[ โต๊ะหน้าตึกนิเทศฯ ] คาบบ่าย

[ แท็ป ]

“โนบิเพื่อนร๊ากกกก” เจ้าแท๊ปร้องเรียกผมทันทีที่เห็นผมกำลังเดินมาที่โต๊ะประจำของพวกเราที่อยู่ที่ด้านหน้าตึกของคณะ

[โนบิ]

“เรียกเสียงสูงแบบนี้จะลอกการบ้านอีกละสิ” โนบิว่าขณะที่กำลังวางกระเป๋าแล้วเข้าไปนั่งที่ม้านั่ง

[แท็ป]

“อันนี้ก็ใช่” ไอ้เพื่อนเด็กทุนรื้อกระเป๋าคว้าสมุดการบ้านเล่มสีฟ้าของผมไปทันทีก่อนจะพูดต่อ 

“แต่อีกเรื่องที่สำคัญมากกว่านั้นคือเรื่องตามหาพี่รหัสโนบิหาเจอหรือยังมาช่วยเราหาหน่อยสิ”

[โนบิ]

“เสียใจ…ก็ยังหาไม่เจอเหมือนกัน” โนบิตอบเล่นเอาไอ้แท็ปทำหน้าหงอยลงไปในทันที ก่อนจะหันไปหาเหยื่อรายใหม่ที่เพิ่งเข้ามานั่งอย่างยูโร  

[แท็ป]

“ยูโรแกหาเจอแล้วงั้นแกมาช่วยฉันหาพี่รหัสหน่อยนานะ ชั้นไม่อยากขึ้นเชียร์ตอนปี2 กับน้องปี1 ชั้นอายน้องมัน” พูดพร้อมกับเข้าไปเขย่าแขนยูโรพร้อมกับออดอ้อน ซึ่งผมคิดไปไกลถึงบทลงโทษที่ไม่ยุติธรรมเท่าไหร่

[ยูโร]

“ไหนมาดูสิ แกสองคนได้คำใบ้อะไรกัน บอกแม่มาลูกๆ ” เสียงคำรามเหมือนอยู่ศาลทรงเจ้า เจ้าแม่ยูโรช่างเป็นที่พึ่งของพวกเราได้จริง ๆ

[แท็ป]

“สุดยอดเลยจ่ะแม่จ๋า” พอยูโรยอมช่วยเข้าหน่อยเรียกแม่เลยนะเจ้าแท็ป โนบิคิดอยู่คนเดียวในใจก่อนจะค้นหาคำใบ้ในกระเป๋าของตัวเอง

[โนบิ]

“ของเราได้คำใบ้ว่า น้องของหล่อฟ้าประทาน” ผมบอกคำใบ้ของพี่รหัสตัวเองให้กับยูโร

[แท็ป]

“ส่วนของฉันได้คำใบ้ว่า ได้คืบจะเอาศอกครับแม่” แท็ปบอกคำใบ้ของพี่รหัสตัวเองให้กับแม่ยูโร

[ยูโร]

“โฮ…คำใบ้พี่รหัสของพวกนายแต่ละคน ฉันล่ะไม่แปลกใจเลยว่าทำไมจนถึงตอนนี้พวกนายถึงยังหากันไม่เจอ ยากขนาดนี้ใครจะไปหาได้ล่ะ พวกนายสองคนเตรียมตัวกอดคอกันโดนทำโทษกันไปเถอะฉันจนปัญญาจะช่วยพวกนายสองคนจริง ๆ” ยูโรว่าพร้อมกับทำท่ารู้สึกผิดไปพร้อมกันด้วย

ขนาดยูโรยังช่วยไม่ได้เห็นทีผมกับแท็ปคงต้องกอดคอกันโดนรุ่นพี่ทำโทษจริง ๆ เสียแล้วล่ะครับ คิดแล้วก็เครียด ดีนะที่เรื่องการแสดงในวันงานประกวดดาวเดือนไม่มีปัญหาผมสามารถใช้เปียโนขึ้นแสดงได้ และผมก็บอกพี่ฮอนแล้วเรื่องที่จะให้พี่ฮอนมารับไปซ้อมเปียโนที่คอนโดของผมทุกวันอังคารกับพุธ หรือวันที่ไม่มีซ้อมดาวเดือน

[หน้าคณะ] วิชาสุดท้ายจบลงไวเหมือนโกหก

[แท็ป]

“โนบิเย็นนี้เลิกเรียนแล้วนายมีซ้อมประกวดดาวเดือนไหม” แท็ปถาม

[โนบิ]

“วันนี้ไม่มีนะ ถามทำไมหรือ” โนบิทำท่าคิดครู่หนึ่งก่อนตอบเมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้รุ่นพี่งดซ้อมเพราะพวกรุ่นพี่ต้องไปเตรียมของเพื่อพาพวกดาวเดือนไปเก็บตัวต่างจังหวัดกันในวันเสาร์/อาทิตย์ที่จะถึงนี้

“ก็ไม่มีไรมากหรอก พอดีวันนี้เราว่าจะไปกินข้าวร้าน Crown Café เสียหน่อยก็เลยจะชวนนายกลับบ้านพร้อมกันนะ”

“อือได้สิ เราสองคนไม่ได้กลับบ้านด้วยกันนานแล้วนะ” จะได้มีเพื่อนกลับ

[ยูโร]

“อืม…ฉันไปด้วยสิ” ยูโรเมื่อได้ยินว่าเราสองคนนัดกลับบ้านพร้อมกันเพื่อจะไปที่ร้าน Crown Café ก็ขอตามมาด้วย

“บ้านแกกับหอของโนบิอยู่คนละทางกันเลยนะ” แท็ปท้วงเมื่อได้ยินว่ายูโรจะขอไปด้วย

“ ก็ฉันอยากไปเจอพี่ฝุ่นของโนบินี่นา” ยูโรบอกพร้อมกับทำสายตาล้อเลียนมาทางผม

“พี่ฝุ่นของกูที่ไหนล่ะยูโรอะพูดอะไรก็ไม่รู้ เพ้อเจ้อ” โนบิเถียงยูโรไปไม่จริงจังนัก

“แหม…กระแสคู่จิ้นของแกกับพี่ฝุ่นออกจะดังแรงแซงกระแสประกวดดาวเดือนขนาดนี้ เล่นเอาต่อมสาววายอย่างฉันทำงานทันทีเลยละจ่ะ” ยูโรว่าพร้อมกับทำสายตาวิบวับอย่างถูกอกถูกใจ

[ ร้าน Crown Café ]

ในที่สุดตอนนี้พวกเราสามคน แท็ป ยูโร และโนบิก็ได้มานั่งกันหน้าสลอนอยู่ที่ร้านอาหารของพี่ภัทร แต่วันนี้พี่ฝุ่นไม่ได้มาทำงานเล่นเอายูโรเสียดายยกใหญ่

[ยูโร]

“โฮ…เสียดายอะ ดันมาตรงกับวันหยุดของพี่ฝุ่นเสียได้อ่ะ”

[แท็ป]

“สม” แท็ปว่าพร้อมกับแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ยูโร

 “ชิ” ยูโรยู่หน้าใส่แท็ปก่อนจะหันมาคุยกับผมทำราวกับว่าแท็ปคืออากาศธาตุ

“อาหารร้านพี่ภัทรอร่อยอย่างที่แกบอกจริงๆด้วย มิน่านังแท็ปมันถึงชอบมากินร้านนี้ทั้ง ๆ ที่หอมันกับร้านนี้อยู่ห่างกันตั้งโยช” ยูโรกระซิบคุยกับโนบิก่อนจะทำท่านึกบางอย่างขึ้นได้ “หรือว่ามันติดผู้…แถวนี้วะโนบิ”

[โนบิ]

“เลอะเทอะแล้วยูโร” ผมพูดพร้อมกับผลักหัวยูโรไปเบา ๆ แต่ยูโรกลับทำเพียงยักไหล่แล้วทานอาหารของตัวเองต่อไป

 [พี่ภัทร]

“ว่าไงเด็ก ๆ เป็นไงอาหารตามกรุ๊ปเลือดของพี่ทานกันได้ไหม” พี่ภัทรเดินเข้ามาทักพวกเราที่โต๊ะโดยที่มายืนซ้อนอยู่ทางด้านหลังเก้าอี้ที่โนบินั่ง

“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ พี่ภัทร” พวกเราสามคนกล่าวทักทายพี่ภัทรออกมาพร้อมกัน

พี่ภัทรลากเก้าอี้มานั่งข้างๆโนบิก่อนจะกล่าวทักทายพวกเราสามคนกลับ

[พี่ภัทร]

“สวัสดีครับ เป็นไงมาไงล่ะถึงได้มากันครบทีมขนาดนี้ นี่คงเป็นน้องยูโรใช่ไหมครับ พี่ได้ยินน้องแท็ปพูดถึงบ่อย ๆ เพิ่งได้มีโอกาสเจอกันนะครับ” พี่ภัทรหันไปทักทายกับยูโร

[ยูโร]

“แท็ปมาเผาอะไรให้พี่ภัทรฟังบ้างคะเนี่ย” 

“หลายเรื่องเลยล่ะครับ” พร้อมทำสายตาล้อเลียนไปทางแท็ป

[แท็ป]

“บ้าแล้วพี่ภัทร ยูโรอย่าไปเชื่อพี่ภัทรนะ” หันไปพูดกับยูโร “ผมแค่มากินข้าวอย่างเดียวเหอะ” แล้วสงครามระหว่างพี่ภัทรกับแท็ปก็เริ่มต้นขึ้น ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังลับฝีปากกันอยู่นั้นยูโรก็เข้ามาสะกิดเบาๆ

[ ยูโร ]    “นี่โนบิ” 

[โนบิ]     “…อะไร”

[ยูโร]

“ฉันได้กลิ่นแปลกๆระหว่างสองคนนี้ว่ะ เรด้าสาววายฉันมันสั่นดิ๊กๆเลยล่ะ” พูดพร้อมกับเอามือลูบคางของตัวเองเบาๆก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้นั่งมองพี่ภัทรกับแท็ปลับฝีปากกันต่อไปโดยมีผมนั่งมองสองคนนั่นตาปริบๆ

“อิ่มสุดยอดไปเลย อาหารของร้านพี่ภัทรนี่อร่อยสมคำล่ำลือจริง ๆ ด้วยค่ะ สงสัยหนูต้องหาโอกาสมาทานร้านพี่บ่อยๆ แล้วล่ะคะ แท็ปเพื่อนรัก เพื่อนนี่เลือกได้ดีจริงๆ ว่าป่ะ” ยูโรพูดกับพี่ภัทรหลังจากดื่มน้ำในแก้วจนหมดพร้อมกับอาหารในจานของตนเองที่เกลี้ยงไม่มีเหลือ

[แท็ป] 

“เพื่อนรัก…เลยหรา แค่พามากินข้าวร้านอาหารที่เรื่องเยอะเนี่ยนะ” แท็ปพูดให้ไอ้พี่ภัทรได้ยิน 

[ภัทร]

“เรื่องเยอะ…เลยหรอนี่จะมากไปแล้วนะ ไอ้ตัวแสบ.”  คนพี่ที่ยืนแถวนั้นหันกลับมาตอบต้นเสียง

“หูพี่น่าจะมีปัญหาแล้วนะ ผมบอกว่าเลือกเยอะ …ร้านอาหารพี่อาหารให้เลือกเยอะ…มั่วว่ะ แม่งหูหาเรื่อง” คนน้องแถจนคนพี่คิดว่าตนหูไม่ดีเองจริงๆ 

“อ่ะ…ขอบคุณครับน้องยูโร ถ้าชอบก็แวะมาทานที่ร้านพี่บ่อย ๆ ได้เลยนะครับ” พี่ภัทรเปลี่ยนเรื่องไปคุยกับยูโร เพราะโดนไอ้เด็กแสบย้อนกลับมา ปนกับตอนนั้นโนบิอยู่ด้วย เลยขี้เกียจจะทะเลาะยาวกับคนที่บอกว่า..เรื่องเยอะ

“ได้เลยค่ะแต่วันนี้หนูคงต้องกลับก่อนนะคะ เดี๋ยวดึกกว่านี้จะกลับลำบาก” ยูโรตอบด้วยหน้าตาจริงจัง และได้เวลากลับบ้าน

“เอ้าจะกลับแล้วหรือครับ แล้วนี่กลับอย่างไรครับ” พี่ภัทรถาม

“เดี๋ยวออกไปพร้อมแท็ปค่ะแล้วค่อยไปเรียกแท็กซี่เอา ไปแท็ป หมดเวลาแห่งความสุขของแกแล้ว ” ประโยคหลังยูโรหันไปสะกิดเรียกแท็ป

แท็ปทำหน้างงกับ ประโยคที่ยูโรพูด แต่ก็ไม่อยากพูดต่อหันมาหาเพื่อนที่กำลังจะกลับบ้าน 

“ไป…ไป” แท็ปว่าพร้อมกับเก็บข้าวของ ผมจึงเตรียมเก็บข้าวของด้วยเช่นกันเพื่อเตรียมที่จะกลับห้องตนเอง

[ภัทร]

“น้องโนบิก็จะกลับแล้วหรือครับ” พี่ภัทรหันมาถามผม

“ครับพี่ภัทรมีอะไรหรือเปล่าพี่” “ก็เห็นหออยู่ใกล้ๆ ถ้าไม่รีบกลับ นั่งเล่นที่ร้านพี่ก่อนก็ได้ ตอนนี้ก็เพิ่ง สี่โมงเย็นเอง.

“นั่งคุยกับพี่ก่อนแป๊บนึงได้ไหมครับ” พี่ภัทรถามพร้อมกับทำท่าทางลุ้นเอาคำตอบจากโนบิจนผมรู้สึกไม่กล้าปฏิเสธพี่ภัทรผมจึงหันไปบอกให้แท็ปกับยูโรกลับกันไปก่อนโดยที่ไม่ทันได้เห็นสายตาที่แปลกไปของแท็ปหลังจากที่ผมตัดสินใจอยู่คุยกับพี่ภัทรต่อ

[ยูโร] “งั้นฉันกับแท็ปกลับก่อนนะ” ยูโรกล่าวลาพร้อมกับกึ่งลากกึ่งจูงแท็ปออกจากร้านไปพร้อมกัน

หลังจากแท็ปและยูโรกลับกันไปแล้วผมจึงหันไปคุยกับพี่ภัทรต่อ

[โนบิ]

 “พี่ภัทรมีเรื่องอะไรจะคุยกับผมหรอครับ” ผมถาม

[ภัทร]

“เออ…คือ”พี่ภัทรมีท่าทีอ้ำอึ้ง “พี่เห็นข่าวคู่จิ้นเรากับเจ้าฝุ่นมันนะตกลงเราสองคนคบกันอยู่หรือครับ” พี่ภัทรตัดสินใจถาม

“อ๋อ…เปล่าครับ ไม่ ไม่ ไม่ ผมกับพี่ฝุ่นเราไม่ได้เป็นอะไรกันนะพี่ ” โนบิตอบปฏิเสธแบบไม่คิดอะไรเลยหลังจากประโยคคำถามจบ

“แล้วน้องโนบิคบใครอยู่หรือเปล่าครับ” 

“ผมยังโสดพี่ พี่ภัทรถามทำไมหรือครับ” โนบิถามอย่างสงสัยว่าพี่ภัทรถามทำไมเรื่องที่โสดหรือไม่โสด

“อ้อ…ไม่มีอะไรหรอก พี่ก็แค่เป็นห่วงนะกลัวว่าถ้าเรามีแฟนแล้วมาเห็นข่าวกระแสคู่จิ้นนี้เข้าแล้วเรากับแฟนจะมีปัญหากัน อีกอย่างฝุ่นกับพี่ เราก็สนิทกันเหมือนพี่น้อง พอฝุ่นมีข่าวกับเราพี่ก็เลยเป็นห่วงทั้งสองคนนะ” 

“ได้ยินแบบนี้ก็สบายใจแล้วใช่ไหมครับ ไม่มีอะไรจิ้นจริงๆ ผมสาบานเลยพี่” โนบิทวนเพื่อให้พี่ภัทรหายกังวล

“ไม่ต้องสาบานครับ…ยังไงพี่ก็ขอโทษด้วยนะครับถ้าพี่ถามอะไรละลาบละล้วงมากไป” 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ตอนมีข่าวแรกๆผมก็กังวลเหมือนกันครับ ก็วันนั้นแหละครับที่ผมมาที่ร้านแล้วเจอพี่วันแรก วันนั้นผมตั้งใจจะมาคุยกับพี่ฝุ่นเรื่องข่าวแต่พอดีพี่ฝุ่นติดงานอยู่ผมก็เลยได้คุยกับพี่แทนนะครับ” 

“อ๋อ…จำได้ซิ จำได้ดีทีเดียวเลย วันนั้นเราโคตรน่ารักเลยเนาะ” ภัทรตอบอย่างลืมตัว แล้วหลังจากนั้นเราสองคนก็คุยกันอีกนิดหน่อย พี่ภัทรเป็นคนคุยสนุก ถามนุ้น ถามนี่ แกคงเป็นคนชอบ Take care คน ก่อนที่ผมจะขอตัวกลับ แกบอกว่าจะเดินไปส่ง ผมปฏิเสธไปเพราะมันใกล้มาก แล้วถ้าพี่ภัทรจะไปส่ง แกต้องไปหลังปิดร้าน ผมเลยบอกพี่ภัทรว่า ไว้วันหลังพี่ แกยิ้มๆ แล้วพูดว่าได้ไว้วันหลังก็ได้ พี่ภัทรจึงแยกตัวออกไปเพื่อเก็บจานจากโต๊ะลูกค้าที่เพิ่งลุกออกไป เพื่อเตรียมปิดร้าน 

ผมลุกขึ้นแล้วสวัสดีพี่ภัทร “กลับก่อนนะพี่ เดี๋ยวมาคุยใหม่พี่คุยสนุกดี ผมชอบ ผมว่าสาวๆ ที่ได้คุยกับพี่นี่หลงรักพี่แน่ ๆ ” โนบิลาพี่ภัทร ภัทรทำสีหน้าชื่นบาน แล้วตอบไปว่า พี่ก็ชอบเรา …เว้นวรรคแพร๊บนึง แล้วพูดต่อว่า “ชอบที่เราน่ารัก และยังคุยสนุกดี.”

หลังจากออกจากร้านพี่ภัทร โนบิก็กลับมาที่ห้องพร้อมกับมานั่งคิดถึงคำใบ้ของพี่รหัสตัวเองว่าเป็นใคร แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก จนไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตอนไหนตื่นมาอีกทีก็เช้าแล้วผมจึงรีบอาบน้ำแต่งตัวไปเรียน

[ วันรุ่งขึ้น ณ ตึกคณะนิเทศฯ ]

หลังจากที่ผมก้าวลงจากวินมอเตอร์ไซค์ผมก็รีบวิ่งเพื่อจะเข้าตึกคณะนิเทศฯ เพราะฝนเจ้ากรรมดันมาลงเม็ดพอดี แต่เพราะความรีบร้อนผมจึงวิ่งไปชนใครสักคนหนึ่งเข้าอีกแล้ว เมื่อตั้งสติได้ผมก็รีบหันไปเพื่อจะกล่าวขอโทษคนที่ชน

[โนบิ]

“ขะ…ขอโทษครับพะ…พี่ซัน” เป็นพี่ซันนั้นเองที่ผมชน

[ซัน]

“นายกับฉันนี่จะเจอกันดี ๆ ไม่ได้เลยนะ และต้องเป็นนายทุกทีที่มาชนฉันแบบนี้ ชีวิตไม่เคยวิ่งคนเดียวว่างั้น คงมีแต่คนคอยบอกทางซินะ”

“ขอโทษอีกครั้งครับพี่ ผมรีบเลยไม่ทันระวัง” ผมขอโทษพี่ซันไปอีกครั้งเมื่อเห็นท่าทางไม่ค่อยพอใจผมของพี่ซัน

“….” พี่ซันไม่ตอบแต่ทำเพียงพยักหน้าเป็นสัญญาณว่ารับคำขอโทษของผมแล้ว

“งั้นผมขอตัวขึ้นเรียนก่อนนะครับ ตอนนี้สายแล้วเดี๋ยวผมเข้าเรียนไม่ทัน” ผมบอกพร้อมกับกล่าวลาและเตรียมที่จะขึ้นตึกเรียนแต่พี่ซันกลับเรียกผมเอาไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวโนบิ”

“ครับพี่” ผมขานรับพร้อมกับหันไปหาพี่ซันเพื่อรอฟังว่าพี่ซันจะพูดว่าอะไร

“ได้ข่าวว่ายังหาพี่รหัสไม่เจออย่างงั้นหรอ”

“ครับ” ผมรับคำไปเบาๆ

“อยากให้พี่ช่วยไหมล่ะ” 

“พี่ซันจะช่วยผมจริง ๆ หรือครับ” โนบิพูดอย่างดีใจที่มีรุ่นพีหยิบยื่นอยากช่วย #โนบิต้องรอด ขึ้นมาในสมองผม

“ใช่ถ้านายยอมทำตามที่ฉัน..สั่ง แล้วฉันจะช่วยนายหาพี่รหัส 

“ยังไงครับพี่ทำตามคำสั่งอะไร” ผมตอบกลับไปหลังสิ้นเสียงพี่ซัน

“ง่ายนิดเดียว นายทำได้อยู่แล้ว” พี่ซันพูดพร้อมทำสายตาเจ้าเล่ห์แต่ผมไม่ทันได้สังเกตเห็นเพราะมัวแต่ดีใจที่พี่ซันยอมช่วย

“ผมยิ่งอยากรู้ขึ้นอีก บอกมาเลยพี่ผมทำได้แน่นอน”

“แน่ใจนะ ไปคิดก่อนมั้ย อย่ารับปากมั่วซั่ว ไม่ชอบ”

“แล้วพี่จะให้ผมทำอะไรล่ะครับ” นี่นับเป็นครั้งแรกที่ผมกับพี่ซันคุยกันนานกว่าปกติ

“ง่ายมากแค่นายไปตะโกนบอกชอบไอ้ฝุ่นที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ 3 ครั้งแค่นั้นเองฉันก็จะยอมช่วยนายเรื่องหาพี่รหัส” พูดจบพี่ซันก็เดินจากไปทิ้งให้ผมยืนอึ้งอยู่กับที่ราวกับถูกสตาฟเป็นหินไว้ให้ยืนอยู่กลับที่

[โต๊ะหน้าตึกนิเทศฯ ]

[แท็ป และยูโร] 

“ฮะ…อะไรนะ” ทั้งแท็ปและยูโรอุทานออกมาพร้อมกันหลังจากผมเล่าเรื่องที่พี่ซันบอกให้ทั้งคู่ฟัง

[โนบิ ]

“นั่นแหละพวกแกสองคนฟังไม่ผิดหรอกพี่ซันบอกให้เราไปตะโกนบอกชอบพี่ฝุ่นที่คณะวิศวกรรมศาสตร์จริง ๆ”

“แล้วนายจะทำไหมเพื่อแลกกับการที่พี่ซันจะช่วยเรื่องหาพี่รหัส” แท็ปถาม

“บ้า…ใครจะกล้าล่ะ แค่ครั้งไปคณะวิศวะฯเราไปเป็นลมที่คณะพี่ฝุ่นจนเดือดร้อนให้พี่ฝุ่นพาไปส่งที่ห้องพยาบาล ขืนครั้งนี้เราไปตะโกนบอกรักพี่ฝุ่นอีกต่อไปเราคงไม่กล้าโผล่หน้าไปที่คณะวิศวกรรมศาสตร์อีกแน่”

“งั้นนายก็จะยอมโดนรุ่นพี่ลงโทษแทนใช่ไหม ขึ้นเชียร์กับน้องปี1 อีกปีนายจะยอมใช่ป่ะ ” ยูโรถาม

“อืม…ก็ดีกว่าไปบอกรัก…เอ้ย…บอกชอบพี่ฝุ่นป่าววะ” ผมบอกทั้งคู่ไปแบบนั้น

[หน้าตึกวิศวะฯ] มาอยู่ได้ไงวะเนี่ยะ 

แต่เมื่อวันเฉลยพี่รหัสใกล้เข้ามามากเท่าไรผมก็ยิ่งกระวนกระวายใจมากขึ้นเท่านั้น จนไม่รู้ว่าสองขาของผมพาผมมาโผล่ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ของพี่ฝุ่นตั้งแต่เมื่อไร กว่าจะรู้ตัวตอนนี้ผมก็มายืนอยู่ที่ลานเกียร์ของคณะวิศวะเรียบร้อย

“โนบิแกมาทำอะไรที่นี่ตรงนี้วะเนี่ยะ” โนบิบ่นกับตัวเองในใจพร้อมกับเตรียมที่จะก้าวเท้าออกจากลานเกียร์ของคณะพี่ฝุ่นเพื่อกลับหอตัวเอง

[ บริเวณ ด้านหลังของตึกวิศวะฯ ]

ระหว่างที่ผมกำลังเดินอ้อมไปทางด้านหลังคณะเพราะเป็นทางที่ผมสามารถกลับหอได้ใกล้ที่สุดผมก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังแว่วเข้ามาให้ได้ยิน 

[ รุ่นพี่วิศวะฯ ] 

“ไอ้ฝุ่นรุ่นน้องพวกเรากำลังโดนรุมอยู่ที่หลังตึกแถวห้องน้ำวะพวกมึงไปช่วยน้อง ๆ กันหน่อยเร็ว” นี่คือเสียงที่โนบิได้ยินและเมื่อโนบิหันไปตามเสียงนั้นโนบิก็ได้เห็นว่าพี่ฝุ่นกับเพื่อนกำลังวิ่งตามพี่คนที่วิ่งเข้ามาบอกเรื่องรุ่นน้องไปทันที

ด้วยความเป็นห่วงและอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นผมจึงรีบวิ่งตามไปและเมื่อไปถึงรู้ว่าจุดที่พี่ฝุ่นกับเพื่อนๆวิ่งมากำลังเกิดการตะลุมบอนกันอยู่อย่างดุเดือด

ปรี๊ดดด

เสียงเป่านกหวีดของ รปภ. ดังขึ้นก่อนที่กลุ่มที่ตะลุมบอนจะวิ่งกันไปคนละทิศละทาง ผมที่มัวแต่ยืนมะงุมมะงาหราเพราะไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรก็ถูกใครบางคนคว้าข้อมือไว้พร้อมกับลากผมติดมือวิ่งไปด้วย

[โนบิ]

“พี่ฝุ่น” เป็นพี่ฝุ่นนั่นเองที่ลากมือผมวิ่งมาด้วยกัน

[ฝุ่น]

“มาทำอะไรที่นี่เดี๋ยวก็โดนลูกหลงหรอก” พี่ฝุ่นว่าพูดไปด้วยก็กึ่งลากกึ่งจูงผมไปด้วย

“ผมบังเอิญผ่านมานะครับ แล้วเห็นว่าพวกพี่กำลังเกิดเรื่องก็เลยตามมา” 

ระหว่างที่ผมกับพี่ฝุ่นกำลังวิ่งหนีกันอยู่นั้นคนของฝ่ายตรงข้ามของกลุ่มพี่ฝุ่นก็วิ่งตามมาด้วย พี่ฝุ่นเกรงว่าจะเกิดเรื่องขึ้นจึงลากผมเข้าไปหลบอยู่ในซอกตึกวิศวะ

[ คู่อริของ ฝุ่นและเพื่อน ]

“ไปไหนแล้ววะกูเห็นหลังพวกมันไวๆ” คู่อริของพี่ฝุ่นหันไปคุยกับเพื่อนพร้อมกับมองหาเราสองคนไปด้วย แม่งไวชิบ อย่าให้กูเจอนะ จุ้นไม่เข้าเรื่องนะไอ้ฝุ่น ทำเป็นเก่งแต่ช่วยคนอื่น คิดว่าเป็นฮีโร่ไงวะไอ้เด็กกำพร้าเอ้ย…. 

“รีบหนีก่อนดีกว่าเดี๋ยวยามของมหาลัยมันก็มาจับพวกเราส่งตำรวจกันก่อนหรอก” อริของฝุ่นคนนึงพูด

“ไอ้เด็กกำพร้าฝากไว้ก่อนนะมึง.”  คนที่เป็นหัวหน้าแก็งค์พูดด้วยความหงุดหงิด

“เออไปก่อนก็ได้วะ ฝากไว้ก่อนเถอะมึง” หลังจากนั้นคู่อริของพี่ฝุ่นก็พากันวิ่งจากไป

[ ห้องเก็บอุปกรณ์ ตึกวิศวะฯนี่แหล่ะ]

ในห้องที่พี่ฝุ่นพาผมวิ่งเข้าไป มันเหมือนห้องรกๆ หน่อยแต่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้า 

หลังจากเหตุการณ์สงบแล้วผมก็เตรียมที่จะเงยหน้าเพื่อกล่าวขอบคุณพี่ฝุ่นโดยลืมไปเรื่องที่ผมจะหัวใจเต้นแรงและเป็นลมทุกครั้งเวลาที่สบตากับพี่ฝุ่นตรง ๆ

“ขอบคุ..อุ๊ป” เสียงของผมถึงกับขาดหายไปเมื่อก่อนที่ผมจะเงยหน้าขึ้นสบตากับพี่ฝุ่น แต่ผมกับถูกพี่ฝุ่นดึงเข้าไปกอดเสียก่อนจนตอนนี้ใบหน้าของผมแนบอยู่กับอกที่มีเนื้อแนบแก้มของคนพี่ที่ปลดกระดุมไว้ สามเม็ดของพี่ฝุ่น

“เดี๋ยวเราก็เป็นลมไปอีกหรอก แบบนี้นายก็คุยกับพี่ได้โดยที่ไม่ต้องสบตากันแล้ว” ใช่ไม่ต้องสบตาแต่แบบนี้มันใกล้ชิดไปใกล้ชิดจนผมได้ยินเสียงหัวใจเต้นของพี่ฝุ่นที่มันกำลังดังเป็นจังหวะเดียวกันกับผมอยู่ในเวลานี้ แล้วแบบนี้ผมควรทำอย่างไรอ่ะ..กับสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าวะเนี่ยะ

“ขอบคุณครับ” ผมกล่าวขอบคุณพี่ฝุ่นไปโดยที่ตนเองยังคงอยู่ในอ้อมกอดและแก้มแนบอกของพี่ฝุ่น

“มาหาพี่ที่คณะมีอะไรหรือเปล่า”

“เออ…ผมแค่ผ่านมาครับ ไม่ได้มาหาพี่ ” ผมตอบพี่ฝุ่นอย่างมีพิรุธ

ไม่ใช่ว่าจะมาตะโกนบอกชอบพี่ที่คณะตามคำท้าของไอ้ซันหรือไง

[ โนบิ ]

  เฮ้ย…ไอ้พี่ฝุ่น รู้ได้ไงวะว่า เรามาหา และรู้ได้ไงว่าเราต้องทำแบบนั้น เพื่อแลกกับพี่ซันบอกเรื่องพี่รหัส  นี่เค้าอ่านใจเราออกหรา เวนแล้วที่ผ่านมาล่ะ ก็ได้ยินหมดเลยอ่ะเด่ะ ชิบหายและตาย ตายๆ  เราอยู่กับมนุษย์ที่มีพลังวิเศษคงเป็นมนุษย์ต่างดาวแบบที่ไอ้แท็ปมันสงสัยหรือนี่ ผมคิดไปไหนต่อไหนแล้วนี่…เอาไงดี “ใช่ครับพี่รู้ได้ไงอ่ะ” พี่ฝุ่นตอบมาแบบไม่คิดอะไรเลย “อ้อพี่รู้มาจากแท็ปน่ะ” เจอกันเลยเล่า  

ไอ้เพื่อนชั่ว ชั่วทั้งต่อหน้า และลับหลัง มันใช่เรื่องมั้ยอ่ะไปเล่าให้ ไอ้พี่ฝุ่นฟังทำไมวะ แล้วจะยังไงต่อเนี่ยะ พี่ฝุ่นก็คงไม่คิดว่าเราจะทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้ละมั้ง ทำแล้วผลเสียมันมากกว่าผลดีนะโนบิ (ผมพูดกับตัวเอง) กระแสคู่จิ้น เวปเผือกร้อนออนไลน์แน่นอน สาวๆ ที่กริ๊ดผมอีก…ตายห่าพอดี ไหนสาวๆ ของไอ้พี่ฝุ่นอีก..มีแต่เละกับเละ ผมเลยตอบไปกับพี่ฝุ่นว่า “ใครทำก็บ้าแล้วพี่…ผมว่าคนบ้าเท่านั้นแหล่ะที่จะทำ ให้ผมสลบไป 10 รอบ ผมตื่นมาก็ไม่ทำ  แล้วที่สำคัญคนที่จะเสียไปด้วยคือพี่ฝุ่นนั่นแหละ”  พี่ฝุ่น “อือคนบ้าเท่านั้นแหล่ะที่ทำ ถ้าไม่บ้าไม่ทำนะ” และมีคนบ้าประมาณ ร้อยคนทำมาแล้วไม่รู้หรอ…ผมงงกับคำพูดนี้ แต่รอฟังว่าพี่ฝุ่นจะพูดอะไรต่อ ……ผมคนนึงอ่ะที่ไม่ยอมเป็นคนบ้า…

ความรู้สึกตอนที่พี่ฝุ่นกอดผม ผมอยู่ในอ้อมอกของพี่ฝุ่น ผมว่าโคตรอบอุ่นเลยอ่ะ มันบอกไม่ถูก และที่สำคัญบอกใครไม่ได้ ผู้ชายเวลากอดกับผู้ชายมันก็ต้องรู้สึกเหมือน ผู้หญิงกอดผู้ชายป่าววะ ผมแอบสงสัยตัวเองเหมือนกัน แต่ผมไม่เคยให้ใครกอดเลยสรุปไม่ได้ เคยแต่พ่อแม่ที่กอดผม ถ้ามันรู้สึกก็คือรู้สึก แล้วที่ผมกำลังรู้สึกมันคืออะไรอ่ะ…โอ๊ย งงไปหมดแล้ว