Rrrr…Rrrr

เสียงโทรศัพท์ดังแบบนี้อยู่นานแล้วตั้งแต่ที่มหาวิทยาลัย ซึ่งแท็ปก็เลือกที่จะไม่รับ แต่ปลายสายก็ยังคงตื้อไม่หยุดจน จนแท็ปมาถึงห้อง พอนึกถึงคนที่เคยมาดูแลตอนที่ไม่สบาย และพอใส่เสื้อตัวที่มีคนป้อนข้าว ก็อดสงสารคนโทรมาไม่ได้

ทำให้ใจอ่อน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดไปหาคนที่โทรมาเป็น ร้อย ๆ สาย

 [เสียงจากปลายทาง ก็คือพี่ภัทร]

“ไงตัวแสบพี่โทรหาเราเป็นจะร้อยสายแล้วมั้ง ทำไมถึงไม่รับ แล้วไอ้คนชื่อเมฆอะไรนั้นเป็นใครบอกพี่มาเดี๋ยวนี้นะ” ทันทีที่ผมรับโทรศัพท์ปลายสายก็เปิดประเด็นเข้าเรื่องมาเป็นชุดทันที

[แท็ป]

“ผมเรียนอยู่จะรับโทรศัพท์พี่ได้ยังไงครับพี่ภัทร” ผมเลือกที่จะตอบคำถามนี้ก่อน

[ภัทร] 

แล้วคนชื่อเมฆอะไรนั้นเป็นใครทำไมถึงเห็นมารับมาส่งเราแล้วจะมาเรียนทำไมถึงไม่โทรบอกพี่จะได้ไปรับมาส่งที่มหาลัย] พี่ภัทรยิงคำถามมาเป็นชุดตามเคย

[แท็ป]

“ผมก็บอกพี่แล้วไงครับว่าพี่เมฆเป็นรุ่นพี่ที่คณะผม” ผมหงุดหงิดใส่เหมือนที่พี่ภัทรกำลังหงุดหงิดใส่ผม

“แล้วอีกอย่างผมมาเรียนเองได้ไม่ต้องให้พี่ภัทรต้องลำบากหรอกครับ”

[ภัทร] “พี่ไปรับเรามาส่งมหาลัยได้…ไม่ได้ลำบาก แล้วที่บอกว่าบอกพี่แล้วว่าไอ้คนชื่อเมฆเป็นใครยังไม่บอกนะ บอกตอนไหนว่าเป็นรุ่นพี่” ภัทรขึ้นเสียงดังใส่เล็กน้อย

[แท็ป]

“แล้วพี่จะมารับผมในฐานะอะไรล่ะครับ ถ้าพี่คิดจะรับผิดชอบผมเพราะเรื่องคืนนั้น ไม่จำเป็นหรอกพี่ ผมรู้ว่าพี่ทำไปเพราะความเมา และคนที่พี่คิดว่ามีอะไรด้วยในคืนนั้นก็คือไอ้โนบิไม่ใช่ผม” 

ผมพูดไปด้วยความน้อยใจเมื่อนึกถึงเรื่องคืนนั้นที่ผมกับพี่ภัทรเรามีอะไรกัน แต่คนที่พี่ภัทรคางเรียกชื่อตอนที่เรามีอะไรกันในคืนนั้นคือชื่อของโนบิเพื่อนสนิทของผม ไม่ใช่ผม ทำไมพอมาคิดถึงตรงนี้แล้วผมรู้สึกเจ็บหัวใจจิ๊ด ๆ จนแทบอยากจะร้องไห้ แต่ผมก็ต้องพยายามเก็บอารมณ์โกรธไว้ในอกที่มันเต้นไม่ปกติเวลาคุยกับพี่ภัทร ก่อนจะพูดกับพี่ภัทรต่อ

“พี่ภัทรโทรหาผมมีเรื่องอะไรอีกไหมครับ” ผมถามกลับไปเมื่อหลังจากผมพูดประโยคก่อนหน้านี้จบพี่ภัทรก็เอาแต่เงียบ

[ภัทร]

“เราทานอะไรหรือยัง พี่เห็นเราไม่มาทานข้าวที่ร้านพี่เหมือนทุกที พี่ก็เลยเป็นห่วงนะ”

[แท็ป]

“ทานแล้วครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วแค่นี้ก่อนนะครับ ผมง่วงนอน” ว่าจบผมก็วางสายไปทันทีโดยไม่ได้รอให้พี่ภัทรตอบรับหรือปฏิเสธเพราะผมต้องรีบวางสายก่อนที่พี่ภัทรจะรู้ว่าตอนนี้ผมน้ำตาซึมออกมาแบบไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าเป็นอารมณ์โกรธ เกลียด รำคาญ หงุดหงิด หรือโมโหที่ ในคืนนั้นพลาดแบบไม่น่าพลาดไปไกลขนาดนั้น (หน้าอีพี่ภัทรขึ้นมาในสมองชัดมาก) น้ำตาผมเริ่มไหลหนัก จนต้องเอามือมาขยี้ตาแล้วบอกตัวเองว่า มึงกำลังเป็นบ้าอะไรวะแท็ป สติ สติ ไปหมดแล้ว 

ทางด้านของภัทร หลังจากที่แท็ปตัดสายไปแล้วเขาก็เอาแต่นั่งกลุ้มใจด้วยประโยคที่แท็ปพูดไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับเรื่องคืนนั้น จริงอยู่ที่คืนนั้นตนเมาจนครองสติไม่อยู่ และยังเห็นน้องแท็ปเป็นน้องโนบิจนเผลอมีอะไรกัน แต่สำหรับภัทรแล้ว ถึงแม้ตนจะทำไปด้วยความเมา แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเขาจำมันได้ดีว่าคืนนั้นตนมีความสุขมากแค่ไหนจากบทรักที่อีกคนนั้นมอบให้แบบ ไม่เคยมีใครให้ ยิ่งนึกถึงก็เฝ้าแต่โกรธตัวเอง 

แต่ตอนที่ตนได้รู้ว่าคนที่มารับน้องแท็ปกลับจากบ้านของภัทรเช้าวันที่แท็ปไปนอนที่บ้านภัทร นั้นเป็นผู้ชายอีกคนที่ชื่อเมฆ เขากลับรู้สึกหงุดหงิดอย่างประหลาด จนพาลไปหมด แล้วยังมารู้ทีหลังอีกว่าหลังจากน้องหายป่วยคนที่ไปรับน้องแท็ปมาส่งที่คณะก็คือผู้ชายคนเดียวกัน แทนที่น้องจะโทรให้ตนไปรับแต่กับโทรหาคนอื่น ยิ่งทำให้ทำคลางแคลงใจกับสถานะของ แท็ปและเมฆ

ภัทรไม่รู้ตัวเลยว่าอาการที่ตนกำลังเป็นอยู่ในขณะนี้ คนทั่วไปเขาเรียกมันว่าอาการของคนกำลังหึง

[คณะนิเทศศาสตร์]

[แท็ป]

“พวกแกฉันจะโดนทำโทษอะไรบ้างวะ” ผมสะกิดถามโนบิกับยูโรตลอดทางอย่างกังวลใจเมื่อวันเฉลยพี่รหัสได้มาถึง 

และตอนนี้รุ่นพี่ก็กำลังค่อยๆทำการเฉลยพี่รหัสกันอยู่โดยการให้รุ่นน้องปีหนึ่งแต่ละคนออกไปยืนหน้าแถวแล้วประกาศว่าตนนั้นได้โค้ดรหัสว่าอะไร พร้อมกับเดินไปหาพี่รหัสของตัวเอง หากถูกต้องพี่รหัสก็จะพาเข้าสายของตัวเอง และตอนนี้ก็ถึงคิวของยูโร ซึ่งพี่รหัสของยูโรก็คือพี่ก๊อปปี้ดาวคณะเมื่อปีที่แล้วนั้นเอง 

[พี่เล็กน้อย]

คู่นี้สวย สูสีนะคะ เหมาะสมกันมาก สวยแบบวัวตายควายล้ม ล้มแล้วก็ตาย ตายแล้วก็ตื่น ตื่นก็เป็นงี้เลย….  ไปสวยกันไกลๆค่ะอิจฉา ( เสียงพี่เล็กน้อยแซวแบบเอาฮา ในความน่ารักของยูโรและก็อปปี้ )  ทำเอาทุกคนกรี๊ดแตกกันทั้งห้องประชุม 

[แท็ป]

“พี่ก็อปปี้โคตรสวยเลยวะแกว่าไหมโนบิ” ผมหันไปชวนโนบิคุยเพื่อลดความกดดันของตัวเอง

[โนบิ]

“อืม สวยและเพอร์เฟคต์จนฉันเทียบไม่ติดเลยล่ะ เหมาะกับพี่ฝุ่นแล้วล่ะ” โนบิพูดโดยประโยคท้ายผมรู้สึกเหมือนโนบิกำลังน้อยใจอะไรบางอย่าง แต่แท็ปยังไม่ทันได้ถามคิวเฉลยพี่รหัสของโนบิก็มาถึง

โนบิค่อยๆก้าวออกไปยืนที่ด้านหน้าแถวก่อนจะตะโกนบอกโค้ดรหัสที่ตนเองได้

“ผมโนบิปีหนึ่งคณะนิเทศศาสตร์ได้โค้ดรหัสว่า น้องหล่อฟ้าประทาน พี่รหัสของผมก็คือพี่เจเดนครับ”

“ถูกต้องไหมวะไอ้เดน” พี่ประธานเชียร์หันไปถามพี่เจเดนพี่รหัสของโนบิ ก่อนที่พี่เจเดนจะพยักหน้าแล้วเดินเข้ามารับโนบิเพื่อไปเข้าสาย

แท็ปไม่มีเวลามาคอยดูว่าสายรหัสโค้ดหล่อของโนบินั้นมีใครบ้างเพราะถึงคิวของแท็ปพอดี แท็ปค่อยๆก้าวออกไปยืนด้านหน้าแถวก่อนจะตะโกนบอก

[แท็ป]

“ผมแท็ปปีหนึ่งคณะนิเทศศาสตร์ได้โค้ดรหัสว่า ได้คืบจะเอาศอกครับ ผมไม่รู้ว่าพี่รหัสผมเป็นใครครับ” หลังจากผมพูดจบผมก็รอคอยการลงโทษจากรุ่นพี่อย่างใจจดใจจ่อว่าผมจะโดนทำโทษอย่างไร และรับกรรมว่าจะต้องไปขึ้น สแตนด์เชียร์อีกในปี 2

[พี่ประธานเชียร์] 

“น้องรู้ใช่ไหมครับว่าคนที่หาพี่รหัสของตัวเองไม่เจอจะต้องถูกทำโทษ และต้องขึ้นสแตนเชียร์ในปี 2” พี่ประธานเชียร์ตะโกนถามผม

“ทราบครับ”

“ไม่ได้ยิน…ว่าอะไรนะ” พี่ประธานเชียร์ตะโกนถามกลับมา

“ทราบครับ” ผมตะโกนตอบไปด้วยเสียงที่ดังขึ้นอีก

“งั้นคุณก็ไปวิ่งรอบสนามบาสห้ารอบถ้าพี่รหัสของคุณยอมรับคุณเข้าสายพี่รหัสของคุณจะไปหาคุณที่นั้นเองปฏิบัติ”

“วิ่งรอบสนามบาสห้ารอบปฏิบัติ” ผมทวนคำสั่งก่อนจะวิ่งไปยังสนามบาสที่อยู่ไม่ไกลจากลานกิจกรรมของคณะทันที

บทลงโทษสำหรับคนที่หาพี่รหัสไม่เจอแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับพี่ประธานเชียร์จะสั่ง หรือพี่รหัสของตนเองจะตั้งบทลงโทษไว้อย่างไร บางคนก็โดนแค่ใช้สีเขียนหน้า บางคนก็โดนให้เต้นท่าตลกๆ แต่สำหรับผมโดนสั่งให้วิ่งรอบสนามบาสซึ่งตอนที่ผมกำลังวิ่งรอบสนามบาสอยู่นั้น ที่สนามบาสก็มีรุ่นพี่กลุ่มหนึ่งกำลังซ้อมบาสกันอยู่พอดี แต่ทันทีที่ผมไปถึงและเริ่มต้นวิ่ง รุ่นพี่กลุ่มนั้นก็หยุดเล่นบาส แล้วต่างพากันมองตรงมาที่ผมทันที

ผมวิ่งรอบสนามบาสไม่ต่ำกว่าสี่รอบแล้ว ในใจก็ลุ้นไปด้วยว่าพี่รหัสของผมจะยอมปรากฏตัวออกมาหรือไม่ หรือผมจะเป็นคนเดียวที่ไม่มีพี่รหัสและสายรหัสกับใครเขา ผมวิ่งจนเหนื่อยและใกล้จะหมดแรงแล้วจนอีกไม่ถึง 5 เมตรข้างหน้าผมก็จะวิ่งครบห้ารอบตามคำสั่งของรุ่นพี่ที่เป็นประธานเชียร์ในวันนี้ก็มีเงาของใครคนหนึ่งทอดมาตรงหน้าของผม และเพราะมุมที่คนคนนี้ยืนอยู่นั้นตรงกับแสงอาทิตย์ส่องมาจากทางด้านหลังจนทำให้ผมมองไม่เห็นใบหน้าของพี่เขา แต่รู้เพียงว่าคนที่กำลังยืนรอผมอยู่ข้างหน้าคือหนึ่งในรุ่นพี่ที่กำลังเล่นบาสอยู่ก่อนหน้านี้นั้นเอง

ผมค่อยๆวิ่งตรงไปข้างหน้าซึ่งมีร่างของรุ่นพี่นักบาสยืนรอยู่นั้นเรื่อย ๆ จนผมเริ่มเห็นใบหน้าของพี่คนนั้นชัดเจนขึ้น แต่เพราะมัวแต่ตะลึงเมื่อพบว่าคนที่ยืนรอผมอยู่นั้นเป็นใครผมก็ดันสะดุดเท้าตัวเองจนเซเกือบจะล้ม แต่เพราะผมอยู่ใกล้พี่คนนั้นแล้วทำให้พี่มันเข้ามารับผมไว้ได้ทันก่อนที่จะล้มหน้าทิ่มลงพื้นสนาม

“ซุ่มซ่ามไม่เปลี่ยนเลยนะเรา”

“พี่เมฆ” ผมเรียกชื่อของพี่คนนั้นทันทีที่ร่างของผมเซล้มเข้าสู่อ้อมกอดของพี่มันได้พอดิบพอดี

“อย่าบอกนะครับว่าพี่คือพี่รหัสของผมนะ” ผมถามทั้ง ๆ ที่ยังอยู่ในอ้อมกอดของพี่เมฆ

“ก็ไม่เชิงหรอก จริง ๆ แล้วพี่รหัสของเรานะเป็นอีกคนหนึ่งแต่เขาซิ่วไปเรียนที่อื่นพี่ก็เลยรับอาสาเป็นพี่รหัสของเราให้นะ” พี่เมฆบอก

[แท็ป]

“แล้วทำไมพี่ไม่ยอมบอกผมล่ะครับว่าพี่คือพี่รหัสที่ผมกำลังตามหา ทำไมถึงปล่อยให้ผมถูกทำโทษแบบนี้ล่ะครับ” ผมต่อว่าออกไป

“แล้วเราไม่แปลกใจหรือไงว่าอยู่ดี ๆ พี่จะเข้าหาเราทำไม ทำดีกับเราทำไมทั้ง ๆ ที่เราเพิ่งจะได้รู้จักกัน”

นั่นสินะ ตั้งแต่วันที่ผมจับได้ว่าตนเองได้โค้ดรหัสอะไร วันรุ่งขึ้นผมก็ได้รู้จักกับพี่เมฆด้วยการที่รู้ว่าพี่เมฆนั้นพักอยู่หอพักเดียวกันกับผม และหลังจากนั้นผมก็เจอพี่เมฆบ่อยขึ้นจนเราสนิทกัน ทำให้วันที่ผมไปกินเหล้าที่บ้านพี่ภัทรผมถึงกล้าให้พี่เมฆมารับผมพี่บ้านของพี่ภัทร

[แท็ป]

“แสดงว่าถ้าผมไม่ใช่น้องรหัสพี่ พี่ก็จะไม่เข้ามาหาแล้วก็ทำดีกับผมแบบที่ผ่านมาอย่างนั้นหรือครับ” ผมถามออกไปอย่างรู้สึกน้อยใจอยู่นิดหน่อย

[เมฆ]

“ใครว่าล่ะ ถึงเราไม่ใช่น้องรหัสพี่พี่ก็เข้าหาเราอยู่ดีนะแหละ เราออกจะน่ารัก แต่พอได้รู้ว่าเราเป็นน้องรหัสของพี่พี่ก็เลยดูแลเรามากกว่าคนอื่น และพิเศษกว่าคนอื่นก็เท่านั้นเอง ไม่ชอบหรอ” พี่เมฆเน้นคำว่าพิเศษกับผม

“แล้วทำไมต้องได้คืบจะเอาศอก”  แท็ปแบบอยากรู้คำปริศนา

“ก็ได้คืบคือ คนที่อยู่ใกล้ๆ กันไง แต่เรามองไม่เห็น กลับมองไปหาคนอื่นที่ไกลกว่าคืบคือศอก”

“ อื้อหือ…พี่คิดเยอะได้งงมาก 555 เอาเป็นว่าพี่เมฆทำสำเร็จ ผมนี่หาพี่รหัสไม่เจอเลย” เลยได้วิ่งเลย มันใช่มั้ยพี่เมฆ ผมต่อว่านิดหน่อย

“ผมดีใจนะครับที่ได้รู้ว่าพี่เมฆคือพี่รหัสของผม แต่ตอนนี้พี่ช่วยปล่อยผมก่อนดีกว่าไหมครับ คนมองเราสองคนใหญ่แล้ว” แท็ปบอกเมื่อตอนนี้คนที่อยู่รอบ ๆ สนามเริ่มมองผมกับพี่เมฆเป็นตาเดียวเมื่อมีผู้ชายสองคนกำลังยืนกอดกันอยู่แบบนี้

ทันทีที่ผมพูดจบพี่เมฆก็รีบคลายอ้อมกอดจากตัวผมทันที

[เมฆ]

“โทษๆ ก็เราแหล่ะถามไม่หยุด ถามเยอะ พูดมากก็เลยกอดนานเลย” แท็ปโดนตอกกลับ 

พี่เมฆพูดพร้อมกับยกมือขึ้นถูท้ายถอยอย่างเขินๆเมื่อนึกถึงสภาพของเราสองคนก่อนหน้านี้ ก่อนที่เราสองคนจะมองหน้าแล้วหัวเราะออกมาพร้อมกันโดยไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างแท็ปกับพี่เมฆก่อนหน้านี้ยังมีใครอีกคนที่มองเห็นเหตุการณ์นั้นด้วยอาการหงุดหงิดมากกว่าที่เคยซึ่งคนที่หงุดหงิดอยู่ตอนนี้แทบจะวิ่งเข้ามาแยกเมฆ และแท็ปออกจากกัน แต่อาจเป็นเพราะความไม่ได้เป็นเจ้าของ ที่ไม่สามารถแสดงอาการออกมาได้ขนาดนั้น จึงได้แต่มอง แล้วก็มอง

[หลังเลิกประชุม การเฉลยพี่รหัส]

ทางด้านของโนบิหลังจากที่พี่แดนพามายังสายรหัสโค้ดหล่อของตนเองแล้วโนบิก็ได้รู้ว่าปู่รหัสของตัวเองก็คือพี่ซัน

[โนบิ]

“พี่ซันจะให้ผมทำอะไรเพื่อให้พี่ซันยอมรับผมเขาสายล่ะครับ” ตอนนี้ผมกำลังต่อรองกับพี่ซันเพื่อให้พี่ซันยอมรับผมเข้าสายอยู่นั้นเอง

[ซัน]

“ไม่ยากหรอกคืนนี้หลังจากนายซ้อมดาวเดือนเสร็จไปหาพี่ที่ร้านเหล้าหลังมอแล้วฉันจะบอกว่าจะให้นายทำอะไรเพื่อแลกกับการฉันจะรับนายเข้าสายรหัส”

[โนบิ]

“ได้ครับ คืนนี้สองทุ่มผมจะไปพบพี่ที่ร้านเหล้าหลังมอ”

เนื่องจากที่หลังมอมีร้านเหล้าเพียงร้านเดียวที่เราชาวนิเทศฯชอบไปสังสรรค์กัน ทำให้ถึงพี่ซันจะไม่บอกชื่อร้านแต่ผมก็รู้ได้ทันทีว่าร้านเหล้าหลังมอที่พี่ซันพูดนั้นหมายถึงร้านไหน

[ซัน]

“แกเสร็จฉันแน่ไอ้โนบิ.” ซันนึกในใจพร้อมยิ้มยกมุมปาก

ดังนั้นเมื่อผมซ้อมประกวดดาวเดือนเสร็จเรียบร้อยแล้วผมก็รีบกลับมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปหาพี่ซันที่ร้านเหล้าหลังมอทันที 

[ ร้านเหล้าหลังมอ ]

เมื่อมาถึงที่ร้านผมก็เดินไปหาพี่ซันที่โต๊ะซึ่งก็พบว่านอกจากพี่ซันแล้วยังมีพี่เจเดนอีกคนหนึ่งด้วย ทันทีที่ผมเดินไปจนถึงโต๊ะที่พี่ทั้งสองนั่งกันอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ผมก็ยกมือขึ้นไหว้พี่ซันและพี่เจเดนทันที

[ซัน]

“นั่งก่อนสิ” พี่ซันเชิญให้ผมนั่งก่อนที่พี่เจเดนจะชงเหล้ามาให้ผมแก้วนึง

[เจเดน]

“เอ้าไอ้น้องรหัสหน้าหล่อ..ชนแก้ว” พี่เจเดนชวนผมกับพี่ซันชนแก้ว

[โนบิ]

“พี่ซันจะให้ผมทำอะไรครับเพื่อแลกกับการที่พี่ซันจะยอมรับผมเข้าสายรหัสของพี่” ผมจิบเหล้าไปเพียงเล็กน้อยก่อนจะถามพี่ซันกลับไป

[ซัน]

“ใจเย็นสิ ดื่มให้สนุกกันก่อนแล้วฉันค่อยบอกว่าจะให้นายทำอะไร” พี่ซันว่าจบก็ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอย่างไม่รีรออะไร ผมจึงทำได้เพียงยกเหล้าที่พี่เจเดนชงมาขึ้นดื่ม

[เจเดน]

“ผมว่าเรามาเล่นเกมกันดีกว่า” พี่เจเดนเสนอตามที่เตรียมกับรุ่นพี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ 

[ซัน]

“กติกายังไง” พี่ซันว่าเป็นสัญญาณยอมตกลงเล่นเกมตามที่พี่เจเดนเสนอ

[เจเดน]

“กติกาง่ายมากหมุนขวดเหล้า ขวดเหล้าตรงกับใครก็ให้คนในวงที่เหลือสั่งให้คนที่ขวดหมุนไปตรงกับใคร คนนั้นต้องทำตามคำสั่งของคนอื่น และหาคนที่โดนสามารถเลือกได้ว่าจะทำตามคำสั่งหรือเลือกที่จะไม่ทำก็ต้องถูกทำโทษด้วยการดื่มเหล้าหนึ่งแก้วแทน” พี่เจเดนบอกกติกา

หลังจากนั้นเกมที่พี่เจเดนกำหนดกติกาไว้ก็เริ่มต้นขึ้น แต่โชคร้ายเป็นของพี่เจเดนที่ขวดหมุนไปตรงกับพี่เจเดนเสียเป็นส่วนใหญ่ทำให้พี่เจเดนเลือกจะดื่มมากกว่าทำตามคำสั่ง ดูจากท่าทางพี่เจเดนสายดื่มอยู่แหล่ะ

ไม่เหมือนกับโนบิที่เลือกที่จะทำตามคำสั่งมากกว่าเลือกที่จะดื่ม เพราะการดื่มไม่ได้ส่งผลดีกับผมเท่าไรนักสำหรับคนที่เพิ่งผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจมาแบบผม แต่เพราะผมไม่อยากให้งานคืนนี้หมดสนุก ผมจึงไม่ได้บอกให้รุ่นพี่รู้เรื่องที่ผมเพิ่งผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจมาก่อน

[เจเดน]

“เย้….ในที่สุดขวดก็เลิกหมุนมาหากูเสียที” พี่เจเดนพูดด้วยเสียอ้อแอ้เมื่อเริ่มเมาได้ที่ 

ขวดหมุนมาตรงกับที่โนบินั่งอยู่

“มานี่ มานี่ เขยิบมาใกล้ๆ ป๋าเดี๋ยวป๋าจะออกคำสั่งให้ทำอะไรสนุกๆ .” เจเดนเรียกโนบิเข้ามานั่งใกล้ๆ คนที่เริ่มเมา เจเดนกอดคอของโนบิแล้วโอบโนบิ ยื่นหน้าไปที่หน้าของโนบิ แต่โนบิขัดขึนแบบหน้ามันใกล้แทบจะจูบกัน แล้วพี่เจเดนก็พูดว่า 

 “คราวนี้นายต้องเดินไปจูบกับผู้ชายคนนั้น”พี่เจเดนว่าพร้อมกับชี้ไปยังผู้ชายตี๋คนหนึ่งที่กำลังเต้นอยู่ที่กลางฟลอร์ แบบเมาๆ 

[โนบิ]

“ผมไม่ทำหรอก ไปจูบกับผู้ชายเนี่ยนะ” ให้ตะโกนบอกรักยังพอทน แต่นี่ถึงขั้นให้ผมไปจูบกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้นี่นะ ผมคิดกับตัวเองในใจ

[เจเดน]

“ได้ ถ้าไม่ทำก็ต้องดื่ม และคราวนี้นายต้องดื่มให้หมดนี่” พร้อมกับผายมือไปยังแก้วเหล้าขนาดใหญ่ที่พนักงานของร้านเพิ่งจะนำมาวางไว้ให้

และทันทีที่ผมเห็นลักษณะแก้วเหล้าผมก็ถึงกลับไม่อาจตัดสินใจที่จะดื่มมันได้นอกจากให้ต้องทำตามคำสั่ง และเมื่อพี่ซันเห็นผมมีท่าทีลังเล พี่ซันจึงยื่นข้อเสนอเพิ่มมาให้ผมตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

[ซัน]

“ถ้ามึงกล้าไปจูบไอ้หน้าตี๋ตรงนู้น นั้นตามคำท้าของเจเดน ฉันจะยอมรับนายเข้าสายรหัสแบบไม่มีเงื่อนไขใดๆอีก นายเลือกเอาเองก็แล้วกันว่าจะอยู่แบบไม่มีสายรหัสไปจนจบปีสี่หรือเลือกที่จะเดินไปจูบไอ้หน้าตี๋หล่อคนนั้นแค่แป็บเดียว” พี่ซันยื่นข้อเสนอมาให้ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นจิบพอเป็นพิธีแล้วยกเท้าขึ้นไขว่ห้างอย่างรอคำตอบ

ผมนั่งช่างใจอยู่เป็นครู่ แต่เมื่อคิดถึงผลได้ผลเสียแล้ว อีกอย่างผมก็เป็นผู้ชาย เข้าไปจูบกับผู้ชายก็คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง เหมือนหนังวายสายจุ๊บที่ยูโรมันคลั่ง แล้วหนุ่มวายกำลังฮิตอยู่…ตอนนี้ ผมคิดอยู่คนเดียวเงียบๆจนพี่ซันต้องเร่ง

[ซัน]

“เอ้า…ตัดสินใจได้หรือยังว่าจะทำหรือไม่ทำ ถ้าไม่ทำงั้นชั้นมีข้อเสนออีกอย่าง ก็จูบกับไอ้เจเดน”  ข้อเสนอเลวร้ายกว่านั้นก็มา ชิบหายแล้ว กับไอ้พี่เจเดนเนี่ยนะ 

ผมมองหน้าพี่เจเดนที่อยู่ใกล้มาก พร้อมกับกลิ่นเหล้าคลุ้ง ผมตัดสินใจคว้าแก้วเหล้าที่อยู่อีกมือของพี่เจเดนมากระดกใส่ปากกลืนเข้าไปอย่างรวดเร็ว

[ซัน] 

งั้นก็เริ่มเกมใหม่ นี่นายสมกับเป็นน้องรหัสฉันจริงๆ  น้ำเสียงของซันเริ่มพอใจในการกระทำของโนบิ 

แต่ความที่เป็นคนคออ่อนของโนบิ ไอ้แก้วเดียวที่โนบิตัดสินใจไปนั้น ทำให้โลกมันเริ่มหมุนในไม่กี่นาที  เกมดำเนินการต่อแบบไม่รอช้า และเข้มข้นแบบเพิ่มจาก 1 ชอต เป็น 2 ชอต 

ความซวยก็มาถึงโนบิอีกครั้ง 

[เจเดน]  เหมือนเดิมกูให้มรึงเลือก ระหว่างจูบกับกู กับไอ้ตี๋ที่อยู่กลางฟลอร์ หรือกับเหล้า 2 ชอตที่อยู่ตรงหน้า 

[ซัน]  ครั้งนี้ไม่ต้องจูบกับไอ้เจเดน แต่มีแค่ไอ้ตี๋ที่อยู่กลางฟลอร์ กับ กลับเท่านั้นเจเดนเรียกพนักงานมาคิดเงินได้ล่ะ แล้วก็ไม่ต้องมาเป็นพี่รหัสกัน ฉันไม่มีน้องรหัสก็ได้งานเลี้ยงคืนนี้จบแล้ว” ประโยคท้ายพี่ซันหันไปบอกพี่เจเดนให้เรียกพนักงานของร้านมาคิดเงิน

[เจเดน] 

“น้อง” พี่เจเดนกำลังจะเรียกพนักงานมาคิดเงินจนผมต้องรีบพูดขัดขื่นมาเสียก่อน

[โนบิ]

“ตกลงครับ…ผมจะทำ ” อาการมึนแปลกๆ ที่เกิดขึ้นมันไม่เหมือนกับคนเมาธรรมดา และความที่อยากจะเป็นรุ่นน้องปีหนึ่งที่สมบูรณ์แบบเหมือนกับคนอื่นๆ  มันผุดขึ้นมาหลับหูหลับตาตอบตกลงแบบสภาวะบังคับ และมึนๆกับฤทธิ์แอลกอฮอล์หน่อยๆ ตามประสาคนคนอ่อน ไปโดยไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจของตัวเองครั้งนี้จะนำเรื่องอะไรมาสู่ตนเองบ้างหลังจากนี้

[ซัน]

“งั้นก็ทำซิไอ้ว่าที่น้องสายรหัส” พี่ซันผายมือเชิญให้ผมออกไปทำตามที่พี่เจเดนออกคำสั่งท้าไว้

ผมพยักหน้า แล้วค่อยๆเดินตรงเข้าไปที่กลางฟลอร์โดยจุดมุ่งหมายของผมก็คือชายหนุ่มที่กำลังเต้นอยู่ท่ามกลางสาวๆอยู่ในขณะนี้

และทันทีที่ผมไปถึงตัวของชายหนุ่มคนนั้นแล้ว พี่เขาก็หันมาทางผมพอดี และเมื่อพี่เขาเห็นผมเอาแต่ยื่นจ้องหน้าของเขา พี่คนที่ยืนตรงหน้าไม่ใช่ใครที่ไหน ก็พี่ภัทรนั่นเอง พี่ภัทรมีอาการเมาถึงขั้นแบบเซไปเซมา เลยล่ะงานนี้ 

[ภัทร] 

อ้าว โนบิ มาเที่ยวเหมือนกันหรอ  พี่ภัทรถามผมขึ้นมาอย่างสงสัยว่ามาได้ไง

[โนบิ]

พี่ภัทร หวัดดีพี่ (ในใจโนบิ โคตรดีใจที่คนตรงหน้าไม่ใช่ใครอื่น เป็นพี่ภัทรที่คุ้นเคย ) “เอิ่มพี่..ภัทรคือว่าผม คือว่าผม จะรบกวนหน่อยอ่ะพี่

เมื่อโนบิพูดจบ ภัทรรวบตัวโนบิมาประชิดตัว หน้ายิ่งชิดเข้าไป “มีอะไรให้พี่รับใช้..ขอรับไอ้น้องโนบิ บอกพี่มาได้เลย” “เพื่อนรักของไอ้น้องแท็ปแฟนสุดที่รักของพี่ในอนาคต”

โนบิหันไปมองที่โต๊ะของซัน และเจเดน ที่จ้องมองอยู่ว่าจะปฏิบัติภารกิจนี้ได้หรือไม่..กับการจะเป็นน้องรหัสของโนบิ 

[โนบิ] เอิ่มคือว่า…คือผม ขอโทษครับพี่ โนบิโน้มคอของภัทรลงมา พร้อมกับหลับตาปี๋ในสิ่งที่ตนกำลังจะทำอยู่ตอนนี้เพราะคำสั่งของพี่รหัส 

 “ขอโทษนะครับ” ผมกล่าวขอโทษพี่ภัทร ก่อนจะคว้าคอและดึงใบหน้าของพี่เขาเข้ามาใกล้เพื่อที่จะจูบได้อย่างถนัด

และทันทีที่ริมฝีปากของเราสองคนแตะกันผมก็ค่อยๆบดจูบพี่เขาอย่างไม่ประสา และเมื่อจูบเสร็จแล้วผมก็เตรียมที่จะผละออกแต่กลับถูกพี่ภัทรมันดันท้ายถอยของผมไว้แล้วเป็นฝ่ายจูบผมใหม่เสียเองที่ดูดดื่มและเร่าร้อนกว่าการจูบเด็กน้อยของผม จนคนที่อยู่บริเวณนั้นต่างพากันหันมามองที่เราสองคนกันเป็นตาเดียว

“โนบิ” ในช่วงที่ผมกำลังเคลิบเคลิ้มกับบทจูบของพี่ภัทรอยู่ ๆ ก็มีเสียงเรียกชื่อของผมดังขึ้นปลุกให้ผมรู้สึกตัว

และทันทีที่ผมผลักพี่เขาออกเพื่อมองหาตามเสียงเรียกชื่อก่อนหน้านี้ ก็เล่นเอาหัวใจของผมแทบจะหยุดเต้นเมื่อคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของผมและเห็นว่าก่อนหน้านี้ผมได้ทำอะไรลงไปนั้นก็คือ

พ่อ

กลับบ้านเดี๋ยวนี้เรามีเรื่องต้องคุยกัน…” 

ทุกอย่างในตอนนี้มันว่างเปล่าไปหมด สมองหยุดทำงาน ผมกลายเป็นคนที่เหมือนไม่มีวิญญาณ เสียงของผู้ชายที่เรียกชื่อผมคือพ่อ…จากภาพที่ท่านเห็น ท่านคงผิดหวังกับลูกชายคนนี้ งานนี้ไม่ต้องสืบ มีแต่ตายกับตายอย่างเดียว 

อาการมึนของผม มันแถบหายไปในพริบตาเหลือแต่อาการชา แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทุกอย่างมันอธิบายได้ แต่มันจะเป็นเหตุผลเพียงพอกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ ผมไม่อาจเดาว่า ในไม่อีกกี่นาทีข้างหน้าผมจะโดนอะไรบ้าง ใครก็ได้ตอนนี้ช่วยผมที ทำต้องอธิบายให้พ่อฟังยังไง…ท่านคงผิดหวังในตัวผมกับสิ่งที่เห็น…