ร้านพี่ทุกวัน พอเจอกันที่มหาวิทยาลัยเราก็แกล้งทำเป็นไม่เห็นพี่ แบบนี้ไม่เรียกว่าหลบหน้าแล้วจะเรียกว่าอะไรครับน้องแท็ป” ภัทรพยายามใช้น้ำเสียงที่ดูเป็นผู้ใหญ่มากที่สุดเพื่อกล่อมให้แท็ปยอมคุยกับตนดี ๆ

“….” เมื่อแท็ปได้ยินสิ่งที่ภัทรพูดออกมาก็ทำให้เขาถึงกับพูดไม่ออกเพราะสิ่งที่ภัทรพูดว่าตนกำลังหลบหน้าภัทรอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง แท็ปจึงทำได้เพียงนั่งก้มหน้าเช็ดน้ำตาไม่ยอมมองหน้าคนพี่

“ยังโกรธพี่เรื่องคืนนั้นอยู่อีกหรือครับ” เสียงภัทรราบเรียบเพราะคิดว่าการพูดแบบนี้จะทำให้คนตัวเล็กรับฟังการอธิบายหลายๆ อย่างที่ภัทรเคยพูดไปแต่แท็ปเลือกที่จะไม่ฟังคำอธิบาย

“พี่ขอโทษ เรื่องคืนนั้นเราอาจจะมองว่าพี่ทำลงไปเพราะความเมา แต่พี่อยากให้เรารู้ไว้นะว่าเรื่องคืนนั้นพี่จำมันได้ทุกอย่าง ทุกความรู้สึก และพี่มีความสุขกับมันมากแค่ไหนที่ได้อยู่กับเรา”

[แท็ป] เงยหน้าขึ้น แล้วพูดไปว่า 

“พี่มีความสุขเพราะพี่คิดว่าคนที่มีอะไรกับพี่ในคืนนั้นคือโนบินะสิ” แท็ปพูดถึงสิ่งที่ตนยังคงติดใจในเรื่องนี้ตั้งแต่คืนนั้นจนถึงวันนี้ ด้วยอารมณ์น้อยใจ

และทันทีที่แท็ปพูดจบก็ทำให้ภัทรรู้สึกผิดกับเรื่องนี้ไม่น้อยเช่นกัน เขาเลยพยายามเปลี่ยนเรื่องด้วยการยกเรื่องของเมฆขึ้นมา เพราะในวันที่เฉลยพี่รหัสและเป็นวันที่แท็ปต้องไปวิ่งรอบสนามบาส จนเกือบล้มแต่เมฆมารับไว้ทันทำให้ตอนที่ภัทรมาเห็นนั้นเหมือนทั้งคู่กำลังกอดกัน และวันนั้นมันทำให้ภัทรรู้สึกไม่พอใจ หงุดหงิดอยู่หลายวัน แทบไม่ได้สังเกตุเลยว่าจากเหตุการณ์นี้มันทำให้หัวใจของตัวเองไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

[ภัทร]

“วันนั้นพี่เห็นนะภาพที่เรากอดกันกลมกับคนที่ชื่อเมฆอะไรนั้นนะ สนิทกันมากเลยเหรอ ทำไมต้องให้มันคอยมารับมาส่ง ทำไมคนแรกที่เรานึกถึง ถึงไม่เป็นพี่ ทำไมต้องเป็นมัน” ประโยคท้ายภัทรถามออกไปด้วยน้ำเสียงตัดพ้ออยู่ในทีจนคนตัวเล็กเริ่มรู้สึกผิดจนยอมคุยดี ๆ กับภัทร

[แท็ป]

“พี่เมฆเป็นพี่รหัสของผมครับ และเป็นรุ่นพี่ที่อยู่หอเดียวกันกับผม แบบนี้จะไม่ให้ผมสนิท หรือคุยกับพี่เมฆได้ยังไงล่ะครับ

[ภัทร]

“พี่ไม่ชอบเวลาเห็นเราอยู่กับไอ้เชี่ยนั่น”

“พี่ภัทรพูดไม่เพราะ”

“พี่ขอโทษ…พี่ไม่ชอบเห็นเวลาเราอยู่กับไอ้คนชื่อเมฆอะไรนั้น”

“ เรื่องพี่เมฆธรรมดามาก ธรรมดากว่าที่พี่มักมาก ไปจูบกับโนบิที่ร้านหล้าหลังมอ”

“ฮะ…จูบกับโนบิ ที่หลังมอ พี่นี่นะจูบกับโนบิ  จะบ้าหรอไม่เคยจูบกับใครเลย” ภัทรตอบไปเพราะเอาจริงๆ ภัทรจำอะไรไม่ได้เลยเพราะคืนนั้นเมามาก เพราะการที่ไม่สามารถติดต่อแท็ปได้ และแท็ปเอาแต่หลบหน้าไม่อยากเจอ เค้าเลยต้องไประบายความเครียดโดยการไปเที่ยวที่หลังมอ. 

“พี่จูบกับโนบิ “ แล้วแท็ปก็เล่าเป็นฉากๆ เหมือนตนอยู่กับโนบิและพี่ภัทรตอนจูบกัน แต่เล่าให้ผู้ชายที่ตนนั่งตักอยู่นั้นด้วยอาการหงุดหงิด และไม่พอใจที่พี่ภัทรจูบกับโนบิ พอแท็ปพูดยืนยันว่าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นจริงๆ ภัทรจึงอธิบายทุกอย่างให้ฟัง ว่าตนไม่มีสติแน่ๆ เพราะขนาดยังจำไม่ได้เลยว่าตนทำแบบนั้นจริงๆ หรอ

“เอาเป็นว่าพี่สาบานให้ตายที่ไหนก็ได้ พี่ไม่รู้สึกตัวจริงๆ และจำไม่ได้เลยว่า พี่เจอโนบิ และจูบน้องเค้า แล้วพูดประโยคนั้นไปกับเค้า พี่ผิดเองพี่ขอโทษนะครับคุณเมียในอนาคต พอใจมั้ย”  จูบกับโนบิพี่จำไม่ได้ แต่จูบกับเราพี่ยังจำได้เลย “มันจะหวานๆ หน่อย อร่อยๆ นิดๆ” คนง้อเริ่มเปลี่ยนเรื่องหัวร้อนให้กลายเป็นเรื่องตลกๆ ที่อยากให้คนถูกง้อ หายงอน 

พอภัทรพูดจบและยืนยันว่าเมาจนไม่รู้ตัว คนตัวเล็กเริ่มอ่อนลง และเข้าใจว่าการที่เมาแล้วไม่รู้ตัวว่าทำอะไรไปมันเป็นยังไง และคำยืนยันหนักแน่นจากคนพี่ที่บอกว่า มันไม่มีอะไรจริงๆ และการเดินหน้าที่จะง้อของคนที่ก็เริ่มเดินต่อไปหยุด 

“แล้วไอ้เมฆนั่นล่ะ มันเป็นใครเล่ามาบ้าง”

“ก็ยังไม่เพราะอยู่ดี.. ไปเรียกพี่เมฆว่าไอ้” 

“อ่ะ พี่เมฆของเราล่ะ” 

“ทำไมละครับ.  แท็ปถามต่อ โดยหวังจะได้ยินคนพี่พูดว่าที่ตนนั้นทำก็เพราะหึง แต่เพราะภัทรยังคงปากแข็ง และไม่ยอมรับหัวใจตัวเอง ทำให้ภัทรไม่ยอมพูดคำที่อีกฝ่ายอยากได้ยินออกไป

เมื่อไม่ได้ยินทั้งคำว่ารัก หรือแม้แต่คำพูดที่บอกว่าการกระทำของคนพี่นั้นทำลงไปทั้งหมดเพราะความหึง แท็ปจึงกลับมาดิ้นเพื่อที่จะลงจากตักของภัทรอีกครั้ง

[แท็ป]

“ปล่อยผมครับ ผมจะกลับหอแล้ว มาจับผมไว้ทำไมเนี่ย” แท็ปพูดไปก็ดิ้นไปโดยไม่รู้เลยว่าการทำแบบนี้มันทำให้อวัยวะบางอย่างของภัทรที่แท็ปนั่งทับอยู่มันค่อยๆตื่นและแข็งแบบขนาดเจ้าตัวยังรู้สึกมีอารมณ์ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

[ภัทร]

“อย่าดิ้น” ภัทรร้องห้ามพร้อมกับพยายามเก็บกดอารมณ์ที่กำลังเกิดขึ้นให้สงบลง

[แท็ป]

“พี่ก็ปล่อยผมสักทีสิครับ” แท็ปยังคงไม่ยอม “ผมจะกลับแล้ว..”

[ภัทร]

“ถ้าเราไม่หยุดดิ้น เราอาจจะต้องรับผิดชอบเจ้านี่ที่มันกำลังจะตื่นขึ้นมานะครับ” ภัทรกระซิบบอกพร้อมกับใช้สายตาชี้ไปยังเป้ากางเกงของตนเองที่มันเริ่มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ เล่นเอาคนตัวเล็กที่อยู่บนตักถึงกลับหน้าแดง และหยุดดิ้นทันที

[แท็ป]

“ไอ้พี่ภัทร แม่งทะลึ่งว่ะ” แท็ปว่าพร้อมกับยู่หน้าใส่โดยที่ไม่รู้เลยว่าการกระทำของตนจะทำให้เจ้าของตักใจสั่นมากแค่ไหนกับความน่ารักที่ตนได้เห็น

[ภัทร]

“พูดไม่เพราะ..นะเรา คำก็ไอ้พี่ภัทร สองคำก็ไอ้พี่ภัทร แต่กับไอ้พี่เมฆ เรียกพี่เมฆทุกคำ”  สองมาตรฐานว่ะ ภัทรพูดเชิงน้อยใจไอ้ตัวแสบ

[แท็ป]

“โห..เลียนแบบ อย่างนี้ก็ได้หรอ..ทำเป็นน้อยใจ.พี่ไม่มีสิทธิ์น้อยใจผม” ไอ้ตัวแสบย้อนกลับ

[ภัทร]

“ย้ายมาอยู่กลับพี่ไหมจะได้ไม่ต้องเสียเงินค่าหอ มีที่นอนพร้อมอาหาร แถมอ้อมกอดอุ่นๆให้ด้วยนะ” อยู่ๆภัทรก็พูดบางอย่างขึ้นมาเล่นเอาคนตัวแสบถึงกับเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ

แว็บแรกที่แท็ปได้ยินสิ่งที่พี่ภัทรพูดเขารู้สึกอุ่นวาบขึ้นในหัวใจ แต่เมื่อมาคิดถึงความสัมพันธ์ที่คลุมเครือระหว่างตนกับรุ่นพี่ ทำให้แท็ปไม่อาจจะรับไมตรีของภัทรได้

[แท็ป]

“ไม่เป็นไรครับผมจ่ายค่าหอได้” แท็ปปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย

[ภัทร]

“ทำไมล่ะ หอเราทั้งไกลแล้วก็เดินทางลำบากย้ายมาอยู่กับพี่สบายจะตาย มานะคร๊าบ” เสียงอ้อน เพื่อจะให้ฝ่ายตรงข้ามตอบรับ

[แท็ป]

“แล้วจะให้ผมเข้ามาอยู่กับพี่ในฐานะอะไรล่ะครับ ถ้าแค่คนรู้จักพี่ไม่ต้องดูแลผมดีแบบนี้ก็ได้” แท็ปว่าพร้อมกับดันตัวเองออกจากตักของภัทร และครั้งนี้ภัทรยอมปล่อยให้แท็ปเป็นอิสระแต่โดยดี

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะครับ” ว่าจบแท็ปก็ก้าวออกจากห้องไปโดยไม่แม้จะหันกลับมามองเจ้าของห้องเลยแม้แต่น้อย เพราะถ้าหากแท็ปหันกลับไปภัทรคงจะได้เห็นอาการแน่นิ่งที่ไร้คำตอบ ที่มันเป็นคำตอบที่อยู่ในใจของภัทร ใจอยากจะตอบว่าในฐานะอะไรแต่ตอบได้ไม่เต็มปาก เพราะมันสับสนระหว่างคนที่ชอบมากคือโนบิ กับคนที่ตนต้องรับผิดชอบคือแท็ป ที่มันลำบากใจมากกว่านั้นคือ ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกัน

[ฝุ่นเร่งขี่จักรยานไปหาโนบิที่หอ]

ทางด้านของฝุ่นหลังจากที่ตนรู้ว่าการกระทำของตนทำให้โนบิเดือดร้อน ฝุ่นทั้งรู้สึกร้อนใจ และเป็นห่วงรวมทั้งรู้สึกผิดต่อโนบิเป็นอย่างมาก และเหนือสิ่งอื่นใดความรู้สึกของฝุ่นในตอนนี้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสียคนสำคัญในชีวิตไปอีกครั้ง ทำให้การมุ่งหน้าไปหอของโนบิ มันเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความพยายามสูงแบบที่ผู้ชายคนนึงไม่อยากจะเสียคนรักคนสำคัญคนนั้นไป

พอแล้วกำแพงที่สร้างขึ้นมา พอแล้วกับความอ้างว้างโดดเดี่ยว ถ้าการตัดสินใจของตนในครั้งนี้จะไม่ทำให้ตนต้องเสียโนบิไป ถ้าเขาต้องเจ็บเพราะการตัดสินใจพลาดในครั้งนี้เขาก็ยอม ขอแค่ตอนนี้ นาทีนี้เขาจะไม่เสียโนบิไป  ภาพเดิมๆ มุมเดิมๆ ที่โนบิซ้อนท้ายจักรยานก็ขึ้นมาในสมองของฝุ่น 

ฝุ่นพร่ำบอกกับตัวเองแบบนี้ตลอดทางที่ปั่นจักรยานไปหาโนบิที่หอ จนกระทั่งไปถึงที่หน้าหอก็พบว่าโนบิกำลังจะก้าวขึ้นรถคันหรู

[ฝุ่น]    “โนบิ ” ฝุ่นตะโกนเรียก พร้อมปั่นจักรยานอย่างเต็มแรง

 แต่โนบิไม่ได้ยิน เพราะระยะห่างของฝุ่น กับโนบิ มันห่างแบบ ถ้าไม่ได้สนใจมองหรือตั้งใจฟังก็ไม่มีใครได้ยินเหมือนโนบิเป็นแน่  และประกอบกับโนบิก้าวขึ้นไปในรถก่อนด้วย

[ก่อนหน้าโนบิจะเดินมาขึ้นรถ]

หลังจากที่พี่ฮอนให้คนของตนมาช่วยโนบิขนย้ายข้าวของจนหมดหอแล้ว ฮอนก็พาโนบิไปทำเรื่องคืนกุญแจก่อนจะพาขึ้นรถเพื่อกลับไปยังคอนโดของโนบิ

โนบิมองบรรยากาศโดยรอบเพื่อซึมซับบรรยากาศเดิม ๆ ที่ตนเคยอยู่ที่นี่ ภาพของวันแรกที่เจอกับฝุ่นก็แว็บขึ้นมาเฉยเลย ทำให้เค้ารู้สึกนึกถึงผู้ชายที่ชื่อฝุ่น ที่มีส่วนทำให้เกิดเหตุการณ์ต้องคือห้องในวันนี้ 

ในขณะที่เดินลงมาตามทางเพื่อจะขึ้นรถกลับคอนโด  เค้าก็อดจะมองไปที่ร้านของภัทรที่อยู่ไม่ไกลไม่ได้  และเมื่อโนบิมองบรรยากาศโดยรอบจนพอใจแล้วก็เตรียมก้าวขึ้นรถ เพราะฮอนมาเรียกให้โนบิขึ้นรถ

[ฮอน]

“ขึ้นรถเถอะครับคุณหนูเดี๋ยวจะดึกนะครับ” ฮอนเดินเข้ามารับกระเป๋าใบสุดท้ายที่โนบิถือมาด้วยตัวเอง 

“ครับพี่ฮอน” หลังจากโนบิส่งกระเป๋าให้ฮอน และรับคำฮอนจบก็ก้าวขึ้นไปที่รถ

โนบิหันกลับไปมองที่หออีกครั้งทำให้ไม่ทันเห็นว่าหลังจากที่ตนเบนสายตามาจากร้านของภัทรนั้นฝุ่นได้ปั่นจักรยานโดยจุดหมายก็คือมาหาตนนั้นเอง หลังจากนั้นโนบิก็ก้าวเข้าไปในรถโดยที่ไม่ทันได้ยินเสียงเรียกชื่อของตนจากฝุ่น

[โนบิ]

“ออกรถได้เลยครับพี่ฮอน” โนบิสั่งความก่อนจะหยิบหูฟังขึ้นสวมเพื่อฟังเพลงที่ตนชอบฟังและเป็นเพลงที่ตนตั้งใจจะใช้ในการประกวดเดือนมหาวิทยาลัยด้วยนั้นเองทำให้โนบิไม่ได้ยินเสียงเรียกของฝุ่น

แต่ฮอนที่ทำหน้าที่ขับรถให้กับโนบินั้นได้ยินเสียง และเห็นภาพที่ฝุ่นกำลังปั่นจักรยานตามรถของตนมา ผ่านทางกระจกมองหลัง และกระจกข้าง ฮอนรีบปรับโฟกัสของกระจกมองหลังให้เบนไปทางอื่นที่โนบิจะไม่สามารถมองเห็นภาพที่ฝุ่นกำลังปั่นจักรยานตามมาเมื่อฮอนเห็นว่าโนบิกำลังมีความสุขอยู่กับการฟังเพลง

ฮอนเร่งความเร็วของรถยนต์ให้เร็วขึ้นเพื่อไม่ให้ฝุ่นปั่นจักรยานตามมาทัน แต่ฝุ่นก็ยังคงไม่ละความพยายาม

[ฝุ่น]

“โนบิรอก่อน กลับมาคุยกับพี่ก่อน ” ฝุ่นทั้งปั่นจักรยานและตะโกนร้องเรียกโนบิไปด้วย

ฝุ่นพยายามปั่นจักรยานให้เร็วขึ้นเพื่อให้ทันกับความเร็วของรถยนต์ที่โนบินั่งอยู่ แต่ฝุ่นก็ไม่อาจปั่นตามได้ทันเพราะความเก่าของรถ และความเร็วที่เพิ่มขึ้นทำให้โซ่ของรถจักรยานเกิดเลื่อน ฟันเฟืองของล้อหลังเลื่อนจนไม่สามารถปั่นต่อไปได้ และด้วยแรงถีบเร่งความเร็วขึ้นนั้น มันทำให้โซ่ของรถจักรยานที่ขาดกระทันหันจนทำให้รถของฝุ่นเสียหลักล้มลง

           ฝุ่นกลิ้งตกจากรถจักรยานแต่เค้าก็ยังไม่ลดละความพยายามลุกขึ้น ปัดฝุ่นพร้อมวิ่งต่อ ตามรถของโนบิต่อไป

“โนบิ…โนบิ กลับมาคุยกับพี่ก่อน” น้ำตาที่คลออยู่ที่กรอบตามันเอ่อออกมา เพราะความพยายามที่ไม่สามารถหยุดการขับเคลื่อนของรถที่พาคนสำคัญจากไป วินาทีนั้นมันอึดอัดจนแทบขาดใจ คล้ายๆกับภาพที่เค้าต้องสูญเสียคนที่รักในทุกชั่วขณะของชีวิต และการจากไปของโนบิมีความรู้สึกเหมือนจะไม่ได้เจอคนคนนั้นอีกเหมือนเคย

โนบิเห็นฮอนเอาแต่มองกระจกส่องหลังจนมีพิรุธ ทำให้โนบิเริ่มหันไปสนใจฮอนแทนการตั้งใจฟังเพลงเช่นในตอนแรก

[โนบิ ]

“มีอะไรหรือครับพี่ฮอนผมเห็นพี่ฮอนเอาแต่มองกระจกหลังบ่อย ๆ” โนบิถามและเตรียมที่จะถอดหูฟังและกำลังจะหันไปมองทางด้านหลังแต่กลับถูกฮอนร้องห้ามไว้ก่อน

[ฮอน]   “คุณหนูครับ” ฮอนเรียกอย่างเสียงดังเพื่อเรียกร้องความสนใจจนโนบิต้องหันกลับมามองเลยไม่ทันได้เห็นตอนที่ฝุ่นรถจักรยานล้มแล้วต้องเปลี่ยนเป็นวิ่งตามมา

[โนบิ] 

“มีอะไรหรือครับพี่ฮอนเรียกผมซะเสียงดังเลย”

[ฮอน]

“ไม่มีอะไรหรอกครับผมแค่จะถามคุณหนูว่าเดี๋ยวผมจะขอพาคุณหนูไปหาอะไรทานก่อนกลับคอนโด คุณหนูอยากไปทานที่ร้านไหนครับ” 

หลังจากได้ยินคำถามโนบิยกนิ้วชี้ข้างขวาขึ้นแตะแก้มตัวเองด้วยความเคยชินก่อนจะทำท่านึกว่าตนเองอยากจะไปทานอาหารที่ร้านไหนดี

[โนบิ] 

“ผมอยากไปร้านที่พี่ฮอนเคยพาผมไปก่อนหน้านี้ครับ ร้านที่อยู่ริมแม่น้ำนะครับ” โนบิบอกฮอนไปโดยที่ลืมไปเสียสนิทว่าก่อนหน้านี้ตนกำลังจะหันกลับไปมองที่ด้านหลังรถ

“โนบิ”   โอ๊ย!! ฝุ่นวิ่งตามรถจนสะดุดล้ม

พร้อมกับไฟท้ายของรถโนบิที่ค่อยๆทิ้งห่างไปเรื่อย ๆ จนไม่สามารถวิ่งตามได้อีกต่อไป

โนบิ

พี่ขอโทษ

ความรู้สึกที่เหมือนโดนทอดทิ้งกลับมาอีกครั้ง การจากไปของพ่อแม่แท้ๆ ในวัยเด็ก การจากไปของเพื่อนรักที่แม้แต่บอกลาสักคำยังไม่ได้รับ การจากไปของครอบครัวที่ดูแลหลังจากที่ออกมาจากสถานเด็กกำพร้าในวันเกิด มันเป็นเหมือนหอกที่ตอกย้ำว่า ตนคงไม่สามารถรักใครได้ หากรักใครขึ้นมาเมื่อไหร่ คนเหล่านั้นจะต้องจากไปเหมือนกับวันนี้ที่ต้องเสียคนคนที่มาทำให้หัวใจสั่นทุกครั้งที่เจอ คนที่เข้ามาทำให้ชีวิตในทุก วันมีสีสันกว่าที่เป็น 

ก็อปปี้ที่กี่งเดินกึ่งวิ่งตามฝุ่นมา จนมองไปที่รถของโนบิ และภาพของฝุ่นที่อยู่ตรงหน้า ได้แต่สงสัยว่าจริงๆ แล้วหรือว่าทั้งคู่จะเป็นมากกว่าที่เห็น หรือจะเป็นตามที่ข่าวจิ้น 

ไม่มีทางหรอก พี่ฝุ่นจะต้องไม่เป็นแบบนั้น พี่ฝุ่นเป็นผู้ชายจะไปชอบผู้ชายได้ไง 

ก็อปปี้ ยืนดูอาการของพี่ฝุ่น อยู่ห่างๆ  สักพักแล้วเดินเข้าไปหาพี่ฝุ่นเพื่อทำคะแนนเหมือนที่เป็น  

งานนี้ มีสนุกแล้ว ถ้าก็อปปี้รู้แบบนี้ …หรือที่สงสัยจะเป็นจริง หรือไม่จริง แต่มันทำให้ก็อปปี้อยากที่จะรู้ขึ้นมาอีก แต่ถ้าเป็นจริงๆ ก็อปปี้จะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังแน่นอน …..