[ร้านเหล้าหลังมอ]

กลับบ้านเดี๋ยวนี้เรามีเรื่องต้องคุยกันโนบิ

ทันทีที่พ่อพูดประโยคนี้จบพ่อก็เดินออกไปจากร้านทันทีโดยไม่คิดจะหันหลังกลับมามองผมแม้แต่น้อยซึ่งท่านไม่สนใจว่าผมจะเดินตามไปหรือไม่ 

ผมยืนตัวชาอยู่ตรงนั้นโดยที่ไม่รู้ว่าตอนนี้ผมควรจะทำอะไรต่อไป จนพี่ฮอนเดินเข้ามาแตะที่ไหล่ของผมเบาๆจนผมได้สติเงยหน้าขึ้นไปมองพี่ฮอน ทำนบน้ำตาของผมก็มาจากไหนไม่รู้จนพี่ฮอนต้องดึงผมเข้าไปกอดปลอบ

“พี่ฮอน” ผมเรียกพี่ฮอนพร้อมกับเข้าไปซุกอยู่ที่อกอย่างหาที่พึ่ง

[ฮอน]

“รีบตามคุณท่านไปก่อนเถอะครับ ก่อนที่คุณท่านจะโกรธไปมากกว่านี้” พี่ฮอนว่าพร้อมกับประคองผมให้เดินตามออกมาจากร้านเหล้าโดยที่ผมไม่ทันได้ร่ำลาพี่ซันกับพี่เจเดนเลยแม้แต่น้อย

[ทางด้านของพี่ซันและพี่เจเดน] 

ทันทีที่พี่เจเดนเห็นว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับผม พี่เจเดนก็เตรียมที่จะวิ่งเข้ามายังจุดที่เกิดเรื่องกับโนบิแต่กับถูกพี่ซันดึงตัวไว้

[เจเดน]

“จับผมไว้ทำไมวะพี่ซัน น้องโนบิกำลังเกิดเรื่องอยู่พี่ไม่เห็นหรือไง” พี่เจเดนว่าหลังจากที่ถูกพี่ซันดึงมือไว้จนต้องกลับลงไปนั่งที่โซฟาตามเดิม

[ซัน]

“ไม่มีเรื่องอะไรหรอกน่า ปล่อยให้พ่อกับลูกรักเค้าเคลียร์กันเอง แต่วันนี้นายทำดีมากรู้ตัวไหม” พี่ซันพูด

“ผมทำไรวะ” เจเดนถามไปเพราะไม่รู้ว่าตนเองได้ทำอะไรถูกใจพี่ซันกันแน่

“ช่างเถอะ กินเหล้าต่อไปคืนนี้ฉันเลี้ยงเอง แล้วเดี๋ยวฉันมีทิปให้แกพิเศษไอ้น้องรัก ” ซันพูดพร้อมกับลอบยิ้มในหน้าโดยที่แดนไม่ทันเห็น

อาจเป็นเพราะตนเองกำลังเมาได้ที่ ทำให้สติที่มีเริ่มน้อยลง เมื่อถูกซันคะยั้นคะยอให้ดื่มต่อ เจเดนก็ดื่มต่อจนลืมเรื่องที่ตนคิดจะไปช่วยโนบิเสียสนิท โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองนั้นได้ถูกซันใช้เป็นเครื่องมือเพื่อทำเรื่องบางอย่างในคืนนี้แล้วนั้นเอง

[ที่คอนโดของโนบิ]

ตลอดทางพ่อของผมไม่ยอมพูดหรือมองหน้าผมเลยแม้แต่น้อย ผมจึงทำได้เพียงนั่งร้องไห้อยู่เงียบๆเคียงข้างพ่อของผมอยู่ที่เบาะด้านหลังรถโดยมีพี่ฮอนทำหน้าที่เป็นคนขับรถเหมือนเคย และทันทีที่ถึงคอนโด พ่อผมก็เปิดประตูก้าวออกจากรถโดยที่ไม่รอให้พี่ฮอนเป็นคนเดินมาเปิดประตูให้ พี่ฮอนจึงต้องเปลี่ยนมาเปิดประตูให้ผมแทน

หลังก้าวลงจากรถผมก็เดินตามหลังพ่อของผมขึ้นไปยังห้องด้วยท่าทีหงอยๆ ในใจก็คิดไปต่าง ๆ นานาว่าจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้อย่างไรดี แล้วพ่อผมจะเชื่อไหมว่าเรื่องที่ผมทำไปก่อนหน้านี้นั้นเป็นเพราะอะไร จนกระทั่งพวกเราทั้งสามคนก้าวเข้ามาในห้อง

[พ่อ]

“นั่ง…เรามีเรื่องต้องคุยกัน” พ่อพูดเชิญสั่งในเวลาเดียวกันให้ผมนั่งที่โซฟา แต่ตัวของพ่อเองกับยืนหันหลังให้ผมโดยมองออกไปทางวิวด้านนอกหน้าต่างที่เห็นตึกหรูมากมายใจกลางกรุง กับหัวใจที่เจ็บปวดเมื่อนึกถึงภาพที่ลูกชายกำลังจูบกับผู้ชายอีกคน

[โนบิ]

“พ่อเรื่องที่เกิดขึ้นผมอธิบายได้นะครับ” ผมพูดออกไปด้วยเสียงสั่นๆ

“แกชอบผู้ชายอย่างนั้นหรือโนบิ” พ่อไม่ฟังว่าผมจะอธิบายอะไรแต่เลือกที่จะถามคำถามผมแทน

“เปล่านะครับผมไม่ได้ชอบผู้ชาย” ผมรีบตอบพ่อออกไปอย่างละล่ำละลัก

“แล้วทำไมแกถึงไปยืนจูบอยู่กับไอ้ผู้ชายคนนั้น แล้วยังคลิปนี่อีก” พ่อพูดจบก็หันมาพร้อมกับส่งโทรศัพท์ของตนเองมาตรงหน้าผม

ผมค่อยๆหยิบโทรศัพท์ของพ่อขึ้นดู ก็พบว่าในหน้าจอโทรศัพท์ของพ่อเป็นภาพและคลิปที่ผมไปตะโกนบอกรักพี่ฝุ่น และยังมีคอมเมนต์และภาพที่เราสองคนเป็นกระแสคู่จิ้นกันอีก ผมดูคลิป และภาพที่พ่อของผมเซฟไว้ในโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ ด้วยมือที่สั่นเทา

เรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับพี่ฝุ่นอยู่ในสายตาของพ่อผมทั้งหมด และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้พ่อของผมลงมาหาผมในวันนี้จนมาเห็นภาพที่ผมกำลังจูบกับรุ่นพี่ภัทรอย่างดูดดื่ม

[พ่อ]

“ถ้าฉันไม่เคยเห็นคลิปและภาพเหล่านี้มาก่อนฉันอาจจะเชื่อแกนะเจ้าโนบิ แต่วันนี้ที่ฉันได้มาเห็นด้วยตาของตัวเองว่าลูกชายของฉันกำลังจูบกับผู้ชายอย่างดูดดื่มขนาดนั้นมันทำให้ฉันเชื่อไม่ลงว่าแกไม่ได้ชอบผู้ชายเจ้าโนบิ”

[โนบิ]

“ผมทำไปเพราะเป็นคำท้าของรุ่นพี่ครับไม่ใช่เพราะผมชอบพี่เขาจริง ๆ” ผมตัดสินใจบอกความจริงให้พ่อรู้

“คำท้าอย่างนั้นหรือ ท้าบ่าท้าบออะไรแกไม่รังเกียจตัวเองบ้างเลยหรือไงที่ต้องไปยืนให้ผู้ชายคนอื่นจูบแบบนั้น ไม่อายเลยหรือไงที่ต้องให้คนมากมายมายืนดูพวกแกสองคนยืนจูบกันนะ”พ่อถามผมกลับมาด้วยน้ำเสียงผิดหวัง และโกรธมากจนพ่อลุกยืนขึ้น

“พ่อ….” เสียงสั่นพร้อมน้ำตาที่เอ่อออกมาแบบไม่รู้ตัว ผมเรียกพ่อออกไปอย่างไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อไปดี

“พ่อผิดเองที่ไว้ใจแก ปล่อยให้แกมาเรียนที่นี่ และอนุญาตให้แกไปอยู่หอนั้นคนเดียว” พ่อพูดเชิงน้อยใจที่ให้เรื่องเป็นแบบนี้

[โนบิ]

“พ่อครับ” ผมรู้สึกจุกจนพูดอะไรมากกว่านี้ไม่ออกเมื่อได้ฟังสิ่งที่พ่อพูดเหมือนกับกำลังโทษตัวเองอยู่

“ไม่นะครับ พ่อไม่ผิดเลย ผมผิดเองที่ดูแลตัวเองไม่ดี ทำให้พ่อต้องผิดหวัง” ผมคลานเข้าไปกอดขาพ่อของผม

[พ่อ]

“ชั้นจะเอาแกกลับไปเรียนที่บ้าน” 

ผมอึ้ง แล้วได้แต่บอกว่า “พ่อครับผมขอโทษ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว ผมผิดเอง ผมขอโอกาสอีกครั้งนะครับ” 

พ่อนิ่ง ด้วยสีหน้าที่น่ากลัว นิ่งจนผมไม่กล้าสบตา 

แล้วพ่อก็บอกว่า “ถ้าอย่างนั้นแกก็ต้องไปลาออกจากการประกวดดาวเดือนอะไรนั้นซะ แล้วก็ไม่ต้องสนใจเรื่องเข้าสายรหัสบ้าบออะไรนั้นแล้ว ถ้ามันทำให้แกเสียคน และไปจูบกับผู้ชายได้หน้าตาเฉยขนาดนั้น ก็เรียนอย่างเดียวพอ กิจกรรมอะไรไม่ต้องทำทั้งนั้น”  เสียงพ่อดังขึ้นราวกับโมโห และเสียใจในการกระทำของผม

“พ่อ” ทันทีที่พ่อพูดประโยคนั้นจบผมก็ถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไป ได้แต่ร้องไห้แบบฟูมฟายนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าพ่อ

“พ่อครับผมขอโทษ ผมสัญญาว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก นะครับพ่อ” ผมอ้อนวอนพ่อเพื่อให้พ่อยกโทษในการกระทำของผม

          พี่ฮอน มองตามผมด้วย…สายตาอยากจะเข้าไปช่วยและปลอบคุณหนูที่นั่งร้องไห้อยู่ตรงหน้า คุณท่าน 

“ ถ้าผมลาออกจากการประกวดเดือนคณะ ด้วยเวลาที่เหลือไม่มากแบบนี้ รุ่นพี่ต้องหาคนมาประกวดแทนผมไม่ทันแน่ ๆ แล้วถ้าเป็นแบบนั้นผมจะไปเรียนต่อไปได้ยังไง เพราะเพื่อนๆในคณะก็คงจะพาลเกลียดและโกรธผมแน่ ๆ ที่ทำให้คณะต้องเดือดร้อน พ่อให้โอกาสผมอีกครั้งนะครับ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว ผมสัญญา” ผมพยายามหาเหตุผลมาอ้างร้อยแปด พร้อมน้ำตานองหน้า

“….” พ่อเงียบจนผมเริ่มใจเสีย จนผมต้องหาผู้ช่วยใหม่

[โนบิ]

“พี่ฮอนช่วยผมพูดกับพ่อหน่อยสิครับ” ผมหันไปขอความช่วยเหลือจากพี่ฮอนที่มองผมด้วยสายตาเจ็บปวดอย่างที่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ฮอนถึงต้องทำสายตาแบบนั้นกับผม

“คุณท่านครับ” พี่ฮอนพยายามที่จะช่วยพูดกับพ่อผมให้แต่กับถูกพ่อของผมยกมือขึ้นห้ามจนพี่ฮอนต้องเงียบไป

[พ่อ]

“ไม่ต้องช่วยคุณหนูแกพูดเลย ฉันยังไม่ได้ชำระความนายเลยนะฮอน ฉันอุตส่าห์ไว้ใจให้นายคอยดูแลโนบิแทนฉัน แต่นายกับปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับลูกชายของฉัน”

[ฮอน]

“ผมขอโทษครับท่าน แต่คุณหนูพยายามกับการประกวดนี้มากนะครับ คุณหนูสู้อุตส่าห์ฝึกเปียโนหามรุ่งหามค่ำมาหลายคืนคุณท่านจะยอมให้คุณหนูทิ้งมันจริง ๆ หรือครับ” และจบด้วยประโยคที่ทำให้นายท่านนิ่งฟังคือ “มันคือความสุขของคุณหนูนะครับ” พี่ฮอนช่วยผมพูดแบบตั้งใจ

พ่อเงียบ…มองหน้าพี่ฮอนพักนึง แล้วก็หันมามอง และมองผมด้วยสายตาที่ผิดหวัง อยู่พักนึง และผมไม่มีอะไรจะพูดได้แต่ร้องไห้แบบที่ไม่เคยร้องมาก่อน แต่ด้วยความที่ทำผิดเอง ก็ไม่สามารถร้องขออะไรได้เต็มที่ 

ประโยคที่พ่อหยุดนิ่งหลังจากที่ฮอนพูดจบคือ “มันคือความสุขของคุณหนูนะครับ” ทำให้ภาพในอดีตบางอย่างเกิดขึ้นในหัวของพ่อโนบิ  ทุกอย่างตอนนั้น วินาทีนั้นได้ยินแต่เสียงร้องไห้ของโนบิ สะอึกสะอื้นขอร้องรับความผิดที่ตัวเองทำอย่างปฏิเสธอะไรไม่ได้

[ฮอน] 

“นะครับคุณท่าน คุณหนูก็ยอมรับผิดแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่คุณหนูทำผิด ผมก็ผิดด้วยที่ดูแลคุณหนูไม่ดี ผมขออนุญาติรับความผิดไว้ที่ผมคนเดียว คุณท่านลงโทษผมยังไงก็ได้ครับ ผมดูแลคุณหนูไม่ดีเอง ผมผิดเองครับ ลงโทษผมแทนนะครับท่าน ” พี่ฮอนตั้งใจพูดรับผิดเอง 

พ่อของโนบิได้แต่นั่งเงียบในภาพที่อยู่ตรงหน้า พร้อมกับมีน้ำตาที่ผิดหวังในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า การตัดสินใจครั้งนี้หรือการลงโทษครั้งนี้จะทำให้หลายคนต้องเสียใจแน่นอน พ่อรู้แต่ต้องเลือกทำโทษเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันถือว่ามากมายกับลูกชายที่เค้ารักมาก กับภาพที่ลูกชายร้องไห้อยู่ตรงหน้า มันเจ็บไปหมด เจ็บทั้งหัวใจจริงๆ 

[โนบิ] ตัดสินใจ

“ผมผิดเองครับพ่อ ผมยอมกลับบ้านกับพ่อก็ได้ ” ผมจำนนกับความผิด ยกมือไหว้พ่อ หวังจะให้พ่อพูดอะไรมาบ้าง แทนการเงียบแบบนี้ ผมเสียใจที่ทำให้ท่านผิดหวัง ตอนนี้แค่พ่อพูดผมก็ยอมรับผิดและรับโทษแล้ว

 [พ่อ] 

“ได้แกไม่ต้องกลับไปเรียนที่บ้าน ไม่ต้องลาออกจากการประกวดอะไรนี่ก็ได้ แต่แกต้องย้ายกลับมาอยู่ที่คอนโดนี้ แล้วให้ฮอนคอยดูแลไปรับไปส่ง ไม่ต้องมีมันแล้วอิสระอะไรที่แกเคยขอพ่อไว้…พ่อขอมันคืน” พ่อพูดเมื่อตัดสินใจได้ในที่สุด

“ครับพ่อ” ผมตอบรับพร้อมกับยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลไม่หยุดออกอย่างดีใจ แล้วกอดไปที่ขาของพ่อ

อย่างน้อยผมก็ยังได้เรียนที่นี่ต่อ และประกวดเดือนคณะได้ต่อ แม้ต้องแลกด้วยการที่ผมต้องกลับมาอยู่คอนโดกับพี่ฮอนก็ตาม

[พ่อ]

“แล้วไอ้คนที่เราไปตะโกนบอกรักนั้นใคร” พ่อผมถามถึงพี่ฝุ่น

[โนบิ] 

“พี่ฝุ่นเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยครับ พี่ฝุ่นเป็นคนดีมากเลยนะครับ คอยช่วยผมไว้ตั้งหลายครั้ง”ผมพยายามหาข้อดีของพี่ฝุ่น พูดแบบปกป้องให้พ่อรู้

[ พ่อ ]

“คนดีอย่างนั้นหรือ…ฮึ” พ่อผมพูดพร้อมกับทำเสียงฮึในลำคอเหมือนดูแคลนพี่ฝุ่น

“แกมันยังอ่อนต่อโลกนัก…โนบิ” 

[โนบิ ]

“พ่อพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไรครับผมไม่เข้าใจ”

[พ่อ]

“งั้นแกก็ฟังนี่ซะจะได้ตาสว่างเสียที” ว่าจบพ่อผมก็ยกโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาทำบางอย่างก่อนจะส่งโทรศัพท์คืนกลับมาให้ผมใหม่

และทันทีที่ผมกดเปิดไฟล์เสียงที่พ่อผมส่งให้ผมก็ถึงกลับหมดแรงจนแทบจะถือโทรศัพท์ไว้ไม่ได้ 

[ คลิปเสียงจากโทรศัพท์ ]

“ฉันได้ยินมาว่าบ้านเด็กกำพร้าที่นายเคยอยู่กำลังมีปัญหาอยู่ไม่ใช่หรือไง” เสียงนี้ผมจำได้ดีว่ามันคือเสียงของพี่ซัน

“นายรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร” เป็นเสียงของพี่ฝุ่น โนบิจำได้ดี

“ถ้านายหมายถึงเรื่องที่ฉันรู้ได้อย่างไรว่านายมาจากบ้านเด็กกำพร้าแล้วละก็ ฉันบอกได้เลยว่าเรื่องของนายไม่ใช่ฉันคนเดียวที่รู้เรื่องนี้ คนอื่นเขาก็รู้กันทั้งนั้นว่านายเป็นเด็กกำพร้า แล้วพ่อแม่บุญธรรมรับมาเลี้ยงพวกเขาก็ยังถูกไฟคลอกตายในวันคล้ายวันเกิดของนายอีก แล้วตอนนี้บ้านเด็กกำพร้านั้นก็กำลังเดือดร้อนเพราะกำลังจะถูกยึด ไม่มีเงินไปใช้หนี้เขา…นายนี่มันตัวซวยจริง ๆ อย่างที่ใคร ๆ พูดจริง ๆ ว่ามั้ย”

“ไอ้ซัน” พี่ฝุ่นตะโกนเรียกชื่อพี่ซันด้วยเสียงอันดัง บ่งบอกให้รู้ว่าตอนนี้พี่ฝุ่นกำลังโกรธมากเมื่อฟังจากเสียงที่ผมได้ยิน

“อย่าเพิ่งโกรธสิ ฉันกำลังจะช่วยนายอยู่นะ” พี่ซันพูดตอบกลับมาด้วยเสียงสบายๆปนกวนอยู่ในที

“นายต้องการอะไร” พี่ฝุ่นพยายามเก็บอารมณ์เพื่อเค้นเสียงถามพี่ซันกลับไป

“ไม่ยากเลยแค่นายร่วมมือกับฉัน ฉันจะให้เงินนาย ให้นายเอาเงินไปใช้หนี้บ้านเด็กกำพร้าของนาย” พี่ซันยื่นข้อเสนอ

“ร่วมมืออะไร” พี่ฝุ่นถามกลับ

“ฉันสั่งให้โนบิมาตะโกนบอกรักนายแลกกับการที่ฉันจะยอมบอกโนบิว่าใครคือพี่รหัส แค่นายร่วมมือกับฉันในการทำยังไงก็ได้ให้โนบิมาตะโกนบอกรักนายตามคำท้าได้ ฉันก็จะช่วยนายเรื่องหนี้ของบ้านเด็กกำพร้านั้นทั้งหมด เรื่องง่ายๆแค่นี้นายคงทำได้สินะ ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะเสียหายตรงไหนในเมื่อนายกับโนบิก็มีกระแสคู่จิ้นกันอยู่แล้ว มีข่าวเพิ่มอีกนิดหน่อยไม่เห็นจะเป็นไร แถมนายยังได้ช่วยให้โนบิรู้ว่าใครคือพี่รหัสอีกด้วย ดีจะตาย” พี่ซันพยายามพูดหว่านล้อมพี่ฝุ่น

เสียงเงียบไปสักครู่

“ได้ฉันรับปากนาย” ทันทีที่เสียงพี่ฝุ่นพูดประโยคนี้จบเสียงที่อยู่ในไฟล์เสียงก็หมดลง พร้อมกับโทรศัพท์ที่ค่อยๆร่วมหล่นจากมือของผมเมื่อผมไม่สามารถถือมันไว้ได้อีกต่อไป

[พ่อ]

“เป็นอย่างไรล่ะ นี่หรือคนที่แกบอกว่าเค้าเป็นคนดีโนบิ” พ่อย้อนถามผม

นี่พี่ฝุ่นทำไปทั้งหมดก็เพราะเงินอย่างนั้นหรือ แล้วเรื่องอื่น ๆ ที่พี่ฝุ่นทำให้ผมล่ะ ความรู้สึกอบอุ่นที่ผมได้รับจากพี่ฝุ่นล่ะ มันใช่ความจริงไหม พี่ฝุ่นหวังดีกับผมจริงหรือเปล่า ผมคิดสับสนกับตัวเองอยู่แบบนั้นหลังจากได้ฟังคลิปเสียงนั้นแล้ว แต่ยิ่งผมคิดเรื่องพี่ฝุ่นมากเท่าไรหัวใจของผมก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ 

“ไม่จริงใช่ไหม เรื่องนี้เป็นแค่ความฝันใช่มั้ย ”  ผมเจ็บที่หัวใจแบบบอกไม่ถูก มันเหมือนมีคนเอามีดมากรีดขั้วหัวใจผม ความรู้สึกดี ๆ กับพี่ฝุ่นมันคือการแสดง ทำโดยไม่คิดว่าผมจะต้องเสียใจแบบนี้ 

ผมรำพึงกับตัวเองพร้อมกับยกมือขึ้นจับที่บริเวณหน้าอกด้านซ้ายของตัวเองที่มันยิ่งเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อผมเริ่มคิดไม่ดีเกี่ยวกับพี่ฝุ่นมากเท่าไรหัวใจของผมก็ยิ่งเต้นแรงมากขึ้นเท่านั้น ราวกับว่ามันกำลังประท้วงความคิดลบๆที่กำลังเกิดขึ้นในหัวของผมเกี่ยวกับพี่ฝุ่น

มันเจ็บที่หัวใจจนผมไม่อาจทนความเจ็บได้ไหว บวกกับความอ่อนเพลียจากการร้องไห้เป็นเวลานาน ทำให้สติของผมค่อยๆลดน้อยลงเรื่อย ๆ จนดับวูบไปในที่สุด

ฮอนที่คอยระวังโนบิอยู่ก่อนแล้วเมื่อเห็นโนบิเริ่มมีอาการไม่สู้ดีนัก ทำให้ทันทีที่โนบิหมดสติทรุดตัวจนล้มลงฮอนก็เข้ามาคว้าและรองรับร่างของโนบิไว้ได้ก่อนที่จะล้มลงที่พื้น

[ฮอน]

“คุณหนูครับ” พี่ฮอนร้องเรียกชื่อของผมพร้อมกับสติสุดท้ายของผมที่หมดลง

“โนบิ” เสียงของพ่อดังขึ้น พร้อมกับการทรุดตัวของผม

หลังจากที่โนบิหมดสติไปแล้วฮอนก็ค่อยๆช้อนอุ้มร่างของโนบิขึ้นไปวางลงบนเตียงโดยมีสายตาของพ่อของโนบิคอยมองด้วยความเป็นห่วง

[พ่อ]

“โทรตามหมอดนัยมาด่วนเลย” ทันทีที่ร่างของคุณโนบิล้มลงโดยมีผมรองรับไว้ได้ทันคุณท่านก็รีบเข้ามาดูอาการด้วยความเป็นห่วง ท่าทีเย็นชาที่เคยมีก่อนหน้านี้ก็หายไปในพริบตา ก่อนจะหันมาสั่งผมให้โทรตามหมอดนัยมาดูอาการของคุณหนูทันทีด้วยความรีบร้อน

หลังจากผมโทรตามหมอประจำตัวที่กรุงเทพให้คุณหนูแล้ว ไม่ช้าหมอดนัยก็มาถึงและทำการตรวจอาการให้คุณหนู ก่อนจะรายงานว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็นเพราะคุณหนูเครียดมาก ตกใจมาก บวกกับการที่ต้องร้องไห้เป็นเวลานาน และเพราะความอ่อนเพลียทำให้หมดสติไป ส่วนหัวใจเต้นผิดปกติมากขึ้นกว่าทุกครั้ง ต้องดูอาการอีกสักพัก แต่ไม่น่าห่วงแล้วครับ หมอบอกกับคุณท่าน โดยละเอียด

เมื่อผมกับคุณท่านได้ยินคุณหมอพูดแบบนั้นแล้วพวกเราสองคนก็รู้สึกสบายใจขึ้น เมื่อไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วผมก็เดินไปส่งคุณหมอดนัยเจ้าของไข้ของคุณหนูโนบิที่หน้าลิฟต์

หลังจากที่คุณหมอเจ้าของไข้กลับไปแล้ว คนของคุณท่านใส่ชุดสีดำ 2 คนที่ผมจำได้ดีว่าเป็นคนที่คุณท่านคอยให้ตามสืบเรื่องของคุณหนูทั้งสองหมายถึงลูกชายทั้งสองคนของท่าน คุณซัน กับ คุณโนบิ นั้นเอง ก็ได้เข้ามาในห้อง

 [คุณท่าน]

“ว่ายังไงเรื่องที่ฉันให้นายไปสืบมา” คุณท่านถามโดยที่ไม่ได้มองหน้าของคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้อง เพราะมัวแต่กำลังสนใจในการคอยดูแลคุณหนูโนบิอยู่นั้นเอง

[คนชุดดำ]

“เป็นฝีมือของคุณหนูใหญ่จริง ๆ ครับท่าน” ทันทีที่สายสืบของคุณท่านเล่าจบบรรยากาศก็เข้าสู่ความเงียบทันที

[ เตียงนอนของโนบิ]

คุณท่านยกผ้าห่มขึ้นคลุมร่างให้กับคุณหนูโนบิ ก่อนที่คุณท่านจะก้มลงจูบหน้าผากของคุณหนูโนบิ เสร็จแล้วคุณท่านก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะสั่งความกับผม

[คุณท่าน]

“ดูแลคุณหนูโนบิของนายให้ดี หลังจากนี้หน้าที่ดูแลโนบิเป็นของนาย ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับโนบิอีก คนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นกับโนบิทั้งหมดก็คือนาย…ฮอน”

“ครับคุณท่าน” ฮอนรับปากคุณท่านไปด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

คุณท่านพยักหน้าให้ผมหนึ่งที ก่อนจะหันไปส่งสัญญาณให้กับสายสืบของท่าน แล้วทั้งสองคนก็ออกจากห้องไปพร้อมกัน

หลังจากที่คุณท่านและคนของท่านออกจากห้องไปแล้ว ตอนนี้จึงเหลือเพียงผมกับคุณหนูโนบิของผมสองคนเท่านั้น ผมค่อยๆย่อตัวลงนั่งยอง ๆ ข้างเตียงของคุณหนูอย่างช้า ๆ

ฮอนยื่นมือไปเกลี่ยปรอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของคุณหนูอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลูบไล้ใบหน้าของคุณหนูอย่างทะนุถนอม ก่อนจะลากปลายนิ้วมาแตะยังริมฝีปากสีกุหลาบของคุณหนู เมื่อคิดไปถึงภาพที่คุณหนูกำลังจูบอยู่กับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ผม ผมก็รู้สึกทนไม่ได้จนได้ทำบางอย่างลงไป

ผมตัดสินใจทำในสิ่งที่ผมไม่กล้าที่จะทำมันก่อนหน้านี้ ไม่กล้าที่จะทำอย่างที่ใจคิด แม้กระทั่งวันนั้นที่ผมพาคุณหนูไปทานอาหารที่ร้านอาหารริมน้ำ

วันนั้นผมต้องหักห้ามใจตัวเองมากแค่ไหนเพื่อไม่ให้เผลอบอกรักคุณหนูของผมออกไป แต่ตอนนี้สิ่งที่ผมกำลังจะทำถ้าคุณหนูรู้เข้า ผมอาจจะต้องเสียคุณหนูไป

ผมค่อยๆก้มลงไปจูบยังริมฝีปากของคุณหนูโนบิ เพื่อหวังว่ารอยจูบของผมจะช่วยลบรอยจูบของผู้ชายในผับคนนั้นที่ขโมยจูบของคุณหนูของผมไป และทันทีที่ริมฝีปากของผมแตะกับริมฝีปากสีกุหลาบของคุณหนู ผมก็ค่อยๆซึมซับความรู้สึกถึงความนุ่มจากริมฝีปากของคุณหนูทีละนิดทีละนิด ค่อยๆถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดที่ผมมีเพื่อส่งไปยังเจ้าชายน้อย ๆ ที่กำลังหลับไหลไม่ได้สติอยู่ในขณะนี้

ผมไม่ได้หวังให้คุณหนูต้องมารักผม ยิ่งตอนที่ได้ยินคุณหนูโนบิบอกกับคุณท่านว่าตนเองไม่ได้ชอบผู้ชาย รู้มั้ยครับว่าตอนนั้นผมรู้สึกหัวใจแตกสลายแค่ไหน เพราะนั้นเท่ากับว่าคุณหนูจะไม่มีวันหันมาชอบผมด้วยเช่นกัน

[ฮอน]

“ผมชอบคุณหนูนะครับ ไม่ได้แค่ชอบ ผมรักเลยก็ว่าได้…คุณหนูโนบิ…เจ้าชายน้อยของผม” ผมกระซิบบอกรักอยู่ชิดริมใบหูของคุณหนูไปเบาๆ ก่อนจะก้มลงใช้จมูกหอมไปที่หน้าผากของคุณหนูอีกครั้งอย่างหักห้ามใจไม่ให้ทำอะไรเกินเลยกับคุณหนูไปมากกว่านี้

ผมก็คงเป็นได้แค่ผู้ชายธรรมดาที่หลงรักเจ้าชายเพียงลำพังตลอดไปก็เท่านั้นเอง คุณหนูของผม  

ตอนที่ผมเห็นคุณหนูเจ็บหัวใจรู้มั้ยครับ หัวใจของผมแทบแตกสลาย ผมอยากจะต่อยคนที่ทำให้หัวใจของคุณหนูผมต้องเจ็บปวดอย่างที่สุดในตอนนั้นถ้าผมทำได้ ถ้าผมเจอมันจะทำแน่นอน ไอ้ฝุ่น