[ คอนโดหรูติดริมน้ำเจ้าพระยา ]

ทันทีที่ผมเปิดประตูห้องของผมเข้าไปก็พบว่าตอนนี้ในห้องที่ควรจะมีเพียงแค่ผมคนเดียวได้มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญเพิ่มมาอีกหนึ่งคนกับอีกหนึ่งผู้ติดตาม ผมถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะเดินไปวางกระเป๋าที่โต๊ะแล้วยกมือไหว้

[ซัน] 

“หวัดดีครับ…พ่อ” ผมลังเลในตอนท้ายว่าผมควรจะเรียกคนตรงหน้านี้ว่าพ่อดีมั้ย

พ่อที่นานๆจะลงมาหาผมกับแม่สักครั้ง จนแม่ผมตรอมใจตายเพราะไม่ได้รับการเหลียวแลจากคนที่ตัวเองรัก และเป็นคนที่ทำให้ผมถูกตราหน้าว่า…

ไอ้ลูกเมียน้อย

[ พ่อ ]

“เจอกับน้องแล้วใช่ไหม…เจ้าซัน”

“ฮึ” ผมยิ้มเยาะให้กับตัวเอง ถ้าไม่ใช่เพราะลูกสุดที่รักของพ่อ วันนี้ท่านคงไม่มาเหยียบที่คอนโดของผมหรอก ผมคิดในใจ

“เจอแล้ว” ผมตอบไปแบบไม่ใส่ใจก่อนจะเดินไปรินน้ำใส่แก้ว โดยไม่คิดจะเผื่อแผ่แขกสองคนนี้แม้แต่น้อย

ในเมื่อไม่เคยคิดจะสนใจผมแล้วทำไมผมต้องสนใจเขาด้วยล่ะ จริงมั้ย

“พ่อฝากเราดูแลน้องด้วยล่ะ แล้วนี่เป็นไงบ้างเรา สบายดีไหม” 

เพิ่งจะคิดได้หรืออย่างไรว่าควรถามผมบ้างว่าอยู่อย่างไรหลังจากไม่มีแม่แล้ว 

“พ่อเคยสนใจผมกับแม่ด้วยหรือไง ไม่ใช่เพราะพ่อหรือที่ทำให้แม่ผมต้องตรอมใจตาย แล้วผมต้องอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้” ผมย้อนถามพ่อไป

“เจ้าซัน” 

ผมเห็นพ่อกำมือแน่น คงอยากจะเข้ามาตบผมมากล่ะสิ ใช่ว่าไม่เคย..แต่ครั้งนี้ผมไม่เหมือนครั้งก่อน ผมควบคุมปากของผมได้ ผมไม่เถียงให้โดนพ่อตบหรอก….ส่วนไอ้ลูกชายคนโปรดของท่านนั้นมดไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม สองมาตรฐานแบบนี้จะให้ผมพูดดีได้ยังไง

“เพราะแกเป็นแบบนี้ไงฉันถึงไม่อยากพูดกับแก อวดดี เหมือนแม่ของแกไม่มีผิด” พ่อวางมือที่กำไว้ บนโต๊ะที่อยู่หน้าท่านอย่างแรง

[ซัน]

“พ่ออย่ามาว่าแม่ของผมนะ ถ้าจะว่าก็ว่าแค่ผม อย่าเอาแม่ของผมมาเกี่ยวด้วย แม่สอนผมมาดี แต่ผมต่างหากไม่มีพ่อคอยสอนผมเลยเป็นอย่างนี้ไง”

สีหน้าพ่อยิ่งโกรธขึ้นอีกเมื่อผมพูดต่อว่าไม่มีพ่อคอยสอนผม…ผมเลยไม่ดีอย่างที่เห็น

[พ่อ]

“ฉันกลับล่ะ ส่วนเงินเดือนนี้ฉันโอนเข้าบัญชีแกให้แล้ว ถ้าไม่พอก็บอก…ไปฮอน” พูดกับผมจบท่านก็หันไปเรียกคนขับรถที่ติดตามท่านมาด้วย ก่อนจะเดินจากห้องของผมไปโดยไม่คิดจะกอดหรือบอกลาผมแม้สักนิดเดียว

“โธ่โว๊ย…ปั้ง” ผมสบถออกมาพร้อมกับทุบกำแพงห้องไปอย่างแรงสองครั้ง หวังจะให้คนที่เพิ่งเดินออกไปได้ยินสิ่งที่ผมทำ ด้วยความคับแค้นใจ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากทำร้ายตัวเอง

“น้องอย่างนั้นเหรอ”

“ผมไม่เคยคิดว่ามันเป็นน้องแม้แต่นิดเดียว…ไอ้โนบิ

[ หน้าตึกนิเทศฯ ]

[ ฝุ่น ]

ขึ้นรถสิ จะได้รีบกลับไหนบอกจะรีบกลับห้อง. พี่ต้องไปทำงานต่อ ให้ไว ให้ไว

จบประโยคที่ออกมาจากปากของพี่ฝุ่น ผมรีบขึ้นซ้อนจักรยานของพี่ฝุ่นเพื่อกลับหอ ใจอยากกลับเองแต่ก็ทำไงได้มาถึงขั้นนี้แล้ว พี่ฝุ่นต้องไปทำงานพิเศษเป็นร้านอาหารที่อยู่ใกล้กับหอของผม ยังไงก็คงหนีไม่ได้

“กอดไว้เดี๋ยวก็ตกหรอก เอามือมานี่ นั่งรถจักรยานเป็นจริงป่าววะเนี่ยะ ” พี่ฝุ่นพูดพร้อมกับจับมือของผมสองข้างมากอดไว้ที่เอวของพี่ฝุ่น

ตอนแรกผมก็เก้ๆกังๆไม่รู้ว่าต้องซ้อนจักรยานแบบไหน แต่ดันบอกไปแล้วว่าซ้อนจักรยานเป็น ก่อนหน้านี้ผมมีพี่ฮอนคอยไปรับไปส่งตลอดเวลา ไม่เคยมีโอกาสได้ซ้อนมอเตอร์ไซน์ หรือพี่วินมาก่อน จักรยานไม่ต้องพูดถึงนี่ถือเป็นครั้งแรกในชีวิต จนตอนที่ผมขอพ่อมาอยู่หอ พี่ฮอนก็สอนวิธีการขึ้นมอร์ไซด์วินให้ผม แต่พี่ฮอนยังไม่เคยสอนว่าถ้าต้องซ้อนจักรยานจะต้องทำอย่างไร แต่เมื่อคิดว่ามันคงไม่ต่างกันผมจึงได้ขึ้นซ้อนจักรยานพี่ฝุ่นได้ในที่สุด

 ดีนะพี่ฮอนสอนผมมาก่อนหน้านี้ ไม่งั้นผมต้องโดนพี่ฝุ่นว่าแน่เลย ผมคิดอยู่คนเดียวในใจ

[ ฝุ่น ]

“นายอยู่คณะนิเทศฯใช่ป่ะ ทำไมถึงมาเรียนคณะนี้ล่ะ อยากเป็นดาราเหรอ” พี่ฝุ่นถามเหมือนชวนคุย

[โนบิ]

“ป่าวครับ ผมชอบถ่ายรูป ผมก็เลยขอพ่อกับแม่มาเรียนต่อสาขานี้แทนที่จะเป็นบริหารอย่างที่พวกท่านอยากให้เรียน” ผมตอบไป

“ดื้อเหมือนกันสิเรา” พี่ฝุ่นว่าผมเบาๆ

“ผมไม่ได้ดื้อนะ แค่ผมไม่ชอบเรียนบริหารเฉยๆหรอก” ผมเถียงพร้อมกับค้อนลมค้อนแล้งไปเพราะพี่ฝุ่นมองไม่เห็นว่าผมส่งค้อนให้

“แล้วพี่เหอะ ทำไมถึงมาเรียนวิศวะล่ะ” ผมถามพี่แกกลับบ้าง

“ก็ชอบก็เรียนแค่นั้น” พี่ฝุ่นตอบผมกวนๆ

“แล้วพ่อกับแม่พี่ไม่อยากให้พี่เรียนคณะอื่นเหมือนผมบ้างเหรอ” ผมถามกลับและทันทีที่ผมถามจบ รถจักรยานที่พี่ฝุ่นปั่นอยู่ก็มีอาการเซเล็กน้อยจนผมต้องกอดเอวพี่ฝุ่นไว้จนแน่นเพราะกลัวตกจนพี่ฝุ่นกลับมาประคองรถจักรยานได้อีกครั้งจึงหันมาขอโทษผมเบาๆ

“ขอโทษ” 

แล้วบทสนทนาระหว่างผมกับพี่แกก็จบลงเพียงเท่านั้น ด้วยความงุนงงสงสัยของผมว่าผมพูดอะไรผิดไปอย่างนั้นหรือ แต่ผมก็ยังคงนั่งซ้อนท้ายจักรยานพี่ฝุ่นโดยที่ยังคงกอดเอวพี่ฝุ่นแน่นจนถึงหอและที่ทำงานพิเศษของพี่ฝุ่นในที่สุดแต่ก่อนที่จะแยกกันพี่ฝุ่นก็ได้พูดกับผมมาประโยคว่า

พี่ก็ชอบถ่ายรูปเหมือนกัน แล้วพี่ฝุ่นก็ปั่นจักรยานไปที่ร้านที่พี่แกทำงานทันที

[เพจเผือกร้อนออนไลน์]

2 ชั่วโมงที่แล้ว  [ 16.45 . ]

เอาแล้วจร้า หนุ่มหน้านิ่งแห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ผู้ไม่เคยสนใจใคร แต่ตอนนี้กลับยอมให้หนุ่มน้อยหน้าใสที่มีดีกรีถึงเดือนคณะนิเทศศาสตร์ปีล่าสุดซ้อนท้ายจักรยานคู่ใจ แถมกอดกันแน่นเชียว งานนี้สงสัยดินจะมาเกี้ยวเดือนถึงหน้าตึกนิเทศน์ ต้องร้องเพลงนี้เลยเกาะแน่นๆ นะน้องนะ.” สาวๆหลบไป สาววายเตรียมกระปุกเลือดไว้ได้เลย คนพี่เค้าหัวใจยังว่าง (เสือยิ้มยาก) คนน้องก็ไม่มีใครมานั่งในหัวใจ (กวางน้อยอ่อยเก่ง) แถมก่อนหน้านี้มีการปฐมพยาบาลกันแบบหน้าชนหน้า เตรียมจอบไว้ขุดเผือกต่อกันได้เลยเผือกร้อนๆ มาแล้วจ้า

 (พร้อมภาพที่ผมซ้อนท้ายจักรยานพี่ฝุ่น และกอดเอวพี่ฝุ่นไว้แน่นตอนที่รถจักรยานเกือบจะเซล้ม)

35,650 Like     15,680 Comment

[ห้องพักของโนบิ]

ติ้งติ้งติ้ง

เสียงแจ้งเตือนทั้งเฟสทั้งไลน์ของผมดังขึ้นรัวๆ แม้แต่เสียงโทรศัพท์ก็ดังพร้อมสั่นมาพร้อมกันแบบ…ฮอตจังวันนี้เรา ซึ่งผมกำลังมีความสุขกับเตรียมอาหารเย็นเพื่อกินข้าว ก่อนจะอาบน้ำ ไมโครเวฟตั้งไว้ประมาณ 5 นาที อาหารมื้อเย็นของคนเมืองเค้าก็จะประมาณนี้ ยกจานกับข้าว ไปวางบนโต๊ะกินข้าว พอก้าวออกจากห้องครัว เสียงโทรศัพท์รัว รัว ติ้ง ติ้ง ติ้ง แวป แวป หน้าจอที่คว่ำไว้กับที่นอนสั่นตามแบบรัวรัว  จนผมต้องหันไปมองดูไกลๆ แต่ยังไม่พร้อมไปหยิบดู แต่เห็นแสงวาบๆ มาหลังจากที่เสียงทุกอย่างหยุดไป ผมก็ยังทำภาระกิจเชฟกะทะเหล็กเสริฟตัวเองอยู่แบบไม่สนใจเท่าไหร่ วางอาหารเสร็จก็เดินไปหยิบโทรศัพท์ที่ผมโยนไว้บนเตียงขึ้นมาดูก็พบว่ามีแจ้งเตือนจากเฟสและไลน์ รวมทั้งมิสคอลอีกหลายมีสคอลผมจึงตัดสินใจเปิดดูมิสคอลก่อนว่าใครโทรมา

เมื่อเปิดดูก็พบว่ามีไอ้แท็ปโทรมาก่อนหน้านี้ห้าสาย ของยูโรสี่สาย และของพี่ฮอนอีกสิบสองสายผมจึงเลือกโทรหาพี่ฮอนก่อนเพราะคิดว่าอาจจะมีเรื่องด่วนเกี่ยวกับพ่อกับแม่ของผม เพราะพี่ฮอนไม่น่าจะโทรหาผมถึงสิบสองสายขนาดนี้

Rrrr…Rrrr

[ สายตรง ฮอน และคุณหนูโนบิ ]

“พี่ฮอนนนน” ผมเรียกพี่ฮอนไปอ้อนๆเหมือนทุกที

“คุณหนูโนบิ ไปซ้อนจักรยานใครมาครับ.” พี่ฮอนถามเข้าเรื่องทันทีจนผมแปลกใจ

“พี่ฮอนรู้เรื่องนี้ได้ยังไงครับ” ผมถามกลับไปแต่ยังไม่ทันที่พี่ฮอนจะตอบก็มีสายซ้อนจากยูโรโทรเข้ามาเสียก่อน

“พี่ฮอนแป็บนึงนะครับผมขอรับสายซ้อนของเพื่อนผมก่อน” ผมบอกพี่ฮอนก่อนจะสลับสายไปคุยกับยูโร

[ สายซ้อน คุณหนูโนบิ กับคุณเพื่อนยูโร]

“ไอ้โนบิตะ เดี๋ยวนี้เพื่อนชั้นดังใหญ่แล้วน้า” ไอ้ยูโรมันแซวผมทันทีที่ผมรับโทรศัพท์

“อะไรของมึงวะยูโร”ผมถามกลับไป

“นี่มึงยังไม่เห็นเพจเผือกร้อนออนไลน์ที่ลงรูปของมึงกับพี่ฝุ่นหรา ชั้นเห็นชั้นยังเขินแทนเลย ตายอย่างสงบศพสีชมพูเข้มมากมรึง 

เมื่อได้ยินดังนั้นผมจึงเดินไปที่โต๊ะเพื่อเปิดโน๊ตบุ๊คของผมขึ้นมาดูก่อนจะเข้าไปที่แอฟสีฟ้า ก็พบแจ้งเตือนมากมาย ทั้งขอเพิ่มเพื่อน และแท็กชื่อของผม ผมเลยลองเข้าไปที่แท็กก่อนจะไปพบกับรูปที่เพจหนึ่งลงไปพร้อมกับแคปชั่นชวนจิ้นตามคำพูดของยูโรโชว์เด่นหล้าอยู่บนนั้น พร้อมกับยอดไลค์และคอมเมนต์ที่ตามมาอีกมากมาย

“เชี้ย” ผมอุทานออกมาก่อนจะกลับไปถามยูโรที่รอผมอยู่ในสายต่อ 

“เกิดอะไรขึ้นวะมึง”

“อ้าว…นี่มึงไม่รู้เหรอว่ามีคนเขาเห็นมึงซ้อนจักรยานกับอีพี่ฝุ่นจนถ่ายรูปเอามาลงเพจอะไรนั่น จนกลายเป็นกระแสคู่จิ้นแบบนี้นะ.” ยูโรตอบผม

“มิน่าพี่ฮอนถึงได้ถามว่ากูไปซ้อนจักรยานของใคร…ชิพหายและ ไอ้ยูโรแค่นี้ก่อนนะ พี่ฮอนรอสายกูอยู่” ผมบอกยูโรไปเมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังมีสายของพี่ฮอนรอผมอยู่อีกสายหนึ่ง

“เดี๋ยวจะ บอกมาว่าพี่ฮอนนี่เป็นใคร แอบมีแฟนไม่บอกคุณแม่หรอจ๊ะลูกสาว…งงมากแม่ รักสามเศร้า” ยูโรแซว

“แฟนพ่องดิ พี่ฮอนคนขับรถที่พ่อกูให้มาคอยดูแลกูโว๊ย และที่กูต้องรีบกลับไปคุยกับพี่เขาเพราะถ้าขืนช้ากว่านี้แล้วเรื่องถึงหูพ่อกับแม่กูนะ อธิบายยาวแน่” ผมตอบยูโรไปก่อนจะขอตัดสายมันแต่ก็ไม่วายได้ยินเสียงหัวเราะอย่างถูกใจจากมันดังลอดเข้ามาในสาย

หลังจากผมตัดสายจากยูโรแล้ว ผมก็กลับมาคุยกับพี่ฮอนต่อทันที

[ สายตรง ฮอน และคุณหนูโนบิ ]

“พี่ฮอนนนน อย่าบอกพ่อกับแม่ผมน๊ะ” ผมใช้น้ำเสียงออดอ้อนเหมือนทุกทีอ้อนพี่ฮอนไป

 “แล้วผู้ชายคนที่คุณหนูไปซ้อนท้ายจักรยานเขาเป็นใครครับ.” พี่ฮอนถามกลับมาด้วยน้ำเสียงดุๆ

“อย่าทำน้ำเสียงดุผมแบบนั้นสิ ผมไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ อีกอย่างคนที่ผมซ้อนท้ายจักรยานเขาก็เป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย พอดีที่ทำงานของพี่เขาอยู่ใกล้กับหอของผม พี่แกเลยให้ผมติดรถกลับมาก็เท่านั้นเอง” ผมอธิบายเผื่อพี่ฮอนโทรไปบอกพ่อกับแม่ผมจะได้อธิบายได้ถูกต้องตามที่ผมบอก..ถือเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในตอนนี้ กับเรื่องราวที่ออกมาเป็นรูปภาพที่มีคนแสดงความเห็นมากมายในหน้าจอคอมตอนนี้ 

“ผมจะไม่บอกคุณท่านทั้งสองก็ได้ครับ ถ้าคุณหนูยอมให้ผมไปรับไปส่งเหมือนเดิม” ฮอนอาศัยช่วงชุลมุนยื่นข้อเสนอกับคุณหนูโนบิ

“โธ่…พี่ฮอนผมโตแล้วนะ จะให้พี่มาคอยรับคอยส่งเหมือนก่อนหน้านี้ได้อย่างไรล่ะครับ ไม่เอาสิ” ผมไม่ยอมกลับไปเป็นลูกแหง่เหมือนเดิมหรอก อุตส่าห์หนีมาอยู่กรุงเทพได้แล้วเพื่อหนีออกจากกรอบของครอบครัว เรื่องอะไรจะกลับไปเป็นลูกแหง่ให้พี่ฮอนต้องมาคอยรับคอยส่งอีกล่ะ ผมคิดในใจ

“งั้นเฉพาะวันที่คุณหนูกลับดึกก็ได้ครับ ก็คุณหนูได้เป็นเดือนคณะต้องอยู่ซ้อมดึกๆ กลับเองอันตรายเดี๋ยวผมไปรับ แต่ถ้าวันไหนคุณหนูไม่ได้กลับดึกผมอนุญาตให้กลับเองได้ ตกลงไหมครับ” 

นี่ผมมีคนขับรถหรือพี่ชายอีกคนกันเนี่ย โนบิบ่นในใจแต่ไม่ได้พูดไป

ก็เข้าใจอีกด้วยว่า..ความที่ผมเป็นลูกชายคนเล็ก แถมยังป่วยเป็นโรคหัวใจตั้งแต่เกิดอีกทำให้ทุกคนที่บ้าน ไม่เว้นแม้แต่คนของพ่อที่ต่างก็โอ๋และเอาใจผมเป็นพิเศษ แต่ผมก็ไม่เคยเอาแต่ใจเหมือนกับเด็กที่ถูกพ่อแม่ตามใจมาตั้งแต่เกิดนะครับ อาจจะมีดื้อบ้างอย่างเรื่องที่ผมเลือกที่จะเรียนนิเทศฯมากกว่าบริหาร

ผมจึงไม่ได้แปลกใจที่พี่ฮอนทำไมถึงได้ดูไม่พอใจที่ผมซ้อนจักรยานของพี่ฝุ่นกลับหอ และยังยืนกรานจะมารับมาส่งผมเหมือนทุกทีอีก ถึงแม้จะไม่อยากให้พี่ฮอนมารับมาส่งเหมือนเมื่อก่อน แต่เมื่อได้คิดตามเหตุผลที่พี่ฮอนบอก ผมก็เลยตอบตกลงพี่ฮอนไปโดยมีข้อแม้ว่า

“ โอเคก็ได้ครับพี่ฮอน ถ้าวันไหนผมจะให้พี่ฮอนมารับผมจะโทรบอก แต่ถ้าไม่ต้องมารับผมจะส่งข้อความไปบอกนะครับเฮีย ” กว่าจะต่อรองกันได้ก็ใช้เวลาอยู่นาน จนพี่ฮอนยอม ผมจึงวางสายจากพี่ฮอนไป

หลังจากวางสายแล้วผมจึงกลับมาที่โต๊ะเพื่อดูโน๊ตบุ๊คที่ยังขึ้นโชว์หน้าเพจเจ้าปัญหาอยู่ ก่อนจะค่อยๆเลื่อนอ่านคอมเมนต์ที่ยังคงเพิ่มเข้ามาไม่หยุด

พี่ดุนะ หนูไหวเหรอ : ขอวาปโนบิหน่อยคร๊าฟฟฟ

สาววายสายแบ้ว : อ้ายหนูชิพคู่นี้ ตายอย่างสงบศพสีชมพู กระฉูดเลยคร่า

ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยมนต์ : ดังใหญ่แล้วเดือนคณะกู@NOBITAPPRINCE #เสือขย่ำกวาง

นี่โอ๋เอง : งานนี้ลุ้นต่อไม่รอแล้วนะ ขอวาปพี่เสือของน้องกวางด้วยจ้า @NOBITAPPRINCE #เสือขย่ำกวาง

นังงูเขียวมีพิษ : ชอบแบบนี้ ชอบที่เป็นแบบนี้ น่ารักจุง พี่เสือจะหม่ำน้องกวางนิเทศฯ น่าเอ็นดู @NOBITAPPRINCE #เสือขย่ำกวาง

เธอตาหวาน ปอนด์ปอนด์ : สรุปเรื่องก็เป็นอย่างนี้นี่เอง อุตส่าห์หลงรักมาตั้งแต่ปี 2 พี่ฝุ่นใจร้าย ทำน้องได้ลงคอ

CreamOHH  : เป็นภาพที่ละมุนจังเลย ผู้ชายสายหวาน เคมีเข้ากั้นเข้ากันงานนี้แอบเชียร์คู่นี้ค่า… @NOBITAPPRINCE #เสือขย่ำกวาง

พระยานมโต : ไม่รอดสายตามะตูมนมโตแน่นอนค่ะ จะตามส่อง พี่ฝุ่นว่าจะใจอ่อนมั้ย #พี่ฝุ่นของทุกคน @ Crown Café  #พ่อค้าแซ่บบอกต่อด้วย

จิตดีมีเรื่องเม๊าท์ : ว้ายตายแล้วพี่ฝุ่นของจิตดี ทำกันได้ลงคอ จิตดีใจไม่ดีเลยค่ะ #ทุกคนมีสิทธิ์คิดต่าง จิตดีได้กล่าวไว้ ในมองต่างมุม #พี่ฝุ่นของทุกคน @Crown Café  #พ่อค้าแซ่บบอกต่อด้วย

GameGame555  : ตกลงเค้าเป็นแฟนกันแล้วใช่มั้ยคะคู่นี้ วันก่อนเห็นอุ้มกันที่หน้าคณะวิศวะด้วย โอ๊ยฟินเบอร์ 100 @NOBITAPPRINCE #เสือขย่ำกวาง @Crown Café  #พ่อค้าแซ่บบอกต่อด้วย

Bee Crowned : คนน้องน่ารักมาก ตัวจริงแบบใสกิ๊ก #โนบิตะสมบัติของคณะนิเทศน์  @NOBITAPPRINCE #เสือขย่ำกวาง

ผมเลื่อนอ่านคอมเม้นมาเรื่อยๆมีทั้งสาววายที่จิ้นผมกับพี่ฝุ่น และคนที่สนใจอยากจะรู้จักกับผม บ้างก็ชมผมน่ารัก บ้างก็ชมว่าพี่ฝุ่นหล่อขนาดทำหน้านิ่งๆยังหล่อ จนเลื่อนมาถึงคอมเม้นเรื่อยๆที่มีการแท็กเฟสของผม นี่มันยุคโคนันชัดๆ @NOBITAPPRINCE คือชื่อเฟสของผมเอง มิน่าถึงได้มีแจ้งเตือนขอเป็นเพื่อนจากผมเยอะเลย

“พี่ฝุ่นจะว่าอย่างไรบ้างนะที่อยู่ๆก็มามีข่าวแบบนี้กับผม” ผมคิดอยู่คนเดียวในใจ และเมื่อตัดสินใจบางอย่างได้ผมจึงรีบอาบน้ำ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็คว้ากระเป๋าเงินและกุญแจห้องจุดหมายคือร้าน Crown Café

ตลอดทางที่เดินจากหอมาจนถึงร้าน Crown Café  คนที่จำผมได้จากในเพจก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ บางคนก็โบกมือทักทายผม คนไหนผมรู้จักผมก็ทักทายกลับไปเป็นมารยาท คนไหนผมไม่รู้จักผมก็แค่ส่งยิ้มแห้งๆกลับไปให้จนมาถึงร้าน Crown Café  ผมงงกับอีแค่นั่งซ้อนท้ายจักรยานมันทำให้ผมเปิดโลกได้ขนาดนี้เลยหรอ แอบงง…

[ที่ร้าน Crown Café ]

เมื่อเข้ามาในร้านก็พบว่าตอนนี้คนในร้านมีจำนวนหนาตามาก จนแทบจะไม่มีโต๊ะนั่ง แต่เนื่องจากที่ร้านนี้มีบริการห่อกลับบ้านได้ หรือจะสั่งแบบดีลิเวอร์รี่ทางร้านนี้ก็มีบริการส่ง ทำให้ไม่เป็นปัญหาถ้าไม่มีโต๊ะนั่ง เพียงแต่ถ้ามาทานที่ร้านเมนูที่สั่งจะต้องเป็นเมนูตามกรุ๊ปเลือดเท่านั้น นี่จึงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของร้านนี้ที่ทำให้มีลูกค้าแวะเวียนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก

เมื่อไปถึงผมก็มองหาพี่ฝุ่น ก็พบว่าพี่ฝุ่นกำลังบริการแขกผู้หญิงโต๊ะหนึ่งอยู่ ผมจำได้ดีนั้นพี่ก๊อปปี้ดาวคณะของผมเมื่อปีที่แล้ว แถมพี่แกยังเป็นดาวมหาลัยที่ฮอตแบบติดลมบนที่หนุ่มๆทั้งในคณะ และนอกคณะ ก็แอบปลื้มและจีบ ขนาดผมเองผมยังแอบมองพี่เค้าอยู่เลย ผู้หญิงอะไรโคตรน่ารัก และสวยเบอร์นี้ ไปเป็นดาราเห่อะ…พี่ก็อปปี้คนสวย ถ้าพี่อยากสวยมากกว่านี้ แนะนำมากินผมเถอะ รับรองพี่ได้เป็นอมตะแน่ (ผมแอบคิดชั่วร้ายกับพี่เค้า อิอิ) แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเพ้อป่าววะ โนบิบอกกับตัวเอง

อืม…แล้วทำไมพี่ก็อปปี้ต้องทำท่าเขินอายแล้วยังหน้าแดงๆเวลาพูดคุยกับพี่ฝุ่นด้วยวะ หรือว่าเค้าจะเป็นแฟนกัน ผมคิด เชี้ยแล้วมั้ยละ…ถ้าพี่เค้าเป็นแฟนกัน แล้วกูไปมีข่าวกับเค้า กูจะโดนอะไรมั้ยเนี่ยะ เวงของเวง กำของกำ ระยำแล้ววุ้ยยยย 

ในระหว่างที่ผมกำลังมองพี่ฝุ่นกับพี่ก็อปปี้เพลินอยู่นั้นก็มีพี่ผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาทักทายผมราวกับรู้จักผมมาก่อน

[ พี่ภัทร ]

“อ้าว น้องโนบิเพื่อนไอ้ตัวแสบนี่นา”  เสียงนุ่มๆ จากหน้า Counter  ผมทำหน้างงๆใส่พี่คนที่เข้ามาทักผม

“ พี่ชื่อภัทร เป็นเจ้าของร้านของที่นี่ พี่รู้จักน้องจากเพื่อนเราที่ชื่อแท็ปนะ” พี่ภัทรแนะนำชื่อ และบอกผมเสร็จสรรพว่ารู้จักผมได้อย่างไร

 [ โนบิ ]

“อ้อ…สวัสดีครับพี่ภัทร” ผมกล่าวทักทายพี่ภัทรพร้อมส่งยิ้มหวาน หล่อๆ ไปให้อย่างเป็นมิตร

[ ภัทร ]

“มาทานอาหารหรอ” พี่ภัทรถามพร้อมกับมองหาโต๊ะว่าง แต่ก็พบว่าทุกพื้นที่ถูกจับจองด้วยแขกก่อนหน้านี้หมดแล้ว    

“ไม่มีโต๊ะนั่งเหลือแล้ว จะไปนั่งทานในห้องทำงานพี่ไหม” พี่ภัทรหันมาบอกผมเสียงอ่อย และบอกข้อเสนอเสร็จสรรพ

[โนบิ]

“ไม่เป็นไรครับ ผมเกรงใจ เดี๋ยวผมซื้อกลับไปกินที่ห้องก็ได้ครับ อีกอย่างผมมีเรื่องจะคุยกับพี่ฝุ่นหน่อยนะครับ ” ผมปฏิเสธความหวังดี ก่อนจะบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงที่ผมมาที่ร้านนี้ให้พี่ภัทรฟัง

“ช่วงนี้ลูกค้าเยอะนะ น้องโนบิมีธุระอะไรด่วนไหม เดี๋ยวพี่เรียกมันให้” พี่ภัทรมองไปทางที่ฝุ่นที่ลุกออกจากโต๊ะก็อปปี้พอดี แต่พรวดไปรับออร์เดอร์โต๊ะใหม่ต่อ และเดินแบบรีบๆกลับไปทำอาหารตามออร์เดอร์หลังร้าน ทำให้ไม่เห็นผมยืนคุยกับพี่ภัทรอยู่ในร้านแล้ว

เมื่อเห็นดังนั้นผมจึงต้องตัดใจ เพราะตอนนี้พี่ฝุ่นคงกำลังยุ่ง ไว้คุยเรื่องนี้วันหลังก็ได้ อีกอย่างดูท่าทางพี่ฝุ่นก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร เรื่องที่พี่ฝุ่นมีข่าวกับผมพี่ฝุ่นอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรก็ได้ ผมคิด

“ไม่เป็นไรครับ งั้นผมสั่งอาหารกลับไปทานที่ห้องอย่างเดียวก็ได้ครับ” ผมบอกพี่ภัทรก่อนจะสั่งอาหารเพื่อกลับไปทานที่ห้อง โดยที่ผมก็ไม่ได้คุยกับพี่ฝุ่นสักกะคำ

[พี่ภัทร]

“ไอ้ฝุ่นเมื่อตะกี๊น้องโนบิมาหานายแหนะ แต่ตอนนั้นที่ร้านคนเยอะพี่เลยไม่ได้บอกฝุ่น” พี่ภัทรบอกฝุ่นขึ้นมาในตอนหนึ่งขณะที่ฝุ่น พี่ภัทรและพนักงานคนอื่นกำลังช่วยกันปิดร้าน

[ฝุ่น]

“ครับ” ฝุ่นรับคำเบาๆ และแอบนึกถึงหน้าไอ้ตัวยุ่ง ว่าจะมายุ่งย่ามอะไร หรือมาแค่สั่งข้าวไปกินมั้ง 

“นายสนิทกับน้องเค้าแล้วหรือวะฝุ่น” พี่ภัทรถามผมต่อ

“ป่าวครับผมแค่ให้น้องติดรถกลับมาด้วยเฉยๆตอนที่เอาบัตรนักศึกษาไปคืนน้องมันเมื่อตอนเย็น” ผมบอกพี่ภัทรไป

“พี่ว่าพี่สนใจน้องโนบิว่ะ เด็กอะไรน่ารัก ตัวเล็ก หน้าใสกิ๊ก ยิ้มแบบละลายอ่ะ โคตรจะน่ารัก ต้อง Hot แน่ถ้าได้เป็นเดือนมหาลัย นายช่วยพี่จีบน้องเขาหน่อยได้ไหมอ่ะ” ผมถึงกับชะงักมือที่กำลังเช็ดโต๊ะทันทีที่ได้ยินพี่ภัทรบอกผมเรื่องที่สนใจน้องโนบิ ผมนิ่งคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตอบพี่ภัทรไปเบาๆด้วยความไม่เต็มใจนัก โดยที่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมต้องไม่พอใจด้วยเรื่องที่พี่ภัทร ชมและสนใจจนจะจีบน้อง

ครับผมจะช่วยงานเข้าแล้วกู พี่ภัทรไม่เคยบอกชอบใครแบบนี้ พี่กูเอาจริงว่ะ ออกตัวแรงมากพี่ผม

 แต่ผมก็พอรู้ว่าพี่ภัทรมีรสนิยมแบบชอบผู้ชายมานานแล้วโดยเฉพาะคนเก่งอย่างพี่ภัทร และชอบใส่ใจคน ชอบทำอาหาร ก็โคตรธรรมดาเลยเพราะคนที่เป็นแบบนี้จะเก่งรอบด้าน แต่แปลกตรงที่เค้าเจอกันแค่ครั้งเดียวยังชอบได้ขนาดนี้ แต่กับเราเจอกันกี่ครั้งแล้ววะ ไม่แปลกที่เราจะหวั่นไหว ผมนึกในใจ พอตั้งสติได้ก็ แอบเป่าปากเหมือนถอนหายใจไปหนึ่งที ดึงสติกลับมาแล้วพูดกับตัวเองว่า “ แล้วกูจะไปนึกถึง ไอ้ตัวแสบทำไมวะ เรื่องของมันป่าววะ”  ผมก็ทำหน้าที่ต่อเพื่อจะได้รีบกลับบ้าน นี่มันจะ 21.30 น. แล้ว

ฝุ่น…เอาแล้วครับงานเข้าผมอย่างจังแล้วครับ 

ตอนนี้ผมกลายเป็นพ่อสื่อไปแล้วหรอเนี่ยะ…แอบงงนิดนึง แต่ทำไงก็พี่ชายสุดที่รักผมกำลังตกหลุมรักไอ้ตัวยุ่งของผมเอ้ย…ไม่ใช่ของผมสิ ของทุกคน ว่าแต่ว่าเจอกันครั้งเดียวเค้าชอบกันเลยหรอ สงสัยว่าไอ้ตัวยุ่งคงจัดความน่ารักสดใสมาเต็มที่ทำให้พี่ผมต้องเป็นขนาดนี้ ผมพยายามนึกหน้าน้องเค้านะ นึกอีกกี่ทีก็หน้าซีดๆ ยิ้มเก่งๆ ตาเล็กๆ เอิ่มผมว่า…เอิ่มก็น่ารักว่ะ..555 แต่ไม่ยักกะตกหลุมรักเหมือนพี่ภัทร ก็ผมไม่ได้ชอบผู้ชายนี่ครับ ไม่แปลก…เอาเป็นว่าน้องเค้าก็น่ารัก พี่ผมก็หล่อซะ เหมาะกันแล้วล่ะครับ เดี๋ยวผมจัดให้ครับพี่ชาย แต่จะสำเร็จหรือเปล่าผมไม่รู้นะกับการทำอะไรแบบนี้ นี่ไม่ใช่พี่ภัทร ผมไม่มีทางทำอะไรบ้าๆ พันนี้แน่นอน เริ่มจีบตอนหน้าเลยละกัน…เอาใจช่วยให้ผมจีบน้องเค้าให้สำเร็จนะครับ พี่ผมจะได้เป็นฝั่งเป็นฝาซักที เชื่อแล้วความรักมันอยู่รอบตัวเราจริง ๆ แต่มันใช้กับผมไม่ได้ เพราะผมไม่มีความรัก