[ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า .นครสวรรค์ 10 ปีก่อน ปี 2553]  เด็กผู้ชาย 2 คนกำลังใช้นิ้วทำท่าเป็นสัญลักษณ์อะไรบางอย่าง นั่งเล่นกันที่สนามหญ้า

[ วอน ] เพื่อนของฝุ่น

ถ้าวอนไม่มีฝุ่นวอนคงแย่เนอะเด็กน้อยนามว่าวอนพูดพร้อมกับนั่งพิงหลังของฝุ่นไปด้วยอย่างอ้อนๆ

โป๊ก!!

คิดมากเรื่องอะไรอีกล่ะวอน ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่นี่เราก็สนิทกับวอนที่สุดอยู่แล้วฝุ่นปรับมือจากท่าที่เห็น หันมาแจกมะเหงกให้วอนไปทีก่อนจะพูด

เรากลัวอ่ะฝุ่น ถ้าวันหนึ่งเราต้องแยกกันเราจะทำยังไงวะวอนพูดพร้อมกับก้มหน้าลงด้วยแววตาละห้อย

ก็ถ้าเราต้องแยกจากกันก็แสดงว่าไม่ฉันก็แกคงถูกผู้ใหญ่ใจดีมารับไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมแล้วไง ได้ออกจากที่นี่แกไม่ดีใจหรอกหรือฝุ่นว่าพร้อมกับจับที่หัววอนแล้วโยกหัวของเพื่อนตนเองไปเบาๆ

ครอบครัวที่ไม่มีฝุ่นจะเป็นยังไงน๊า…”  วอนบ่นเบาๆ ในลำคอ พร้อมเปลี่ยนท่าหันมามองหน้าฝุ่น

เรื่องที่พวกเขาทั้งคู่คุยกันวันนั้นใครจะไปคิดว่ามันจะเกิดขึ้นมาจริง เมื่อวันหนึ่งมีครอบครัวใจดีครอบครัวหนึ่งมารับตัววอนไปดูแลเป็นลูกบุญธรรม และเขาต้องไปไกลถึงประเทศอังกฤษ และวันที่วอนต้องเดินทางไปพร้อมกับครอบครัวใหม่นั้น ทุกอย่างมันไวมาก เขาต้องไปโดยไม่ทันได้ล่ำลาฝุ่นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขาเลย ( เพราะวันนั้นฝุ่นต้องไปเป็นตัวแทนเข้าค่าย รณรงค์เด็กคุณธรรมที่กรุงเทพฯ )

สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า .นครสวรรค์  ปี 2555

2 ปีผ่านไป หลังจากวอนจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า วันนั้นเป็นวันสำคัญของทั้งฝุ่นและวอน คือวันคล้ายวันเกิด วันที่ 14 .. 2555 ก่อนเวลา 14.02 .

[ แม่ปอ]  แม่ใหญ่ที่เลี้ยงดูเด็กกว่า 30 ชีวิตในสถานเลี้ยงเด็กำพร้า

ฝุ่นไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วจ้าวอนเสียงผู้หญิงใจดีรอดออกมา ฝุ่นมีครอบครัวอุปถัมป์มารับไปอุปการะแล้วจ่ะแม่ปอที่อยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ายื่นหน้าออกมาจากห้องประชุมเล็กๆ ด้วยสีหน้านิ่งๆ เรียบๆ

แล้วมีที่อยู่ติดต่อมั้ยครับ

เอิ่มแม่ไม่สามารถบอกได้จริงๆจ่ะ รู้แต่ฝุ่นเค้าไปอยู่ที่ กรุงเทพฯ แถวย่านเจริญนคร นะ

ครับผมเข้าใจ งั้นผมฝากของไว้หน่อยนะครับ แม่.” เผื่อฝุ่นกลับมาหาบอกว่าผมจะรอจดหมายจากเค้านะครับ

วอนเดินทางกลับมาที่เมืองไทย และสถานที่แรกที่วอนนึกถึงก็คือที่นี่ แต่กลับพบว่าตอนนี้ฝุ่นเพื่อนที่สนิทที่สุดของเค้าไม่ได้อยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้แล้ว

ผมฝากจดหมาย แล้วก็ที่อยู่ติดต่อไว้หน่อยได้ไหมครับเผื่อฝุ่นกลับมาบอกให้เขาติดต่อกลับหาผมด้วยนะครับพูดจบผมก็หยิบกระดาษกับปากกาเพื่อเขียนจดหมายพร้อมข้อมูลติดต่อของผมฝากไว้ให้กับฝุ่น ใส่ซองปิดผนึก แล้วเขียนหน้าซองว่า จาก วอน ปิติ (รัตนบุญ ) อาร์คูส  ถึง  ฝุ่น ธนน แสงไทย  14  .. 2555  หวังว่าวันหนึ่งเราจะได้เจอกันอีกครั้ง

[ ห้องพยาบาลของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ]

อ้าวน้องฝุ่นว้าย!!ใครเป็นอะไรคะน้องฝุ่นพี่โอ๋เจ้าหน้าที่ของห้องพยาบาลทักผมทันทีที่เห็นผมเดินเข้ามาในห้องพยาบาล โดยมีเจ้าตัวยุ่งในอ้อมแขนที่อยู่ ๆก็เป็นลมขึ้นมาก่อนหน้านี้จนผมต้องพามาห้องพยาบาลของคณะ

[ ฝุ่น ]

เป็นลมในลิฟท์น่ะครับพี่โอ๋ผมตอบพร้อมกับวางร่างของคนในอ้อมแขนลงบนเตียงก่อนที่เจ้าหน้าที่ของห้องพยาบาลจะเข้ามาดูอาการ

อาการเป็นอย่างไรบ้างครับพี่โอ๋ผมชะโงกหน้าเข้าไปดูพี่โอ๋ตรวจดูอาการของเจ้าตัวยุ่งพร้อมกับถาม

[ พี่โอ๋ พยาบาล ]

แค่เป็นลมธรรมดาน่ะจ้ะ เดี๋ยวให้นอนพักสักครู่ก็คงดีขึ้นพูดจบพี่โอ๋ก็ค่อยๆปลดเนคไทของเจ้าตัวยุ่งออก ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อสองเม็ดบนให้

ดูจากการแต่งตัวแล้วน่าจะเป็นเด็กปีหนึ่ง แต่หน้าตาไม่คุ้นคาดว่าน่าจะไม่ใช่รุ่นน้องในคณะของผม แล้วเด็กนี่มาทำอะไรที่คณะของผมกัน ผมพูดกับตัวเองในใจ

ผมมัวแต่พิจารณาเจ้าตัวยุ่งบนเตียงจนไม่ทันฟังว่าพี่โอ๋พูดอะไรจนพี่โอ๋ต้องเรียกชื่อของผมซ้ำอีกครั้ง

[พี่โอ๋]

น้องฝุ่นคะน้องฝุ่น

[ฝุ่น]

อะคะครับครับพี่โอ๋

เหม่ออะไรจ๊ะ พี่บอกไปเมื่อครู่ได้ยินพี่ไหมค่ะพี่โอ๋ถามยิ้มๆจนผมต้องรีบถามพี่โอ๋กลับไปอย่างละล่ำละลัก

เมื่อครู่พี่โอ๋พูดว่าอะไรนะครับ

พี่บอกว่า พี่จะขอฝากเราอยู่เป็นเพื่อนน้องเค้าสักครู่ได้ไหม พี่จะขอเอายาไปให้ท่านคณบดีที่ห้องทำงานท่านหน่อย ไม่เกิน 20 นาที เดี๋ยวพี่รีบกลับลงมานะพี่โอ๋ถามอย่างเกรงใจ ผมจึงเหลือบมองที่นาฬิกาบนผนัง เมื่อดูเวลาแล้วพบว่าถ้าครึ่งชั่วโมงผมยังพอไปทำงานพิเศษที่ร้านพี่ภัทรทัน ผมจึงรับปากไป

ได้ครับพี่โอ๋เดี๋ยวผมอยู่เฝ้าไอ้เด็กนี่ให้ครับ

เมื่อได้ยินดังนั้นพี่โอ๋จึงกล่าวขอบคุณผมแล้วรีบเดินไปจัดยาเพื่อนำไปให้ท่านคณบดีที่ห้องทำงาน

หลังจากที่พี่โอ๋ออกไปจากห้องแล้วผมจึงเดินไปนั่งยังเตียงนอนที่ตั้งอยู่ข้างๆกับเตียงนอนของเจ้าตัวยุ่งนี่ และเพราะไม่มีอะไรทำผมก็เลยนั่งมองหน้าของเจ้าเด็กนี่ไปเรื่อยๆ มองไปมองมาเจ้าเด็กนี่ก็หน้าตาดีใช้ได้เหมือนกันนะ มิน่าพี่โอ๋ถึงได้ให้ผมช่วยอยู่เป็นเพื่อนเจ้าเด็กนี่ สงสัยจะโดนใจพี่โอ๋ (55 ผมนึกขำในใจ)

ระหว่างที่ผมกำลังนั่งมองหน้าน้องมันเพลิน ๆอยู่นั้นจู่ เจ้าเด็กนี่ก็ร้องไห้ขึ้นมาเสียเฉยๆ บางครั้งก็ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด จนผมต้องย้ายที่นั่งจากเตียงข้างๆเป็นมานั่งเตียงเดียวกับน้อง ก่อนจะค่อยๆยื่นนิ้วไปกดที่หัวคิ้วของน้องให้คลายออกจากการขมวดคิ้ว แต่น้ำตาก็ยังคงไหลอยู่ที่หางตาไม่หยุด

ผมค่อยๆเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้น้องอย่างแผ่วเบา แต่น้ำตาของน้องก็ยังคงไหลไม่หยุด ผมจึงเปลี่ยนจากเช็ดน้ำตาให้เป็นลูบที่ศีรษะของน้องอย่างปลอบโยน จนน้ำตาที่ไหลไม่หยุดเมื่อครู่ค่อยๆหายไป

ไม่เป็นไรแล้วนะ พี่อยู่ข้างๆนายตรงนี้แล้วไง หยุดร้องได้แล้วฝุ่นพูดพร้อมกับลูบศีรษะของน้องคนที่นอนไปพร้อมกันด้วย

ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ผมพูดประโยคนั้นออกมา แต่ทันทีที่ผมทำแบบนั้นอาการของน้องก็สงบลง จนกลับมามีลมหายใจสม่ำเสมอตามปกติของคนกำลังอยู่ในห้วงนิทราไม่นานพี่โอ๋ก็มาถึง ผมจึงขอตัวกลับก่อนปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่โอ๋ดูแลไอ้ตัวยุ่งนี่ต่อไป

หลังจากออกมาจากห้องพยาบาลของคณะแล้วผมก็มุ่งหน้าไปยังร้าน Crown Café ร้านอาหารพ่วงร้านกาแฟของพี่ภัทร รุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยของผม ดีกรีหนุ่มว่าที่เกียรตินิยมอันดับ 1 คณะทันตแพทย์ พ่วงด้วยตำแหน่งเจ้านาย เพราะพี่ภัทรเป็นถึงเจ้าของร้านอาหารแห่งนี้ด้วยนั้นเอง และเนื่องจากตอนนี้พี่แกก็อยู่ปีสี่แล้ว แกเลยมีเวลามาดูแลร้านมากขึ้น นอกจากพี่ภัทรจะเปิดร้านอาหารแห่งนี้แล้ว พี่ภัทรยังรับเป็นติวเตอร์สอนวิชาคณิตศาสตร์ด้วย

ร้าน Crown Café

[ ภัทร ]

อ้าวฝุ่น ทำไมวันนี้มาช้ากว่าทุกทีล่ะพี่ภัทรตะโกนถามผมมาจากหลังเคาน์เตอร์

[ ฝุ่น ]

มีเรื่องนิดหน่อยครับพี่ผมพูดตอบพี่ภัทร พร้อมกับเดินเอากระเป๋าไปเก็บที่หลังร้าน ก่อนจะกลับออกมาพร้อมผ้ากันเปื้อนที่ผูกอยู่ที่เอว

เกิดอะไรขึ้นไหนเล่าให้พี่ฟังสิ ร้ายแรงหรือเปล่าพี่ภัทรถามผมทันทีที่ผมออกมาจากด้านหลังร้านอย่างเป็นห่วง พร้อมกับจับตัวของผมพลิกไปพลิกมาเพื่อสำรวจหาความผิดปกติ จนผมต้องร้องห้าม

หยุดก่อนครับพี่ภัทร ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรหรอกพี่ แค่มีเด็กปีหนึ่งคนหนึ่งคณะอะไรก็ไม่รู้มาเป็นลมอยู่ในลิฟท์ของคณะผม เดือดร้อนให้ผมต้องพาไปส่งที่ห้องพยาบาลของคณะ แล้วยังต้องอยู่เฝ้าอีกพักใหญ่ กว่าพี่โอ๋จะกลับจากไปทำธุระ ผมเลยมาช้าครับผมเล่าให้พี่ภัทรฟังเป็นฉากๆ จนพี่แกถึงกลับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

ผมกับพี่ภัทรเรารู้จักกันตั้งแต่ผมเข้าปีหนึ่ง ตั้งแต่ที่ครอบครัวอุปการะของผมเสียไป ชีวิตที่ไร้หลักยึดในตอนนั้นทำให้ผมเซไปเหมือนกัน ดีที่ได้พี่ภัทรช่วยไว้ ตอนนั้นผมคิดว่าชีวิตนี้ผมจะทำยังไงต่อ จะเดินยังไง จะเรียนยังไง แต่ความโชคร้ายผ่านไป ความโชคดีในชีวิตผมก็มาเจอพี่ภัทรแหล่ะหาห้องเช่าถูกๆให้ผม ชวนผมมาทำงานพิเศษที่นี่เพื่อให้ผมสามารถหาเงินเลี้ยงดูตัวเองได้หลังจากที่ผมต้องกลับมาเหลือตัวคนเดียวอีกครั้ง

ทำให้ผมรู้สึกเหมือนพี่ภัทรคือพี่ชายแท้ๆของผมคนหนึ่ง ที่ผมสามารถไว้ใจ และยอมเล่าทุกเรื่องให้พี่ภัทรฟัง ส่วนพี่ภัทรเองก็รักและเอ็นดูผมเหมือนเป็นน้องแท้ๆเช่นกัน

[ ภัทร ]

ค่อยยังชั่วหน่อย พี่นึกว่าเกิดเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้นกับนายเสียอีก  นายไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว งั้นเดี๋ยวพี่ฝากดูร้านต่อหน่อยนะ เดี๋ยวเด็กๆที่เป็นลูกศิษย์พี่จะมาแล้วพูดจบพี่ภัทรก็ไปยังโซนด้านในของร้านที่จัดไว้สำหรับติวคณิตศาสตร์ของพี่ภัทร

ได้ครับผมรับคำไปเบาๆก่อนจะไปประจำที่ยังด้านหลังเคาน์เตอร์เพื่อรอต้อนรับลูกค้าคนต่อไปที่จะเข้ามา

                                      

กรุ้งกริ้ง!!  กรุ้งกริ้ง!!

เสียงสัญญาณหน้าประตูร้านดังขึ้น ผมจึงกล่าวต้อนรับไปเบาๆ

ร้าน Crown Café ยินดีต้อนรับครับหลังจากผมกล่าวต้อนรับจบลูกค้าที่เข้ามาใหม่ก็เดินตรงมาที่เคาน์เตอร์เพื่อสั่งอาหารและเครื่องดื่ม

แต่จนแล้วจนรอดลูกค้าที่มาใหม่ก็ไม่ยอมสั่งอะไร เอาแต่ยืนชะเง้อคอมองหาใครบางคนอยู่จนผมต้องถาม

มีอะไรให้พี่ช่วยไหมครับน้องดูจากการแต่งตัวน่าจะอยู่ปีหนึ่งแน่นอน

[ แท็ป / ฝุ่น ]

นี่พี่ๆ พนักงานร้านอีกคนไปไหนแล้วล่ะครับลูกค้าท่านนี้ถามกลับ หลังจากผมถามออกไป

ที่ร้านนี้มีพนักงานทั้งหมด 4 คน คุณลูกค้าหมายถึงคนไหนครับผมถามกลับ

ที่นี่มีพนักงานที่เป็นผู้ชายกี่คนครับนอกจากพี่

ถ้าไม่รวมพี่ก็มีพี่ภัทรที่เป็นเจ้าของร้านอีกคนหนึ่ง คุณลูกค้ามีธุระอะไรกับพี่ภัทรหรือป่าวครับ

เรียกผมแท๊ปก็ได้พี่ เรียกคุณลูกค้าแล้วผมจั๊กจี้นะ แล้วพี่ชื่ออะไรครับแทนที่น้องจะตอบคำถามผมกลับถามชื่อผมแทน

พี่ชื่อฝุ่น เรียกพี่ฝุ่นก็ได้ครับน้องแท็ป แล้วเรามีธุระอะไรกับพี่ภัทรอย่างนั้นหรือ

เมื่อเช้าผมลืมของไว้ที่พี่ภัทร ตอนนี้เลยจะมาขอรับคืนน่ะครับน้องแท็ปตอบ

พี่ภัทรกำลังติวเลขให้กับนักเรียนอยู่ครับ ของอะไรล่ะเดี๋ยวพี่ไปหยิบให้ พี่ภัทรน่าจะเก็บไว้ที่หลังร้านแหละ

Rrrr…Rrrr

น้องแท็ปยังไม่ทันตอบคำถามของผม โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของน้องก็ส่งสัญญาณว่ามีสายเข้ามาเสียก่อน ผมจึงพยักหน้าให้น้องรับสายที่โทรเข้ามาเสียก่อน

[แท็ปมึงอยู่ไหนวะเสียงยูโรมาจากต้นสาย]

ฮะโหล ฮะโหล อืมกูอยู่ร้านแถวหอไอ้โนบิมัน มีไรวะยูโร

[ดีเลยมึงไอ้โนบิ มันเป็นลมตอนนี้อยู่ที่ห้องพยาบาลของคณะวิศวะ มึงไปรับมันแล้วมาส่งมันที่หอหน่อยสิ]

ฮะเป็นลมตึกวิศวะ อ้อได้ๆ  แท็ปรับคำ

เอองั้นแค่นี้ก่อนนะใกล้จะถึงคิวซื้อบัตรคอนเสิร์ตปรมาจารย์ลัทธิมารแล้ว  ยูโรตัดบทเฉยเลย

หลังจากวางสายน้องแท็ปก็หันมาคุยกับผมต่อ

[แท็ป]

เดี๋ยวไว้ผมมารับของกับพี่ภัทรวันพรุ่งนี้ก็ได้ครับ พอดีเพื่อนผมมันเป็นลมเดี๋ยวผมต้องรีบไปรับมันก่อน งั้นผมไปก่อนนะครับ

ยังไม่ทันที่ผมจะตอบรับหรือปฏิเสธน้องแท็ปก็วิ่งหายออกไปจากร้านเสียแล้ว

เป็นลมอย่างนั้นหรือ หวังว่าจะไม่ใช่ไอ้ตัวยุ่งนั้นหรอกนะฝุ่นบ่นกับตัวเองคนเดียวก่อนจะหันไปต้อนรับลูกค้าคนใหม่ที่กำลังเดินเข้ามา

เพราะผมมัวแต่คิดว่าเพื่อนของน้องแท็ปที่เป็นลมจะใช่ไอ้ตัวยุ่งนั้นหรือไม่ ผมก็ใช้เวลาอีกประมาณ 10 วิ จนไม่ได้รู้ถึงการมาถึงของลูกค้าสาวรายใหม่ที่มายืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ของผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ จนลูกค้ารายนี้ต้องร้องเรียกผมออกมาเบาๆด้วยท่าทียิ้มๆ ที่เห็นผมเหม่อ

[ ก็อปปี้ ] ดาวคณะนิเทศฯ ปี 2

อะเออพี่คะ

“….” ฝุ่นยังคงไม่รู้สึกตัว  เหม่อมองไปทางประตูทางเข้าออกร้าน

พะพี่คะขอสั่งน้ำพี่หน่อยค่ะเท่านั่นแหละผมถึงได้ตื่นจากภวังค์

[ฝุ่น]

ขอโทษครับ พี่มัวคิดอะไรเพลินไปหน่อย น้องก็อปปี้จะรับอะไรดีครับผมกล่าวขอโทษพร้อมกับถามกลับไปลูกค้ารายนี้คือน้องก็อปปี้ดาวคณะนิเทศศาสตร์ปีที่แล้วนั่นเอง                                             

ด้วยการที่ต้องทำงานบริการทำให้ผมต้องพยายามจำหน้าลูกค้า รวมถึงความชอบของลูกค้าให้ได้มากที่สุดเพื่อความประทับใจของลูกค้าซึ่งจะนำมาซึ่งรายได้งามๆของร้าน

แล้ววันนี้น้องก็อปปี้จะรับอะไรดีครับ เดี๋ยวพี่ทำให้สุดฝีมือเลย

ขอบคุณค่ะพี่ฝุ่นสาวสวยกล่าวขอบคุณด้วยท่าทีเขินๆพร้อมกับทำท่าคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบออกมาว่าอยากทานอะไรก็อปปี้ขอกาแฟเย็นที่อร่อยที่สุดในโลกที่นึงเหมือนเดิมแล้วกันค่ะ

งั้นเชิญน้องก็อปปี้ไปรอที่โต๊ะก่อนเลยครับเดี๋ยวพี่นำไปเสิร์ฟให้ที่โต๊ะฝุ่นทำคาปูชิโน่ หวานน้อยให้ลูกค้าคนสวยอย่างตั้งใจ

ทางด้านของก็อปปี้เธอคือลูกค้าประจำ ทุกครั้งที่เดินเข้ามาแน่นอนคนที่เธอแอบมองคือผู้ชายชื่อฝุ่น ขวัญใจสาวๆ หนุ่มๆ ในมหาลัยแล้วยิ่งมาเจอร้อยยิ้มของพี่ฝุ่นเมื่อครู่นี้อีกเล่นเอาเธอถึงกับหน้าแดงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว แต่ด้วยความที่เธอเป็นดาวคณะขั้นดาวมหาลัยฯ ส่วนฝุ่นผู้ชายธรรมดาที่เจอเรื่องราวมาในชีวิตมากมาย ทำให้ฝุ่นไม่เคยคิดเรื่องที่ไกลเกินฝันกับผู้หญิงที่สวยระดับดาวคณะแน่นอน

รักแรกพบคงใช้ไม่ได้ แต่ถ้าแอบปลื้มผู้ชายแสนอบอุ่นมาตลอดหนึ่งปีอันเนี้ยะคือใช่ก๊อปปี้คิดกับตัวเองในใจจนอดยิ้มกับตัวเองไม่ได้ พอดีกับที่ฝุ่นเอาคาปูชิโน่ หวานน้อยมาเสิร์ฟที่โต๊ะพอดี เธอถึงกับส่งยิ่มให้ฝุ่นไปแบบเขินๆ

แต่ฝุ่นกลับไม่รู้ตัวหรอกว่า หน้านิ่งๆ หล่อๆ และรอยยิ้มอบอุ่นของฝุ่นจะทำให้สาวน้อยคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ หลงรักมากขึ้นทุกวัน ทุกวัน 

             กับการต้องสูญเสียคนที่รักหลายครั้งหลายครา ทำให้ฝุ่นไม่เคยคิดจะรักใครอีก ไม่ศรัทธาในความรัก ไม่ศรัทธาในวันแห่งความรักทั้งๆที่วันที่ 14 .. คือวันคล้ายวันเกิดของตัวเองเสียด้วยซ้ำ แต่ฝุ่นกลับเกลียดมันเพราะวันนี้ทำให้เขาต้องสูญเสียคนที่รักไปหมดจนไม่เหลือใคร และเขาไม่อยากเจ็บอีกแล้ว เพราะแบบนี้เขาถึงไม่เคยคิดจะรักใครอีกเลย

[ ภัทร ]

ฝุ่นพี่ภัทรเรียกชื่อผมอย่างดังจนผมถึงกับสะดุ้ง

โหยพี่ภัทรผมตกใจหมดผมต่อว่าพี่ภัทรไปไม่จริงจังนัก

พี่เรียกเราตั้งนานไม่ยักจะได้ยิน พี่ถึงต้องเรียกเราเสียงดังนี่ไง แล้วนี่เป็นอะไรพี่เห็นนั่งเหม่อมาสักพักละ

ผมคิดอะไรเพลินๆไปหน่อยน่ะครับผมตอบพี่ภัทรไปก่อนจะรีบกลับไปทำงานต่อเมื่อลูกค้าเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ

และเพราะร้านของพี่ภัทรขายอาหารด้วยลูกค้าจึงมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงเย็นๆแบบนี้ ทำให้ผมไม่มีเวลาคิดถึงอะไรอีก ก้มหน้าก้มตาต้อนรับลูกค้าไปเรื่อยๆ ดีหน่อยที่ตอนนี้พนักงานของร้านอีกสองคนมาสมทบแล้ว ทำให้ผมกับพี่ภัทรไม่ต้องคอยดูแลลูกค้ากันแค่สองคน

[ ฝุ่น ]

เออพี่ภัทรตอนที่พี่ภัทรกำลังติวหนังสืออยู่มีรุ่นน้องคนหนึ่งรู้สึกจะชื่อน้องแท็ปนะมาถามหาพี่บอกว่าลืมของไว้นะ แต่พอดีน้องต้องรีบไปทำธุระเลยบอกว่าจะกลับมารับของที่พี่วันหลังผมเล่าเรื่องน้องแท็ปให้พี่ภัทรฟัง

น้องแท็ปพี่ภัทรทำท่านึกก่อนจะร้องอ๋อออกมา

เจ้าเด็กเรื่องมากคนนั้นน่ะหรอพี่ภัทรถาม

ไปว่าน้องเขา ผมก็เห็นน้องก็ดูปกติดีไม่เห็นจะเรื่องมากตรงไหน ออกจะน่ารักเสียด้วยซ้ำ

น่ารักกับผีน่ะสิ เด็กบ้าอะไรก็ไม่รู้พอพี่บอกว่าร้านของพี่เสิร์ฟอาหารให้ตามกรุ๊ปเลือด ก็บ่นหาว่าร้านพี่เรื่องมาก พอพี่ทำอาหารตามกรุ๊ปเลือดมาให้ก็เขี่ยทั้งบอคโครี่ ทั้งแครอทออก แล้วก็ร่ำๆบอกอยากจะกินเนื้อสัตว์ พอพี่บอกว่าเนื้อสัตว์ไม่เหมาะกับคนเลือดกรุ๊ปเอ เด็กนั้นตอบพี่ว่าไงรู้ไหม

“…” ผมไม่ตอบทำเพียงส่ายหน้าว่าไม่รู้พร้อมกับตั้งใจฟังพี่ภัทรเล่าต่อ

งั้นผมไม่เลือดกรุ๊ปเอล่ะ ผมขอเปลี่ยนเป็นเลือดกรุ๊ปโอแทนแล้วกัน แบบนี้ผมก็ทานเนื้อสัตว์ได้แล้วใช่ไหมพี่ภัทรเลียนแบบท่าทางและประโยคของน้องแท็ปพร้อมกับท่าทางที่น้องตอบจนผมหลุดขำออกมากับท่าทางที่พี่ภัทรทำ

ดูสิดูมันตอบพี่ กวนชิพเป๋งพี่ภัทรบ่นไปก็เช็ดโต๊ะไป

[ฝุ่น]

พี่ภัทรจะรู้ไหมเนี่ยว่าปากบอกว่าน้องแท็ปเป็นเด็กไม่น่ารัก ว่าน้องเค้าเรื่องมาก แต่พี่ภัทรกลับจำเรื่องของน้องได้ทุกอย่างทั้งกิริยาและท่าทาง รวมถึงการพูดจา งานนี้พี่ภัทรเจอ ลูกค้าที่ตัวแสบเข้าแล้วล่ะ ผมว่างานนี้น้องแท็ปเจอดีเข้าแล้ว

สองคนพี่น้องคุยกันแบบ สนุกสนาน โดยไม่รู้ว่า เด็กปี 1 ทั้งสองคนนี้จะเข้ามาทำให้ชีวิตปั่นป่วนไม่น้อย

ผมชื่อภัทรครับ  คณะครุศาสตร์ปี 4  ชีวิตผมก็เรียบ ครับไม่ต้องคิดอะไรเยอะ เรียน ทำงาน ทำงาน เรียน แล้วก็ทำงานที่รักแบบนี้ ผมเป็นคนรักสุขภาพครับ เมื่อก่อนผมเป็นคนอ้วนมาก่อนน้ำหนักเกือบ 100 กิโลครับ แต่ทำไมตอนนี้เปลี่ยนได้ขนาดนี้นะหรอ ก็ตอนปี 2 มันอกหักซิครับ มันดราม่านะครับ เรื่องก็คือกับแฟนที่คบกันมา 5 ปี พอผมขึ้นปี 2 เค้าก็ต้องดรอปไปก่อน ไม่ต้องงงนะครับ ไปแต่งงานน่ะครับ ผมก็ไม่อยากพูดเหตุผลอะไรมากมันเรื่องของเค้า พูดไปเค้าก็จะเสียหาย เอาเป็นว่าเลิกกันฟ้าผ่า….พอหลังจากเจอเหตุการณ์ประมาณนั้น ผมก็เลยมีเป้าหมายในชีวิตมากขึ้น และที่สำคัญผมเข็ดกับผู้หญิงแล้วล่ะครับ ตอนนี้ผมว่าผู้ชายสมัยนี้น่ารักกว่าเยอะแต่ผมไม่มีเวลาไปจีบใครหรอกครับ ก็มีคนมาจีบผมเยอะเหมือนกันนะ บางคนเข้ามาก็แว็บ ก็หายไป ส่วนคนไหนที่ผมชอบ ผมก็ได้แค่มอง

ส่วนไอ้เด็กผีเมื่อเช้าที่เรื่องมาก เรื่องมาก คนที่ชื่อแท็ปนะหรอ ผมว่าผมเจอคู่ปรับเข้าแล้ว ถ้าเจอครั้งหน้าโดนผมแกล้งแน่นอนเด็กอะไรง็อกแง็ก และยังหัวหมออีก.”  ไอ้ตัวแสบเอ้ย

ถ้าใครอยากทานอาหารเมนูสุขภาพอร่อย เครื่องดื่มจากพ่อค้าแซ่บ อย่างผม 2 คน [ของดีในมอ..ก็ผม 2 คนนี่แหล่ะ55]

อย่าลืมแวะมาที่ร้าน Crow Café ประตูหลังตึก 5 นะครับ มาประตูหน้าไม่เจอน๊าสาวๆ หนุ่มๆ ที่มาร้านผม ผมรับรองการบริการระดับพรีเมี่ยมที่เราได้ 5ดาวจากมหาลัยฯการันตี ใครที่มาก็จะติดใจทุ๊กรายแวะมาหากันนะคร๊าบ