ปรื้นปรื้น

เครื่องยนต์ของรถมอเตอร์ไซค์ค่อยๆดังใกล้เข้ามา และทันทีที่ผมหันไปมองก็เป็นเวลาเดียวกับที่เจ้าของรถถอดหมวกกันน็อคออกพอดี และมันทำให้ผมถึงกับต้องเรียกชื่อของเจ้าของบิ๊กไบค์ที่อยู่ข้างหน้าทันที

[ โนบิ ]

“พี่ฮอน” ผมเรียกชื่อพี่ฮอนตอนที่พี่ฮอนกำลังถอดหมวกกันน็อคพอดี

[ ฮอน ]

“ไงครับคุณหนู” พร้อมทำท่าเท่ห์ใส่คุณหนูโนบิไปอีก

“พี่ฮอนรถใครอะ…เท่ห์ระเบิดเลย” ผมถามพร้อมกับเข้าไปลูบคลำรถของพี่ฮอน

“รถพี่เองครับ เห็นคุณหนูโนบิบอกไม่อยากให้ผมมารับมาส่งเพราะไม่อยากให้ใครมองว่าเป็นพวกคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แต่เป็นเจ้านี่แบบนี้คุณหนูก็คงจะไม่มีใครว่าแล้วใช่ไหมล่ะครับ” พี่ฮอนพูดพร้อมกับบิดคันเร่งเบาๆ 

“ผมอยากลองขับเจ้านี่บ้างพี่ฮอนสอนผมขับหน่อยสิ” ผมพูดพร้อมเข้าไปเกาะแขนพี่ฮอนอย่างอ่อนๆ

“ไม่ได้ครับ ตอนนี้ซ้อนท้ายพี่ก็พอส่วนหน้าที่ขับให้เป็นหน้าที่ของพี่เอง” พี่ฮอนพูดพร้อมกับยกมือขึ้นจับบนหัวของผมโยกเบาๆอย่างเอ็นดู เมื่อได้ยินดังนั้นผมทำได้เพียงยู่หน้าใส่พี่ฮอน

“ถ้าอย่างนั้นวันนี้พี่ฮอนต้องพาผมซ้อนเจ้านี่ไปเที่ยวก่อนค่อยพาผมกลับหอ ผมจะได้นั่งเจ้านี่นาน ๆ หน่อย” ผมพูดพร้อมกับลูบคลำรถของพี่ฮอนอย่างหลงใหล

“มันชื่อว่าสทอร์มครับ” พี่ฮอนบอกชื่อรถของตนเองให้ผมรู้

“ไปกันพี่ฮอนผมอยากซ้อนเจ้าสทอร์มแล้ว” ผมเร่ง

“งั้นคุณหนูใส่หมวกก่อนครับ” ว่าแล้วพี่ฮอนก็นำหมวกกันน็อคมาสวมให้ผมพร้อมทั้งรัดสายรัดใต้คางให้อย่างเรียบร้อย โดยมีผมยืนนิ่งๆให้พี่ฮอนใส่หมวกกันน็อคให้ และภาพที่อยู่ต่อหน้าฮอนคือเจ้าชายที่ฮอนทะนุถนอม

“บอกพี่มาได้เลยครับว่าอยากจะไปเที่ยวไหนเดี๋ยวองครักษ์จะพาเจ้าชายโนบิไปทุกที่ ที่อยากจะไปเลยครับ” พี่ฮอนพูดพร้อมทำท่าราวกับตนเองคือองครักษ์ จนโนบิต้องหัวเราะอย่างมีความสุขออกมา

“งั้นเราก็ไปกันเลยยยย” โนบิว่าพร้อมกับปีนขึ้นไปนั่งประจำที่ซ้อนท้ายพี่ฮอน

พี่ฮอนหันมามองความเรียบร้อยของผมอีกครั้งเมื่อเห็นว่าตอนนี้ผมนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว พี่ฮอนก็ปิดกระจกของหมวกกันน็อคลง ก่อนจะเริ่มขี่เจ้าสทอร์มออกไปจากบริเวณของหอประชุมทันที

“ยะฮู่…” ผมยกมือขึ้นรับลมเย็นที่พัดมาปะทะใบหน้า โชคดีที่ตอนนี้ค่อนข้างดึกมากแล้ว รถจึงไม่เยอะมาก

“คุณหนูนั่งดีๆครับ” พี่ฮอนหันมาบอกผมก่อนจะกลับไปขี่รถต่อ โนบิจึงต้องดึงมือของตัวเองที่ชูขึ้นสูงลงมาจับเอวของพี่ฮอนตามเดิม

พี่ฮอนปล่อยมือข้างหนึ่งมาดึงมือของผมไว้เพื่อให้กอดเอวของตัวเองแน่นขึ้น และผมก็ทำตาม

“เกาะแน่นๆครับคุณหนู” พี่ฮอนพูดหลังจากดึงมือของผมมากอดเอวของตนเองแน่นขึ้นแล้ว ก็เร่งเครื่องไวขึ้นอีก บรื้น….ตรงยาวไปตามทาง ผมกอดพี่ฮอนแน่นตามคำสั่ง 

คุณหนูกอดแน่นจนผมรู้สึกเขินแปลก ๆ  มันรู้สึกดีมากเกินกว่าคนขับรถที่ต่ำต้อยคนนี้อยากขโมยหัวใจคนที่นั่งข้างหลังมาครอบครองไว้คนเดียว  ผมยากให้คนที่อยู่ข้างหลังผมรู้สึกเหมือนผมจังเลย 

ตลอดทางการเดินทางฮอนกอบโกยความสุขที่ตัวเองทำได้แค่นี้ อย่างมีความสุข โดยที่คนที่นั่งข้างหลังไม่ได้รู้สึกไปมากกว่าพี่ชายเลย

[ ร้านอาหารริมน้ำ ] 

ไม่ช้าพี่ฮอนก็พาผมมายังที่แห่งหนึ่งเป็นร้านอาหารริมน้ำ บรรยากาศสบายๆ น่านั่งมาก ๆเลยละครับในความรู้สึกของผม

[ พี่ฮอน ]

“เดี่ยวเราแวะหาอะไรทานกันก่อนนะครับคุณหนู ซ้อมมาทั้งวันคงจะหิวแย่เลยครับ”

[โนบิ ]

“พี่ฮอนนี่รู้ใจผมมากเลย ตอนนี้ผมกินพี่ฮอนเข้าไปได้ทั้งตัวและเนี่ย” โนบิพูดพร้อมกับเอามือลูบท้องตัวเองไปด้วย

“งั้นก็เข้าไปในร้านกันเถอะครับ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง กินอิ่มแล้วเดี๋ยวผมพาไปนั่งรถเล่นต่อ”

“เย้…พี่ฮอนใจดีที่สุดเลยครับ” ว่าจบผมก็เข้าไปกอดแขนพี่ฮอนแล้วลากพี่ฮอนเข้าไปด้านในร้านทันทีเพราะตอนนี้ผมหิวมากจนอยากสั่งเมนูทั้งร้านมาให้หมด

เมื่อเข้ามาในร้านบรรยากาศด้านนอกว่าน่ารักและบรรยากาศดีแล้ว แต่เมื่อเข้ามาด้านในกับให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายและผ่อนคลายเพิ่มขึ้นไปอีก เหมาะที่จะใครสักคนมาเดทมาก ๆ เลยล่ะครับ ไว้ถ้าผมมีแฟนผมจะให้พี่ฮอนพามาร้านนี้อีก…อิอิ  โนบิคิดกับตัวเองในใจ

“ร้านสวยมากเลยครับพี่ฮอน พี่รู้จักร้านแบบนี้ได้ยังไงครับ อย่าบอกนะว่าเคยพาใครมาเดทก่อนพาผมมาที่ร้านนี้” ผมไม่วายแซวพี่ฮอน

“ผมเห็นรีวิวในเน็ตครับ ร้านมีสปาเก็ตตี้ปลาหมึกที่คุณหนูชอบด้วย เลยอยากลองพาคุณหนูมาออกเดท ทานอาหารอร่อยๆ บรรยากาศดีๆ เผื่อคุณหนูจะชอบ”

“ชอบมาก พี่ฮอนนี่สุดยอดไปเลย ไม่มีใครรู้ใจผมเท่าพี่อีกแล้ว น่ารักที่สุดอ่ะพี่ฮอนของผมเนี่ยะ” แล้วบทสนทนาของเราสองคนก็ต้องหยุดลงเมื่อพนักงานของร้านนำเมนูอาหารมามอบให้ ผมกับพี่ฮอนก็สั่งอาหาร แต่เป็นอาหารที่ผมชอบตามระเบียบ สปาเก็ตตี้ปลาหมึก พี่ฮอนเป็นคนกินง่ายๆ ผมกินอะไรพี่ฮอนกินได้ทุกอย่างเป็นเพื่อนผม และไม่นานอาหารที่สั่งก็มาเสิร์ฟ

“โฮ…นอกจากร้านบรรยากาศดีแล้ว อาหารยังหน้าตาน่าตาดีเหมือนเราสองคนอีก ง่อวววว” โนบิชื่นชมอาหารอย่างถูกใจ ลองไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ก่อน ตามด้วยสปาเก็ตตี้ปลาหมึกของโปรด ผมตักคำแรกเข้าปากก็พบว่าไม่ใช่แค่หน้าตาน่าทาน แต่รสชาติยังดีอีกด้วย

“พี่ฮอนลองทานนี้ดูสิครับอร่อยมากเลย”ว่าแล้วผมก็ตักไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ใส่ในจานให้พี่ฮอน

“ขอบคุณครับ” พี่ฮอนกล่าวขอบคุณผม ก่อนจะตักกับข้าวที่อยู่ใกล้ตนใส่ในจานให้ผมบ้าง

“คุณหนูลองทานนี่ด้วยครับ ดูซิว่าอร่อยมั้ย ”

ผมลองทานอาหารที่พี่ฮอนตักใส่จานให้ เป็นปลากะพงแช่ไวน์แดง ส่วนเนื้อปลาก็กรอบนอกนุ่มใน มีรสชาติของไวน์แดงที่กลมกล่อมแบบลงตัวอร่อยไม่แพ้กันจริงๆอย่างที่พี่ฮอนว่า

พวกเราสองคนก็พลัดกันตักโน้นนี่ให้กันไปตลอดการทานอาหาร ระหว่างทานผมก็เล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้พี่ฮอนฟังอย่างสนุกสนาน ราวกับกำลังเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวันในแต่ละวันให้คนในครอบครัวของตัวเองได้ฟัง จนกระทั่งอาหารที่สั่งมาหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ

[โนบิ]

“อิ่มจัง เดินไม่ไหวแล้วเนี่ย นอนนี่เลยได้มั้ยพี่” โนบิพูดพร้อมเอนตัวไปด้านหลังแล้วเอามือลูบท้องของตัวเองไปด้วย

“งั้นเราไปนั่งรับลมเย็นๆที่ท่าน้ำตรงโน้นดีไหมครับ จะได้รอย่อยไปด้วยในตัว เสร็จแล้วเราค่อยไปที่อื่นกันต่อ” พี่ฮอนพูดพร้อมกับชี้ไปทางโซนที่นั่งที่อยู่ริมน้ำซึ่งถูกประดับไฟไว้อย่างสวยงาม มีโคมไฟนับร้อย ๆ ตัวเรียงรายอยู่รอบ ๆ ตัวเรา

“ไปครับไป” เมื่อเห็นดังนั้นผมรีบลูกขึ้น และเดินนำหน้าพาไปโซนที่ว่านั้นทันที

เมื่อเราสองคนเดินมาถึงโซนที่ว่าแล้ว ผมกับพี่ฮอนก็หาที่นั่งที่อยู่ใกล้ริมแม่น้ำมากที่สุด มองเห็นเงาของพระจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่ในแม่น้ำ 

“ไม่น่าเชื่อนะครับว่าในกรุงเทพจะมีที่สวยๆแบบนี้ด้วย” ผมพูดกับพี่ฮอนโดยที่สายตาของผมยังคงจับจ้องมองบรรยากาศแสนโรแมนติกตรงหน้าตาไม่กระพริบ  “คิดถึงบ้านเราเนอะพี่ฮอน”

พี่ฮอนหันมามองหน้าผม แล้วตอบว่าครับมันดีมากจริง   แล้วยิ้มเบาๆ แบบอบอุ่นๆที่เห็นผมมีความสุข

[ฮอน]

“ เป็นไงครับคุณหนู สนุกมั้ยครับวันนี้ “ ฮอนเริ่มถามคำถามต่อ

[โนบิ] 

“ ดีนะพี่ผมว่าดีเลย สนุกมั้ยเหรอ สนุกซิ มีความสุขมาก ได้อยู่ร้านอาหารสวยๆ กินอาหารที่ชอบอร่อยๆ ได้อยู่กับพี่ฮอนด้วย อย่างมีความสุขอ่ะ”  คำตอบเรียงมาปกติ ปิดท้ายด้วยการหยอดคำอ้อนพี่ชายที่พามาวันนี้ ทำให้พี่ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ แทบอยากจะดึงคุณหนูที่รักเข้ามากอดแต่ก็ไม่อาจทำได้ ได้แต่ยิ้มทั้งในใจ และนอกใจ

“ แล้วพี่ฮอนล่ะ เหนื่อยมั้ยพี่มาอยู่กับผมที่กรุงเทพฯที่ต้องมาดูแลผม เป็นผมผมเบื่อนะพี่ไม่ได้ทำอะไร ต้องรอแต่โทรศัพท์ผม” 

“ ไม่เหนื่อยครับ ผมอยากเหนื่อยแบบนี้ทุกวันเลย.”

“ยังไงพี่…”

“ผมอยากเหนื่อยพาคุณหนูมากินข้าว ผมอยากเหนื่อยพาคุณหนูไปซื้อของ ผมอยากเหนื่อยที่จะรับใช้คุณหนู ผมอยากเหนื่อยที่จะอยู่กับคุณหนูแบบนี้ ผมมีความสุขครับ” 

“หู…พี่ฮอนใส่ซะยาวเลย ดูผมทำให้พี่เหนื่อยมาก ผมโคตรโชคดีเลยเนอะที่มีพี่อยู่ข้างๆ” โนบิพูดต่อ “ แต่พี่ก็ต้องดูแลตัวเองด้วยน๊า…ไม่ใช่ดูแลแต่ผม ผมโตแล้วนะพี่ ให้ผมหัดทำอะไรเองบ้าง เดี๋ยววันไหนพี่ฮอนมีฟง มีแฟนไป ผมจะได้ทำอะไรเองได้ ไม่ใช่รอแต่พี่ฮอน พี่ฮอน” 

“พี่ไม่มีหรอกครับแฟน เป็นโสดแบบนี้สบายใจ”

“แล้วพี่ไม่มีคนชอบบ้างหรอ…ต้องมีบ้างเด่ะ ไหนๆ เล่าให้ฟังบ้างเลย พี่เป็นพี่ผมนะ เรามีอะไรเราต้องเล่าให้ฟัง…บอกมานะพี่แอบไปชอบใคร หรือใครมาชอบพี่บ้าง เล่ามา เล่ามา”

ฮอนมองหน้าคุณหนู สบตาอันเป็นประกายวาววาว ของคุณหนูที่ทำท่าอยากรู้ว่า เรามีแฟนหรือยัง เป็นภาพที่น่ารักและทำให้คนอย่างผมเขินขึ้นมาโดยอัตโนมัติที่ใจอยากจะบอกว่า ก็คนที่ชอบ และรักที่สุดอยู่ข้างๆ นี่ไง แต่ทำไม่ได้อย่างใจคิด 

“ เอ่อ ..ก็มีคนชอบครับ แต่คนที่ผมชอบเค้าไม่เหมาะกับผมหรอกครับ แค่ผมชอบเค้า ผมก็มีความสุขแล้วล่ะครับ” 

“อ่าว แล้วเค้ารู้มั้ยว่าพี่ชอบเค้า เค้าอาจจะชอบพี่ด้วยเหมือนกันนะพี่ เค้าหน้าตาไงอ่ะ สวยมั้ย น่ารักมากมั้ยพี่ ไหนๆ เอารูปมาดูเลยพี่ นั่นแน่พี่ผม เขินไรอ่ะ..นี่ผมโนบินะพี่ ถ้าพี่ไม่เอามาดูผมโกรธนะพี่ มีไรไม่บอก”  โนบิทำเสียงงอนๆ ใส่ฮอน และทำหน้าตาเจ้าเล่ห์เหมือนจะดูให้ได้ตามที่เวลาจะอ้อนเอาอะไรแล้วเป็นวิธีเดียวที่พี่ฮอนจะทำให้

“คุณหนูจะดูไปทำไมครับ เอาไว้ผมกับเค้าเป็นแฟนกันก่อนผมจะให้ดู แต่ผมจะบอกว่า คนที่ผมชอบ เค้าน่ารักมาก เป็นเด็กดีมาก เชื่อฟังผมบ้างไม่เชื่อฟังผมบ้าง ขี้งอน ขี้อ้อน แล้วก็เวลาเค้ายิ้มนะ จะตาตี่ๆ น่ารักที่สุดในโลกเลยครับ.” ฮอนพูดไปยิ้มไปขณะบรรยายลักษณะของคนข้างๆ ให้คนที่นั่งข้างๆ ฟัง

“ฮุย..ตาตี่เหมือนผมด้วย 555 ไม่บอกก็ไม่บอก เอาไว้เป็นแฟนกันแล้วค่อยมาให้ผมดูหน้าด้วยนะว่าผ่าน หรือไม่ผ่าน ถ้าน่ารักเหมาะกับพี่ฮอนสุดหล่อของผม ผมจะบอกว่า “คุณได้ 3 ผ่านไปเลย.” แต่ถ้าไม่น่ารัก ไม่โอเค ผมจะบอกว่า “คุณยังไม่ใช่เดอะเฟค” 555  สองพี่น้องคุยเรื่องที่อยากจะเล่าให้กันฟังแบบสนุกสนาน แต่คนที่มีความสุขไม่ต้องเดานะว่าเป็นใคร…

พวกเราสองคนนั่งเล่นกันอยู่ตรงนี้อีกพักใหญ่จนผมรู้สึกง่วงนอน อาจเป็นเพราะวันนี้มีเรียนเช้า และยังมีกิจกรรมมากมายอีก รวมถึงเป็นเพราะไวน์แดงที่ผสมในปลากะพงด้วยเล็กน้อย ผมจึงชวนให้พี่ฮอนพากลับไปส่งที่หอ แม้จะอยากซ้อนเจ้าสทอร์มต่ออีกหน่อยก็ตาม แต่เพราะตอนนี้ผมไม่อาจฝืนตาของตัวเองไม่ให้หลับได้อีกต่อไป

หลังจากชำระค่าอาหารเรียบร้อยแล้วผมกับพี่ฮอนก็เดินกลับมาที่รถ พี่ฮอนจัดการสวมหมวกกันน็อคให้ผมเหมือนเคย พี่ฮอนหยิบเสื้อแจ็คเก็ตมาให้ผมใส่ เพราะอากาศมันเริ่มเย็นแล้ว

[ฮอน]

“ใส่ไว้ครับ ดึกลมแรงเดี๋ยวคุณหนูจะหนาว” ผมกระชับเสื้อแจ็คเก็ตของพี่ฮอนให้แน่นขึ้นก่อนจะค่อยๆปีนขึ้นนั่งซ้อนท้ายรถของพี่ฮอน

“กอดไว้แน่นๆนะครับ ช่วงดึกถนนโล่ง ผมจะขับให้เร็วขึ้นอีกหน่อยคุณหนูจะได้กลับถึงหอเร็ว” 

“ครับ” ผมรับคำพร้อมกับขยี้หูขยี้ตาตัวเองไปด้วย

พี่ฮอนเห็นว่าโนบิเริ่มง่วงเต็มที ก็แหมหนังท้องตึงหนังตาก็ต้องหย่อนเป็นธรรมดา ตลอดทางพี่ฮอนจะหันมาดูผมเป็นระยะ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะไม่เผลอหลับขณะซ้อนท้ายรถพี่ฮอน แต่ไอ้เจ้าปลากะพงแช่ไวน์แดงของผมมันออกฤทธิ์ผมก็เผลอหลับจริงๆด้วย ผมได้อาศัยหลังของพี่ฮอนเป็นหมอนไปซะแล้ว  ระยะทางไม่ไกลนักจากร้านอาหารถึงหอ ไม่ช้าเจ้าสทอร์มของพี่ฮอนก็ขับพามาจอดที่หน้าหอของผมในที่สุด

[ หอพักของโนบิ ]

โนบิลงจากรถพี่ฮอนด้วยท่าทางเบลอ มึนๆแบบร่างกายพร้อมชัตดาวน์ตัวเองตลอดเวลา เมื่อพี่ฮอนเห็นดังนั้นจึงอาสาพาผมขึ้นไปส่งที่ห้อง ต่างจากตอนอยู่ที่บ้านตอนอยู่บ้านโชคดีที่ห้องของผมอยู่ชั้นไม่สูงมาก ไม่ช้าพวกเราสองคนก็เดินกันมาจนถึงที่ห้อง

ทันทีที่เปิดห้องได้ผมก็แทบจะทิ้งดิ่งร่างของตัวเองลงไปบนโซฟาทันที

[โนบิ] 

“ถึงห้องสักทีผมง่วงจะตายอยู่แล้ว”  โนบิพูดจบก็ล้มตัวลงนอนและปิดสวิตช์ตัวเองทันทีโดยไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว คงเป็นเพราะฤทธิ์ไวน์ในปลากะพงด้วยทำให้เจ้าชายน้อยขององค์รักษ์ หลับแบบรู้สึกตัวไปเลย 

ทางด้านของฮอนเมื่อโนบิหลับไปเรียบร้อยแล้ว ฮอนก็เดินเข้าไปที่โซฟามาช่วยโนบิถอดถุงเท้าให้อย่างช้าๆ เพราะกลัวคุณหนูจะรู้สึกตัว ทุกอย่างที่ฮอนทำ ทำอย่างนุ่นนวลราวกับคนที่นอนอยู่เป็นเจ้าชายที่องค์รักษ์ต้องทะนุถนอม เมื่อถอดถุงเท้าเรียบร้อย ก็เดินไปหยิบกะละมังและผ้าสะอาดมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ เพื่อให้โนบิได้นอนสบายตัวมากขึ้น หลังจากเช็ดตัวให้กับโนบิแล้ว ฮอนก็มานั่งอยู่ข้างโซฟามองดูคุณหนูของตัวเองหลับ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบผมที่ตกลงมาให้ ริมฝีปากเล็กๆที่อยู่ตรงหน้า และลมหายใจที่หอมกรุ่นไวน์ทำให้ฮอนไม่สามารถห้ามใจตัวเองไว้ได้ ฮอนค่อยๆบรรจงมองหนูคุณหนูทั่วใบหน้า เห็นแต่ความน่ารัก น่าทะนุถนอม เปลือกตาที่หลับสนิท เลื่อนมาที่จมูกที่โด่งเป็นสัน ขยับเลื่อนมาที่ปากสีชมพู ภาพทุกอย่างที่เห็นมันทำให้องครักษ์ ไม่สามารถห้ามใจตัวเองได้ จนเผลอก้มลงไป แล้วใช้ปากขององครักษ์ ประทับไปที่ปากของเจ้าชายที่นอนไม่ได้สติอยู่ตรงหน้า องครักษ์ ขยับปากงับปากของเจ้าชายอย่างระมัดระวัง แล้วปากของเจ้าชายก็ขยับรับปากขององครักษ์ แบบไม่รู้ตัว ทั้งสองใช้ปากบดขยี้เบาๆ รับกันอย่างละมุน โดยที่องครักษ์ รู้สึกตัวว่าตอนนี้กำลังทำอะไรที่ไม่ควรทำ องครักษ์ บังอาจก้าวล้ำความรู้สึก โดยที่เจ้าชายที่นอนอยู่ไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้กำลังโดนล่วงล้ำ เมื่อองครักษ์ รู้สึกตัวว่าสิ่งที่ตนทำมันไม่ควรจะเกิดขึ้นจึงละปากของตนจากปากของเจ้าชาย และค่อยๆขยับใบหน้าออก มองเจ้าชายที่อยู่ตรงหน้า และคิดในสิ่งที่ตนกระทำลงไปโดยไม่หักห้ามใจ  ฮอนนั่งมองหน้าเจ้าชายที่นอนอยู่บนโซฟาอย่างมีความสุขจนพอใจ แล้วใช้มือช้อนตัวคุณหนูที่ไม่มีแรงไปนอนบนเตียงให้สบายตัวยิ่งขึ้น 

[ ฮอน ] อุ้มคุณหนูไปนอนที่เตียง

“ฝันดีนะครับเจ้าชายโนบิของผม” พูดจบฮอนก็ค่อยๆ ยกผ้าห่มขึ้นห่มให้กับโนบิ ก่อนจะตรวจดูความเรียบร้อยให้ เสร็จแล้วตนก็กลับลงมาเพื่อขับเจ้าสทอร์มกลับไปบ้านพักที่อยู่ไม่ไกลจากคอนโด

[ ฝุ่นกลับจากร้าน ]

ทางด้านของฝุ่นหลังจากช่วยภัทรปิดร้านแล้ว เขาก็เตรียมตัวที่จะปั่นจักรยานคู่ใจของตัวเองกลับหอ แต่ขณะที่ตนเองกำลังจะปั่นออกไป มุ่งหน้ากลับหอแต่ยังไงก็ต้องผ่านหอของโนบิที่อยู่ไม่ไกลจากร้านของภัทรนัก ก็นึกถึงเดือนคณะนิเทศน์ตัวยุ่งขึ้นมาเฉยเลย และแอบคิดว่าป่านนี้จะกลับหรือยัง แต่ภาพที่เห็นคือ โนบิซ้อนมอเตอร์ไซค์กลับมากับฮอนพอดี

     “เจ้าเด็กนั้นมากับใครทำไมท่าทางดูสนิทกันจัง” ฝุ่นคิดกับตัวเองตอนที่เห็นฮอนกับโนบิเดินขึ้นห้องไป 

    “ไอ้เราก็นึกเป็นห่วงว่าจะกลับบ้านมาหรือยัง แล้วจะกลับอย่างไร แต่เห็นแบบนี้แล้วคงไม่ต้องเป็นห่วงแล้วสินะ” ฝุ่นคิดกับตัวเองในใจ ก่อนจะปั่นจักรยานคู่ใจกลับหอของตัวเองไป

แต่เมื่อได้เห็นว่าโนบิมากับฮอนก็เลยรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

[ ที่คอนโดของซัน ]

 “ใคร ๆ อาจจะพูดว่าพี่ซันเป็นคนเอาแต่ใจ ขี้โวยวาย ก้าวร้าว ทำเป็นโหดๆใส่คนอื่น แต่ผมกลับรู้สึกว่าเนื้อแท้แล้วพี่ไม่ได้เป็นคนแบบนั้นเลยแม้แต่นิดเดียวเลยล่ะครับ”

ระหว่างที่ซันกำลังอาบน้ำอยู่ ๆ ประโยคที่โนบิพูดกับตนก่อนหน้านี้ก็ดังขึ้นมาในหัวของซัน ก่อนจะซ้อนทับมาด้วยภาพที่ฝุ่นเข้ามานั่งพูดคุยและหยอกล้อกับโนบิ และยังภาพที่สองคนนั้นถ่ายรูปหน้าเซตจนเป็นเหตุให้เพจเผือกร้อนออนไลน์นำภาพไปลงเพจจนเกิดเป็นกระแสคู่จิ้นขึ้นอีกครั้ง และตามมาด้วยภาพที่โนบินั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซด์ของฮอนไป

ปัก…….

ซันกำมือทุบกับกำแพง 2 ครั้งห้องน้ำอย่างแรง

“ฮึ…สุดท้ายรอบตัวนายก็มีแต่คนคอยดูแลและเอาใจใส่นายไอ้โนบิ ไอ้น้องนอกสายเลือด” ซันคิดกับตัวเองพร้อมกับค่อยๆทรุดร่างลงนั่งกับพื้นห้องน้ำ นึกถึงภาพตอนเด็กๆ ที่ต้องออกมาจากบ้านหลังใหญ่ที่มีแค่ตนกับแม่เท่านั้นที่ออกมา ทำให้น้ำตาของคนที่ไม่ได้รับความรักไหลออกมาปนไปกับสายน้ำจากฟักบัวอาบน้ำรินรดอยู่ตลอดเวลา

“ใคร ๆ อาจจะพูดว่าพี่ซันเป็นคนเอาแต่ใจ ขี้โวยวาย ก้าวร้าว ทำเป็นโหดๆใส่คนอื่น แต่ผมกลับรู้สึกว่าเนื้อแท้แล้วพี่ไม่ได้เป็นคนแบบนั้นเลยแม้แต่นิดเดียวเลยล่ะครับ” ประโยคที่โนบิพูดก่อนหน้านี้กลับมาดังขึ้นในหัวของซันอีกครั้ง

“ฉันเกือบจะใจอ่อนให้นายอยู่แล้วเชียว” ทันทีที่ซันพูดประโยคนั้นจบสายตาที่อ่อนแอและเจ็บปวดของซันก็ค่อยๆแข็งกร้าวขึ้นอีกครั้ง ลุกขึ้นเดินมาที่หน้ากระจก

“ฉันจะทำให้พ่อต้องผิดหวังในตัวนาย ถ้าพ่อรู้ว่านายมีรสนิยมเพศเดียวกันพ่อจะรู้สึกอย่างไรกันนะ ฉันอยากรู้จริงๆ” ซันพูดกับตัวเองเมื่อคิดแผนการบางอย่างได้ในใจ

[ หน้าตึกคณะนิเทศ ] โนบิไปเรียนตามปกติ

[ แท็ป ] 

“เป็นอย่างไรบ้างครับคุณเพื่อนไปซ้อมดาวเดือนวันแรกมาเมื่อวานนี้” แท็ปเข้ามาทักทายพร้อมกับถามเรื่องที่โนบิไปซ้อมดาวเดือนเมื่อวาน

[ โนบิ ]

“เมื่อวานแค่ถ่ายภาพนิ่งเพื่อโปรโมทเลยยังไม่ค่อยเท่าไร แต่วันนี้สิต้องซ้อมเต้นสำหรับการแสดงในวันงาน” ผมตอบ

[ แท็ป]

“แล้วสาวๆดาวคณะสวยไหมวะ เค้าบอกว่าเดือนคณะมนุษย์อิ๊งค์ เหมือนลิซ่าจริงหรอวะ ฉันละแทบอยากจะโดดซ้อมเชียร์ไปดูแกเลยอ่ะ”

โป๊ก!!  ( ฝ่ามือปรมจารย์ยูโร ฟาดเข้าไปที่หัวของแท็ป)

[ ยูโร ]

“นี่แหนะ…ฉันบอกแล้วว่าอย่างนายนะไม่เหมาะจะมีมอสระเอีย แต่นายนะเหมาะที่จะมีผอสระอัว” 

ยูโรที่นั่งกินขนมไปทำการบ้านไปไม่สนใจใครก่อนหน้านี้ทันทีที่ได้ยินประโยคก่อนหน้านี้ของไอ้แท็ป ยูโรถึงกับยกด้ามปากกาขึ้นเคาะหน้าผากของแท็ปทันทีก่อนจะพูดประโยคเมื่อครู่

[ แท็ป ]

“ไอ้…ยูโร เจ็บนะโว๊ย เคาะมาได้” แท็ปหันไปหายูโรก่อนจะยกมือขึ้นลูบหน้าผากของตัวเองปรอย ๆ แล้วปิดท้ายด้วยประโยคว่า หน้าม้ากูแตกหมด

[ ยูโร ] 

“โอ๋ๆมาๆเดี๋ยวหม่ามี้จะเป่าเพี้ยงๆให้นะ” พูดจบยูโรก็ล็อคคอของแท็ปเข้าหาตัวก่อนจะพ่นลมออกจากปากของตัวเองไปที่รอยแดงบนหน้าผากของแท็ป

“โอ้ย…พอเลยจ้ะยูโรก่อนที่น้ำลายของแกจะเต็มหัวชั้นเสียก่อน” แท็ปว่าก่อนจะพยายามขืนตัวเองออกจากอ้อมกอดของยูโร

“เห็นไหมบอกแล้วว่านายนะไม่เหมาะที่จะอยู่กับสาวๆหรอก ดูสิขนาดสวยๆอย่างฉันนายจะไม่อยากอยู่ใกล้เลย” ยูโรว่า

“จ้ะ…สวยมว๊ากกก ดึงดูดมากกก มันใหญ่มาก ใหญ่กว่าบิ๊กเม้าเท่นอีก” แท็ปไม่วายลากเสียงยาวในตอนท้าย แต่ยูโรฉายาโนสนโนแคร์ก็หาใส่ใจไม่

“เออแล้วตกลงโนบิคิดไว้หรือยังว่าจะส่งการแสดงอะไรเข้าประกวดเดือนมหาวิทยาลัย” ยูโรเปลี่ยนเรื่อง

[ โนบิ ]

“ยังเลย พวกแกสองคนช่วยเราคิดหน่อยสิว่าเราควรจะเอาการแสดงอะไรไปประกวดดี” ผมถามเพื่อขอความเห็นทั้งสองคน

[ แท็ป] 

“นายทำอะไรได้บ้างล่ะ” แท็ปถาม

[โนบิ] 

“ก็ได้หลายอย่างอยู่นะ เปียโน ร้องเพลง เล่นกีต้าร์ ส่วนใหญ่จะเป็นอะไรที่ไม่ต้องใช้แรงหรือต้องออกกำลังมาก ๆนะ” ผมบอก

“งั้นร้องเพลงเล่นกีต้าร์ไหม” แท็ปเสนอ

[ยูโร]

“โอ๊ย…ไม่เอาหรอกร้องเพลง เล่นกีต้าร์ใคร ๆ เขาก็ทำกัน มันดูไม่โดดเด่น นายต้องแสดงอะไรที่นายจะได้โชว์ความสามารถของตัวเองมาก ๆ หน่อย”

“งั้นก็เล่นเปียโนแล้วก็ร้องเพลงเป็นไง” แท็ปช่วยออกความเห็นอีก

“ก็น่าสนใจนะ แต่ทางงานจะมีเปียโนให้หรือป่าวนี่สิในวันงานนะ” ยูโรออกความเห็นด้วย

[โนบิ]

“งั้นเดี๋ยวเย็นนี้เราจะลองไปถามทางพี่ๆทีมงานก่อนว่าเราสามารถใช้เปียโนในการแสดงได้ไหมนะ” ผมตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้

[ยูโร + แท็ป]

“ตกลงงั้นเอาตามนี้” ยูโรและแท็ปพูดออกมาพร้อมกัน

“งั้นเดี๋ยวเย็นนี้เราจะไปปรึกษาพี่ๆเขาดูนะ” 

และแล้วผมก็รู้เสียทีว่าผมควรจะแสดงอะไร และถ้าการแสดงนี้สามารถแสดงได้ ผมคงต้องให้พี่ฮอนมารับทุกวันนับจากนี้เพราะผมคงต้องกลับไปที่คอนโดของผมเพราะที่นั่นมีเปียโนของผมอยู่

 หน้าพี่ฮอนลอยมา เมื่อผมต้องการความช่วยเหลือทุ๊กที

[ ยูโร]  ว่าแต่พี่ฮอนของแกเนี่ยะ หน้าตาไงอ่ะ หล่อป่ะ ไหนดูหน่อยซิ นะ นะ นะ คนขับรถของเพื่อนก็เหมือนคนขับรถของฉัน…

[โนบิ] “หรอ….ใช่หรอ…ไม่เอากูหวง เดี๋ยวแกเห็นแล้วอดใจไม่ได้ สงสารพี่ฮอนเค้า เดี๋ยวก็มาจับคู่วายให้พี่เค้าอีก ที่สำคัญพี่เค้ามีแฟนแล้ว ” ผมพูดเล่นแกล้งเพื่อนที่สมองมีแต่ผู้ชายวายอะไรก็ไม่รู้

ทั้งสามคนคุยเล่นกันอย่างสนุกสนาน

สวัสดีค่ะ ชื่อยูโรนะคะ เป็นสาววาย แบบวายจ๋านะคะ ไม่วายจู๋ ฉากNC ไม่เน้น เน้นฉากโรแมนติกจับมือกันฟิน 55 ความสุขของยูโรก็คือการเห็นผู้ชายกับผู้ชายรักกันค่ะ  ในชีวิตเอาจริงๆ นอกจากเรียนแล้วก็จะติดซีรีย์ แล้วก็อ่านนิยายในเว็ปแบบทุกคนแหล่ะ งานมโมเลยเยอะหน่อย ยูโรไม่ค่อยมีเพื่อนหรอกค่ะ มีเพื่อนน้อยถ้านับก็มีประมาณ สองแสนกว่าคนค่ะ น้อยใช่ม๊ะ….”ก็ยูโรเป็นคนบ้านิคะ.” คุยได้กับทุกคน แต่ไม่ได้พูดมากเหมือนไอ้แท็ปนะคะ คือเป็นอัธยาศัยดีไปหน่อยเลยมีเพื่อนเยอะ แต่เป็นเพื่อนในโซเชียลนะคะ ธรรมดาค่ะหุ่นเซี๊ยะขนาดนี้หนุ่มๆที่ไหนจะมาเป็นเพื่อนละคะ ยังไม่มีแฟนค่ะยังเด็กอยู่เอาไว้สัก 40 ต้นๆค่อยมีค่ะ สวยๆให้ผู้ชายเสียดายเล่นไปก่อน ทำไมถึงมาเป็นสาววายน่ะหรอคะ เรื่องมีอยู่ว่า ตอนมัธยม ยูโรดันไปแอบชอบรุ่นพี่ม.5 หล่อสายโหดอารมณ์มัธยมพี่ต่อฮอร์โมนอ่ะคะ สาวนี่กริ๊ดทั้งโรงเรียน แอบมองทุกวัน แล้วก็ซื้อขนมไปฝากพี่เค้าทุ๊กวัน (เป็นคนมีฐานะอะค่ะ สมัยนี้เรียกสายเปย์) จนพี่เค้ารู้ว่าเราชอบ เค้าก็เลยมาคุยกับเราแบบจริงๆ จังเลยนะคะ ใครบอกเงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง ซื้อได้จริงๆ แต่คดีพลิกค่ะที่เค้ามาคุยกับเราน่ะคือเค้ามาบอกว่า พี่เค้าไม่ได้ชอบผู้หญิง เค้าชอบผู้ชายแล้วคนที่เป็นแฟนกับเค้าก็คือพี่ไปท์ ที่เป็นดรัมเมเยอร์โรงเรียน ที่ไปไหนมาไหนกับเค้าบ่อยๆ ยูโรก็ว่าแปลกๆอยู่เหมือนกันว่าทำไมต้องถือกระเป๋าให้กันด้วย เป็นไงล่ะคะจบ..บริบูรณ์ ไม่ต้องจ้างโคนันใดๆ ไม่ต้องคิดอะไรเยอะต่อไป สรุปอกหักค่ะ แต่พอยูโรเห็นพี่เค้าเดินกันสองคนยูโรไม่ได้อิจฉาเลยนะคะ แต่กับชอบซะมากกว่า นี่แหล่ะเลยวายเรื้อรังมาถึงตอนนี้ และพอมาเข้ามหาลัยความเรื้อรังของยูโรเลยทำให้ไอ้แท็ป กับไอ้โนบิ คือทาสของสาววายค่ะ ยูโรจะพยายามทำให้มันมีแฟนเป็นผู้ชายให้ได้นะคะ ตอนนี้ก็จะเป็นไอ้โนบิ กับคุณพี่ฝุ่น ลุ้นกันไปค่ะคู่นี้บอกเลย เค้าจะแอบโรแมนติกกันตลอดโดยไม่รู้ตัวหรอกค่ะ รู้อีกทียูโรว่าคงรักกันไปแล้ว แต่แค่สบตากันก็เป็นลมแล้วเนี่ยะนะ (ยูโรจะพยายามไปสืบมาให้ทุกคนรู้นะคะ จริงๆ แล้วเป็นเพราะอะไร ส่วนอีแท็ปคนนี้เดี๋ยวส่องคู่ให้มันก่อน ตอนนี้ยังไม่เห็นใครจะเหมาะกับคนปากอย่างมัน เอาไว้เจอจะรีบมาเล่าให้ฟังนะคะ ไม่สัญญานะ แต่จะทำให้ดีที่สุด สาววายจงเจริญ….เย้ เย้ เย้