[ พี่ภัทร ] 

พี่สนใจน้องโนบิวะ แกช่วยพี่จีบน้องเขาหน่อยได้ไหมวะ

[ฝุ่น]

 ครับผมจะช่วย

เพราะประโยคนี้ของผมที่รับปากพี่ภัทรไปเมื่อวันก่อนทำให้ตอนนี้ผมต้องมายืนโง่ๆอยู่ที่หน้าคณะของโนบิ โดยมีสายตาของคนในคณะนิเทศฯมองมาที่ผมกันเป็นจุดเดียว ผมว่ามองแบบไม่ปกติด้วย หรือทุกคนจะรู้ว่าผมกำลังจะมาจีบโนบิให้พี่ภัทร ฮืม..สมองผมคิดหลอนมากไปแล้วเนี่ยะ  แต่ทำไมมองกันแปลกๆวะ 

[ หน้าตึกคณะนิเทศฯ ]

“แล้วจะไปหาน้องมันที่ไหนวะ” ผมบ่นกับตัวเองเมื่อผมดันไม่รู้ว่าหลังเลิกเรียนพวกน้องๆจะพากันไปรวมตัวที่โต๊ะไหน เรียนห้องไหน อย่างวันก่อนเป็นเพราะน้องนัดสถานที่กับผมไว้ผมเลยไปหาโนบิได้ถูก หรือคงแถวที่เดิมที่ไอ้ตัวยุ่งมันเป็นลมนะ

ระหว่างที่ผมกำลังงง (งอ งู ล้านตัว ) กับตัวเองอยู่เพราะไม่รู้ว่าจะไปทิศทางไหนดี ก็เป็นโชคดีของผมที่ดันหันไปเห็นน้องยูโรเข้าพอดี

[ ฝุ่น ]

“หวัดดีครับ…น้องยูโร” ผมตะโกนเรียกน้องยูโรที่กำลังเดินเตรียมจะเข้าตึกคณะทันทีที่ผมหันไปเจอ

เด็กผู้หญิงน่ารักๆ แต่แอบเปรี้ยว ปรี่วิ่งเข้ามาหาผมอย่างตั้งอกตั้งใจ

[ ยูโร ] 

“กรี๊ดดดด…พี่ฝุ่นจริงๆด้วย มาหาโนบิหรือค่ะ มาค่ะเดี๋ยวยูโรจะพาไป น่ารักอ่ะ..มาหาเพื่อนยูโรด้วย เพื่อนชั้นนี่แน่นอนจริงๆ” 

น้องทำท่ากรี๊ดราวกับดีใจเสียมากมายที่ได้เจอกับผม พร้อมกับรีบเข้ามากึ่งลากกึ่งจูงผมให้เดินตามน้องไปหาโนบิทั้งๆที่ผมยังไม่ทันบอกน้องสักคำว่าผมมาหาใคร มาทำอะไร แต่ก็ดีครับ ผมจะได้ไม่ต้องมายืนเป็นเป้าให้คนที่คณะน้องมองอย่างกับสงสัย และอมยิ้มแบบมีเลศนัย 

[ยูโร]

“พี่ฝุ่นมาหาโนบิมีอะไรหรือเปล่าคะ หรือว่าเกี่ยวกับเรื่องในเพจนั่น” น้องยูโรถามผมเกี่ยวกับเพจอะไรสักอย่างจนผมต้องถามกลับไปเพราะผมแทบไม่มีเวลาเล่นโซเชียลอะไรเท่าไรเพราะแค่เรียนกับทำงานผมก็ไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้วล่ะครับ

[ฝุ่น]

“เพจอะไรหรือครับน้องยูโร”

“ก็เพจเผือกร้อนออนไลน์ไงคะที่ลงข่าววันที่พี่ฝุ่นให้โนบิเพื่อนของยูโรซ้อนจักรยานกลับหอวันก่อนนี้ไงคะ รู้ไหมว่าข่าวกระแสคู่จิ้นของพี่กับโนบิดังในหมู่สาววายกันมาก ทะลุไปมหาลัยอื่นเรียบร้อยแล้วค่ะ จนตอนนี้เริ่มจะตั้งเป็นกลุ่มแฟนคลับคู่จิ้นโนบิ-ฝุ่น (เสื้อยิ้มยากกับกวางน้อยอ่อยเก่ง) #เสื้อขย่ำกวาง กันแล้วค่ะ” 

พี่เสือของน้องกวาง #เสือขย่ำกวาง  น้องยูโรร่ายยาวเกี่ยวกับเรื่องที่ผมกับน้องโนบิมีข่าวด้วยกันเมื่อวันก่อนซึ่งเป็นวันที่ผมให้น้องซ้อนจักรยานกลับบ้านด้วยกัน และเป็นวันที่พี่ภัทรขอร้องให้ผมช่วยพี่ภัทรจีบโนบิด้วยนั้นเอง นี่เราไปเป็นหนุ่มวายอะไรกับเค้าได้งัยวะ กูงง ผมคิดในใจแล้วรู้สึกจักกะจี้แปลกๆ งงในงง มันเป็นงี้นี่เอง  

“…”

เมื่อเห็นผมเงียบเพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องที่พี่ภัทรขอให้ผมมาสืบเรื่องเกี่ยวกับน้องโนบิว่าชอบไม่ชอบอะไร และเรื่องอื่นๆของน้องเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการหาวิธีเข้าหาและจีบน้องโนบิ แต่ผมดันมารับรู้ว่าตอนนี้ผมกับน้องกำลังมีข่าวและมีกระแสคู่จิ้น “ตายห่านี่เรา..จะเป็นพ่อสื่อที่แอบมาล้วงความลับนะโว๊ย ไอ้ฝุ่น.” ผมคิดบ่นกับตัวเองในใจ เพราะมันแอบสับสนไปหมด ทุกอย่างมันเร็วมากจน ใครไม่งงก็บ้าแล้ว  

ทุกอย่างมันดูปนๆ ในหัว คู่จิ้น กับ การช่วยจีบ ผมมึนๆ  ลำดับไม่ถูกจะงงตรงไหนก่อน 55 น้องยูโรพูดเยอะจนผมคิดอะไรต่อไม่ทัน จนกระทั้งน้องยื่นโทรศัพท์ให้ผมดูโพสที่ว่านั้นแหละครับผมถึงได้สติ คว้ามือถือมาเลื่อนดู Comment 

[ยูโร] 

“พี่ฝุ่นดูนี่สิคะว่ากระแสคู่จิ้นของพี่กับเพื่อนหนูดังแค่ไหน” ว่าแล้วผมก็รับโทรศัพท์ของน้องยูโรมาดูก็พบกับคอมเม้นมากมายเกี่ยวกับโพสที่มีรูปผมขี่จักรยานโดยมีน้องโนบินั่งซ้อนท้ายและในภาพเป็นตอนที่รถผมเกือบเสียหลักทำให้น้องต้องกอดเอวผมแน่นขึ้นนั่นเอง

ระหว่างที่ผมกำลังดูรูป และคอมเม้นอยู่นั้น ก็เดินมาเจอแท็ปพอดี 

[แท็ป]

“อ้าวยูโรมากับพี่ฝุ่นได้ไงอ่ะ” น้องแท็ปถามน้องยูโรก่อนจะหันมายกมือไหว้ทักทายผม

“สวัสดีครับพี่ฝุ่น ลมอะไรหอบพี่เสือยิ้มยากมาถึงคณะนิเทศฯ หรือว่าจะมาส่องกวางครับพี่ ” เจอคำถามนี้ไปแล้วผมควรตอบน้องๆว่าอย่างไรดีล่ะครับ แต่โชคดีที่น้องยูโรพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“แล้วนี่ไอ้โนบิไปไหนล่ะ น้องกวางของพี่เสือยิ้มยากเนี่ยะ หายตลอด…เดี๋ยวก็ให้พี่เสือจับกินซะหรอก แง่มๆ ” น้องยูโรถามถึงโนบิแต่เสือกวาง กวางกวางเสือเสือ จนผมเริ่มจะเข้าใจในภาษาของน้อง 

“มันดันลืมชีทไว้ที่ร้านถ่ายเอกสารเลยกำลังกลับไปเอาอยู่เดี๋ยวก็คงมา พี่เสือ เอ้ยพี่ฝุ่นเชิญนั่งก่อนสิครับ” ประโยคแรกน้องแท็ปหันไปตอบน้องยูโร ประโยคหลังน้องเชิญผมให้นั่งด้วยกัน

[ฝุ่น]

“ปกติโนบิเค้าเป็นคนขี้ลืมหรือครับ” ผมพยายามหาเรื่องชวนคุย

[ยูโร]

“โอ๊ย…อย่าหาว่ายูโรเผาเพื่อนนะคะ เรื่องขี้ลืมนี้ต้องยกให้ไอ้โนบิเลยค่ะ แต่ถ้าเรื่องพูดมาก แล้วก็ซุ่มซ่ามต้องยกให้ไอ้แท็ปมัน”

[แท็ป]

“เฮ้ย!! ไหงมาเล่นกันเองแบบนี้ล่ะไอ้ยูโร” น้องแท็ปแซวเพื่อนทันที ฝุ่นเลยได้โอกาสถามเรื่องเกี่ยวกับน้องโนบิต่อ

[ฝุ่น]

“แล้วปกติน้องโนบิเป็นคนอย่างไงครับ แบบชอบไม่ชอบอะไรบ้างประมาณนี้นะ” นี่เราถามอะไรออกไปวะเนี่ย น้องๆมันจะคิดว่าผมจะมาจีบหรือสนใจน้องโนบิไหมวะ

[ แท็ป กับ ยูโร ] รัวไม่ยั้ง พร้อมตอบ พร้อมเล่า ผู้ชายที่เหมือนจะมาจีบเพื่อนของตน

“อ๋อ ปกติไอ้โนบิมัน….” Rapper เลยงานนี้

มันเป็นลูกคุณหนู นะพี่ มันชอบอ่านหนังสือ #สายหนอนอ่ะพี่ หนอนหนังสือ เป็นคนง่ายๆ แต่ไม่ได้ใจง่ายนะพี่ ที่มันมาเรียนที่กรุงเทพฯเพราะว่ามันอ่ะไม่อยากเรียนใกล้บ้าน อยากจะมาเจอโลกกว้าง อยากมาดูว่าโลกคนปกติเค้าเป็นยังไงกันบ้าง 55 บ้านมันนู้นเลย (มองไปบนฟ้า) มันเป็นเทวดา มีคนดูแลตั้งแต่ตื่นยันหลับ มันชอบกินสลัดผัก กินผักทุกอย่างที่กินได้ มันชอบสีขาวนะพี่ บอกว่าสีขาวเป็นสีบริสุทธิ์ ส่วนบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ ก็ไม่รู้นะ ฯ ( ช่วยกันเล่าเหมือนเป็นเพื่อนสนิทกันมา 10 ปี อารมณ์ขายเพื่อนให้ผมเอากลับบ้าน แบบไม่คิดเงินสักบาท ผมเลยได้แต่มองและนั่งฟังไปเพลินๆกับเรื่องของไอ้ตัวยุ่ง ฟังไปก็น่ารักดีคนอะไร ชีวิตดูมีความสุขเกินคนปกติ อย่างกะคุณหนูเทวดา )  ผมนั่งยิ้มฟังอย่างตั้งใจ นี่ผมต้องมาฟังอะไรเนี่ยะ…นึกแล้วก็ขำในใจ

[ฝุ่น]

“แล้วน้องเค้ามีแฟนยังอ่ะ” คำถามพิฆาตที่จะ เข้าประเด็นเหมือนรายการอะไรนะ จอมขวัญถามตรงๆ ถามตรงๆกับจอมขวัญ ใช่มั้ยผมคุ้นๆปาก 

[ยูโร]

“เรื่องแฟนอันนี้ก็ไม่เคยเห็นโนบิจะพูดเรื่องแฟนนะพี่ แต่พูดเรื่องพี่ฮอน ที่เป็นคนขับรถอ่ะพี่ ว่าเป็นพี่ชายเฉยๆนะ ส่วนแฟนมันไม่เคยพูดเนาะ.” ยูโรหันไปหาแท็ป เพื่อขอข้อมูลสนับสนุน

แล้วทั้งน้องแท็ปและน้องยูโรก็แย่งกันเล่าเรื่องของน้องโนบิให้ผมฟังเสียมากมาย โดยที่ผมแทบไม่ต้องถามเลยล่ะครับ ผมจึงทำได้เพียงนั่งฟังอย่างตั้งใจและพยายามเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุดเพื่อกลับไปเล่าให้พี่ภัทรฟัง โดยไม่รู้เลยว่าทุกเรื่องที่เกี่ยวกับน้องผมกลับจำมันได้ทั้งหมดโดยไม่รู้ตัว

[ฝุ่น]

“คุยกับน้องๆก็สนุกดีเหมือนกันนะครับ แต่น่าเสียดายเดี๋ยวพี่ต้องรีบกลับไปเรียนแล้วล่ะ” ผมพูดเมื่อดูเวลาแล้วเห็นว่าใกล้เวลาที่ผมจะต้องรีบกลับไปเข้าเรียนที่คณะแล้ว แต่น้องโนบิก็ยังไม่กลับมา

[ยูโร]

“อ้าว…เสียดายจังพี่เสือมาหาน้องกวางโนบิแท้ๆแต่ยังไม่ได้เจอไอ้กวางน้อยเลย” น้องยูโรพูดเหมือนเสียดายที่ผมยังไม่ได้เจอกับน้องโนบิ

[ฝุ่น]

“ไว้พี่ค่อยหาเวลามาหาใหม่วันหน้าก็ได้ครับ” และทันทีที่ผมพูดประโยคนี้จบ 

 น้องยูโรก็มีสายตาวิบวับ กระพริบตามองผมแปลกๆ พร้อมกับทำท่าเขินแทนโนบิโดยไม่รู้ตัว และเพราะได้เวลาที่ผมต้องกลับแล้วผมจึงต้องตัดความสงสัยนั้นออกไปก่อนจะกล่าวลาน้องๆเพื่อกลับคณะของตัวเอง

“งั้นพี่ไปก่อนนะครับน้องยูโรน้องแท็ป”

“สวัสดีครับ/ค่ะ” น้องสองคนยกมือไหว้พร้อมกล่าวลาผมพร้อมกัน

หลังจากแยกจากพวกน้อง ๆแล้วผมก็เดินตรงไปยังจุดที่ผมจอดจักรยานคู่ใจของผมไว้เพื่อปั่นกลับคณะ แต่ระหว่างทางผมก็เจอกับสายตาแปลกๆ ที่มองผมเหมือนผมไปทำอะไรผิดมา แต่สายตามันดูเป็นมิตรนะครับ ผมเดินไปเรื่อย ๆ ก็ไปเจอกับซันซึ่งอยู่ปีสามรุ่นเดียวกันกับผมเข้าพอดี

[ซัน] 

“ไง…หนุ่มหน้านิ่งแห่งคณะวิศวกรรมมาทำอะไรที่คณะนิเทศฯวะ อย่าบอกนะมาหาน้องกวางน้อย” ซันถามพร้อมกับเอาหลังพิงกำแพงตึกด้วยท่าทีกวนๆตามสไตล์ที่ชอบดูถูกคนของมัน

[ฝุ่น]

“ทำไมฉันจะไปไหนมาไหนต้องรายงานให้นายรู้ด้วยหรือไง”

“ก็ไม่ทำไม…ฉันก็นึกว่าที่นายมาที่นี่ก็เพราะว่านายสนใจน้องปีหนึ่งในคณะที่ชื่อโนบิเสียอีก” ซันถามพร้อมกับยกขามาไขว้กัน

“ทำไมหวงหรือไง จะเก็บไว้กินคนเดียวว่างั้น ถ้าหวงก็บอกมา จะได้หลีกทางให้” ฝุ่นแกล้งพูดกวนประสาทซันไป แต่ซันกลับมีท่าทีเหมือนไม่พอใจในสิ่งที่ผมพูด

“นายไม่รู้อะไรก็อย่ามาพูดมั่วๆ” ซันพูดพร้อมกับเข้าไปกระชากคอเสื้อของฝุ่นจนผมต้องยกมือขึ้นคว้าข้อมือของซันไว้

“ปล่อยกู พูดแทงใจดำเหรอ ถ้าหวงก็บอกจะได้ไม่ยุ่ง ” ฝุ่นพูดด้วยเสียงที่หนักแน่นกดดันให้ซันปล่อยมือออกจากคอเสื้อของผม 

ทันทีที่ฝุ่นพูดจบซันก็ปล่อยมือออกจากคอเสื้อของฝุ่นทันที ฝุ่นจึงเลิกสนใจและเตรียมที่จะเดินไปที่รถจักรยานของตัวเองเพื่อปั่นกลับคณะวิศวะฯ เนื่องจากใกล้จะได้เวลาเข้าเรียนมาทุกทีแล้วนั้นเอง แต่ซันกลับพูดไล่หลังฝุ่นไปว่า

“ถ้านายชอบไอ้เด็กโนบิฉันก็ไม่ว่าหรอกนะ ยกให้ ก็ขอให้รักกันนานๆ นะ” ฉันไม่ได้หวง ซันพูดพร้อมกับหัวเราะ หึหึ ก่อนจะเดินจากไปอีกทาง ผมเดินแยกออกมา แล้วก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง ก็เห็นเพียงแผ่นหลังของซันที่เดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงจากไป “เสน่ห์แรงจังนะไอ้ตัวยุ่ง.” ผมบ่นเสียงเบาๆ แบบหงุดหงิดออกมาคนเดียว

ทางด้านของโนบิหลังจากกลับมาจากไปเอาชีทที่ลืมไว้ที่ร้านถ่ายเอกสารเสร็จ ก็รีบกลับมาที่โต๊ะคาดกันกลับฝุ่นเพียงนิดเดียว

[ยูโร]

“อ้าวอีกวางน้อยในป่าใหญ่เพิ่งจะเสด็จมาหรือจ๊ะพ่อคู๊นนน” พูดแบบน้ำเสียงเสียดาย

[โนบิ]

“ทำไมกูกลับมาช้าแล้วทำไมหรอ คิดถึงว่างั้น แล้วอย่าเรียกกูกวางน้อยได้ป่ะ กูไม่ชอบ กูไม่ใช่กวางเก้งอะไรทั้งนั้น” โนบิตอบกวนยูโรกลับไปบ้าง 

“ก็พี่เสือ เอ้ย..พี่ฝุ่นเค้าคิดถึงไง ไม่รู้หรือไงเมื่อกี้พี่ฝุ่นเขามารอเจอแกตั้งนานไม่รู้ว่าจะมาขย่ำแกหรือเปล่า เวลาเรียนยังไม่เว้น บัดสีบัดเถลิง  พี่แกเพิ่งจะกลับไปเมื่อกี๊นี้เอง” แกพลาด…สม (น้ำเสียงสมน้ำหน้าแรง)

“หา” ผมร้องอุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อได้รู้ว่าพี่ฝุ่นมาหาและเพิ่งกลับไปก่อนหน้าผมจะมาเพียงครู่เดียว และทันทีที่ผมรู้ว่าพี่ฝุ่นเพิ่งจะกลับไปผมไม่รอช้ารีบถามต่อ “เค้าไปทางไหนอ่ะ เค้ามาทำไมวะ ไหนๆ เดินไปทางไหน. บอกกูมากูมีเรื่องจะคุยกับเค้าอ่ะ เร็วๆ บอกกูมา” 

ยูโร ชี้นิ้วเป็นคำตอบ นู่นๆ ทางนู้น ผมก็วิ่งตามทิศที่ชี้นิ้วทันที สายตาก็มองหาพี่ฝุ่นไปด้วย 

ผมเดินตามทางที่ยูโรชี้  และตามหาพี่ฝุ่นอยู่สักแพร๊บ แต่ไม่เห็นเจอ เพราะไม่รู้ว่าพี่ฝุ่นไปทางไหน สุดท้ายผมก็คลาดกันกับพี่ฝุ่นจนได้ ผมรู้ได้ยังไงนะหรือครับ ก็เพราะผมดันเจอกับไอ้พี่ซันเข้านะสิครับ

[ซัน]

“ตามหาไอ้ฝุ่นอยู่เหรอ” ขณะผมกำลังเดินตามหาพี่ฝุ่นอยู่นั้นเสียงของพี่ซันก็ดังขึ้นจนผมต้องหยุดชะงักแล้วหันไปมองตามเสียงของพี่ซัน

“หวัดดีครับพี่ซัน” ผมยกมือไหว้ทักทายพี่ซันตามธรรมเนียมรุ่นพี่รุ่นน้องของคณะผมโดยอัตโนมัติ พี่ซันมองหน้าผมเหมือนมีอะไรจะบอก แต่ยิ้มๆ แปลกๆ ในเวลาเดียวกัน

[โนบิ ]

“พี่ซันรู้ได้ไงครับว่าผมกำลังตามหาพี่ฝุ่นอยู่” ผมถามกลับไปหลังจากยกมือไหว้ทักทายพี่ซันเรียบร้อยแล้ว

“ก็ฉันเพิ่งจะเจอกับมันมาก่อนหน้านี้นะสิ แต่นายไม่ต้องตามหาแล้วล่ะ ไอ้เสือของนายมันกลับคณะไปตั้งนานแล้ว”

“ขอบคุณครับพี่ซัน” น้ำเสียงแอบไม่พอใจที่ซัน แซวเรื่องเสือ กับโนบิ ผมยกมือไหว้ขอบคุณพี่ซัน ก่อนผมจะพูดขอตัวกลับไปหาแท็ปกับยูโร “งั้นผมขอตัวกลับไปหาเพื่อนก่อนนะครับ”

“….” พี่ซันมองหน้า ไม่ตอบทำเพียงพยักหน้ารับคำเบาๆ แล้วยืนมองผมเดินหันหลังกลับไปเพื่อจะไปหาเพื่อน

ผมเดินกึ่งวิ่งช้าๆ จะเดินกลับไปหาเพื่อนทั้งสองคนของผมทันที แต่ในขณะที่ผมกำลังจะเดินจากไป พี่ซันก็เรียกผมไว้เสียก่อน จนผมต้องหันกลับไปมองอีกครั้ง

[ซัน]

“เดี๋ยว…โนบิ”

ผมหันหลังกลับมาตอบ “ครับ” ทางพี่ซันอีกครั้ง

“อีกสองวันจะเริ่มซ้อมเก็บตัวดาวเดือนปีนี้กันและ อย่าลืมไปซ้อมด้วยล่ะ” พูดจบพี่ซันก็เดินจากไปทันทีโดยไม่รอให้ผมตอบรับหรือปฏิเสธอะไร 

[ร้าน Crown Café]

ตอนค่ำของวันนั้น เมื่อแท็ปเดินมาส่งเพื่อนที่หอ แล้วหิวก็เลยแวะทานข้าวเย็นก่อนกลับหอให้จบๆ ไป

 [ภัทร]

“ไอ้ตัวแสบ…ไม่กินผักอีกแล้วนะ แบบนี้เมื่อไหร่จะโตฮะ” ภัทรถึงกลับดุเจ้าแท็ป ทันทีที่ผมติวเลขให้น้องที่มาติวเสร็จ แล้วมาเห็นไอ้ตัวแสบกำลังนั่งเขี่ยแครอทกับบอคโครี่ออก

[แท็ป]

“ก็ผมไม่ชอบนี่” น้องแท็ปตอบพร้อมกับทำหน้ายู่ใส่ผม ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเขี่ยผักในจานต่อ

โป๊ก!! ฝ่ามือปรมจารภัทร ตีมาที่หน้าผาก 

[แท็ป]

“โอ๊ย…พี่ภัทรมาตีเหม่งผมทำไมเนี่ย ผมเจ็บนะ” น้องแท็ปโวยวายพร้อมกับลูบหน้าผากของตัวเองปรอยๆ 

“สมงสมองผมไปหมดแล้ว ตีมาได้ เจ็บนะพี่ หน้าม้าแตกหมด ผมนักเรียนทุนนะ ถ้าปีหน้าผมไม่ได้ทุน ผมจะโทษพี่” แท็ปพูดไปอีกที

“อ้าวแล้วจะเอาจานข้าวผมไปไหน…พี่ภัทร” น้องแท็ปโวยวายทันทีที่ภัทรคว้าจานข้าวของน้องมา จนน้องต้องเดินตามภัทรเพื่อจะเอาจานข้าวของตนเองคืน

[ภัทร/แท็ป]

“ไม่ชอบก็อย่าฝืน” ผมหันไปตอบน้องแท็ปพร้อมกับเทข้าวในจานทิ้งถังขยะ

“เฮ้ย…พี่เททิ้งทำไม ผมยังกินไม่อิ่มเลยนะ นิสัยไม่ดีว่ะ” 

“เดี๋ยวพี่ทำให้ใหม่” ผมตอบน้องพร้อมกับหยิบวัตถุดิบขึ้นมาเตรียมเพื่อจะทำเมนูใหม่ให้ไอ้ตัวแสบ

“เราชอบกินอะไร” ผมหันไปถามน้องเพื่อจะได้คิดเมนูอาหารใหม่ที่จะทำให้น้อง

“ไหนกฎของร้านบอกไว้ว่าถ้าจะกินอาหารที่ร้านต้องเป็นเมนูประจำกรุ๊ปเลือดไงครับ” น้องแท็ปย้อนถามแทนการตอบคำถามว่าตนเองชอบทานอะไร

“พี่เป็นคนตั้งกฎเอง ทำไมจะเปลี่ยนไม่ได้ การที่พี่ตั้งกฎแบบนี้ขึ้นมาส่วนหนึ่งก็เพราะพี่อยากให้ลูกค้าได้ทานอาหารที่เหมาะกับตนเองบ้างเพื่อเป็นการดีท็อกร่างกายตัวเอง และหากพวกเขาได้รู้ว่าร่างกายของตัวเองเหมาะกับอาหารแบบไหนต่อไปเขาจะได้เลือกทานอาหารในเมนูที่เหมาะสมกับตัวเอง แต่ถ้าลูกค้าไม่ชอบพี่ก็ไม่เคยคิดจะบังคับให้เขาต้องมาทานในสิ่งที่เขาไม่ชอบ พี่ก็แค่เสนอทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับเขา แต่ถ้าเขาไม่อยากทานเหมือนอย่างเราพี่จะไปบังคับเขาได้ยังไง แล้วตกลงจะตอบพี่ได้ยังว่าชอบกินอะไร” ภัทรอธิบายให้น้องฟังเสียมากมาย ก่อนจะถามน้องในคำถามก่อนหน้านี้

“พี่พูดขนาดนี้ผมจะกล้าบอกพี่ได้ไงล่ะว่าผมชอบทานเนื้อมากกว่าทานผักนะ” น้องแท็ปตอบคำถามภัทรในที่สุด ก่อนจะรีบแก้ตัวเมื่อเห็นสายตาของภัทรมองแบบคุณครูสอนลูกศิษย์

“ผักผมก็กินได้นะ แค่ต้องไม่ใช่แครอทกับบอคโครี่แค่นั้นเอง” น้องแท็ปพูดพร้อมกับช้อนสายตาขึ้นมองราวกับแมวน้อยๆกำลังออดอ้อน [เวลามันไม่ดื้อก็น่ารักดีเหมือนกันแฮะ] ภัทรคิดกับตัวเองก่อนจะไล่ให้น้องมันไปนั่งรอเพื่อที่ผมจะได้ทำเมนูใหม่ให้น้อง

“ไปนั่งรอที่เดิมป่ะ เดี๋ยวพี่จัดการให้ รับรองจะติดใจ”

อาหารเสร็จภายในประมาณไม่เกิน 15 นาที แท็ปวางโทรศัพท์ที่กำลังคุยกับเพื่อนยูโร และเพื่อนโนบิว่าเมื่อสักครู่เกิดอะไรขึ้นระหว่างเค้ากับพี่ภัทรบ้าง

[ภัทร] 

“อ่ะ…แซลม่อนสเต็กผัก ราดซอสครีมเห็ดทรัฟเฟิล ไม่มีทั้งแครอทไม่มีทั้งบอคโครี่ แถมมีเนื้อสัตว์อย่างที่เราต้องการด้วย แต่เป็นเนื้อปลานะเพราะพวกเนื้อสัตว์ไม่ค่อยเหมาะกับคนเลือดกรุ๊ปเอเท่าไรแต่ถ้าเป็นปลาทะเลบางชนิด อย่าง ปลาทู ปลาแซลมอน ปลากะพงก็พออนุโลมได้” พูดร่ายยาวเป็นชุดพร้อมกับวางจานสเต็กปลาแซลม่อนลงตรงหน้าของน้องแท็ปเบาๆก่อนจะไปนั่งข้างๆน้อง 

[แท็ป]

“ขอบคุณนะครับ” แท็ปตาวาว [ไอ้พี่แว่นนี่ก็ดูเป็นคนจิตใจดีเหมือนกันเนาะ…พูดดีก็เป็น…อย่างนี้ค่อยอยากจะมาอุดหนุนทุกวันหน่อย] คิดในใจ

“โห…พี่ภัทรน่ากินมากเลยอะ” น้องแท็ปมองจานสเต็กด้วยสายตาแวววาว วิปวิป แวปแวป เป็นประกายอย่างถูกใจ

“ไม่ได้น่ากินอย่างเดียวนะ…อร่อยด้วย ชิมดูก่อน แล้วจะบอกว่าฝีมือพี่ระดับ เชฟกระทะทองแดง เอ้ยเชฟกระทะเหล็กเลยน๊า ” ผมบรรยายสรรพคุณเมนูของตัวเอง และพูดเล่นตามประสาอย่างมีความสุข 

และต้องถึงกลับยิ้มออกมาทันทีที่น้องแท็ป ไอ้ตัวยุ่ง อั้ม…สเต็กเข้าไปคำหนึ่งแล้วยิ้มออกมาอย่างถูกใจในรสชาติดูจากสีหน้าระรื่นไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่นั่งเขี่ยผัก 

“อร่อยจริงๆด้วยพี่ภัทร มันวิเศษมาก ผมว่าเป็นแซลม่อนสเต็กผักที่อร่อยที่สุดในโลกเท่าที่ผมกินมาแล้วพี่  พี่ทำเองจริงป่ะเนี่ย” ความกวนตีนของแท็ปยังไม่จบ

“ทำเองกับมือ กับตีนเลยล่ะ อร่อยใช่ป่ะล่ะ เอาตีนไหนดี ตีนซ้ายหรือตีนขวา ” ภัทรกวนตีนกลับทันที

แท็ปเคี้ยวไป แล้วก็หันมามองหน้า ยิ้มแหยะๆ ให้หลังจากที่ประโยคของภัทรพูดจบ

“ใจเย็นๆ ไม่ต้องรีบกิน “กินเลอะเป็นเด็กๆเลยนะเรา” ภัทรพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปเช็ดคราบซอสครีมเห็ดที่เลอะอยู่ตรงมุมปากให้น้อง แท็ปอ้าปากค้างเล็กน้อย ตกใจเบาๆที่ไอ้พี่แว่นเอาปลายนิ้วมาสัมผัสปาก ทุกอย่างมันเร็วมาก แท็ปนึกขึ้นได้ว่าแปลกๆ เลยรีบหันกลับมากินต่อ

“ขอบคุณครับ” น้องกล่าวขอบคุณผมด้วยเสียงอ่อยๆก่อนจะรีบก้มหน้าก้มตาทานสเต็กของภัทรต่อ

“พี่ทำเผ็ดไปหรือไงหน้าแดงเชียว”ผมทักขึ้นทันทีเมื่อเห็นหน้าของน้องแท็ปเริ่มขึ้นสีแดงหน่อยๆ  แต่ทันทีที่ผมถามจบหน้าน้องกลับยิ่งแดงหนักขึ้น

มาดูอีกมุม

“เปล่าพี่อร่อยแล้วครับ แล้วพี่ไม่ได้ดูแลลูกค้าคนอื่นหรือไงมานั่งเฝ้าผมกินอยู่นั้นแหละ ไปทำงานได้แล้วพี่ ผมจะกินให้มีความสุข ไป ไป ” น้องแท็ปเริ่มกวนต่อจากแมวอ้อนตอนแรก มาเป็นแมวกวนตามแท็ปสไตล์ต่อ

“โอเครๆ กูไม่กวนแล้วก็ได้” ภัทรตอบน้องไปเมื่อเห็นลูกค้ารายใหม่กำลังเดินเข้าร้านมา

เนื่องด้วยตอนนี้เป็นช่วงที่ร้านใกล้จะปิดทำให้ลูกค้าไม่มากเท่าไร ภัทรถึงได้มีเวลาไปทำเมนูอาหารใหม่ให้น้องแท็ป และมีเวลามานั่งมองไอ้ตัวแสบทานอยู่แบบนี้ พูดถึงวันนี้เป็นวันแรกเลยนะครับที่ผมกับน้องเราพูดกันดีๆ ไม่ทะเลาะกันเหมือนทุกที ปกติไม่น้องกวนผม ผมก็กวนน้อง (ไม่ได้หวังอะไร …แค่อยากจะดูแลเพื่อนของโนบิให้ดี ตามประสา…เพื่อนของคนที่เราชอบ ผมว่าทุกคนก็เป็น) ภัทรคิดแบบนี้

และอีกอย่างอาจจะเป็นเพราะเมื่อตอนเย็นผมได้รับรู้เรื่องของโนบิจากฝุ่นก็ได้ จากการที่ฝุ่นไปสืบเรื่องราวของโนบิแล้วมาเล่าข้อมูลของน้องโนบิให้ผมฟังหลายเรื่องเลย ทำให้ผมอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เหมือนมีหวัง และเชื่อว่าจะพิชิตใจหนุ่มน้อยโนบิ สุดน่ารักของผมได้ รวมถึงเป็นเพราะวันนี้เจ้าตัวแสบแท็ปไม่ดื้อไม่ซนก็เป็นได้วันนี้ผมเลยไม่หาเรื่องกวนโมโหน้องเหมือนทุกที

ขณะที่ผมกำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้นลูกค้ากลุ่มที่สองก็เดินเข้ามา ผมจึงต้องขอตัวจากน้องแท๊ปเพื่อไปต้อนรับลูกค้ากลุ่มนี้เนื่องจากฝุ่นและลูกน้องอีกคนหนึ่งของร้านออกเวรไปแล้ว ตอนนี้ที่ร้านจึงเหลือผมกับน้องพนักงานอีกคนหนึ่งเท่านั้น

“งั้นพี่ไปก่อนนะ ทานให้อร่อย” ภัทรบอกพร้อมกับยกมือขึ้นขยี้ผมแท็ปไปด้วย โดยที่แท็ปไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะแยกออกมาแล้วเดินตรงเข้าไปต้อนรับลูกค้ารายใหม่ที่เข้าร้านมา โดยไม่ทันได้ยินประโยคที่น้องพูดรำพึงกับตัวเอง

หน้าแดงเพราะเขินพี่นั้นแหละไอ้พี่แว่นภัทรบ้าทำเป็นมาพูดดีกับเรา สงสัยวันนี้เฮียเค้ากินยาลืมเขย่าขวด คงกระดกไปเยอะ 55”

        แท็ป .. การที่คนจะแก้มแดงเหมือนมะเขือเทศเขินเนี่ยะ เป็นอาการของการอายใช่ป่ะครับ ผมจะไปอายพี่ภัทรมันทำไมอ่ะ มันเป็นเฉพาะผู้หญิงเขินผู้ชาย หรือผู้ชายเขินผู้หญิงไม่ใช่หรอ นี่ผู้ชายเขินผู้ชาย อย่างนี้ก็ได้ด้วยหรา… มันแดงเองนะครับไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมว่าผมไม่ได้เขินนะ แค่รู้สึกดีเวลามีคนมาทำอะไรดีๆ ให้  

      วันนี้พี่ภัทรมันก็น่ารักเป็นพิเศษอีก สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของพี่มันเลย ตอนพูดแนะนำเรื่องอาหารการกิน พูดเป็นทางการมากอย่างกับนักโภชนาการ พอฟังจบแม่งโคตรอยากดูแลตัวเองเลย นี่แหล่ะมั้งที่ทำให้ใครๆ ก็จะมาทานอาหารแต่ร้านนี้ ก็ใส่ใจลูกค้าแบบนี้ แต่เมื่อกี้ที่ปากผมโดนนิ้วของไอ้พี่ภัทรน่ะ ผมตัวร้อนวูบไปทั้งตัวเลยจะบอกให้ ไม่เค้ย ไม่เคยเจอแบบนี้ เคยโดนไฟฟ้าสถิตช็อตป่ะครับ ตอนนั้นผมก็ประมาณนั้นเลยเท่าที่จำได้ แล้วที่บอกว่าผมไม่ได้เขิน ผมโกหกครับ จริงๆ แล้วผมก็เขินพี่ภัทรครับ อย่างนี้ต้องขอบคุณปลาแซลม่อน และครีมที่ทำให้ผมปากเลอะ และทำให้ผมตื่นเต้นกับผู้ชายได้ถึงขนาดนี้ มันแค่ตื่นเต้นนะครับ ผมก็ยังไม่ได้ชอบผู้ชายนะครับ อย่าคิดมาก…ไม่ได้สับสนด้วย แค่รู้สึกแปลกๆ