[ คอนโดใกล้มหาวิทยาลัย ]  การสนทนาของหนุ่มที่สูงวัย และหนุ่มน้อยหน้าตี๋ชื่อว่าโนบิ

คุณหนูจะอยู่ที่หอนี้จริงๆหรือครับ

ใช่ครับ

ทำไมคุณหนูไม่อยู่ที่คอนโดที่คุณพ่อซื้อให้ล่ะครับ

หลังจากลุงโยชิพ่อบ้านประจำตัวของผมที่มาคุมการขนย้ายข้าวของเข้าหอใหม่ของผมเสร็จ ลุงโยชิก็หันมาถามผมเพื่อความแน่ใจ เมื่อเห็นสภาพของหอขนาดกลางเก่ากลางใหม่ และสภาพห้องที่ไม่เล็กไม่ใหญ่แต่เมื่อเทียบกับห้องที่คอนโดของผมแล้วห้องนี้ก็ยังถือเล็กกว่าอยู่ดี

[โนบิ ]

คอนโดที่พ่อซื้อให้มันอยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยผมขี้เกียจขับรถ อยู่หอนี้ใกล้มหาวิทยาลัยดี อีกอย่างปีหนึ่งกิจกรรมเยอะจะตาย ไหนจะเรียนพื้นฐาน ไหนจะรับน้อง ไหนจะกิจกรรมอื่นๆอีกตั้งมากมาย ผมบ่นเพราะหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาผมลองไปอยู่คอนโดที่พ่อจัดการให้แล้วมันเป็นอย่างที่ผมพูดจริงๆ ให้ผมขับรถไปกลับระหว่างมหาวิทยาลัยกับคอนโดไม่ไหวหรอกครับ ยิ่งขับแบบไม่รู้ทาง มีหวังตื่นเช้า กลับดึก ไม่ได้พักผ่อนกันพอดีผมตอบลุงโยชิไปซะยาว

ก็ผมบอกว่าจะให้คนมาคอยขับรถรับส่งให้คุณหนู คุณหนูก็ไม่ยอม

โธ่ลุงโยชินี่ผมเข้าปีหนึ่งแล้วนะครับ ขืนยังมีคนคอยขับรถรับส่งให้เหมือนเมื่อก่อนผมอายเขาตายเลยผมให้เหตุผลแบบเลี่ยงการไปอยู่คอนโดเหมือนคำถามแรก

………………………………………………………………………….

สวัสดีครับผมโนบิลูกชายคนเล็กของตระกูล ณัชภาสินธ์ ตระกูลที่ติดหนึ่งในสิบของเศรษฐีระดับต้นๆของจังหวัดนครสวรรค์  จบม.ปลาย แล้วก็สอบติดคณะนิเทศที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เหตุผลที่ผมอยากจะสอบติดมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯนะหรอ มันอาจจะดูแปลกๆ แต่ผมขอบอกตรงๆตามภาษาเด็กผู้ชายคนนึงที่อยากจะออกจากกรอบของครอบครัวที่รักผมแบบไข่ในหินนั่นเอง

ถ้าขืนผมยังคงอยู่ในบ้านต่อไปผมคงได้กลายเป็นลูกแหง่ เป็นคุณหนูที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างที่ใครๆเขาชอบว่าผมกันแน่ๆ ดังนั้นผมจึงตัดสินใจสอบเข้าคณะนิเทศที่มหาวิทยาลัยนี้ และขอที่บ้านมาอยู่หอแม้พ่อกับแม่ผมจะให้ผมย้ายมาอยู่คอนโดที่ท่านซื้อไว้ให้ก็ตาม อย่างที่ผมอ้างว่าคอนโดที่ว่านั้นไกลจากมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งอ้อนคุณพ่อผมอีกนิดหน่อยโดยให้ท่านช่วยพูดกับคุณแม่ผม จนในที่สุดผมก็ได้มาอยู่หอพักแถวมหาวิทยาลัยอย่างที่เห็นนี้แหละครับ

แต่ก็ไม่วายส่งลุงโยชิพ่อบ้านประจำตัวของผมให้มาตรวจดูความเรียบร้อยเหมือนอย่างที่เห็น นี่ยังไม่รวมบรรดาพี่ๆบอดี้การ์ดของพ่อที่ท่านส่งให้มาช่วยผมขนของอีก สาเหตุที่พวกเขาเหล่านี้เป็นห่วง และคอยเอาอกเอาใจผมเป็นพิเศษก็เพราะว่าผมนั้นไม่เหมือนคนอื่นนะสิครับ

ไม่เหมือนอย่างไรนะหรือ ก็เพราะว่าผมเป็นโรคหัวใจเมื่อหลายปีก่อนผมเกือบจะเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจกำเริบ แต่โชคดีที่ตอนนั้นผมได้รับหัวใจใหม่จากคนที่บริจาคหัวใจ และได้ปลูกถ่ายหัวใจทันเวลาในวันที่ 14 กุมภาพอดี ทำให้ผมถือว่าวันที่ 14 กุมภาของทุกปีก็เปรียบเหมือนเป็นวันคล้ายวันเกิดของผมอีกวันถ้าไม่นับวันที่ผมคลอดออกจากท้องคุณแม่

ถึงแม้ผมจะได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจใหม่แล้ว ผมก็ยังคงต้องดูแลตัวเองให้ดีเหมือนเดิม ตอนที่แม่ผมรู้ว่าผมสอบติดมหาวิทยาลัยในกรุงเทพท่านจึงไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร แต่เพราะพ่อผมช่วยพูดให้แม่ผมท่านจึงยอม

หลังจากลุงโยชิและบรรดาบอดี้การ์ดที่พ่อของผมส่งให้มาช่วยผมขนของกลับกันไปหมดแล้ว ผมก็ได้มีเวลาอยู่ในห้องนี้ตามลำพังเสียที ผมค่อยๆเอาเสื้อผ้าจัดเข้าตู้เสื้อผ้าให้เรียบร้อย พูดถึงเรื่องนี้นี่ถ้าผมไม่บอกพวกเขาว่าผมจะจัดการเอง ป่านนี้พวกลุงโยชิและเหล่าพี่ๆบอดี้การ์ดคงไม่ยอมกลับกันไปง่ายๆเป็นแน่

ก็ในเมื่อตัดสินใจที่จะมาใช้ชีวิตด้วยตัวเองแล้ว ผมก็ต้องเริ่มที่จะฝึกทำอะไรเองเสียตั้งแต่วันนี้ ใช้เวลาไม่นานผมก็จัดทุกอย่างเข้าที่เข้าทางจนเสร็จเรียบร้อย เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันครับ เหนียวตัวจังไปอาบน้ำดีกว่า ว่าแล้วผมก็ค่อยๆถอดเสื้อผ้าแล้วเข้าไปจัดการชำระล้างตัวเองในห้องน้ำแคบ พอดีตัว

เนื่องจากหอนี้เป็นหอพักนักศึกษาที่อยู่แถวมหาวิทยาลัยเรื่องที่จะมีอ่างอาบน้ำให้ผมลงไปแช่เหมือนที่บ้านจงลืมไปได้เลย ตอนนี้ผมจึงทำได้เพียงยืนอาบน้ำอยู่ใต้ฝักบัวภายในห้องน้ำ โชคดีที่หอนี้มีห้องน้ำในตัวไม่ใช่หอที่เป็นแบบห้องน้ำรวม มิเช่นนั้นลุงโยชิคงได้โทรไปฟ้องพ่อผมจนผมอดพักอยู่ที่หอนี้แน่

หลังจากอาบน้ำเสร็จผมก็หลับเป็นตาย มารู้สึกตัวตื่นอีกทีเวลาก็ปาเข้าไปเจ็ดโมงกว่าแล้ว และวันนี้ผมมีนัดเข้าประชุมเชียร์สำหรับน้องใหม่ตอนแปดโมง เมื่อคิดได้ดังนั้นผมแทบจะวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างไว ใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีผมก็พร้อมในชุดนักศึกษาถูกระเบียบแบบเรียบร้อย

โชคดีที่หอที่ผมอยู่นั้นไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยและคณะของผมมากนัก ผมจึงเรียกให้พี่วินไปส่งผมที่คณะทันเวลาเรียกประชุมแบบฉิวเฉียด แต่ก็ยังไม่วายถูกรุ่นพี่เรียกไปทำโทษด้วยการเต้นเพลงไก่ย่างที่ด้านหน้าอยู่ดี และจากการที่ต้องออกไปเต้นเพลงไก่ย่างทำให้ผมได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ที่ถูกให้ออกไปเต้นเพลงไก่ย่างด้วยกันถึงสองคน

คนแรกคือไอ้แท็ป ไอ้นี่มันช่างอยากรู้และขี้สงสัยมากครับ ส่วนมันสงสัยเรื่องอะไรนั้นไว้ค่อยไปรู้จักมันทีหลังก็แล้วกันนะครับ ส่วนอีกคนเป็นผู้หญิงครับแต่ผมชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ามันใช่ผู้หญิงจริงๆหรือเปล่า ก็เพราะมันไม่ได้เรียบร้อยแบบผ้าพับไว้อย่างผู้หญิงทั่วไปเขาเลยนะสิครับ เพื่อนผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มของผมคนนี้ก็คือยูโรนั้นเอง

ตอนนี้ก็ผ่านมาได้ 2 สัปดาห์กว่าๆแล้วสำหรับชีวิตเฟรชชี่ปีหนึ่งของผม

      [ บนรถตู้สีดำคันหรู ]

และตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่ในรถของที่บ้านผมเองครับ เป็นเพราะว่าเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาผมต้องกลับไปนอนที่คอนโดผม เนื่องจากพ่อกับแม่ผมท่านลงมาเยี่ยมผมนั่นเอง ผมถึงต้องมาฝ่ารถติดอยู่ในรถยนต์ส่วนตัวโดยมีพี่ฮอนคนขับรถส่วนตัวของผมทำหน้าที่ขับรถให้เหมือนเคย

พี่ฮอน เป็นลูกของลุงโยชิ และป้าละมัย ที่เป็นคนเก่าแก่ของครอบครัวผม พี่ฮอนเป็นเหมือนพี่ชายที่ดูแลผมอย่างดี ตามคำสั่งของลุงโยชิ และพ่อแม่ของผม แต่ก็มีแอบตามใจผมบ้าง ก็ไม่แอบนะถ้าเรื่องนั้นๆ ไม่เหลือบ่ากว่าแรง และการที่ผมเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯตัวคนเดียวแบบนี้ พี่ฮอนนี่แหล่ะครับที่มีหน้าที่หลักดูแลผม แต่ห่างๆ อย่างห่วงๆ นะครับ เพราะเป็นอีกหนึ่งข้อเสนอที่ผมขอพ่อไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า ผมอยากดูแลตัวเองได้ แฮร่ะ

ผมหยิบโทรศัพท์ของผมขึ้นมาเข้าแอปสีเขียวเพื่อทักไปหาสมาชิกในกลุ่มอีกสองคนนั้นก็คือไอ้แท็ปและยูโรนั้นเอง

Gang 3 x100  ( สามคูณร้อย )

โนบิตะ : อยู่ไหนกันแล้ววะพวกมึง รถติดเชี่ยๆเลย

แท็ปไงจะใครล่ะ : ได้ข่าวมึงอยู่หอแถวมหาวิทยาลัยแล้วมึงไปนั่งรถติดอยู่ที่ไหนวะ

ยูโรโนสนโนแคร์ : เออนั่นดิ ง่ออออ..หรือเมื่อคืนไปนอนกับหนุ่มที่ไหนมาจร้า

โนบิตะ : ง่อออพ่องเมื่อวานที่บ้านกูลงมาเยี่ยมกูเลยต้องกลับไปนอนที่คอนโดมะ.. แล้วทำไมมึงต้องให้กูไปนอนกับหนุ่มด้วยวะยูโร

ยูโรโนสนโนแคร์ : อย่างมึงไม่มีทางได้เมียหรอกจะ

ยูโรโนสนโนแคร์ : อย่างมึงต้องได้….ผอสระอัว สาววายอย่างเจ้สัมผัสได้

โนบิตะ : เชี่ยละยูโร

แท็ปไงจะใครละ : อิอิ^______^

ยูโรโนสนโนแคร์ : ไม่ต้องอิอิเลยจร้าหนูแท็ปปี้ หนูก็เหมือนกันจร้าไม่มีทางได้เมียแน่นอน

แท็ปไงจะใครละ : เชี่ยล่ะตบปากตามอายุเลยยูโร แสดดดดด

แท็ปไงจะใครละ : กูไม่คุยกับมึงแล้ว มึงนั่งอ่านการ์ตูนวายของมึงต่อไปเลย เพ้อเจ้อว่ะ ผช. กับ ผช. จูบกัน แหวะ

แท็ปไงจะใครละ : นี่กูกำลังจะเข้าไปกินข้าวที่ร้านแถวหอมึงอยู่เนี่ยโนบิ ชื่อร้านอะไรนะ Crown Café อะไรเนี่ย กูนึกว่ามึงอยู่ที่หอจะชวนมากินด้วยกันเสียหน่อย เสือกไปนั่งรถติดอยู่ข้างนอก

ยูโรโนสนโนแคร์ : กูฝากซื้อข้าวด้วยเดี๋ยวไปนั่งกินที่หน้าคณะ ตอนนี้กูก็นั่งรถติดอยู่บนทางด่วนเหมือนกัน

แท็ปไงจะใครละ : เออ เออ

แท็ปไงจะใครละ : แล้วมึงละโนบิเอาอะไร

โนบิตะ : ไม่เป็นไรมึงกูกินมาจากที่คอนโดแล้ว แม่กูเตรียมไว้ให้

ยูโรโนสนโนแคร์ : จ้ะอีคุณหนู คุณแม่ทำอาหารให้รับประทานเพคะ

แท็ปไงจะใครละ : เออตามนั้น

แล้วบทสนทนาระหว่างพวกเราสามคนก็จบลง โชคดีที่วันนี้ไม่มีเรียนแต่วันนี้รุ่นพี่นัดประชุมเชียร์เพราะต้องการคัดเลือกตัวแทนคณะในการประกวดดาวเดือน เช้าในวันนี้เลยดูวุ่นวาย และต้องมาเจอกับรถติดมหาโหด สวรรค์ของคนกรุง นี่ขนาดฝนไม่ตกนะ ถ้าฝนตกผมว่าไม่ได้ไปเรียนแน่นอน ฮือ (เค้าอยู่กันได้ไงนะรถติดๆ แบบนี้)

[ ฮอน / โนบิ ]

วันนี้คัดเลือกตัวแทนประกวดดาวเดือนที่คณะหรือครับคุณหนูพี่ฮอน บอดิการ์ดหน้าเข้มๆ ปากละมุนๆ คนขับรถคุณหนูโนบิ ถามผมมาจากด้านหน้ารถ

ครับพี่ฮอน

ผมว่าคุณหนูต้องได้แน่นอน เพราะคุณหนูของพี่ฮอนออกจะน่ารักขนาดนี้

น่ารักอะไรกันละครับพี่ฮอน อย่างผมต้องหล่อต่างหาก ผมนี่อีจองซุก Lee-Jong-Suk เมืองไทยเลยนะคร๊าบถ้าได้สักครึ่งของเค้าก็คงจะดี ผมพูดพร้อมกับทำท่าเท่ห์ๆตอบกลับไปโดยมีสายตาของพี่ฮอนมองมาจากกระจกมองหลังพร้อมกับยิ้มน้อยๆกลับมาที่ผม

หลังจากทนนั่งอยู่ในรถจนเล่นเกมส์ในมือถือจบไปหลายสิบเกมส์แล้ว รถของผมก็สามารถฝ่ารถติดจนมาถึงที่คณะของผมได้ในที่สุด ผมจึงไลน์ถามแท็ปกับยูโร พวกมันสองคนก็ตอบกลับมาว่า ตอนนี้พวกมันสองคนไปนั่งรออยู่ในแถวเชียร์เรียบร้อยแล้ว ไอ้เพื่อนทรยศแทนที่จะรอเข้าพร้อมกัน เด่นล่ะสิงานนี้จากอีจองซุก กลายเป็นอีซองจุกเลยเรา ผมบ่นกับตัวเองในใจ

[หน้าห้องประชุมคณะนิเทศศาสตร์]

ผมรีบวิ่งไปที่ห้องประชุมเชียร์และด้วยความรีบร้อนผม จนเผลอวิ่งชนรุ่นพี่คนหนึ่งเข้าอย่างจัง

ปึกโครม

เชี่ยขอโทษครับผมสบถออกมาในทีแรกก่อนจะรีบยกมือขอโทษพี่แกไป

ปีหนึ่งเหรอมึง วิ่งหัดดูตาม้าตาเรือบ้างสิวะ แม่งไม่มีตาหรือไง

รุ่นพี่คนที่ผมชนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจและเตรียมจะหาเรื่องผมเต็มที่ ดีที่พี่ช้างน้ำรุ่นพี่สาวประเภทสองในคณะของผมเรียกไว้เสียก่อน จริงๆพี่แกชื่อพี่เล็กน้อยครับแต่แกตัวใหญ่ไงพวกผมเลยแอบเรียกแกว่า (พี่ช้างน้ำ) แต่เห็นทีคงต้องเรียกชื่อพี่แกใหม่แล้วล่ะครับเพราะพี่แกเข้ามาช่วยขัดจังหวะการ 10FIGHT10 กันระหว่างผมกับรุ่นพี่คนที่ผมวิ่งชนได้ทันเวลาเสียก่อน

มีเรื่องไรกันวะซันพี่ช้างน้ำถามรุ่นพี่คนที่ผมวิ่งชนทำให้ผมได้รู้ว่าพี่แกชื่อว่าพี่ซัน

ก็ไอ้หน้าอ่อนนี่สิมันมาเดินไม่ดูทาง มาชนกูขึ้นเลยสิครับเรียกผมว่าไอ้หน้าอ่อน

ผมก็ขอโทษพี่ไปแล้วป่าววะ แล้วจะเอาอะไรอีกผมสวนกลับไปก็ผมขอโทษพี่เค้าแล้วนี่นาแล้วจะโกรธอะไรผมนักหนา

นี่มึงจะไฝว้กับกูเหรอไอ้ปีหนึ่งพี่ซันพูดพร้อมกับกระชากคอเสื้อของผมขึ้น และผมแอบเห็นพี่แกเตรียมกำหมัดจะชกผมเต็มที่เลยล่ะแต่พี่ช้างน้ำเข้ามาห้ามไว้เสียก่อน

ไอ้ซันให้มันแล้วๆกันไปเถอะน่า น้องมันก็ขอโทษแกแล้วพี่ช้างน้ำบอกพร้อมกับแกะมือของพี่ซันออกจากคอเสื้อผม ก่อนจะเปลี่ยนมาจับหน้าจับตาของผมพลิกไปพลิกมา

[ พี่ช้างน้ำ ]

ว่าแต่หน้าตาน้องก็ใช้ได้เลยนะ มากับพี่เลยค่ะคุณน้องว่าไม่ว่าเปล่าพี่แกลากมือผมเข้าไปด้านในห้องประชุมทันทีเลยครับ สาเหตุหนึ่งก็คงเพราะยุติการไฝว้กันระหว่างผมกับรุ่นพี่ชื่อซันด้วยล่ะครับ

ลากไปถึงกลุ่มรุ่นพี่ที่กำลังยืนคุยกันหน้าแถวที่ซ้อมเชียร์

นี่พวกมึงกูเจอช้างเผือกแล้วค่ะ……..” พูดเสียงดังลากยาวให้เพื่อนรุ่นพี่หันมามอง เมื่อเข้ามาในห้องประชุมเชียร์ได้พี่ช้างน้ำก็ลากผมมายืนที่ด้านหน้าพร้อมกับตะโกนบอกเพื่อนๆของพี่แกเกี่ยวกับผม

ช้างเผือกอะไรวะอีเล็กน้อยเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มของพี่แกถามขึ้น

นี่ค่ะว่าที่เดือนคณะนิเทศของเรากูไปเก็บได้มาจากป่าฝั่งนู้น เอ้ยมาได้จากหน้าห้องประชุมว่าจบพี่แกก็ดันผมให้เผชิญหน้ากับรุ่นพี่คนนั้นเด็กปั้นกูจะมาแทนอีซัน งานนี้ฮอตไม่ฮอตไม่รู้ แต่ก็สดกว่า หล่อกว่า ใสกว่า น่ากินกว่า แน่นอนเล็กน้อยจะไม่ทน กับคนอย่างอีซัน หล่อแต่ร้ายก็ไม่ไหวป่ะวะมันนึกว่าพ่อมันเป็นมาเฟียหรือไง ชนนิดชนหน่อยจะหาเรื่องน้อง พี่ช้างน้ำ เอ้ยพี่เล็กน้อยเล่าให้เพื่อนๆ ฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดหน้าห้อง

…………………………………

หลังจากนั้นผมก็ได้กลายเป็นตัวแทนเดือนคณะอย่างที่พี่ฮอนทำนายไว้จริงๆ กูไม่น่ามาสายเลย ถ้าไม่งั้นก็คงไม่ได้เจอพี่ช้างน้ำจนจับพลัดจับผลูได้มาเป็นตัวแทนเดือนคณะแบบนี้ โดยมีสายตาของพี่ซันมองจ้องจับผิดผมอยู่ตลอดเวลา เล่นเอาผมเสียวสันหลังแปลกๆ

[ยูโร]

เป็นไงคะคุณเพิลลไอ้ยูโรแซวผมทันทีที่หลุดออกมาจากการประชุมเชียร์ได้

จะไงล่ะกูยังเคืองพวกมึงสองตัวไม่หายเลยนะที่พวกมึงทิ้งกูเข้าห้องเชียร์ก่อนนะผมบอกพวกมันไปแบบงอนๆ

ก็มึงเล่นมาสายนี่นา รุ่นพี่ก็มาไล่ต้อนพวกเราเข้าห้องเชียร์แล้วจะให้พวกกูนั่งรอมึงต่อได้อย่างไงล่ะคะอีโนบิยูโรตอบกลับมาทำให้ผมคลายความน้อยใจเรื่องที่มันสองคนไม่ยอมรอเข้าห้องเชียร์พร้อมผมไปได้

แต่แหมมึงก็เล่นเข้าห้องเชียร์มาแบบเด่นๆเชียวนะมึง แถมเกือบจะไปไฝว้กับรุ่นพี่ที่ชื่อซันอะไรนั้นอีกไอ้แท็ปพูดสนับสนุน

ว่าแต่ทำไมพี่ซันเขาดูไม่ค่อยชอบขี้หน้ามึงเลยวะโนบิยูโรเปิดประเด็นเรื่องที่ผมเองก็สงสัยเหมือนกัน

เพราะตั้งแต่ที่ผมวิ่งชนพี่แกแล้ว ปกติถ้าผมขอโทษพี่แกที่เป็นรุ่นพี่ก็ไม่น่าจะโกรธอะไรผมขนาดนั้นป่ะครับ แต่นี่อะไรถึงขั้นจะลงไม้ลงมือกันเลยทีเดียว เหมือนกับเคยเป็นศัตรูกันมาแต่ชาติปางก่อนอย่างนั้นแหละ

หรือจะเป็นเนื้อคู่มึงวะพี่เค้าก็ดูเหมาะกับแกนะ หน้าตาก็คล้ายๆ กัน ฉันว่าเนื้อคู่แน่นอนแต่ก็ช่างเถอะโนสนโนแคร์จร้า ดีใจมีเพื่อนเป็นเดือนคณะจ้า ขอโพสต์ FB / IG ก่อนนะ เรียกเลทติ้งมีเพื่อนเป็นเดือนคณะยะฮู้ยะเฮ้  เฮ้ยูเฮ้ยู มีเพื่อนเป็นเดือนคณะสบายใจจัง ยูโรร้องเป็นเพลงค่อมจังหวะ แบบอารมณ์ดี

[โนบิ ]

เออเดี๋ยวกูต้องไปทำธุระแถวตึกวิศวะหน่อย พวกมึงสองคนจะไปกับกูหน่อยนะผมถามพวกมันสองคนแบบเชิงบังคับ

ไปทำไรวะมึงไอ้แท็ปถามอย่างสงสัยตามวิสัยของคนขี้สงสัยและอยากรู้ตามเคย

ก็พี่ช้างน้ำนะสิใช้ให้กูเอาเอกสารการสมัครประกวดดาวเดือนไปส่งให้รุ่นพี่สโม แต่พี่แกตอนนี้ดันไปทำธุระอยู่ที่คณะวิศวะ รุ่นพี่คนอื่นในห้องสโมก็ไม่มีใครเข้า วันนี้กูก็เลยต้องถ่อไปส่งให้ถึงมือพี่แกที่คณะวิศวะยังไงล่ะผมตอบพวกมันไป

กูก็อยากไปด้วยนะมึง คณะวิศวะผู้ชายหล่อๆทั้งนั้น แต่วันนี้กูต้องรีบไปจองบัตรคอนเสิร์ตงานของหวังอี้ป๋อเซียวจ้าน ปรมาจารย์ลัทธิมารนะสิเดี๋ยวไม่ทัน  ยูโรปฏิเสธแบบไร้เยื่อใยตามภาษาสาววายใจถึง แต่ตอนนี้พึ่งไม่ได้ซะแล้ว

ส่วนกูวันนี้ก็มีธุระแล้ววะเพื่อนไอ้แท็ปตอบกลับมาตัดความหวังผมอีกคน

เออจำไว้เลยนะโว๊ยพวกมึงสองคนทิ้งกูถ้ากูดังแล้วล่ะก็นะกูจะทำเป็นไม่รู้จักพวกมรึง ผมต่อว่าไปไม่จริงจังนัก

โอ๋ๆไม่ร้องนะคะโนบิตะสุดหล่อ ลีจองซุกของช้านว่าแล้วยูโรก็ดึงหัวผมเข้าไปซุกอยู่ที่นมฟองน้ำของมันส่วนไอ้แท็ปก็เอามือมาขยี้หัวผมจนยุ่งชี้โด่ขึ้นมา

แล้วพวกมันก็ทิ้งผมไปคนเดียว……

[หน้าตึกวิศวะ]

สุดท้ายตอนนี้ผมก็ต้องมายืนเอ๋อ อยู่ที่หน้าคณะวิศวะคนเดียว และกว่าจะหารุ่นพี่คนที่ผมต้องนำเอกสารมาให้ก็เล่นเอาเหนื่อยเลยทีเดียว ก็คณะวิศวะเล็กเสียทีไหน แต่ในที่สุดผมก็หาพี่เขาเจอ ด้วยการเอาหน้าหล่อๆของผมไปถามรุ่นพี่ที่อยู่แถวนั้น มันก็เลยดูไม่ยากเท่าไหร่ (คนหล่อ ทำอะไรก็จะสะดวกแบบนี้ 555 )

[รุ่นพี่สโม ตัวสูงใหญ่] อยู่หน้าผม

นี่ไอ้เล็กน้อยฝากให้น้องเอาเอกสารมาให้พี่ถึงนี่เลยหรือครับรุ่นพี่สโมคนนี้ถามอย่างสุภาพพร้อมกับรับเอกสารในมือผมไป

ครับ เห็นพี่เล็กน้อยบอกว่าเดี๋ยวไม่ทันปิดรับสมัครผมตอบกลับไป

จริงๆค่อยเอาไปให้พี่ที่ห้องสโมก็ได้นะ ทันเด่ะ..โดนมันแกล้งละซิ และมันคงอยากให้น้องมาโชว์ตัวคณะวิศวะเสียมากกว่ารุ่นพี่สโมตอบกลับมาอย่างรู้ทันเพื่อน

ทำไมต้องโชว์ตัวด้วยล่ะครับผมถามกลับไปอย่างสงสัยแต่ได้รับกลับมาเพียงเสียงหัวเราะหึหึจากพี่แก

ยังไงก็ขอบใจมากนะน้อง…” รุ่นพี่สโมก้มมองรายชื่อในใบสมัครก่อนจะเรียกชื่อของผมออกมาน้องโนบิ

ไม่เป็นไรครับพี่…” ผมตอบพร้อมกับถามชื่อพี่แกกลับไป

พี่ชื่อเดรปพี่แกจึงได้แนะนำชื่อให้ผมรู้จัก

ครับพี่เดรป งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวกลับก่อนนะครับผมรีบขอตัวกลับเพราะที่นี่ไม่ค่อยคุ้นเหมือนคณะผม กับสายตาของคนที่มองผมแบบเหมือนเป็นคนแปลกหน้ามาเยือน

ได้สิ กลับดีๆนะระวังจะโดนหนุ่มๆวิศวะ แถวนี้ดักฉุดเอานะพี่เดรปแซวผมยิ้มๆ

บ้าเหรอใครจะกล้ามาฉุด ผมคิดอยู่คนเดียวในใจ พร้อมกับยกมือไหว้กล่าวลาพี่เดรปแล้วรีบเดินไปที่ลิฟท์เพื่อกลับหอตนเอง

[ หน้าลิฟท์ ชั้น 5 คณะวิศวะ ]

ทันทีที่ผมเดินมาถึงบริเวณหน้าลิฟท์ที่มีคนยืนรอกันอยู่ก่อนหน้านี้แล้วนั้นประตูลิฟท์ก็เปิดออกมาพอดี ทำให้ผมถูกคลื่นฝูงชนที่รอกันอยู่หน้าลิฟท์ดันให้ร่างของผมเซไปปะทะกับใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่ในลิฟท์ก่อนหน้านี้แล้ว แต่เพราะคนที่ทยอยกันเข้ามาในลิฟท์ทำให้ผมไม่ทันได้เงยหน้ามองเพื่อกล่าวขอโทษแถมตอนนี้ตัวของผมก็แทบจะสิงอยู่ในร่างพี่เขาอยู่แล้ว                                                                            

ที่ผมรู้ว่าผู้ชายคนที่ผมแทบจะสิงร่างพี่เขาอยู่จนแทบไม่มีโอกาสได้เงยหน้ามองนั้นเป็นรุ่นพี่ของผมก็เพราะว่าพี่เขาอยู่ในชุดเสื้อช๊อปของชาววิศวะอย่างไงล่ะครับ และที่ตอนนี้ผมแทบจะอยู่ในอ้อมกอดของพี่เขาก็เพราะตอนที่โดนเบียดเข้ามาในลิฟท์ผมเข้ามาในสภาพที่หันหน้าเข้ามาในลิฟท์ซึ่งพี่เขาหันหน้าออกมาทางหน้าประตูลิฟท์พอดี

แต่ด้วยจำนวนของคนที่เข้ามาอยู่ในลิฟท์นั้นมีจำนวนมากทำให้ผมนอกจากไม่สามารถเงยหน้าขึ้นมองหน้าพี่แกเพื่อกล่าวขอโทษที่เกือบชนพี่แกแล้ว โดยแรงเบียดทำให้ตอนนี้ร่างของผมเซไปปะทะอยู่กับแผ่นอกของพี่เขาอีกเลยดูเหมือนตอนนี้ผมอยู่ในอ้อมอกของพี่เขาเลยครับ

ว่าแต่กลิ่นกายของพี่เขาหอมดีเหมือนกันนะ ใช้ประสาทสัมผัสทางการมองไม่ได้ ผมเลยเลือกที่จะใช้จมูกแทน แล้วทำไมผมรู้สึกคุ้นเคยกับกลิ่นตัวของพี่เขาจังเลย แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก และเพราะมัวเอาแต่คิดถึงกลิ่นตัวของพี่เขาที่ผมรู้สึกคุ้นเคย จึงไม่ทันรู้ตัวว่าตอนนี้คนที่แออัดกันอยู่ในลิฟท์ตอนนี้ได้ทยอยกันออกไปจนหมดแล้ว เหลือแต่พี่เขากับผมสองคนเท่านั้น

เฮ้ยไอ้หน้าขาว นี่มึงจะสิงกูอีกนานไหมวะ  เสียงดังข้างๆ หูผม แบบโมโหหน่อยๆ

พี่เขาถามผมอยู่ข้างๆหูเนื่องจากผมสูงแค่บ่าพี่เค้าเองและเมื่อได้ยินดังนั้นผมจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าอะไรเป็นอะไร พร้อมกับมองไปรอบๆตัวก็เห็นว่าตอนนี้คนที่เคยอยู่ในลิฟท์นั้นได้ออกไปจนหมดแล้ว ผมจึงเงยหน้าเพื่อจะกล่าวขอโทษพี่แกแล้วรีบออกมาจากลิฟท์

แต่ทันทีที่ผมเงยหน้าแล้วสบตากับพี่เค้าเท่านั้นแหล่ะ อยู่ๆผมก็รู้สึกเจ็บบริเวณหน้าอกด้านซ้ายของตัวเองขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ และก่อนที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรโลกของผมก็ดับวูบไปโดยไม่รู้ตัว

โอ๊ยอ่ะเจ็บแล้วผมก็ทรุดตัวลงไป

ไอ้หน้าขาวเฮ้ยเขย่าเบาๆพร้อมกับประคองร่างของคนที่สลบไปแล้วพยุงตัวออกมาจากลิฟท์

เฮ้ยเป็นลมเลยหรือวะมึง วุ่นวายชิบหายเลยบ่นแต่ก็ยอมช้อนอุ้มร่างที่อยู่ในอ้อมแขนขึ้นเพื่อพาออกจากหน้าลิฟท์ มุ่งตรงไปยังห้องพยาบาลของคณะโดยไม่รู้เลยว่าไอ้หน้าขาวที่ตนเองเรียกนั้นจะนำพาความวุ่นวายมาให้ตนเองอีกนับจากนี้เป็นต้นไป เพราะเรื่องราวมันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น…^_^

งัยล่ะครับความวุ่นวายของพวกผม..นี่แค่เริ่มต้นนะครับ แต่ว่าผมอยากรู้เหมือนกันว่าทำไมผมต้องวูบด้วยตอนสบตาพี่เค้าอ่ะ .หรือว่าพี่เค้าจะมีพลังวิเศษ แบบมนุษย์ต่างดาว หรือหัวใจของผมใกล้จะหมดอายุแล้ว ไม่..นะ..ไม่ผมยังอยากใช้ชีวิตสนุกสนานอีกนาน