[บ้านของภัทร]

หลังจากผมหลับไปโดยมีน้องแท็ปอยู่ในอ้อมกอดแล้วนั้น แต่เมื่อผมรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งกับไม่พบร่างของน้องที่ควรจะนอนหลับอยู่ข้างๆ และทันทีที่ผมรู้สึกตัวว่าอะไรเป็นอะไรผมก็รีบก้าวลงจากเตียงด้วยร่างที่เปลือยเปล่า ก่อนจะเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวขึ้นมาพันเอวแบบลวกๆ แล้วเดินตามหาเจ้าตัวแสบแท็ปไปทั่วบ้าน ก่อนจะพบว่าตอนนี้ในบ้านไม่มีแม้แต่เงาของแท็ปอยู่

ผมรีบวิ่งขึ้นไปที่ห้องนอนเพื่อรีบอาบน้ำแต่งตัว หวังว่าอย่างน้อยน้องน่าจะไปที่ร้านของผมเหมือนทุกทีเพื่อทานอาหารไม่มื้อเช้าก็มื้อเย็นเหมือนเช่นที่น้องทำแบบนี้ทุกวัน แต่ผมรอแล้วรออีกก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของน้องว่าจะปรากฏตัวที่ร้านอาหารของผม 

“ไปไหนของเค้านะไอ้ตัวแสบ” ผมบ่นกับตัวเองอย่างหงุดหงิด จนพนักงานในร้านคนอื่นๆไม่มีใครกล้าเข้าหาผมแม้แต่คนเดียว

[ม่อน]

“ดาวๆพี่ภัทรวันนี้เป็นไรวะ ฉันเห็นพี่แกหงุดหงิดงุ่นง่านมาตั้งแต่บ่ายแล้ว แล้วนี่ไปนั่งเงียบๆ คิดอะไรหลังร้านก็ไม่รู้ น่ากลัวอ่ะไม่เคยเห็นพี่ภัทรเป็นแบบนี้ ต้องมีอะไรแน่เลย ” พนักงานในร้านคนหนึ่งเข้าไปกระซิบถามพนักงานร้านของผมอีกคนที่ชื่อดาว

[ดาว]

“เราก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนเข้ามาก็ยังดูอารมณ์ดีๆอยู่นะ แต่ตอนนี้ไม่รู้เป็นไร เอาแต่มองไปที่หน้าประตูทางเข้าร้าน แล้วก็เดินไปเดินมาแถมยังทำหน้าตาราวกับจะไปฆ่าใครเสียอย่างนั้นแหละ” พนักงานในร้านที่ชื่อดาวออกความเห็น

“พี่ฝุ่นมาโน้นแล้ว เดี๋ยวให้พี่ฝุ่นเข้าไปถามพี่ภัทรดีไหม”

“ลองดู ดีเหมือนกันขืนพี่ภัทรยังเป็นแบบนี้อยู่นะ อาหารออกมาไม่อร่อยแน่” พนักงานที่ชื่อดาวสนับสนุนเพื่อน

หลังจากตกลงกันได้แล้วดาวก็เป็นตัวแทนเพื่อนพนักงานเข้าไปบอกฝุ่นให้เข้าไปถามภัทรให้หน่อยว่าเป็นอะไร

“พี่ฝุ่นค่ะ ดาวขอคุยด้วยหน่อยสิคะ” ดาวเลียบๆเคียงๆเข้าไปหาฝุ่น

[ฝุ่น]

“มีอะไรให้พี่ช่วยหรือครับน้องดาว” ฝุ่นที่เพิ่งเอาของไปเก็บที่ห้องพนักงานด้านหลัง ก้าวออกมาพร้อมกับใส่ผ้ากันเปื้อนไปด้วยรับคำทันทีที่น้องพนักงานที่ชื่อดาวเข้ามาคุยด้วย

[ดาว]

“พี่ฝุ่นเข้าไปคุยกับพี่ภัทรให้พวกหนูหน่อยได้ไหมค่ะ พี่ภัทรวันนี้เป็นอะไรไม่รู้ทำหน้ายักษ์ตั้งแต่บ่ายจนลูกค้าไม่กล้าจะเข้าร้านกันแล้วค่ะ ดูซินั่งเหม่ออยู่ตรงนู้น ไม่รู้หงุดหงิดอะไร” ดาวรีบพูดเข้าเรื่องทันที

[ฝุ่น]

“ได้…เดี๋ยวพี่ไปคุยให้นะ”

หลังจากรับปากกับดาวแล้วฝุ่นก็เข้าไปหาภัทรซึ่งนั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ตรงที่นั่งโซนที่ภัทรใช้เป็นที่สำหรับติวหนังสือของตนทันที

[ฝุ่น]

“มานั่งทำไรอยู่ตรงนี้ครับพี่ภัทร…วันนี้พี่ไม่มีติวหนังสือนี่ครับ” ฝุ่นถามพร้อมกับลากเก้าอี้นั่งฝั่งตรงข้ามกับภัทรทันที

[ภัทร]

“มีเรื่องให้คิดนิดหน่อยนะ แล้วเรามาทำงานนานแล้วหรือ” ภัทรพยายามปรับสีหน้าให้ดีขึ้นก่อนจะตอบคำถามของฝุ่น

“น้องๆในร้านเขากลัวพี่กันหมดแล้ว ยิ้มหน่อยสิครับ” ฝุ่นพยายามช่วยพูดให้ภัทรมีรอยยิ้มมากขึ้น

ภัทรยิ้มตอบฝุ่นไปแกนๆก่อนจะถามถึงโนบิ

“เออฝุ่นวันนี้โนบิจะเข้ามาที่ร้านเราไหม” ภัทรถามเมื่อนึกขึ้นได้ว่าหากโนบิมาแท็ปอาจจะมาด้วย

“…” ฝุ่นทำท่าคิดนิดหนึ่ง ก่อนจะหันไปเห็นโนบิกำลังเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับยูโร

[ฝุ่น]

“นั้นไงครับมาโน้นแล้ว พี่ภัทรมีเรื่องอะไรกับโนบิหรือเปล่าครับ” 

ภัทรยังไม่ทันตอบคำถามของฝุ่น ก็รีบก้าวเข้าไปหาโนบิกับยูโรทันที

[โนบิ/ยูโร]

“สวัสดีครับ/ค่ะพี่ภัทร” ทั้งโนบิและยูโรกล่าวสวัสดีภัทรออกมาพร้อมกัน

[ภัทร]

“สวัสดีครับน้องโนบิ น้องยูโร” ภัทรรับไหว้ก่อนจะมองหาคนที่ตนเฝ้ารอตั้งแต่บ่ายจนหงุดหงิดฟาดงวงฟาดงาอยู่เช่นในตอนนี้ แต่เมื่อมองหาแล้วไม่เห็นภัทรจึงอดใจที่จะถามถึงอีกคนไม่ได้

[ภัทร]

“แล้ววันนี้เจ้าแท็ปไม่มาด้วยหรือครับ” ภัทรตัดสินใจถาม

“วันนี้แท็ปไม่มาเรียนตั้งแต่เช้าแล้วพี่ ส่งข้อความมาบอกว่าไม่สบายขอลาหยุดหนึ่งวันค่ะ” ยูโรเป็นคนตอบแทน

“พี่ภัทรมีอะไรกับไอ้แท็ปมันหรือเปล่าครับ” โนบิถามบ้าง

“พี่มีธุระกับน้องแท็ปนิดหน่อยนะ พี่ขอที่อยู่ของน้องแท็ปได้ไหมครับ” ภัทรตัดสินใจถามที่อยู่ของแท็ปทันทีอย่างเป็นห่วงเมื่อได้รู้ว่าคนที่ตนคนึงหากำลังไม่สบาย

ภัทรถามพร้อมกับเข้าไปจับข้อมือของโนบิ โดยมีสายตาของฝุ่น ยูโรมองด้วยความแปลกใจ แต่ในเวลานี้สำหรับภัทรแล้วความเป็นห่วงใครอีกคนมีมากกว่าสถานการณ์ตรงหน้า หรือแม้แต่โนบิคนที่ตนชอบแต่ไม่กล้าจีบเสียอีก

โนบิหันไปมองหน้ายูโรเพื่อขอคำปรึกษา และเมื่อยูโรพยักหน้าให้เป็นสัญญาณ โนบิจึงยอมบอกที่อยู่ของแท็ปให้กับภัทรทั้งชื่อหอพัก และหมายเลขห้องรวมทั้งชั้นที่แท็ปพักอาศัยอยู่

[ภัทร]

“ขอบคุณมากนะครับน้องโนบิ ฝุ่นฝากดูแลลูกค้าต่อด้วยพี่ขอออกไปธุระหน่อย” ประโยคแรกภัทรขอบคุณโนบิ ประโยคหลังภัทรหันไปบอกฝุ่นให้รับหน้าที่ดูแลลูกค้าอย่างโนบิและยูโรก่อนจะรีบวิ่งออกจากร้านไป

[ภัทร]

ทันทีที่ผมรู้ที่อยู่และเปิดแผนที่ในอินเทอร์เน็ตไปหอพักของแท็ปแล้ว ผมก็รีบวิ่งไปที่รถยนต์ของตัวเองเพื่อขับไปหาน้องแท็ปทันทีด้วยความรีบร้อน โชคดีที่หอพักของน้องแท็ปอยู่ไม่ไกลจากร้านของผมเท่าใดนัก เดินทางประมาณ 30 นาที แต่ก็ทำให้ผมได้รู้ว่าการที่น้องมาทานข้าวที่ร้านของผมได้เกือบทุกวันนั้นน้องต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหน ทั้งๆที่แถวหอพักของน้องก็มีร้านอาหารมากมาย แต่น้องก็เลือกที่จะมาฝากท้องที่ร้านของผมได้เกือบทุกวัน ซึ่งเรื่องนี้ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย

[หอพักของแท็ป]

ก๊อกก๊อกก๊อก

หลังจากเคาะประตูห้องของน้องได้สักพัก ก็มีเสียงของคนเคลื่อนไหวอยู่ด้านใน ก่อนที่ประตูห้องจะค่อยๆแง้มเปิดออก และทันทีที่น้องเห็นว่าใครที่มาเคาะประตูอยู่ที่หน้าห้องน้องก็เตรียมที่จะปิดประตูใส่หน้าของผมทันที

“พี่ภัทร” 

หลังจากน้องเรียกชื่อผมและได้รู้ว่าเป็นผมเองที่มาเคาะประตูเรียกน้องอยู่นั้น น้องก็เตรียมปิดประตูหนีทันที แต่ผมนั้นไวกว่าที่คว้าประตูไว้ได้ก่อนที่จะถูกปิด เรายื้อยุดกันอยู่พักใหญ่จนในที่สุดผมก็สามารถเข้าไปในห้องพักของน้องได้สำเร็จ

[แท็ป]

“ออกไปเลยนะพี่ภัทร” น้องไล่ผมด้วยน้ำเสียงที่แหบกว่าปกติแต่ผมไม่ทันได้สังเกต

ปั้ง!!

ผมปิดประตูพร้อมกับลงกลอนให้เรียบร้อย ก่อนจะค่อยๆเดินเข้าหาน้องอย่างกดดัน

[ภัทร]

“ทำไมจะกลับมาถึงไม่บอกพี่ แล้วกลับมายังไง” ผมถามน้องพร้อมกับเดินไล่ต้อนน้องที่เอาแต่เดินถอยหลังหนีผมไปพร้อมกันด้วย

“ผมจะกลับห้องตัวเองทำไมจะต้องบอกพี่ด้วย” บ้าหรือเปล่า น้องถามกลับ

“ก็เราเป็นมะ…เมี” ผมเกือบจะพูดบางอย่างออกไป แต่ดีที่ผมยั้งปากของตัวเองเอาไว้ได้ ก่อนจะเปลี่ยนไปพูดอย่างอื่นแทน “ก็พี่เป็นห่วงเราไง ตื่นมาไม่เจอ” เสียงเบาลง

“ผมดูแลตัวเองได้ พี่ภัทรกลับไปเถอะครับผมอยากพักผ่อนว่ะ…แค๊ก ๆ” น้องไอออกมาในตอนท้าย

ผมยื่นมือออกไปหมายที่จะแตะหน้าผากของน้องเพื่อจะดูว่าน้องแท็ปป่วยจริงหรือไม่ แต่กลับถูกน้องยกมือขึ้นปัดมือของผมออก จนผมต้องคว้าเอวของน้องเพื่อดึงร่างของน้องแท็ปเข้ามาหาตัว

“อย่าดื้อ อยู่เฉยๆ” ผมร้องห้ามทั้งที่ยังคงโอบกอดและประคองร่างของน้องแท็ปเอาไว้

ภัทรค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปหาใบหน้าของแท็ป ก่อนที่จะเอาหน้าผากของตัวเองไปแตะกับหน้าผากของน้องเพื่อวัดไข้ และทันทีที่ใบหน้าของเราอยู่ใกล้กัน ผมก็สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนกว่าปกติของน้อง และยิ่งตอนที่ผมวัดไข้น้องด้วยการเอาหน้าผากชนกันทำให้ผมได้รู้ว่าตอนนี้ตัวของน้องแท็ปร้อนขนาดไหน

[แท็ป] “เห้ยพี่จะทำอะไรอ่ะ ….กลับปะ…ไป”

อ๊อก..อ๊วกกกก   เชี้ยะ…อวกใส่พี่ทำไมอ่ะ ไอ้แท็ป ฟุบ!! แล้วแท็ปก็ล้มลงไปแบบภัทรต้องพยุงตัว แทบจะล้มตาม

ทันทีที่น้องพูดประโยคสุดท้ายจบร่างของน้องแท็ปก็ล้มพับลงไปทันที ดีที่ตอนนี้ผมกำลังโอบประคองตัวของน้องไว้อยู่ ทำให้ผมสามารถรับร่างของน้องที่หมดสติไว้ได้ทันท่วงที

“แท็ป…แท็ป” ผมเขย่าตัวของน้องพร้อมกับเรียกชื่อ แต่น้องก็ได้หมดสติไปแล้ว

[ภัทร]

“อะไรวะ นอนด้วยกันคืนเดียวท้องแล้วหรือเนี่ยะ….(นึกในใจเล่น) และอวกที่เลอะตัวทำให้ต้องทุลักทุเลในการเคลื่อนย้ายไปที่โซฟาไม่สบายหนักขนาดนี้ทำไมยังดื้ออีกนะไอ้ตัวแสบ” ผมบ่นออกมากับตัวเองเบาๆก่อนจะค่อยๆช้อนอุ้มร่างของน้องขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวเพื่อพาไปยังเตียงนอน  “จะตายมั้ยเนี่ยะ….”

เมื่อผมวางร่างของน้องลงนอนยังเตียงนอนเรียบร้อยแล้ว ผมก็ยกหลังมือขึ้นวัดไข้ที่หน้าผากของน้องอีกครั้งก็พบว่าอุณภูมิร่างกายของน้องนั้นร้อนมากกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก ผมจึงไม่รอช้ารีบเดินไปห้องน้ำถอดเสื้อผ้าออกทั้งน้องและผม และหาผ้าสะอาดๆพร้อมกับกะละมังใส่น้ำเพื่อมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้กับน้อง เพราะเป็นวิธีที่ทำง่ายและน่าจะช่วยอาการทุเลาลงได้ 

ผมค่อยๆแกะกระดุมเสื้อนอนของน้องออกทีละเม็ด จนหมดเผยให้เห็นร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าและเต็มไปด้วยรอยคริสมาร์คที่ผมทำไว้เมื่อคืนนี้ ซึ่งร่องรอยเหล่านี้เป็นเครื่องย้ำเตือนผมว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้นั้นเป็นเรื่องจริง และคนที่อยู่ในอ้อมกอดพร้อมกับมอบบทรักอันยากจะลืมเลือนเมื่อคืนนี้คือไอ้ตัวแสบแท็ปจริง ๆ 

ผมค่อยๆเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้น้องอย่างแผ่วเบา หวังให้อุณหภูมิร่างกายที่กำลังร่อนระอุของน้องนั้นให้เย็นลง หลังจากเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้น้องเรียบร้อยแล้ว ผมก็ไปหยิบเสื้อผ้าที่ตู้น้องมาใส่ให้ตัวผมเอง และไอ้ตัวแสบเรียบร้อย ต่อจากนั้นผมเดินไปทั่วห้องเพื่อมองหาว่าในห้องของน้องมีอะไรที่พอจะทำให้น้องทานได้บ้าง แต่กับไม่พบอะไรที่พอจะทำอาหารให้น้องทานได้เลย

“แม้แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ไม่คิดจะซื้อติดห้องไว้เลยหรือไงนะไอ้ตัวแสบ” ผมบ่นเบาๆเมื่อพบว่าแม้แต่มาม่าเพียงซองเดียวก็ไม่มีในห้องของน้อง

ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงตัดสินใจลงไปหาซื้อโจ๊กและของสดพร้อมกับยามาให้น้อง โดยก่อนที่ผมจะลงไปผมได้เดินหากุญแจห้องของน้องและพบว่ามันวางรวมอยู่กับกระเป๋าเงิน โทรศัพท์ของน้องบนโต๊ะเขียนหนังสือข้างหัวเตียงนั้นเอง

ห้องของแท็ปเป็นห้องที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักเมื่อเทียบกับห้องของโนบิ แต่ก็เหมาะสมกับราคาที่ไม่แพงมากนัก และเพราะเหตุนี้แท็ปจึงเลือกที่จะอยู่หอเดิมไม่ย้ายไปอยู่หอเดียวกับโนบิ เพราะถึงแม้หอของโนบิจะอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยมากกว่า แต่เมื่อเทียบกับราคาแล้วหอนี้ก็ยังถือว่าถูกกว่าหอของโนบิมากโขทีเดียว

[ภัทร]

“ป้าครับโจ๊กไก่ถุงหนึ่งครับขอขิงเยอะๆนะครับ” เมื่อลงมาด้านล่างผมก็มองหาร้านอาหารที่อยู่แถวนั้นก่อนจะได้ร้านที่ขายโจ๊กร้านหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักของน้องมากนัก

หลังจากได้โจ๊กมาเรียบร้อยแล้ว ผมก็แวะซื้ออาหารอีกสองสามอย่างไปเก็บไว้ที่ห้องของน้องด้วย ก่อนจะแวะร้านขายยาซื้อทั้งยาแก้ไข้ แก้อักเสบ และไม่ลืมที่จะซื้อยาทาส่วนนั้นติดมาด้วย

ระหว่างที่ผมกำลังจะเดินกลับห้องของน้องแท็ป ก็ให้เผอิญเดินผ่านร้านรับทำกุญแจเข้า และไม่รู้ว่าอะไรดลใจที่ทำให้ผมแวะเข้าไปสั่งทำกุญแจห้องพักของน้องเพิ่มอีกชุดหนึ่งเก็บไว้ หลังจากทำเรียบร้อยแล้ว ผมก็รีบกลับขึ้นไปยังห้องของน้องแท็ปทันที และเมื่อไปถึงที่ห้องก็พบว่าน้องแท็ปยังคงหลับไม่ได้สติเช่นเดิม

ผมจัดการเอาของกินที่ผมซื้อมาไปเก็บในตู้เย็น ก่อนจะกลับมาจัดการเทโจ๊กใส่ถ้วย เตรียมยาและน้ำให้พร้อมก่อนจะเดินกลับมาที่เตียงที่น้องแท็ปยังคงนอนหลับอยู่

[ภัทร]

“น้องแท็ปครับ…ตื่นมาทานข้าวก่อนนะครับจะได้ทานยา” ผมกระซิบอยู่ชิดริมใบหูของน้องเพื่อปลุกให้น้องตื่นมากินข้าวกินยา

ผมเรียกน้องอยู่สักพัก ร่างที่กำลังหลับใหลก็ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา

“ผมปวดหัว..แค๊ก ๆ” น้องบอกก่อนจะไอออกมาในตอนท้าย

“ทานโจ๊กก่อนนะครับ จะได้ทานยานะเดี๋ยวพี่ป้อน” 

ผมค่อยๆประคองร่างของน้องแท็ปให้นั่งพิงอกของผมไว้โดยที่ผมนั่งซ้อนอยู่ทางด้านหลัง ก่อนจะยกถ้วยโจ๊กขึ้นมาถือไว้ในมือ แล้วค่อยๆตักโจ๊กขึ้นป้อนน้องทีละนิด น้องกึ่งนั่งกึ่งนอนพิงอกของผมไว้ก่อนจะรับโจ๊กที่ผมป้อนให้เข้าปากไปหลายคำ

“ไม่ไหวแล้วครับ” น้องดันมือผมออกเมื่อผมกำลังจะป้อนโจ๊กเป็นคำที่หก

“อีกคำหนึ่งนะครับ เราทานไปนิดเดียวเองจะได้กินยานะ”

น้องพยักหน้า และรับโจ๊กที่ผมป้อนให้คำสุดท้ายเข้าปาก หลังจากเห็นว่าน้องทานต่อไปไม่ไหวแล้วผมจึงวางถ้วยโจ๊กลงบนโต๊ะข้างเตียง เสร็จแล้วผมก็หยิบยาที่ผมเตรียมเอาไว้พร้อมกับน้ำให้น้องกิน น้องก็รับยาป้อนใส่ปากตัวเองอย่างว่าง่าย ก่อนจะดื่มน้ำตามไป และทันทีที่น้องทานยาเสร็จน้องก็นอนหลับต่อไปทันทีภายในอ้อมกอดของผม

ภัทรค่อยๆประคองร่างของน้องลงนอนบนหมอนให้เรียบร้อย เสร็จแล้วผมก็ก้าวลงจากเตียงเพื่อไปหยิบยาทาส่วนนั้น ที่ผมรู้เลยว่าเมื่อคืนน้องคงเจ็บมากถ้ารู้สึกตัวตอนนี้ 

ภัทรค่อยๆจับน้องนอนตะแคงข้าง เสร็จแล้วผมก็ค่อยๆดึงกางเกงนอนของน้องลงมาอยู่ที่โคนขาเพื่อที่ผมจะได้ทายาให้ น้องมีท่าทางขัดขืนเล็กน้อยเมื่อรับรู้ว่าผมกำลังจะทำอะไร

“อย่าดื้อ พี่จะทายาให้”

“ไม่เอา…ผมอาย” น้องพูดทั้งที่ยังหลับตาอยู่

“จะอายอะไรล่ะเมื่อคืนนี้มากกว่านี้พี่ก็เห็นมาหมดแล้ว” ผมไม่วายพูดออกไปอย่างที่ใจคิดก่อนจะค่อยๆทายาให้ที่ส่วนนั้นของน้อง

น้องสะดุ้งน้อยๆเมื่อผมทายาให้ ก่อนจะหลับต่อไปด้วยฤทธิ์ของยาที่ทานไปก่อนหน้านี้ หลังจากทายาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็จัดการเสื้อผ้าของน้องให้เรียบร้อย เสร็จแล้วผมก็ล้มตัวลงนอนตะแคงข้างเพื่อมองจ้องหน้าน้องที่กำลังนอนหลับหันข้างมาทางผม

[ภัทร]

“มองไปมองมาเราก็น่ารักเหมือนกันนะไอ้ตัวแสบ” ผมลูบไล้ใบหน้าของน้องไปเบาๆ ก่อนจะปัดปรอยผมที่ตกลงมาปกที่หน้าของน้องออก

“ขอโทษนะที่พี่เป็นต้นเหตุทำให้เราต้องอยู่ในสภาพแบบนี้” พูดจบผมก็ก้มลงไปจูบที่หน้าผากของน้อง ก่อนที่จะดึงร่างของน้องเข้าสู่อ้อมกอด แล้วผมก็หลับไปพร้อมกับน้องโดยที่มีร่างของไอ้ตัวแสบอยู่ในอ้อมกอด

ความรู้สึกของผมน่ะหรอ…บอกตรงๆ นะครับการที่ไอ้ตัวแสบมาอยู่ในอ้อมกอดผม บอกตรงๆไม่เฟคเลย ไม่โลกสวยด้วย ผมโคตรมีความสุขเลยครับ แม้จะไม่ใช่คนที่ผมอยากจะกอดมากที่สุด แต่ยอมรับเลยว่าผมมีความสุขที่สุดในเวลานี้ ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ 

………………………

Rrrr…Rrrrr

[ฝุ่นใช่ไหมลูก] ปลายสายถามทันทีที่ฝุ่นรับโทรศัพท์

“ครับ”

[แม่กับน้องๆได้รับเงินที่ฝุ่นโอนมาให้แล้วนะ] แม่นกจากบ้านเด็กกำพร้าที่ฝุ่นเคยอยู่โทรมานั้นเอง

[ฝุ่น]

“แม่เอาเงินนี้ไปไถ่บ้านและที่ดินของเราคืนมานะครับ แม่กับน้อง ๆ จะได้ไม่เดือดร้อนอีก”

[แม่ถามได้ไหมลูกว่าฝุ่นไปเอาเงินมากมายพวกนี้มาจากไหน]

[ฝุ่น] “แม่นกเอาเงินนี้ไปไถ่บ้านและที่ดินของเราคืนมาเถอะนะครับ เงินนี้เป็นเงินที่ผมทำงานพิเศษมานะครับ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ” 

[ขอบคุณฝุ่นมากนะลูก…อ้อเมื่อหลายปีก่อน วอนเค้ากลับมาหาฝุ่นที่บ้านเด็กกำพร้า ลูกสองคนได้เจอกันหรือยังลูก]

“วอนกลับมาแล้วหรือครับแม่” ภาพเด็กผู้ชายหน้าตาสะอาดสะอ้าน เพื่อนสนิทคนเดียวของฝุ่นแว๊บเข้ามาในสมองอย่างอัตโนมัติ 

[ใช่จ้ะลูกวอนกลับมาจากต่างประเทศแล้ว นี่ลูกยังไม่ได้เจอกันหรือลูก]

[ฝุ่น] “ยังเลยครับแม่” เค้าคงสบายไปแล้ว เค้ากลับมาที่นั่นอีกทำไมครับ 

“เค้ากลับมาหาฝุ่นไง มาวันที่ตรงกับวันเกิดของฝุ่น เมื่อประมาณ 5 – 6 ปีก่อน ปลายสายตอบกลับมา

[ลูกวอนทิ้งที่อยู่ไว้ให้ฝุ่นด้วย จะให้แม่ส่งไปให้มั้ย หรือจะเอาตอนแวะมาที่นี่ก็ค่อยมารับ แต่แม่ก็ไม่แน่ใจว่าลูกวอนตอนนี้จะเปลี่ยนที่อยู่ไปแล้วหรือยังนะลูกเพราะนี่ก็นานมากแล้ว แต่ตอนนั้นแม่ติดต่อฝุ่นไม่ได้ก็เลยไม่ได้บอกเรา]

“ครับ” 

ผมรับคำไปเบาๆก่อนจะวางสายไปพร้อมกับความกังวลใจแปลกๆเมื่อนึกถึงคนที่แม่นุ่มเพิ่งจะเล่าให้ฟัง คนที่ผมเกือบจะลืมเลือนไปแล้ว…วอน

คนที่ผมไม่มีโอกาสแม้แต่จะลาจากกัน คงต้องมีซักวันแหล่ะที่เราจะได้เจอกัน ต้องมีสักวันซิเพื่อนรัก

ก่อนที่ภัทรจะบุกมาถึงห้อง หลังจากที่แท็ปหนีกลับจากบ้านภัทรในตอนประมาณ 6 โมงเช้า

[ แท็ป ]

     ถึงห้อง ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกตอนนี้มัน คือความรู้สึกยังไง ใครที่เป็นแบบผมอยู่ก็คงจะงง งง และสับสนแปลกๆ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก จนผมรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น นี่แหละฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ 

ผมจะไม่พลาดแบบนี้ ผมคิดอยู่กับตัวเองคนเดียว  บอกใครก็ไม่ได้ เอาตรงๆ ผมอาย และตอนนี้ผมยังอายตัวเองอยู่เลยว่าพลาดไปได้ไง…เหอะ…ใครก็ได้ช่วยผมที  เสียงโทรศัพท์สั่นแบบรัวๆ คนปลายสายจะเอาอะไรกันนะ แค่นี้ยังไม่พอใจอีกหรอ..

ผมไม่มีอะไรจะให้แล้ว แม่งเอ้ย….สับสน สับสน งั้นผมเลือกที่จะไม่รับนะครับ ผมไม่รู้จะพูดอะไรกับพี่แก ปล่อยให้เวลารักษาทั้งตัวผม ทั้งใจผม ละกันดีที่สุด 

ผมคิดจนอยู่ในห้องคนเดียว พร้อมกับน้ำตาที่มันไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ฮือ ฮือ..ไอ้พี่ภัทร นะไอ้พี่ภัทร มาทำผมแบบนี้ทำไม เสียงผมเครือๆ อยู่ที่คอ นั่งกอดเข่าพร้อมกับน้ำตาที่ไหลไม่หยุด ทั้งโกรธ ทั้งเกลียด ยิ่งคิด ยิ่งโกรธ กับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ผมเข้าใจแล้วว่าการที่คนคิดจะฆ่าตัวตายมันรู้สึกยังไง บอกตรงๆ ตอนนี้ผมอยากตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไป ผมนั่งอยู่กับตัวเองจนถึงประมาณ 8 โมงกว่าตัดสินใจ  ไลน์ไปบอกยูโร และโนบิว่าไม่สบาย แต่ผมก็ไม่สบายจริงๆนะครับ แล้วผมก็หมดพลังกับการเสียน้ำตาช่วงเช้า จนสลบไป

    ตื่นมาอีกทีก็ตอนที่ไม่มีแรง พร้อมเสียงเคาะประตูจากคนไม่มีมารยาทหน้าห้อง งานนี้เอาใจช่วยให้ผมด้วยนะครับ ผมจะโดนรังแกจากไอ้พี่ภัทรไปถึงไหน ฝากบอกไอ้พี่ภัทรมันด้วยว่า ผมคนนะไม่ใช่จะทำอะไรก็ได้ ผมมีหัวใจ ผมมีเลือดเนื้อ ผมไม่ไหวจริงๆ แล้วประโยคสุดท้ายที่ไอ้พี่ภัทรมันพูด ยังก้องอยู่ในสมองของผม “ขอบคุณนะครับโนบิ.” 

#ทีมแท็ป #แท็ปไงจะใครล่ะ ลงเอยน่าจะยากแล้วล่ะงานนี้ ลุ้นต่อตอนหน้าดีกว่า…..เอาใจช่วยน้องแท็ปกันน๊า……